บทที่ 16 บังเอิญ
เทพินหายง่วงเป็ปลิดทิ้งทันทีหลังจากได้แล็ปท็อปเครื่องใหม่มาไว้ในมือเครื่องสีดำสนิทที่บางเฉียบพกพาง่ายและสเปคเครื่องที่สูงยิ่งกว่าเครื่องเก่าแบบทวีคูณถูกใจเขาเป็อย่างมาก เด็กหนุ่มเปิดโปรแกรมและสำรวจตัวเครื่องอย่างสนอกสนใจพร้อมทั้งโหลดข้อมูลต่างๆ ที่เขาเห็นว่าจำเป็ลงไปอีกมากมาย หลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวแล้วและไม่สนใจจิ้งจอกอสูรที่นั่งมองอย่างกระวนกระวายข้างๆเลยด้วย
"เทน ข้าหิ๊ววว!!"เสียงเรียกสูงปรี๊ดเสียดแทงประสาทจนเทพินไม่อาจทำงานต่อได้เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองจิ้งจอกอสูรดุๆ
"หนวกหูน่าเคไนน์ หิวก็ไปหาอะไรกินสิ มาบอกผมทำไม"
"ข้าไปเองได้ไปนานแล้ว ข้าไม่มีเงินนะ แล้วแถวนี้ข้าก็ไม่รู้จักด้วยเ้าจะใจร้ายปล่อยข้าไปคนเดียวจริงๆ หรือไง"เขาเป็จิ้งจอกอสูรผู้เกาะเ้านายกิน ไม่เคยพกเงินแม้แต่แดงเดียวไม่มีปัญญาออกไปหาซื้ออะไรเองได้หรอก
"นายนี่...เป็อสูรที่ไม่ทำประโยชน์อะไรเลยนะ" เทพินมองอย่างเอือมระอาเคไนน์ยิ้มรับแล้วยืดอกพูดอย่างภาคภูมิ
"ในสังคมมนุษย์อสูรอย่างข้านี่ไร้ประโยชน์ที่สุดแล้ว"
"และไร้ยางอายด้วย" เด็กหนุ่มทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ทันที"หิวไม่ใช่เหรอ ลุกสิ รออะไรอยู่"
เทพินรีบลุกขึ้นเดินนำไปยังร้านอาหารที่อยู่ใกล้วิหาร่เวลานี้ไม่น่าจะมีครอบครัวไหนออกมาหาอะไรกินกันเท่าไหร่นัก เข้ามาภายในร้านเทพินและเคไนน์ก็เจอบุคคลไม่คาดฝันเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่เคยพบเจอกันเมื่อเดือนก่อนไกราผู้มีใบหน้าตายด้านที่สุดที่เคยเจอมา และเขามาคนเดียวด้วย
อีกฝ่ายก็มองเห็นเทพินเช่นกันเขาเพิ่งมาถึงที่ร้านนี้เมื่อครู่และกำลังมองหาที่นั่งเด็กหนุ่มตาสีดำเปลี่ยนจากมองที่นั่งมาจ้องหน้าเทพินแทนแล้วเดินมาทักทาย
"สวัสดี"
"สวัสดีครับไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเจอกันที่นี่นะคุณฟอร์ม"
"เหมือนกัน" ฟอร์มพยักหน้า "เรียกฟอร์มเฉยๆอายุเท่ากัน"
"งั้นก็เรียกผมแค่เทนก็พอนะ"
"อื้อ"
"ไหนๆก็เจอกันแล้วไปนั่งกินอะไรด้วยกันไหมครับ" เทพินชวนตามมารยาทเขาคิดว่าฟอร์มคงไม่มาเพราะอีกฝ่ายดูเป็คนโลกส่วนตัวสูง
"อื้ม"แต่อีกฝ่ายดันพยักหน้ารับอย่างผิดคาดซะงั้น
พอไปนั่งที่และกำลังจะสั่งอาหาร เทพินก็รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังเร่งเท้าเดินมาทางเขาเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นเป็ผู้หญิงหน้าตาคุ้นๆ อีกเช่นกันไกราสาวที่เจอกันในโรงแรมวันนั้น
"สวัสดีจ้าเทพิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"คำทักทายที่เอ่ยราวกับสนิทสนมกันเป็อย่างดีทำให้มุมปากของเทพินกระตุกเล็กน้อยแต่เขาก็ยังเก็บสีหน้าตัวเองได้ยิ้มทักทายอีกฝ่ายด้วยใบหน้าสดใสร่าเริง
"สวัสดีครับคุณลุกซ์ ไม่ได้พบกันนานนะครับ"
"คุณเคินอะไรกัน คนกันเองเรียกลุกซ์เฉยๆ ก็พอเห็นอย่างนี้ฉันก็เป็สาวใสวัยสิบแปดเองนะจ๊ะ"
"งั้นขอเรียกพี่แล้วกันครับ ผมเพิ่งสิบเจ็ด..."
