ตอนที่ 7 พ่อแม่ที่แท้จริง
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ”ฟางผิงตอบกลับนางเข้าใจทุกอย่างแล้วว่า หยางอวี่ถงที่นางเรียกเขาว่าพ่อมาตลอด 20 ปีเป็ขุนนางที่จงรักภักดีขนาดไหนไม่เคยรักตัวกลัวตายยอมออกมาดูแลชายแดนเพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองนางจึงไม่แปลกใจที่เขาจะส่งนางเข้าวัง ไม่ใช่เขาไม่รักลูกสาวนอกไส้อย่างนางแต่ราชสำนักกำลัง้าคนไปช่วยประคองไม่ให้เกิดศึกในราชสำนักกันเอง
“ทำเพื่อแคว้นเหลียงและสืบหาตัวคนทำร้ายพี่สาวเ้า”หยางอวี่ถงบอกกับลูกสาวสุดที่รักของเขา
“ได้ ข้าจะทำตามที่ท่านบอก”ฟางผิงรับปากผู้เป็พ่อ
“ฟางผิง/ฟางผิง”ตงหยวนและหลี่ชิงได้แต่เรียกฟางผิงอย่างเสียงอ่อน เพราะทุกคนผูกพันกับฟางผิงมาก และคิดว่านางเป็ครอบครัวเดียวกับเขาการจากกันครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกหรือไม่
“ปู่ดีใจนะฟางผิงที่เ้าเข้าใจในสิ่งที่พ่อเ้าทำปู่เชื่อว่าเ้าจะทำทุกอย่างออกมาได้ดี เ้าจะสามารถเป็ที่พึ่งให้กับราษฎรชาวแคว้นเหลียงได้แน่”ท่านปู่ลูบศีรษะฟางผิงเบาๆ ฟางผิงโผเข้ากอดท่านปู่ด้วยความรัก หลังจากจบการพูดคุยกันฟางผิงรีบมาเก็บของใช้ที่จำเป็เพราะพรุ่งนี้เช้านางต้องออกเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อไปเจอพ่อแม่ที่แท้จริงของตัวเอง
“คุณหนูให้หนิงเอ๋อติดตามคุณหนูไปด้วยเถอะนะ หนิงเอ๋ออยู่กับคุณหนูมาั้แ่เด็กหากไม่มีคุณหนูแล้วข้าจะอยู่ยังไง คุณหนูจะทิ้งหนิงเอ๋อไปแบบนี้เหรอ”
“ข้าก็อยากให้เ้าไปด้วยแต่ข้าต้องเข้าวังหลวงต่อ หากเ้าตามข้าไปแล้วเ้าต้องอยู่จวนเสนาละไม่ลำบากกว่าอยู่ที่นี่เหรอ อย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีท่านปู่ ท่านพ่อพี่ตงฉวนแล้วก็หลี่ชิงที่อยู่เป็เพื่อนเ้า ”
“ไม่ ยังไงข้าก็จะตามคุณหนูไปด้วยพาข้าไปด้วยเถอะนะคุณหนู”
“ไปเก็บของเถอะหนิงเอ๋อเ้าต้องไปกับคุณหนูเ้าด้วย”แม่ทัพหยางเดินเข้ามาในห้องบอกกับหนิงเอ๋อ
“ข้าไปกับคุณหนูได้จริง ๆ ใช่ไหมท่านแม่ทัพ”หนิงเอ๋อหันไปถามก่อนที่จะดีใจและรีบไปเก็บของหลังจากเห็นแม่ทัพหยางพยักหน้าให้กับนาง
“ท่านพ่อมีอะไรกับข้าเหรอ”ฟางผิงหันมาถาม
