บทที่ 5 วิธีหาเงิน
แม่โจวเริ่มมีความคิดหนึ่งมาได้สักพักแล้ว
วันนี้พยายามอดทนไว้ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว แม่โจวจึงพูดออกมา
"อันอัน ในอีกสองสามปีข้างหน้า ถ้าหนูเจอผู้ชายที่ชอบ ก็ไปแต่งงานใหม่เถอะ แม่จะช่วยดูแลเด็กคนนี้แทนหนูเอง" เื่นี้แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับเด็กอย่างลู่เยี่ยนโจวเท่าไหร่นัก แต่แม่โจวก็ยอมให้ลูกสาวของเธอดูแลอีกฝ่ายเพียงแค่สามปีเท่านั้น
แม่โจวได้ไปสอบถามข้อมูลที่โรงพยาบาลประจำอำเภอมาแล้ว
สำหรับกรณีแบบลู่เยี่ยนโจว ถ้าสองปีแรกไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมา โอกาสที่จะฟื้นคืนสติในภายหลังก็จะน้อยลงมาก แม่โจวไม่ยอมให้ลูกสาวของตัวเองใช้ชีวิตทั้งชีวิตดูแลคนที่เหมือนตายทั้งเป็ได้อีกต่อไป
คนเป็พ่อเป็แม่อย่างพวกเขาเหล่านี้ สักวันหนึ่งก็ต้องจากไป
หากไม่มีพวกเขาคอยช่วยเหลือ แม่โจวก็กังวลว่าชีวิตของลูกสาวหลังจากนี้จะลำบาก แม้ว่าพี่ชายทั้งสองคนจะรักและเอ็นดูน้องสาวมากเพียงใด แต่พวกเขาก็มีชีวิตของตัวเองไม่สามารถอยู่เคียงข้างน้องสาวไปตลอดชีวิตได้
ยังไงก็ต้องแต่งงานใหม่ หาคนที่ดีเอาใจใส่ ไม่เอาเปรียบลูกเกินไป
โจวหลีอันไม่คิดว่าแม่ของเธอจะพูดเื่นี้กับเธอขึ้นมาอย่างนี้
เธอรู้ดีว่าเื่นี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่แม่พูด แค่เื่ตระกูลลู่ก็ผ่านยากแล้ว แต่แม่โจวกลับจะยอมรับคำนินทาเพื่อลูกสาว เพียงเพื่อให้ลูกสาวมีความสุขใน่ครึ่งหลังของชีวิต
"ขอบคุณแม่นะคะ แต่ตอนนี้หนูยังไม่มีความคิดเื่แต่งงานใหม่"
"ไม่เป็ไรลูก ค่อยคุยกันอีกสองสามปีก็ได้" แม่โจวยังอยากให้ลูกสาวอยู่ด้วยกันอีกสักพัก
หลังจากพูดจบ แม่โจวก็ลุกขึ้นยืนและพูดกับโจวหลีอันว่า "สายแล้ว ๆ แม่ขอตัวไปทำงานก่อนนะ วันนี้แม่ไม่ได้คิดจะไปทำงานในไร่ แต่จะไปจัดการที่ดินส่วนตัวของเรา ถ้าลูกมีธุระอะไรก็ไปเรียกแม่ที่นั่นนะ"
"ได้ค่ะแม่" หลังจากที่แม่โจวเดินออกไป โจวหลีอันจึงได้มีเวลาว่างในที่สุด
เธอเพิ่งจะข้ามมิติมาอยู่ที่นี่เมื่อเช้านี้เอง ยังไม่ทันได้วางแผนอะไร ก็ต้องลุกจากเตียงเพราะคำพูดของพี่สะใภ้จางเฉี่ยวลี่เสียก่อน
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ เธอก็ไปก่อเื่ที่บ้านตระกูลลู่อีก จนทำให้ไม่มีเวลาที่จะทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของเธออย่างถี่ถ้วนนัก รวมถึงวางแผนสำหรับอนาคตด้วยเงินก้อนที่ขอมาจากตระกูลลู่นั้นอีก ซึ่งถือว่าเป็เงินจำนวนมหาศาลในชนบท
แต่เงินเ่าั้ โจวหลีอันตั้งใจจะเก็บไว้ให้ลู่เยี่ยนโจวใช้ทั้งหมด อย่างมากเธอก็แค่ยืมมาใช้ชั่วคราวในยามจำเป็เท่านั้น
ดังนั้น ตัวเธอจึงไม่มีเงินเลยไม่มีเงินติดตัวสักหยวน… ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน การไม่มีเงินก็ไม่ใช่เื่ดีเลย
เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้น โจวหลีอันคิดว่าเธอต้องหาเงินให้ได้ก่อน
ตอนนี้เธอมีเป้าหมายแล้ว แต่โจวหลีอันยังไม่ทันได้คิดถึงวิธีการหาเงินอย่างจริงจัง ประตูห้องก็ถูกเคาะเสียงดัง
"ใครน่ะ?" โจวหลีอันถามขึ้น
ก่อนหน้านี้ตอนที่คุยกับแม่โจวอยู่ในบ้าน พ่อโจวและพี่ชายก็ได้ออกไปทำงานแล้ว หรือว่าแม่โจวกลับมา?