"หา? สิบเจ็ดแล้วเหรอ ตอนแรกนึกว่าสิบห้าซะอีกเตี้ยกว่ามาตรฐานนะเรา"
"พรืด ฮ่าๆ!!"เคไนน์หัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจเมื่อมีคนวิจารณ์ความสูงของเทพินซึ่งเตี้ยกว่ามาตรฐานจริงๆใบหน้าของเด็กหนุ่มงอง้ำลงก่อนจะสับสันมือใส่กลางกบาลจิ้งจอกอสูร
"ไม่ตลกเคไนน์"
"ไม่ตลกก็ไม่เห็นต้องสับสันมือลงมาเลย เ้าคิดว่าตัวเองมือเบานักหรือไง"
"ฮึ!"เทพินยิ้มเยาะแวบหนึ่งก่อนจะหันไปทาง "เชิญนั่งครับพี่ลุกซ์แล้วนี่มาคนเดียวเหรอครับหรือว่ายังไง"
ลุกซ์นั่งลงข้างๆ ฟอร์มแล้วยิ้มตอบ "พี่มาคนเดียวคนในบ้านก็กินอะไรกันไปแล้ว แล้วนี่... ทำไมคุณชายรองของตระกูลไตรวิธูถึงมานั่งอยู่นี่ได้ล่ะ"
"หิว" ฟอร์มตอบสั้นๆ โดยไม่มองหน้าลุกซ์เลย
"อ้อ ก็เลยมาหาอะไรกินสินะ"เด็กสาวพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันมามองเทพินตาเป็ประกายที่ชวนให้เย็นสันหลังแปลกๆ"แต่เหมือนพรหมลิขิตเลยนะที่มาเจอนายที่นี่เทพิน ทั้งที่หาตัวมาตลอดเดือนแท้ๆบทจะเจอกันก็ง่ายจริงๆ"
"แหะๆ ลงทุนหาผมขนาดเลยหรือครับ"
"แน่นอน กับผู้มีพระคุณที่ช่วยไว้น่ะยังไงก็ต้องหาตัวให้เจอเพื่อตอบแทนอยู่แล้วล่ะ"
"เธอก็ด้วย?" เด็กหนุ่มตาสีดำหันมองลุกซ์ท่าทางจากเงียบๆ เริ่มเป็มิตรขึ้นมาเล็กน้อย เด็กสาวหันมามองตาปริบๆ ก่อนจะชี้หน้าเขา
"นายก็ด้วย?" ฟอร์มพยักหน้ายืนยัน
แล้วทั้งคู่ก็จับมือกันเหมือนสื่อถึงมิตรภาพอันแปลกประหลาดที่เทพินและเคไนน์ไม่เข้าใจและไอ้คำว่า 'ก็ด้วย' ของพวกเขานี่มันหมายถึงอะไรกันแน่
ทั้งฟอร์มและลุกซ์นั้นต่างใช้เส้นสายมากมายเพื่อตามหาตัวของเทพินแต่ผลปรากฏว่าไม่ว่าจะเสาะหาเบาะแสยังไงพวกเขาก็ไม่พบตัวของอีกฝ่ายเลยสักนิดขนาดใช้เครือข่ายของสมาคมแล้วก็ยังไม่อาจหาที่อยู่ของอีกฝ่ายได้ราวกับมีอำนาจที่มองไม่เห็นปกปิดไว้
แต่ใครจะคิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นที่บอกว่าตัวเองไม่ได้เป็ไกราจะเป็คนจากเมืองชั้นในการที่พวกเขาวิ่งวุ่นหาคนจากเมืองชั้นนอกนั้นดูไร้ความหมายและไร้สาระสุดๆ ไปเลย
