ฮูมๆๆร่างกายของคมในเวลานี้ถูกห่อหุ้มไปด้วยเพลิงสีแดงเข้ม ไอร้อนที่ระเหยออกมา เมื่อสัมผัสโดนสิ่งใด ทำให้สิ่งเหล่านั้นต่างพลันละลายและสลายหายไปกับตา
"ร้อนชิบ"
เขาสบถออกมาด้วยความจริงใจ เมื่อไอระเหยพลันย่างกายเข้าใกล้ ส่งผลให้ความร้อนเริ่มแผดเผาผิวและเสื้อผ้าของเขา
ฟี่ๆฟูๆร่างกายที่ค่อยๆโดดแผดเผากับค่อยๆสมานตัวเรื่อยๆ พลัดกันไปมาอย่างน่าตื่นตา ด้วยอัตราฟื้นฟูที่มากถึง 250% การเผาไหม้ของเปลวไฟเพียงเท่านี้ไม่อาจส่งผลร้ายแรงต่อเขาได้แม้แต่น้อย
ถึงจะรู้สึกร้อนลวกและคันๆแสบๆบ้าง ทว่ามันก็เป็นเพียงชั่วพริบตาเดียวที่ความรู้สึกเหล่านั้นคงอยู่
"คิดว่ากูจะยอมให้มึงฆ่าหรือ"ตูมฟูมคมตวาดใส่เขา พร้อมพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วที่มากขึ้น เบื้องหลังติดตามมาด้วยเปลวไฟที่ล่องลอยมาไม่ต่างจากเชื้อเพลิงเผาผลาญ
ฟุบฟ้าวๆๆความเร็วของคมนั้นมากกว่าเขาถึง 2 เท่า ทำให้การโจมตีของคมเข้าถึงระยะก่อนที่เขาจะทันหลบหนี
ทว่าด้วยสัมผัสรับรู้และประสาทสัมผัสที่เฉียบคม จึงทำให้เขาตอบสนองทันต่อการโจมตีที่รวดเร็วของคมได้บ้าง
ชิ"เร็วและร้อนแรง"
ตูมๆ"งั้นเจอกัน"
แม้ครั้งแรกคมจะโจมตีพลาดทว่ากลับไม่หยุดชะงัก แต่ทะยานเข้าใส่อย่างถี่กระชั้น เขาที่มีตัดระยะจึงทำได้เพียงหลบหลีกก่อนการปะทะจะถึงเพียงเสี้ยวพริบตา
ความสามารถของคมที่แสดงออกมา เริ่มส่งผลอันตรายต่อเขามากขึ้นเมื่อ เวลาคมเข้าใกล้ความร้อนแรงที่แผดเผานั้นกลับเพิ่มขึ้นจนน่าหวาดกลัว
ฟูๆๆๆ
ผิวที่ขาวผ่องของเขาเริ่มมีรอยไหม้เกรียมขึ้นมาอย่างเด่นชัด ทั้งๆที่อัตราฟิื้นฟูน่าจะซ่อมแซมมันได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ปรากฏกลับทำให้เขาตระหนักได้ว่า
ทักษะขั้นที่ 2 นั้นน่ากลัวอย่างแท้จริง
ตูมฟุบ
พลังโจมตีที่รุนแรงของมันแม้แต่อัตราฟื้นฟูที่สูงของเขาก็ยังไม่อาจไล่ตามความเร็วในการเผาไหม้ของมันได้ทัน ยิ่งเขาโดนเปลวไฟเผาไหม้ในระยะใกล้ ยิ่งส่งผลให้ความรุนแรงของเปลวเพลิงทบทวี
ด้วยอันตรายที่คืบคลานเข้ามา ทำให้เขาตัดสินใจกระตุ้นความสามารถที่มีทันที
เปรี๊ยะๆๆๆ
กระแสไฟฟ้าพลันไหลพล่านไปทั่วสรรพางกายของเขา ชอนไช เคลื่อนผ่านอวัยะต่างๆ เสริมสร้างกำลังและกระตุ้นความสามารถเพื่อยกระดับไปอีกขั้น
ตูมเปรี้ยะๆๆๆ
ความสามารถทุกด้านถูกยกระดับขึ้น 3 เท่า อัตราฟื้นฟูที่กระโดดขึ้นมาถึง 300% ส่งผลให้บาดแผลไฟไหม้ที่เกิดขึ้นตามร่างกายของเขา ค่อยๆสมานตัวด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด วิ่งพล่านไปทั่วตามร่างกาย ไม่เพียงเท่านั้น ขณะที่เขาเคลื่อนไหว บังเกิดภาพพร่าเลือน ดั่งร่างอัสนี
ภายในดวงตาของเขา เกิดเส้นสายอัสนีเส้นเล็กๆวิ่งไปมา บางครั้งมีประกายสายฟ้าแล่นออกมานอกดวงตา มองดูน่าอัศจรรย์อย่างที่สุด