โจวหลีอันลุกขึ้นเตรียมจะเดินไปที่ประตู ก็เห็นจางเฉี่ยวลี่เข้ามาในบ้านแล้ว เมื่อจางเฉี่ยวลี่เห็นเธอ ใบหน้าฉายแววเ้าเล่ห์เล็กน้อย และรีบประจบประแจงโจวหลีอันทันที "น้องสาว พี่เองจ้ะ"
โจวหลีอันขมวดคิ้วถามออกไปตรง ๆ "มีธุระอะไรเหรอ?"
เห็นว่าโจวหลีอันไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจออกมาตรง ๆ จางเฉี่ยวลี่จึงหน้าด้านเดินเข้าไปในห้องอีกสองสามก้าว จนเข้าใกล้โจวหลีอันมากขึ้น
"น้องสาว ดูสิ ลูกชายลูกสาวของพี่ก็โตแล้ว ห้องของพวกเรา... มันแออัดเกินไป แต่เดิมพี่คิดจะให้หลาน ๆ มาอยู่ในห้องของเธอ แต่เธอกลับมาเสียก่อน..."
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวหลีอันมองจางเฉี่ยวลี่ด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม "อยู่ห้องนี้เหรอ? ก่อนที่ฉันจะกลับมา พ่อแม่อนุญาตแล้วเหรอ?"
จางเฉี่ยวลี่ถูกคำพูดนี้ทำให้อึ้งไปชั่วขณะ เธอไม่สามารถเก็บสีหน้าและอารมณ์ได้เมื่อเจอคำถามนี้ ทำได้แต่พูดต่อไปว่า
"เธอดูสิ เธอเอาเงินกลับมาเยอะขนาดนั้น การซ่อมบ้านก็เป็เื่เล็กน้อย แล้วพวกเราทุกคนก็จะได้อยู่สบายขึ้นไม่ใช่เหรอ?"
"แต่ในธนาคารมีเงินมากกว่านั้นอีก ทำไมคุณไม่ให้ธนาคารซ่อมบ้านให้คุณล่ะ?" โจวหลีอันกอดอกถามกลับ
จางเฉี่ยวลี่ถูกโจวหลีอันทำให้อึ้งไปอีกครั้ง หลังจากผ่านไปสักพัก เธอก็เก็บรอยยิ้มประจบออกจากใบหน้า แล้วพูดด้วยสีหน้าเ็าว่า "เธอไม่อยากซ่อมบ้านให้ครอบครัวใช่ไหม?"
"ถ้าฉันอยากซ่อมมันก็ต้องเป็ความ้าของฉัน ไม่ใช่เพราะคุณมาเรียกร้องให้ฉันซ่อม" โจวหลีอันรู้สึกไม่ชอบการถูกบีบบังคับทางศีลธรรมแบบนี้เลย
เมื่อจางเฉี่ยวลี่เห็นว่าพูดกับโจวหลีอันต่อคงไม่รู้เื่ จางเฉี่ยวลี่จึง 'หาทางใหม่' พลางพูดต่อว่า "ถ้าอย่างนั้น ไม่ต้องซ่อมบ้านก็ได้ แต่ค่าอาหารต้องจ่ายนะ เดือนละสิบห้าหยวน"
"คุณคงอยากได้เงินจนเสียสติไปแล้วสินะ?"
โจวหลีอันพูดเยาะเย้ย
ในความทรงจำของร่างเดิม การซื้อข้าวสารสองร้อยจินที่ร้านสหกรณ์ก็ยังมีราคาเพียงสิบสี่หยวนหกเหมาเท่านั้น แต่กลับไม่เคยซื้อกินกัน เดือน ๆ นึง เธอกินไม่ถึงหนึ่งร้อยจินด้วยซ้ำ
อีกอย่าง ในยุคนี้ครอบครัวไหนจะกินแต่ข้าวสารล้วน ๆ ได้ ทุกคนต้องผสมมันฝรั่งอีกหลายหัวเข้าไปด้วย
จางเฉี่ยวลี่รู้สึกว่าการเยาะเย้ยบนใบหน้าของโจวหลีอันนั้นแสบตายิ่งนัก เธอจึงเอามือเท้าสะเอวและะโว่า "แต่มันก็ยังดีกว่าคนไม่มียางอายอย่างเธอที่อยู่ดีกินดี แถมไม่ต้องเสียเงินสักบาท!"
"แล้วยังไง?"
โจวหลีอันทำหน้าเ็า พลางพูดขึ้นว่า "ถ้าคุณเก่งจริงในบ้านนี้ คุณก็ไล่ฉันออกไปสิ"
ในการรับมือกับคนที่ไม่มีเหตุผลแบบนี้ บางครั้งก็ต้องทำตัวไร้เหตุผลยิ่งกว่า
"เธอคิดว่าฉันไม่กล้าไล่งั้นเหรอ?"