มีสิ่งที่ฟอร์มกับลุกซ์ไม่รู้ก็คือตัวตนของเทพินเป็ความลับที่ตระกูลภาคีพิทักษ์ปกปิดและมีคนจากวิหารเทพร่วมด้วยต่อให้ไปตระเวรตามพื้นที่ก็ยากที่จะเจอ
"มาๆ ไหนๆก็เจอกันแล้วเราสั่งอาหารฉลองหน่อยดีกว่าเนอะ" ลุกซ์ยิ้มหวาน "มื้อนี้พี่เลี้ยงเองจัดการได้เต็มที่เลยจ้า~"
"งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ ขอบคุณ"
"ไม่ต้องขอบคุณๆ ตอนนี้ถือว่าเป็เพื่อนกันคำขอบคุณกับคำว่าเกรงใจเนี่ยไม่จำเป็หรอกนะ!"
"..."สองหนุ่มมองเด็กสาวตาปริบๆ
คุณเธอช่างใจกว้างเหลือเกิน… แต่เกินไปแปลกๆ
"ฉันด้วย?" ฟอร์มชี้หน้าตัวเองเป็เชิงถามจะเลี้ยงเขาด้วยหรือ ถึงเขาจะเป็คนไม่เกรงใจ แต่ไม่นึกว่าเด็กสาวจากตระกูลผู้ได้รับพรจากเทพีสุริยาจะใจกว้างเผื่อแผ่มาถึงตระกูลที่เป็อริกันด้วย
ภายในเมืองชั้นในของอินฟลัวตระกูลไตรวิธูและตระกูลอาคิราภ์นั้นไม่ถูกกันด้วยเหตุบางอย่างแม้จะเป็ผู้ได้รับพรจากเทพที่อยู่เคียงคู่กันแต่ไกราของเทพทั้งสองก็ไม่ได้สามัคคีกัน
"นายก็เป็เพื่อนของเทพินไม่ใช่เหรอ ก็ถือว่าเป็เพื่อนฉันด้วยแล้วกัน"ลุกซ์ยิ้มตอบไปอย่างซื่อๆ "อีกอย่างฉันมันคนไม่คิดมากเื่ของตระกูลก็ไม่ได้แคร์ขนาดนั้น แถมเรายังร่วมชะตาเหมือนกันนิดหน่อยอีกเป็เพื่อนกันได้ไม่รู้สึกว่าเสียหายอะไรนี่นะ"
"ใจกว้างสุดๆ" เคไนน์อ้าปากค้างอยากจะปรบมือให้กับความใจกว้างไม่แบ่งแยกของอีกฝ่ายจริงๆเทพินหัวเราะขำในลำคอแล้วส่ายหน้า
"น่าจะเรียกว่าไม่คิดอะไรมากกว่า"
ทั้งสี่คนกินอาหารกันอย่างครึกครื้นโดยมีลุกซ์เป็แกนนำในการหาเื่พูดคุย เธอเป็คนช่างพูดช่างคุยและร่าเริงสดใสขนาดที่เทพินยังต้องยอมให้เด็กหนุ่มที่เป็คนสดใสแค่เปลือกไม่มีทางเทียบชั้นกับคนสดใสจากเนื้อในได้จริงๆ
หลังจากกินเสร็จก็เดินกลับเข้ามาภายในวิหารการเดินเข้ามาพร้อมกันทั้งสามคนและจิ้งจอกอสูรหนึ่งตนนั้นช่างดูเด่นสะดุดตาเป็พิเศษสองในสามนั้นเป็คนดังในแวดวงไกราแต่เด็กหนุ่มอีกคนนั้นเป็คนแปลกหน้าที่หลายคนสงสัยในตัวตนมากที่สุด