"สายฟ้า"
คมที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของเขา พลันตื่นตะลึง ประกายอัสนีที่ปรากฏให้เห็นออกมาเป็นรูปร่าง สัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างรุนแรงที่เหนือชั้นไม่ต่างจากเพลิงพิภพที่เขาปลดปล่อย
ความร้อนแรงและสายอัสนีที่สะบัดฟาดฟัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ เปลวเพลิงและสายฟ้าต่างปะทะกันกลางอากาศและพื้นดินอยู่บ่อยครั้ง
ชิ้ง
คมที่เหลือเวลาอีกน้อยนิด สถานะความสามารถที่มีจะหมดลง พลันตัดสินใจล้วงดาบสั้นเล่มเล็กออกมาจากภายในเสื้อ ความคมกริบของมีดสะท้อนแสงให้เห็นอย่างเด่นชัด
มีดสั้นเพลิงคราม อาวุธระดับกลาง เศษเสี้ยวแห่งเพลิงนภา หล่อหลอมและดัดแปลงให้แกร่งกล้าเป็นอาวุธที่สะบั้นกระทั่งฟ้าและทลายดินเพิ่มพละกำลัง 50 เท่าความเร็วเพิ่มขึ้น 70 เท่า ความสามารถเสริม เป้าหมายที่โดนโจมตีจะติดสถานะเปลวเพลิง ลดพละกำลังและความเร็ว 0.5 เท่า ทุกๆ 1 นาที***เวลาถือครอง หากอยู่ภายใต้เปลวไฟ จะไร้อันตรายและเพิ่มพละกำลังและความเร็วให้ผู้ใช้ 0.5 เท่า ทุกๆ 1 นาที
อาวุธระดับกลาง!
สีหน้าเขาพลันมืดครึมทันที เมื่อรู้ว่ามีดสั้นสีแดงคราม ที่คมหยิบออกมาคืออาวุธระดับกลาง ซึ่งระดับสูงกว่าหอกฟ้าครามของเขา 1 ขั้น
แถมออฟชั่นเสริมที่มากับอาวุธ ดูเหนือชั้นกว่าของเขาไปไกล ไม่ว่าจะพละกำลังและความเร็วที่เพิ่มขึ้นเมื่อใช้งาน หรือกระทั่งความสามารถเสริมที่ติดมา
เพียงแค่ต่างกัน 1 ขั้น คุณสมบัติของอาวุธกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ไอ้ห่าลากนี่
จะดวงดีไปมั้ย
ชิ้งๆเปรี๊ยะๆๆๆย๊ากๆๆ
คมที่มีเวลาเหลือน้อยลง กระโดดเข้าใส่เข้าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น เขาที่เห็นเช่นนั้นตัดสินใจเรียกหอกฟ้าครามออกมาทันที
กระแสไฟฟ้าที่คงเหลือในตัวหอกทำให้คุณสมบัติทะลุทะลวงและความยืดหยุ่นยังคงอยู่ การปะทะที่เกิดขึ้นจึงเลี่ยงไม่ได้ระหว่างอาวุธระดับต่ำและระดับกลาง
เคร้งๆเคร้งๆฟุบตูมเคร้งๆๆ
การฟาดฟันอาวุธและเผาผลาญพลังโจมตี เปลวไฟและสายฟ้าต่างสะบัดและฟาดฟันกันอย่างหนักหน่วง รวดเร็ว ดุดันและรุนแรง
เขาที่ตอบโต้ไปด้วย ป้องกันเปลวเพลิงไปด้วย อาจดูได้เปรียบอีกฝ่าย แต่สถานการณ์จริงๆ เขาที่มีสถานะสูงกว่า กลับทำได้สูสีกับคมที่ถือครองอาวุธระดับกลางเล่มนั้น ทั้งเปลวเพลิงพิภพที่ห่อหุ้มร่างกาย ช่วยยกระดับความสามารถและพลังป้องกันที่ร้อนแรง
อีกทั้งทุกๆนาทีสถานะพละกำลังและความเร็วของคมมักจะเพิ่มขึ้นถึง 0.5 เท่า เนื่องจากตัวเองอยู่ภายในเปลวไฟที่สร้างขึ้น ซึ่งทักษะและความสามารถของอาวุธเล่มนี้ เขายอมรับเลยว่าหากมีทั้งคู่มันคือความโกงขั้นบรรลัย
