จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่3 เซียนอมตะ

    อากาศภายในโถงถ้ำแผ่ไอสวรรค์บริสุทธิ์ออกมาอย่างหนาแน่น แม้เด็กน้อยไม่ใช่ผู้เดินบนเส้นทางแห่งผู้ฝึกตนก็ตามยังสามารถสัมผัมได้ถึงไอสวรรค์ที่รุนแรงมากกว่าภายนอกหลายเท่าตัวนัก
    “ซูดดด ฮ่าาา!! รู้สึกดีอะไรเช่นนี้ เหมือนกับบาดแผล ความเหนื่อยล้าได้ถูกบรรเทาลงและถูกรักษาอย่างช้าๆ ” หลงน้อยมาปรากฏตัว ณ สถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง ในแววตาของเด็กน้อยไม่ปรากฏความเสียใจแม้แต่น้อยตรงกันข้ามกลับแสดงท่าทีดีใจออกมาเพราะในที่สุดก็หลุดจากวงจรทาศ และหลุดรอดจากกระแสน้ำอันเชี่ยวกราด ซึ่งมีโอกาศรอดมีไม่ถึงสามในสิบส่วนด้วยซ้ำไป
    หลงน้อยรู้สึกสมองปลอดโปร่งแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
    “คงต้องออกสำรวจถ้ำก่อนสิน่ะ”
    แม้จะอายุเพียงแค่ 11ปี ก็ยังคงมีความระมัดระวังต่อสถานที่อันแสนวิเศษแห่งนี้ สิ่งของมีค่าย่อมมีบางสิ่งอันตรายแอบซ่อนอยู่
    อาจจะมีตัวตนระดับสูงอยู่ด้านในนั้น ไม่ว่าจะผู้ฝึกตน สัตว์อสูร ปีศาจ อาจมีความเป็นไปได้สูงมากทีเดียว
    บัดนี้เด็กน้อยไม่มีตัวเลือกมากนัก บ่อน้ำหน้าปากถ้ำนั้นดำมืดมิดไร้แสงสี ไม่อาจร่วงรู้ได้เลยว่าทางออกนั้นลึกมากเพียงใด
    แน่นอนว่าเส่นทางข้างหน้าคือเส้นทางที่เขาเลือกเดิน เขาอาจจะพานพบโชควาสนาก็เป็นได้
    หลงน้อยค่อยๆเคลื่อนร่างตรงเข้าไปในตัวถ้ำด้วยท่าทีตื่นเต้น
    เส้นทางการเดินภายในถ้ำมีแสงสีฟ้าสว่างไหวได้คอยนำทาง หินบนเพดานถ้ำต่างหยดย้อยราวหยดน้ำที่แข็งตัว ยิ่งลึกเข้าไปในถ้ำยิ่งหดตัวแคบลงเรื่อยๆ
    จิตใจหลงน้อยซึบซาบความสงบเงียบและความเบาสบาย ไม่อาจอธิบายได้ เป็นบางสิ่งบางอย่างที่สามารถสัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณ มันได้แทรกทรึมไปทั่วทั้งอณูของจิตวิญญาณ
    ลึงเข้าไปในถ้ำเป็นแหล่งที่มาของสัมผัสอันบริสุทธิ์นี้
    “สิ่งใดกันสามารถปลดปล่อยสัมผัสที่รุงแรงเช่นนี้”
    เด็กน้อยเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะพลังงานที่สัมผัสได้นั้นเป็นไปในรูปแบบพลังงานด้านบวก
    แต่หลงน้อยกลับไม่ปล่อยให้ความรอบคอบหย่อนลง ยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังทุกย่างก้าว
    หลายชั่วโมงผ่านไป
    แฮ่กๆ แฮ่กๆ
    เสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
    “ข้าเดินเท้ามาก็หลายลี้ นอกจากเส้นทางที่ไร้สิ้นสุด ก็ยังไม่พบเจอสิ่งใด” หลงน้อยบ่นเล็กน้อย
    โชคดีระหว่างทางนั้นมีน้ำสะอาดจากหินย้อย ให้พอดับกระหายคลายเหนื่อยได้บ้าง หากไม่แล้วคงตกตายเพราะความหิวโหยเป็นแน่แท้ นอกจากนั้นเสียงทำนองของหยดน้ำที่กระทบพื้นถ้ำนั้นเป็นเพื่อนคลายเหงาได้เป็นอย่างดี
    เส้นทางที่แคบลงจนเริ่มมีอุปสรรคมากยิ่งขึ้น การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างล่าช้า ต้องคอยหลบหลีก มุดรอดผ่านหินผาตามเส้นทางอันคดเคี้ยวแต่ยังคงมุ่งหน้าต่อไป เพราะยิ่งลึกเท่าใดสัมผัสที่ได้รับยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น เป้าหมายได้กระตุ้นความอยากรู้ของเด็กน้อยให้มุ่งเดินหน้าต่อไป
    จิตใจยังคงความอดทนอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคแม้ร่างกายจะไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ก็ตามที