"ว่าแต่เทพินเป็คนของตระกูลไหนในเมืองเหรอ"
"ภาคีพิทักษ์ครับ"
"เห๊ะ?" สองคนจากตระกูลใหญ่หันขวับไปมองอย่างใ
"ชื่อของผมก็เทพิน ภาคีพิทักษ์ ทายาทสายตรงน้องชายของอริชาว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปน่ะ" เทพินบอกพลางยิ้มหวานการได้เห็นสีหน้าเหวอๆ ของคนหน้าตาดีแบบนี้ก็ได้อรรถรสแปลกใหม่ดี
"เอ่อ... เดี๋ยวนะ... คนของตระกูลใหญ่เหมือนกัน!?"
"ใช่ครับ ความจริงก็อยากปิดบังอยู่หรอก แต่พามาเปิดตัวขนาดนี้แล้วผมหนีก็คงยาก" เด็กหนุ่มตาสีม่วงไหวไหล่ในเมื่อสถานการณ์มันดึงให้กลับไปอยู่อย่างสงบได้ยากก็ได้แต่ยอมรับความจริงไปและคอยกลบเกลื่อนเอาแล้วกัน
"ถ้าเป็คนของภาคีพิทักษ์ก็ต้องเป็ไกรา… แต่นายทำงานเป็นักเก็บกวาดพลังของไกราก็ไม่มี… เอ่อ ก็ไม่ได้จะว่างั้นงี้นะลูกเลี้ยงหรือเปล่า?" ลุกซ์พูดตามที่คิดไม่มีความเกรงอกเกรงใจเลย เทพินยิ้มมีเลศนัยอย่างคนอยากแกล้ง
"สายเืแท้ครับ ก็แค่นอกคอกนิดหน่อย เื่นี้เป็ความลับของตระกูลนะยังไงเห็นแก่ความเป็เพื่อนก็อย่าเอาไปบอกใครล่ะครับ"
"ไว้ใจได้เลย!" ลุกซ์ตอบอย่างมั่นใจฟอร์มเองก็พยักหน้ารับหนักแน่น
"ว่าแต่พักอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลตลอดเหรอ ไม่ได้เรียน?"
"พักและเรียนอยู่ที่เมืองชั้นนอก เขตที่สี่สิบสอง"
"ไกล..." ฟอร์มพึมพำหลังจากลองคำนวณระยะทางดูคร่าวๆนี่มันห่างจากตัวเมืองชั้นนอกไปอีกราวๆ ห้าหกร้อยกิโลเมตรเลยนะ
"ก็อยากอยู่อย่างสงบโดยไม่มีใครมากวนน่ะ"
"อ้อ" สองหนุ่มสาวตระกูลใหญ่พยักหน้า
"งั้นผมขอตัวก่อนแล้วกันนะ ดูเหมือนว่าเด็กๆที่ตระกูลผมพามาจะเข้าพิธีกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราคงกลับเลย..."เทพินชะงักไปเมื่ออยู่ๆ จิ้งจอกอสูรบนไหล่ก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้วเปลี่ยนร่างเป็ร่างกึ่งมนุษย์ดวงตาสีทองมองไปทิศทางหนึ่งด้วยความตื่นตระหนัก
"เทน ััพลังนั่น...!!"
ตูม!