ตูมๆๆฟุบเคร้งๆๆๆ
เสมือนพละกำลังแทบไม่มีวันหมด แถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไร้สิ้นสุด จริงๆเขาก็อยากเผด็จศึกครั้งนี้โดยเร็ว ด้วยการใช้ความสามารถอื่นๆที่มี
เคร้งๆฟุบฟูแต่ว่าด้วยเวลาของคมที่ลดลง เขาย่อมรู็ดีถึงสภาวะเจ็บหนักหลังการยกระดับความสามารถ ยิ่งคมที่มีสถานะอัตราการฟื้นฟูที่ต่ำเตี่ยเรี่ยดินแล้ว มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ข้อจำกัดของเวลาการใช้งานทักษะจะมีเพียง 5 นาทีเท่านั้น
และเหตุผลที่คมไม่ยอมสู้กับเขาตั้งแต่แรก ก็เนื่องจากคมน่าจะรู้ดีถึงผลกระทบที่จะตามมา หลังจากเขาใช้ความสามารถนี้
ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วของเขาที่คมเห็น ยังทำให้คมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะฆ่าเขาให้ทันภายใน 5 นาที เพราะหากคมไม่สามารถทำได้ สุดท้ายทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ก็คือความตายที่เขาจะมอบให้
เขาที่รู้ถึงสาเหตุและความสามารถของคมด้วยทักษะเชิงวิเคราะห์ ย่อมทำให้เขาคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็น
ส่วนหนึ่งต้องยอมรับการตัดสินใจที่เด็ดขาด และต้องเสียใจกับคมที่น่าจะไม่รู้ว่าเขารู้ถึงความลับของทักษะที่ถือครองอยู่ ทำให้การตัดสินใจสู้ของเขาครั้งนี้คือ สิ่งที่ผิดพลาด!!
ตูมเคร้งฟุบฟุบตูมๆแม้การต่อสู้จะสูสี ทว่าเวลาของทั้งสองกับไม่เท่าเทียมกัน เมื่อคมเหลือเวลาอีกเพียง 30 วินาที ที่ความสามารถจะยุติลง กลับกันเขายังมีเวลามากถึง 16 นาที
จึงเป็นข้อสรุปแล้วว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถอื่นๆ นอกจากอดทนปะทะสูสีกันเช่นนี้ต่อไป จนกระทั่งเวลาของคมนั้นหมดลง
ความใจอ่อนหรือไร้สาระ
โลกมันเปลี่ยน
สถานการณ์ก็เปลี่ยน
หากไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า
จากสภาพผู้รอดชีวิตที่เขาเห็นผ่านตามา ทำให้รู้ว่าการดูแลคนใต้ปกครองของคมนั้น สอบตกจริงๆ เพราะแต่ละคนที่เขาเห็นนั้นแทบไม่ต่างจากซอมบี้เลยด้วยซ้ำ ทั้งร่างกายที่ผ่ายผอม โรคภัยที่แทรกซ้อน ทำให้พวกเขาเหล่านั้นแทบจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
จริงๆเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรกับคนที่เขาไม่รู้จักสักนิด ทว่าช่วงเวลาเช่นนี้ แทนที่มนุษย์จะหันคมดาบไปยังพวกซอมบี้ กลับกลายเป็นฆ่าแกงกันเอง ข่มเหงรังแกกันเอง อย่างไม่รู้สึกผิดฃอบชั่วดี
ฟุบๆเคร้งๆ
เขารู้ดีว่าหากมนุษย์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นาน ไม่สิอาจจะไม่ถึง 1 ปี มนุษย์บนโลกคงสูญพันธุ์แน่นอน
เขามั่นใจเป็นอย่างมากว่า ซอมบี้ หรืออสูรกลายพันธุ์ต่างก็ดิ้นรนและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลให้พวกมันมีความก้าวหน้าทางด้านต่างๆ มากยิ่งขึ้น