“ฟางผิง เ้าโกรธพ่อหรือไม่ที่พ่อส่งเ้ากลับให้พ่อแม่ที่แท้จริงและยังจะส่งเ้าเข้าวังหลวงอีก ทั้งๆที่ข้าเองก็รู้ดีว่าวังหลวงเป็ที่ ๆ เ้าไม่อยากจะไปอยู่”
“ตอนแรกข้าก็เสียใจนะ แต่เหตุผลที่ท่านบอกมาว่าต้องทำเพื่อบ้านเมืองข้าก็พร้อมจะทำมัน ก็ข้าเป็ลูกแม่ทัพตระกูลหยางนิ ท่านพ่อสอนข้าเสมอว่าเราต้องทำเพื่อราษฎรให้ราษฎรได้อยู่เย็นเป็สุขเพื่อให้ฮ่องเต้สามารถปกครองบ้านเมืองโดยเที่ยงธรรม ไม่ให้ใครสามารถไปบังคับพระองค์ได้”ฟางผิงบอกพร้อมยิ้มให้กับแม่ทัพหยางทั้งสองพ่อลูกก็กอดกันอย่งเข้าใจกัน
“พรุ่งนี้ข้าคงไปส่งเ้าไม่ได้ เพื่อจะไม่เป็ที่สงสัยเมื่อเ้าเข้าวังหลวงไปแล้ว จำไว้ว่าเ้าคือจางเซียวเหยาหรือจางกุ้ยเฟยหากเ้าถูกจับได้ พวกเราทุกคนไม่ว่าจะเป็เ้า ข้า พ่อแม่แท้ ๆ ของเ้า จะโดนโทษปะาฐานหลอกลวงเบื้องสูงทันทีข้าเขียนจดหมายไว้สองฉบับ ฉบับหนึ่งเป็ของเ้า อีกฉบับเป็ของเสนาจางพ่อของเ้าข้าฝากให้เขาด้วย”ฟางผิงพยักหน้าและรับจดหมายไป
“ข้าจะทำหน้าที่ให้ดีท่านพ่อถ้าข้าเสร็จภารกิจครั้งนี้ ข้าจะกลับมาอยู่กับท่านเหมือนเดิมได้หรือไม่”
“แต่ข้าหวังอยากให้เ้าอยู่กับฮ่องเต้ ใช้พลังและความสามารถของเ้าช่วยฮ่องเต้ดูแลราษฎรไม่ต้องห่วงข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมเ้าในวังหลวงบ่อย ๆ”ฟางผิงสีหน้าเศร้าแต่ก็พยักหน้า นางกอดแม่ทัพหยางไว้แน่น และน้ำตาไหลออกมา กอดครั้งนี้อาจจะเป็กอดสุดท้ายที่นางในฐานะลูกสาวจะได้กอดเขาในฐานะพ่อของตัวเองหลังจากนี้ไปนางอาจจะไม่ได้กอดเขาแบบนี้แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นฟางผิงและหนิงเอ๋อต้องเดินทางเข้าวังหลวงโดยมีคนของแม่ทัพหยางแต่งชุดชาวบ้านนำทางไปทุกคนออกมาส่งฟางผิงกันหมด
“หนิงเอ๋อดูแลฟางผิงดี ๆนะ”ตงฉวนบอกกันหนิงเอ๋อ
“ค่ะ นายน้อยข้าจะดูแลคุณหนูให้ดี”หนิงเอ๋อตอบรับ
“พี่ตงฉวน ข้าโตแล้วดูแลตัวเองได้ท่านเองก็ไปหาข้าบ้างนะ”
“ข้ารู้ว่าเ้าโตแล้วแต่เ้าจะไปเป็กุ้ยเฟย ไม่ได้ไปออกรบ เ้าต้องเรียบร้อยกว่านี้”ตงฉวนว่าฟางผิงจนฟางผิงหน้างอ
“ฟางผิงเก็บยานี้ไว้ข้าทำไว้ให้เ้าใช้ยามจำเป็”หลี่ชิงส่งห่อยาให้ฟางผิง
“มันเป็ยาอะไรนะ”ฟางผิงหยิบมาดูและลองดมกลิ่น
“เป็ยาช่วยกล่อมประสาทใช้เมื่อจำเป็เท่านั้นนะ มันจะช่วยเ้าได้เมื่อเ้าเข้าวังไม่มีผลต่อร่างกาย”หลี่ชิงบอกฟางผิง ฟางผิงพยักหน้าและส่งให้หนิงเอ๋อเก็บไว้