เสียงะเิดังขึ้นในวินาทีถัดมา ไม่ต้องเสียเวลาคิดเด็กหนุ่มตาสีม่วงก็รีบพุ่งออกไปทันทีความเร็วในการเคลื่อนไหวเกินกว่าที่ใครจะตามได้ทันแม้แต่จิ้งจอกอสูรที่เป็คนส่งเสียงเตือนยังไม่เร็วขนาดนั้น
พริบตาเดียวเด็กหนุ่มก็มาถึงจุดะเิแล้ววิหารเทพไม่ได้รับความเสียหายเพราะไกราสายพยากรณ์ออกมาร่ายเวทป้องกันไว้ได้ทันแต่กับไกราคนอื่นและเด็กเล็กที่เพิ่งเป็ไกราใหม่ๆนั้นกลับได้รับาเ็เป็จำนวนมาก เทพินกวาดตามองหาคนอย่างร้อนรนไปเจอเข้ากับหญิงสาวที่พยุงร่างชายชราขึ้นมา และเด็กๆและคนในตระกูลไม่ได้รับาเ็อะไร เขารีบเดินเข้าไปหาโดยไม่สนใจคนอื่นว่าจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง
"พี่ชา เป็ยังไงบ้างครับพี่าเ็ตรงไหนไหม" มาถึงก็ยิงคำถามใส่รัวๆทั้งยังกวาดตาสำรวจอีกฝ่ายไปด้วย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้าเ็ก็ถอนหายใจเบาๆ
"พี่ไม่เป็ไร กางม่านพลังทันเลยปกป้องทุกคนได้แต่ว่าแรงะเิเมื่อครู่รุนแรงมาก ครั้งเดียวก็ทำลายม่านพลังได้แล้ว"อริชาสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างหนาวเหน็บกับพลังรุนแรงกะทันหันนั่น"แล้วเทนล่ะเป็ยังไงบ้าง ไม่ได้รับาเ็อะไรนะ"
"ผมไม่เป็อะไรออกไปนอกเขตวิหารเลยไม่อยู่ในรัศมีะเิ"
"ดีแล้ว ถ้านายเป็อะไรไปพี่คงเสียใจ..."
"พี่ควรห่วงตัวเองก่อน" เทพินขมวดคิ้วหันไปมองสถานการณ์รอบข้างััของพลังของเขาไม่ผิดพลาด สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ รูปแบบพลังไม่ปกติไม่ควรรั้งอยู่นาน "พี่กับท่านปู่รีบพาคนของเราออกไปที่นี่กำลังเกิดเื่..."
"งั้นรีบไปกันเถอะ"นิกรที่ปรับการหายใจกลับมาปกติแล้วหลังจากใช้พลังป้องกันแรงะเิชายชราเองก็คิดว่าสถานการณ์ไม่ไว้วางใจเช่นกัน ยังดีที่หลานๆของเขาทำพิธีเสร็จแล้ว
"พวกท่านปู่ไปเถอะ ผมยังต้องอยู่ต่อ"เทพินบอกแล้วหมุนตัวกลับ
"อยู่ทำไม มันอันตราย!"อริชาขึ้นเสียงอย่างไม่เห็นด้วย
"เพราะไม่แน่สถานการณ์นี้ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ"
"เทน เ้ามาเร็วไปแล้ว"จิ้งจอกอสูรที่ตามมาที่หลังมองค้อนก่อนจะกวาดตามองคนในครอบครัวของเทพินอย่างเคร่งเครียด"พวกเขาไม่เป็อะไรนะ"
"ไม่าเ็ ไม่มีคนตาย"
"ดีแล้ว"
"แล้วเื่พลังนั่นล่ะเคไนน์"
"ไม่ผิดแน่ พลังเปื้อนมลทินนี่เกิดจากการะเิพลังของไกราที่ได้รับพลังเทพเปื้อนมลทินไม่รู้ว่าเป็เด็กหรือผู้ใหญ่กันแน่นะ"
"เป็ผู้ใหญ่แน่นอนเด็กไม่มีทางรับพลังนั้นได้หรอก และไม่ะเิพลังด้วยมีแต่จะตายไปก่อนมากกว่า...แล้วฟอร์มกับลุกซ์ล่ะ"
"พวกเขากลับไปหาคนในครอบครัวแล้วล่ะ"
"อืม แล้วอาการของพวกเขาเป็ยังไง"
"ไม่มีอะไรผิดปกติ" เคไนน์ส่ายหน้าไปมาขณะครุ่นคิด"แล้วพลังก็ไม่ได้มาจากพวกเขา เป็พลังส่วนอื่น"
"งั้นเหรอ"
"ไปหาพลังส่วนนั้นกันเถอะ"จิ้งจอกอสูรชวนท่าทางพร้อมจะไปยิ่งกว่าเทพินเสียอีกเด็กหนุ่มปรายตามองจิ้งจอกอสูรแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองทางญาติๆ ของเขาที่ยังอยู่
"พี่ชาไปเถอะเดี๋ยวสถานการณ์จะอันตรายกว่านี้แล้ว"
"แต่เทน..."