ยิ่งเวลาผ่านพ้นไปนานเท่าไหร่ สุดท้ายสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเทียบเทียมมนุษย์หรือกระทั่งเหนือชั้นกว่าก็จะถือกำเนิดขึ้นมาและปกครองทุกชีวิตแทนเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เคยรุ่งโรจน์
สุดท้ายมนุษย์อาจดับสูญ หรือหากเหลือรอดก็คงเป็นได้เพียงผู้ถูกล่าที่อยู่ต่ำสุดในห่วงโซ่อาหารในสถานการณ์แบบนั้น
เมื่อเขาตระหนักได้ถึงจุดนี้ เขาจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า จะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ดังนั้นหากคนอื่นมัวฆ่าแกงหรือแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน กระทั่งข่มเหงรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า
ตัวเขาก็จะขอกระโดดร่วมวงด้วยเช่นกัน เพื่อผันตัวเองให้กลายเป็นผู้ล่าและกุมอำนาจทั้งหมดเพื่อปกครองพวกมันเอง
"ครบเวลา"
เฮือกฟุบฟุบเปรี๊ยะๆๆๆ
"ตาย!"
เวลาทักษะพลันหมดลง แววตาของคมแลดูข่มขื่นและไม่ยอมรับ ทว่าคมหอกที่ฟาดเข้าใส่กับไร้ซึ่งความปราณีใดๆ
เมื่อสุดท้ายเปลวเพลิงที่ห้อมล้อมร่างกายพลันค่อยๆมอดดับลง เรี่ยวแรงดังม้าศึกกลับกลายเป็นม้าเฒ่าที่ใกล้ชายฝั่ง คมเวลานี้ร่างกายไม่ต่างจากอัมพาตทั้งตัว
เขาไม่สามารถขยับร่างกายได้เลยแม้แต่ส่วนเดียว นอกจากแววตาที่กำลังกลอกกลิ้งไปมา เพื่อหาหนทางรอด
ขณะที่เปลวไฟกำลังมอดดับ ร่างกายของคมที่ค่อยๆล้มลง เขาที่เ่ห็นโอกาสมาถึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด ฟาดหอกฟ้าครามฟันฉับเข้าที่หัวของคมอย่างไร้ความลังเล
ถ้าคิดจะฆ่าใครจงเผื่อใจที่จะถูกฆ่าเช่นกัน!!
ตุบ
ร่างคมพลันล้มลง แบบสภาพไร้หัว หัวที่ถูกตัดพลันลอยเคว้งคว้างกลางอากาศอย่างน่าสยดสยอง จนกระทั่งมันล่วงหล่นลงสู่พื้นดิน จึงทำให้ทุกสิ่งพลันเงียบลง
เดิมที่ผู้คนที่อาศัยอยู่แถวนี้ต่างก็หวาดกลัวคมกันอย่างมากอยู่แล้ว ยิ่งพวกเขาได้เห็นการต่อสู้ที่รุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงทำให้พวกเขาตัดสินใจหลบหนีออกไปจากบริเวณนี้กันจนหมด
ส่งผลให้บรรยากาศของที่แห่งนี้พลันเงียบสงบ แววตาของเขาที่มองศพของคมไร้ซึ่งความสั่นไหว ตั้งแต่ที่เขารู้ว่ามนุษย์อาจสูญพันธุ์ และอันตรายที่มากมายซึ่งคาดว่ามันคงทยอยเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว
ทำให้เขาตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดว่า เขาจะไม่ยอมแพ้ นับจากนี้เขาจะเด็ดขาดและสร้างจุดยืนของตัวเองใหม่อีกครั้งในโลกที่เปลี่ยนไปจากเดิมตอนนี้
หากการหนีไม่อาจรอดพ้นจากภัยร้าย
งั้นเปลี่ยนเป็นตั้งรับและโจมตีกลับแทนจะง่ายกว่ามั้ย
End