    ในที่สุดก็พบเจอบางสิ่ง
    แสงสว่างกลุ่มก้อนหนึ่งได้ปรากฏขึ้นปลายเส้นทางของถ้ำ ในความคิดของเขาไม่น่าจะเป็นทางออกสู่โลกภายนอก บรรยากาศที่ได้รับ มันบริสุทธิ์จนไม่อาจมาเปรียบเทียบกันได้จากโลกภายนอก
    ไม่นานเด็กน้อย ก็มายืนประตูหน้าทางเข้า ซึ่งปรากฏเป็นปากถ้ำสูงราวๆสองเมตร
    ภาพภายในห้องได้ปรากฏต่อหน้าหลงน้อยแล้ว
    เป็นห้องขนาดกว้างรายร้อมไปด้วย ดอกไม้ สมุนไพรหลากชนิดผลิใบดอกอันสวยงาม จุดศูนย์กลางห้องได้มีต้นไม้ใหญ่สูงตง่านกิ่งใบแผ่ขยายครอบครุมทั่วทั้งเพดานห้อง ใต้กิ่งก้านปรากฏผลไม้สีชมพูขนาดเท่าผ่ามือหลายร้อยหลายพันลูก กลิ่มหอมอ่อนๆจากผลไม้ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณและส่องแสงสีชมพูเป็นประกายออกมา
    ที่สำคัญใต้ร่มไม้ใหญ่ปรากฏร่างชายชราเสื้อผ้าอาภรณ์ ผมและหนวดสีขาวยาวจนไปถึงทรวงอก หลับตานั้งตัวค้อมเล็กน้อยอยู่บนก้อนหิน ดูราวกับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
    หลงน้อยมีท่าทีลังเลชั่วขณะ ว่าควรทำเช่นไรดี หากเอ่ยบางอย่างขึ้น อาจทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบนี้
    ‘ผู้อาวุโสไม่มีปฎิกิริยาใดๆเลย หรือควรนั้งรอเงียบๆดี’ เป็นไปไม่ได้ที่ผู้อาวุโสจะไม่สามารถสัมผัมได้ถึงตัวตนของเขา
    หลงน้อยจึงได้ตัดสินใจนั้งรออย่างนอบน้อม
    ชั่วระยะเวลานึงผ่านไป
    หลงน้อยได้สังเหตุเห็นตัวอักษรบางอย่างบนก้อนหินที่ผู้อาวุโสนั้งอยู่
    ‘เซียน’ ตัวอักษรแกะสลักได้ปรากฏขึ้นผ่านม่านตาเด็กน้อย
    ‘อันใดกัน….บัดซบ! ข้าอ่านไม่ออก’ อารมณ์เกลียดชังต่อตระกูลไป๋ได้ปะทุขึ้นอีกระรอก แม้แต่อ่านเขียนก็ไม่มีโอกาสได้รับ
    ด้วยความโกรธที่เข้าครอบงำจิตใจหลงน้อยไม่อาจทนอย่างสงบได้อีกต่อไป พร้อมกับเอ่ยบางอย่างขึ้น
    “คาราวะท่านปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยมีนามว่า หลง ปรารถนาฝากตัวเป็นศิษย์ท่าน” เสียงเด็กน้อยกล่าวด้วยความหนักแน่น พร้อมกับคุกเข่าคาราวะจนหัวแนบติดพื้น
    ‘………’ ไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด
    ‘หรือผู้อาวุโสคิดจะลองใจเรา’ เด็กน้อยครุ่นคิดไม่ตก
    2 ชั่วยามได้ผ่านไป
    เม็ดเงื่อได้ผุดขึ้นเต็มใบหน้า ด้วยการนั้งไม่ขยับเขยื่อนแม้แต่น้อย ความอึดอัด ความเมื่อยล้าได้เข้าถาโถมเข้าใส่ แม้บรรยากาศภายในห้องถ้ำจะเย็นสบายก็ตามที
    ด้วยความอดทนที่ได้หมดลง หลงน้อยได้คลานเข้าไปไกล้ๆ และจ้องมองมองใบหน้าชายชราอย่างใกล้ชิด หวังว่าชายชราจะประสบกับความอึดอัดไม่มากก็น้อย
    เอ่ะ! สังเกตุเหตุสิ่งผิดปกติบางอย่าง
    “หรือว่า….ชายชราตกตายไปนานแล้ว” สภาพที่เห็น ร่างกายนั้นสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เนื้อตัวผ่องใสราวคนเป็น แม้เป็นเช่นนั้นก็สามารถแยกแยะได้ ช่วงตา จมูก ปาก มีบางสิ่งเกาะกันจนเป็นก้อนๆ ราวกับผ่านการเวลามาอย่างช้านาน
    “บัดซบ! ข้าเสียเวลาอย่างมากเพราะความโง่งมโดยแท้” อีกใจนึงก็รู้สึกโล่งใจที่มีแต่เขาผู้เดียวในสถานที่นี้
    ชายชราผู้นี้ต้องเป็นฝู้ฝึกตนระดับสูงแน่น่อน แม้ตกตายไปนานแล้วทว่าร่างกายกลับไม่แตกสลายตามธรรมชาติที่ควรเป็น
    ต้องมีสมบัติล้ำค่า คัมภีร์ยุทธระดับสูงเป็นแน่!!