"ผมจะอยู่ สถานการณ์ตอนนี้ต้องมีผมกับเคไนน์ไม่อย่างนั้นมันจะอันตรายกว่านี้ พวกพี่ไปเถอะ"
"อย่างนายจะทำอะไรได้นายไม่ได้เป็ไกรานะเทน" อริชาเอ่ยอย่างเป็ห่วง ชายชราพยักหน้าสนับสนุนขนาดไกราโดนะเิแค่ครั้งเดียวยังเจ็บหนัก เทพินไม่ใช่แม้แต่ไกราจะไปสู้ได้ยังไง
"ผมทำได้ก็แล้วกัน... คิดว่านะ?"
"เทน ระวัง!"เคไนน์ร้องเตือนเมื่อมีพลังพุ่งมาทางเขา เด็กหนุ่มตาสีม่วงขยับเพียงแค่มือเท่านั้นสะบัดครั้งเดียวพลังที่พุ่งมาก็แตกสลายเป็ละอองไปแบบไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งรอบกายเลยสักนิด
"..."คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างอ้าปากค้างมองเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าเหวอไม่ต่างกันเขามองมือตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมองเคไนน์ที่มุมปากกระตุกไม่หยุด
"ควบคุมพลังไม่ได้สินะ?"
"เมื่อกี้ตั้งใจควบคุมแล้วนะ แต่... เอ่อ..."
"ข้าเข้าใจ" จิ้งจอกอสูรตบบ่าอีกฝ่าย"ครั้งนี้ได้ผลดีเกินไปจนข้าหวั่นใจพิกล ะเิตูมตามยังอึ้งไม่เท่านี้เลยเพราะงั้นไม่ต้องตั้งใจแล้วล่ะ"
เทพินตีมือเขาดังเพี๊ยะว่าเสียงเข้ม "ไม่ตลก"
"ข้าพูดจริงพลังหมดจดเกินไปคนจะกลัวเ้าเอานะ"
"ช่างมัน ตอนนี้สนใจเ้าของพลังก่อนดีกว่า ดูท่าว่าอีกฝ่ายเองก็อึ้งไม่น้อยและหมายหัวฉันไว้แล้วด้วยงานเสี่ยงชีวิตนี้ดูไม่คุ้มเลย"
"รู้ว่าเสี่ยงแล้วจะเข้ามาร่วมทำไม"
"ก็ผมเป็คนรักษาคำพูด" เทพินตอบหน้าตาย "ก็เคยบอกไว้แล้วนี่ว่าจะช่วยเพราะงั้นไม่ปล่อยให้นายสู้คนเดียวหรอก... แล้วก็หุบยิ้มด้วย ไม่ต้องมาประจบ ผมไม่ใช่คนใจง่าย"
"ข้ารู้ๆ เ้าก็แค่คนใจอ่อนเท่านั้นแหละ"
"..." บางทีเขาก็เกลียดคนรู้ทัน
"เทน นี่นาย… มีพลังขนาดนี้เลยเหรอ" อริชามองเทพินอย่างไม่อย่างเชื่อสายตาน้องชายของเธอที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ปีมีพลังขนาดที่ไกราอัจฉริยะอย่างเธอยังเทียบไม่ได้นี่ไปฝึกพลังมายังไงกันแน่
"ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจลักษณะพลังนักหรอกครับ พอดีพลังผมไม่เสถียร"เทพินยิ้มอย่างจนใจ ต้องรออีกเป็ปีกว่าพลังของเขาจะจะเข้ารูปเข้ารอยและรู้ว่าพลังของ ‘เจตอารักษ์’ นี่มันเป็อย่างไรกันแน่ซึ่งเขามั่นใจมากว่าพลังมันคงไม่น้อยไปกว่าที่ใช้เมื่อครู่หรอก "ยังไงก็แล้วแต่ พวกพี่รีบไปเถอะ ทางนี้ผมจะทำอะไรบางอย่างเองแล้วก็ไม่ต้องรั้นที่จะอยู่ต่อด้วย หน้าที่ของพี่คือปกป้องคนในครอบครัวเป็ว่าที่ผู้นำนะ"
ได้ยินเทพินเอ่ยดักคอขนาดนี้อริชาก็เถียงไม่ออกได้แต่จำใจพาคนของเธอออกไปจากพื้นที่เพื่อไม่ให้เกะกะเด็กหนุ่มที่ดูจะแข็งแกร่งเกินจินตนาการของเธอแต่กระนั้นก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี
"ห้ามตายนะน้องชาย"
"แน่นอนครับ" เทพินเอียงคอมองแล้วยิ้มกว้างอริชาก็เหมือนจะพอใจในคำตอบ เธอยิ้มกว้างตอบแล้วเดินรั้งท้ายออกไปเทพินไม่หันไปมองพวกเขาอีกแล้วมาเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่ยอมเคลื่อนไหวคล้ายกลับกำลังเฝ้าระวังและวิเคราะห์ตัวตนของเขาอยู่ซึ่งนั้นถือเป็เื่ดีที่ทำให้เด็กหนุ่มยังพอสบายใจขึ้นได้
"เทน ข้าว่าเราควรพาศัตรูออกไปจากพื้นที่เพื่อให้ไกราคนอื่นปลอดภัย"เคไนน์กล่าวขณะมองไกราที่าเ็จนเคลื่อนไหวไม่ได้ และมีไกราบางส่วนยืนคุมพื้นที่ไว้ไม่ได้รู้สึกถึงตัวตนของศัตรูเลยว่าอยู่ใกล้แค่ไหน
"คงยาก ถ้าเกิดเราทำให้รู้ว่าใครเป็คนร้าย พวกไกราต้องพุ่งไปรุมแน่อย่างนี้เป็หายนะ" เทพินทำท่าครุ่นคิด "บางทีอาจจะต้องลงแรงหน่อยเพื่อดูจุดประสงค์ของอีกฝ่ายถึงจะสามารถล่อไปได้…แต่จะทำยังไงดีนะ มันระแวงผมขนาดนี้คงเข้าใกล้ไม่ได้"
"เทพิน!" ลุกซ์เข้ามาหาเทพินขณะเรียกชื่อเขาร่างบางสวยสมสวรก้าวยาวๆ เพียงไม่กี่ครั้งก็มาถึงตัวเขาได้อย่างรวดเร็ว "ที่นี่อันตราย รีบออกไปจากที่นี่เถอะ"
"ข้าว่าที่อันตรายที่สุดในนี้คือเทนมากกว่านะ" เคไนน์แย้ง
"ทำไมล่ะ?" ลุกซ์เป็คนเดียวที่ไม่เคยเห็นพลังต่อสู้ของเทพินแบบเต็มๆตาแม้จะได้ฟังจากเคไนน์มาบ้างแต่ก็ไม่ได้เชื่อว่าคนที่ไม่ได้เป็ไกราจะเก่งอะไรขนาดนั้น