“ขอบใจเ้ามากนะหลี่ชิง หวังว่าหากเจอกันครั้งหน้าเ้าจะหายป่วยแล้ว”
“แน่นอนเ้าไม่อยู่ข้าคงมีสมาธิคิดค้นวิธีรักษาโรคได้มากขึ้น”หลี่ชิงบอกฟางผิงทำสีหน้าเยอะเย้ยใส่หลี่ชิง ก่อนจะไปหาแม่ทัพหยางและท่านปู่
“ท่านพ่อ ท่านปู่ ดูแลสุขภาพด้วยข้าลาก่อน”แล้วฟางผิงก็คุกเขาคำนับทั้งสองคน ก่อนเดินขึ้นรถม้าไป
“ท่านหลี่ชิงข้าไปก่อนนะ”หนิงเอ๋อหันไปบอกหลี่ชิงทำหน้าอาลัยอาวรณ์หลี่ชิงได้แต่พยักหน้าให้นาง ก่อนนางขึ้นรถม้าตามฟางผิงไปรถม้าได้ออกเดินทางไปวังหลวงทันที
จวนเสนาจาง เสนาบดีฝ่ายซ้าย
วันนี้เป็วันที่แม่ทัพหยางส่งข่าวมาบอกว่าหยางฟางผิงได้เดินทางมาจากชายแดนทำให้คนเป็พ่อเป็แม่ถึงกับนั่งไม่ติดแม้ว่าฮูหยินจะเสียใจกับการจากไปของจางเซียวเหยาแต่การจะได้เจอหน้าลูกสาวคนเล็กที่ถูกพลากไปจากอกั้แ่เด็กทำให้นางตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดที่
“ฮูหยิน เ้านั่งลงก่อนได้ไหมข้าเวียนหัวจะแย่แล้วที่เ้าเดินไปเดินมาแบบนั้น”เสนาจางบ่นฮูหยินของเขาทั้งที่ตัวเขาเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันแม้ว่าฟางผิงเองจะเป็ลูกสาวของเขา แต่เขาไม่เคยได้เลี้ยงนางมา ไม่รู้ว่าหากเจอกับนางเขาต้องทำตัวอย่างไร
“มาแล้วขอรับรถม้าจากจวนท่านแม่ทัพมาถึงหน้าจวนแล้วขอรับ”พ่อบ้านเฉินของจวนรีบวิ่งมาบอกทุกคนอย่างตื่นเต้น
“ข้าอยากออกไปรับลูก”ฮูหยินจางตื่นเต้นดีใจที่ลูกสาวที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เจอหน้ากับลูกสาวคนเล็กอีกแล้วแต่กลับมาจะได้เจอกันอีกครั้ง นางจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้กอดลูกน้อยของนางคือคืนที่นางคลอดออกมา
“ไม่ได้เด็ดขาดหากมีใครมาเห็นจะผิดสังเกต รอนางที่นี่เถอะ พ่อบ้านเฉิน ไปเชิญนางเข้ามาข้างใน”เสนาจางห้ามฮูหยินจางไว้ก่อนหันไปบอกกับพ่อบ้าน
“ขอรับ” พ่อบ้านเฉินรับคำสั่งและออกไปรับคุณหนูที่หน้าจวน