จางเฉี่ยวลี่โกรธจนแทบบ้า เธอเอามือเท้าสะเอวและเดินเข้าไปใกล้โจวหลีอันมากขึ้นเรื่อย ๆ
โจวหลีอันยืนอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน เธอพูดอย่างช้าๆ ว่า
"เข้ามาสิ"
จางเฉี่ยวลี่ "......"
ความจริงแล้วเธอไม่กล้า
ถ้าวันนี้เธอไล่โจวหลีอันออกไปจากบ้านหลังนี้ แน่นอนว่าแม่สามีของเธอจะเป็คนแรกที่ไม่ปล่อยเธอไปแน่
วันนี้เธอได้เห็นท่าทางของแม่สามีตอนทำร้ายคนมาแล้ว และยังมีสามีของเธอร่วมด้วย
โจวกั๋วอันรู้สึกไม่พอใจอยู่แล้วที่เธอคอยหาเื่โจวหลีอันมาหลายครั้งแล้ว จนตอนนี้เขาก็ยังไม่เอ่ยปากพูดคุยกับเธอ
เมื่อเห็นว่าจางเฉี่ยวลี่ไม่ขยับตัวเสียที โจวหลีอันก็เริ่มลงมือ เธอเข้าใกล้จางเฉี่ยวลี่ แล้วพูดทีละคำอย่างช้า ๆ ว่า "อยากทำก็รีบทำ ความอดทนฉันมีขีดจำกัดนะ จะบอกให้รู้ไว้"
จางเฉี่ยวลี่นึกถึงภาพแม่สามีของเธอที่ตีจ้าวชุ่ยฮวาขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอถอยหลังไปสองก้าวอย่างฝืน ๆ จนเสียความมั่นใจไปชั่วขณะ
"ออกไป!" โจวหลีอันไม่อยากจะมาวุ่นวายกับเื่แบบนี้อีก เธอรู้สึกว่าจางเฉี่ยวลี่ คนนี้นั้นไม่ได้ร้ายอะไร แต่น่ารำคาญมากที่สุด
"นี่มันคนบ้าอะไรกัน..." เมื่อเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของโจวหลีอัน จางเฉี่ยวลี่ก็พึมพำแล้วเดินจากไปในที่สุด
หลังจากจางเฉี่ยวหลี่จากไป โจวหลีอันนั่งลงอีกครั้งและเริ่มคิดถึงความเป็ไปได้ที่จะย้ายออกไป
แม้ว่าจางเฉี่ยวลี่จะไม่สามารถทำร้ายเธอได้ แต่การที่มารบกวนวันละหลายครั้งแบบนี้ก็เป็เื่ที่น่ารำคาญจริง ๆ เธอคิดว่าถ้าย้ายไปอยู่ข้างนอก เธออาจจะมีอิสระขึ้น
แต่ถ้าอยากย้ายออกไป ก็ต้องมีบ้านของตัวเอง
การสร้างบ้านต้องใช้เงิน
ในที่สุดก็กลับมาสู่ปัญหาเดิมอีกแล้ว จะหาเงินยังไงดี? ครอบครัวของโจวหลีอันก็ถือว่ามีฐานะค่อนข้างดี เพราะพวกเขาทำธุรกิจส่วนตัวกัน
แม้ว่าเธอจะอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ทำงาน แต่จากประสบการณ์ที่มีมานาน เธอก็พอจะทำธุรกิจได้บ้าง
แต่ตอนนี้เป็ฤดูใบไม้ผลิในปี 1975 ยังคงเป็ระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม เธอไม่สามารถทำธุรกิจอย่างเปิดเผยได้… นี่ ‘หมายความว่าฉันจะต้องรอจนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 1978 เมื่อมีการปฏิรูปและเปิดประเทศ ถึงจะมีเงินเก็บได้เหรอ?’
กว่าจะถึงเวลานั้นก็อีกเกือบสี่ปี
ถ้าไม่มีเงิน ฉันก็ต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้ และต้องฟังจางเฉี่ยวลี่บ่นทุกวัน โจวหลีอันรู้สึกว่ารับเื่นี้ไม่ได้เด็ดขาด ถึงแม้พ่อโจวและแม่โจวยินดีที่จะเลี้ยงดูเธอ เพราะพวกเขาเป็พ่อแม่ที่รักลูก
แต่ตัวเธอในฐานะลูก ก็โตเป็ผู้ใหญ่แล้ว เธอไม่อยากพ่อโจวและแม่โจวจะต้องทำไร่ทำนาอย่างยากลำบาก เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูเธอ
ดังนั้น นอกจากการทำธุรกิจแล้ว เธอจะสามารถทำอะไรได้อีกบ้างเพื่อหาเงินในยุคนี้?