"หึๆ เทน ให้ลุกซ์ช่วยเ้าด้วยดีไหมดูเหมือนทางนั้นเองก็หมายหัวนางไว้เช่นกัน และอีกคนก็เดินมานั่นแล้ว มีแต่คนไม่ธรรมดาทั้งนั้น"จิ้งจอกอสูรมองไปทางฟอร์มที่เดินมารวมกลับพวกเขาเช่นกันเสริมสร้างความเป็จุดเด่นอีกมากมายนัก
"นายก็เด่นไม่แพ้กัน" ฟอร์มที่เพิ่งมาถึงว่าเสียงเข้ม
เด็กหนุ่มสาวสามคนที่มีพลังสูงและจิ้งจอกอสูรชั้นสูงในร่างมนุษย์การรวมกลุ่มเช่นนี้ย่อมเป็ที่จับตามอง ไม่ว่าจะพวกเดียวกันหรือศัตรู
"ไม่อยากจะเด่นเลยจริงๆ" เทพินอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับ"แล้วนี่รู้ตัวคนลงมือหรือยังครับ"
"ไม่รู้" ลุกซ์ตอบ
"รู้" คำตอบของฟอร์มทำให้ทั้งหมดหันขวับ
"รู้เหมือนกัน?" เด็กหนุ่มตาสีดำเอียงคอมองเทพินแล้วย่นคิ้วเล็กน้อยเทพินเลยพูดต่อโดยไม่รอให้ใครถาม "งั้นน่าจะคนเดียวกันไกราสายต่อสู้ สาขาเวทธาตุไฟ ตรงนั้น!"
ตูม!
ะเิที่สองตามมาติดๆอยู่ในระยะประชิดขนาดที่ทำให้คนทั้งสี่าเ็ได้แต่พวกเขาไม่ได้าเ็เพราะะเิของศัตรู แต่เป็ของพวกเดียวกันต่างหาก!
"เทพิน นายใช้เวทะเิทำไม!!" ลุกซ์ไอแค่กๆขณะลุกขึ้นนั่ง ถึงจะไม่ได้าเ็จนได้เืแต่ก็ล้มกลิ้งไปเหมือนกัน ฟอร์มที่ทรงตัวได้ดีที่สุดหันไปมองค้อนใส่เทพินที่ยืนเกาหัวส่งยิ้มแห้งแล้งมาให้
"ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษทีนะ ผมคุมเวทไม่ได้..."
"นี่สินะที่ว่าอันตรายที่สุด" เด็กสาวหันไปทางจิ้งจอกอสูรที่กำลังปัดหางที่เต็มไปด้วยเขม่าควันเขาหันมายิ้มแห้งๆ แล้วพยักหน้ารัวเร็ว
"นั่นแหละ พลังของเทนไม่เสถียรอาจมีตูมตามใส่พวกเดียวกันบ้างอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ยิ่ง่นี้ไม่เสถียรอย่างมากเพราะงั้นระวังตัวเองให้รอดไว้ก่อนเป็ดี"
"กลัว..." ฟอร์มตัวสั่นสะท้านนี่มันตัวทำะเิชัดๆ
หลังจากจิกตามองใส่คนพลังไม่เสถียรควบคุมไม่ได้ไปคนละทีแล้วพวกเขาก็หันไปมองทาศัตรูชายหนุ่มร่างสูงผอมผู้สวมเสื้อชนชั้นสูงเต็มยศและติดตราตระกูลใหญ่หนึ่งในห้าตระกูลชั้นนำของอินฟลัว แค่เห็นเทพินก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"งานหยาบแล้วไหมล่ะ"