พ่อบ้านเฉินออกไปไม่นานก็ปรากฏร่างหญิงสาวสองคนเดินตามพ่อบ้านเฉินเข้ามาคนหนึ่งถือห่อผ้าสัมภาระส่วนอีกคนถือกระบี่และสวมหมวกปิดบังใบหน้าไว้เดินเข้ามาอย่างกับจอมยุทธในยุทธภพ เมื่อมายืนประจันหน้ากับเสนาจางและฮูหยินนางได้ถอดหมวกออกส่งให้สาวใช้นางถือ ใบหน้าของนางเหมือนกับจางเซียวเหยาไม่ผิดแต่ทวงท่าที่แข็งแรงและดวงตาที่แข็งกร้าวไม่ยอมคนนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกินเซียวเหยาเป็คนอ่อนโยน ดวงตาสดใสแม้ว่าเข้าวังไปแล้วดวงตานางจะปนเศร้าไปบ้าง ซึ่งแค่ส่วนนี้ก็ทำให้ทั้งสองคนไม่เหมือนกันแล้ว
“ฟางผิงลูกแม่”ฮูหยินจะเข้าไปกอดลูกสาวตัวเองอย่างคิดถึงแต่นางกลับถอยออกไปหนึ่งก้าว
“ข้า หยางฟางผิง ขอคำนับท่านเสนาจางและฮูหยินจาง”ฟางผิงได้โค้งคำนับทำความเคารพในตำแหน่งที่เขาดำรงอยู่โดยไม่ยอมเรียกพวกเขาว่าพ่อ แม่
“โถ่ลูก ฟางผิง”ฮูหยินจางถึงกับร่ำไห้ออกมา
“ปล่อยนางไปก่อนฮูหยินนางเพิ่งจะได้รู้ว่าไม่ใช่ลูกแม่ทัพหยาง นางก็คงจะใเหมือนกัน ต้องให้เวลานางหน่อย”เสนาจางได้ปลอบใจฮูหยิน
“เอาของไปเก็บและพักผ่อนกันก่อนเถอะพวกเราค่อยมาคุยกัน เดี๋ยวข้าให้พ่อบ้านเฉินพาไปห้องพักของพวกเ้า”เสนาจางบอกก่อนหับไปพยักหน้าให้พ่อบ้านเฉินพาทั้งสองคนไปห้องพักส่วนตัวเองก็หันมาปลอบใจภรรยาที่กำลังร้องไห้ต่อ
“เ้าใจเย็นก่อนสิ ฮูหยินเ้าต้องให้เวลาฟางผิงได้ปรับตัวบ้าง”
“ข้าเสียใจ ข้าอยากกอดนางเหมือนที่เคยกอดเซียวเหยา นางคงจะเกลียดพวกเราที่ทิ้งนางไป”
“ไม่หรอก แม้ข้าไม่เคยเจอนางแต่เ้าเห็นหยางอวี่ถงไม่ละ เขาเป็คนที่แข็งกร้าวแค่ไหนนางอยู่กับเขาอยู่ในสนามรบมาั้แ่เด็ก ช่วยเหลือแม่ทัพหยางในสนามรบมาหลายปีไม่แปลกที่นางจะแข็งกร้าวไปบ้าง”
“นางออกรบด้วยเหรอท่านพี่”ฮูหยินที่ใกับคำพูดของสามีเสนาจางพยักหน้า
“ใช่นางออกรบ เป็ผู้ช่วยผู้บัญชาการรบและขุนพลในสนามรบมาั้แ่อายุ17
“หา นางออกรบั้แ่อายุ 17 ตอนนั้นเซียวเหยากำลังฝึกงานฝีมือเพื่อเตรียมตัวออกคัดเลือกชายารัชทายาทอยู่เลย”ฮูหยินจางใกับคำบอกเล่ากับสามีมากขึ้น
“ใช่ และาเหลียงและซ่งที่สามารถสงบศึกได้ก็เป็นางที่เป็ทั้งรองแม่ทัพและกุนซือช่วยยุติการรบครั้งนี้”
“ท่านพี่ข้าจะเป็ลมอีกรอบแล้วเฮิก”แล้วฮูหยินก็เป็ลมล้มพับไป เซียวเหยาและฟางผิงเหมือนหยินและหยางที่แตกต่างกันคนละขั้ว คนหนึ่งอ่อนโยน จิตใจอ่อนแอถูกเลี้ยงมาเป็คุณหนูผู้สง่างาม ส่วนอีกคนจับกระบี่ั้แ่เด็กเห็นการฆ่าฟันกันมาจนเป็เื่ปกติ ทำให้นางมีจิตใจแข็งแกร่ง และมีบุคลิกคล้ายที่บุรุษมากกว่าสตรี