เรนิสคิดว่าการสอนเวทมนตร์ให้สองแฝดในเขตปราสาทออกจะโจ้งแจ้งเกินไปตอนแรกนึกว่าจะหาที่อื่นแล้ว แต่เขาพึ่งนึกได้ว่าตัวเองมีเวทมายาเวทมายาถือเป็ธาตุหายากและใช้ได้หลายแบบถึงคนในโลกนี้จะรู้วิธีใช้แค่ไม่กี่แบบก็เถอะ
แต่หนึ่งในวิธีที่คนในโลกนี้ไม่รู้คือมันสามารถเอามาพลางสายตาไม่ให้ใครเห็นเราได้พูดง่ายๆก็คือเรนิสจะสอนสองแฝดในสวนของปราสาทนี่แหละเพราะมันกว้างดีถ้าใช้เวทมายาพลางสายตาไว้ มองจากภายนอกจะไม่มีใครเห็นพวกเขาแน่นอน
“เนเน่ธาตุไม้ วาวาธาตุน้ำสินะ ถือว่าโชคดีมากเลยล่ะเพราะธาตุทั้งสองอย่างนี้เข้ากันได้ดี เวลาต่อสู้มันส่งเสริมกันจนมีพลังมากกว่าเดิมหลายเท่า”
“แต่ท่านพ่อบอกว่ามันเป็ธาตุไร้ประโยชน์”เนเน่ทำหน้าเศร้า
“แถมบอกว่าเป็ธาตุที่มีดาษดื่นไม่มีอะไรน่าสนใจด้วย ใคร ๆก็บอกว่าธาตุพวกนี้เอาไว้ปลูกต้นไม้”
“มันมีวิธีใช้ที่หลากหลายกว่านี้ต่างหาก แค่ไม่มีใครรู้”คนบนโลกนี้ยังไม่มีวิทยาการมากพอที่จะวิจัยเวทมนตร์อย่างถูกต้องจริง ๆ จังๆ เวทที่ใช้ในปัจจุบันก็คิดขึ้นมาเอง การเลื่อนระดับพลังก็เช่นกัน เพราะมีการเลื่อนระดับแบบผิดๆถึงได้เลื่อนระดับช้ากันแบบนี้ การเขียนวงเวทหรือะโคาถาก่อนใช้เวทก็เป็วิธีที่ทำได้แต่ก็ช้ามาก
การที่เวทไม้กับน้ำถูกมองเป็เวทไร้ประโยชน์ก็คงเพราะเื่นี้ด้วยคนที่มีอำนาจในประเทศโซฟิโอล่าจะต้องมีพลังเวทสายต่อสู้เท่านั้นนอกนั้นถือว่าไร้ประโยชน์
การที่ใช้เวทแบบไม่ร่ายหรือเขียนวงเวทได้ต้องเข้าสูตรคำนวณของเวทมนตร์ซะก่อนในประเทศใหญ่ ๆมีกระทรวงวิจัยเวทมนตร์โดยเฉพาะเพื่อคิดคาถาเวทมนตร์หรือสูตรเวทมนตร์ออกมาแต่ก็ใช้ว่าจะคิดกันได้ง่ายๆขนาดนั้น ยิ่งประเทศเล็ก ๆอย่างโซฟิโอล่าอย่าว่าแต่กระทรวงวิจัยเวทมนตร์เลยหนังสือก็ไม่มี ใคร ๆก็หวงความรู้ทั้งนั้น
เวทมนตร์จึงเป็การสอนปากต่อปากเท่านั้นและส่วนมากจะถ่ายออกออกมาได้ครบบ้างไม่ครบบ้างแล้วแต่ผู้เรียนเพราะสูตรคำนวณเวทบางสูตรก็ยากที่จะเข้าใจ การสืบทอดจึงขาด ๆเกิน ๆ และตกหล่นไปตามกาลเวลาประเทศนี้ถึงจะมีเ้าชายเรคที่มีพลังสูงแต่ก็ยังแพ้ยังไงล่ะ
คาถาเวทมนตร์แต่ละคาถามีสูตรคำนวณในตัวสูตรคำนวณนี้คล้าย ๆคณิตศาตร์ในโลกก่อนของเรนิสเพียงแต่จะยากกว่านิดหน่อย ถ้าเป็คณิตศาตร์คำนวณออกมาไม่ได้คำตอบก็คิดใหม่แต่ถ้าใช้สูตรเวทมนตร์ที่ผิดเมื่อใช้อาจจะทำร้ายผู้ใช้ได้ไม่ว่าจะะเิหรือเกิดปฏิกิริยาแปลก ๆเช่นใช้แล้วมือหาย ตายหรืออะไรก็ตามที่ไม่คาดคิด หรือใช้แล้วอาจจะไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลยก็ได้
เพราะฉะนั้นการจะคิดคาถาขึ้นมาใหม่จึงเป็เื่ยากเพราะใครๆก็รักชีวิต ถึงคิดออกมาได้แต่ใครจะกล้าลอง เรนิสโชคดีที่พระเ้ามอบคาถาและสูตรเวทมนตร์อย่างถูกต้องมาให้หน้าที่ของเขาจึงแค่ถ่ายทอดเท่านั้น
เรนิสไม่หวงความรู้เพราะเขาไม่ได้คิดคาถาหรือสูตรเวทมนตร์เองด้วยซ้ำ เป็พระเ้าที่มอบมาให้ทั้งหมดและจุดประสงค์ของพระเ้าก็คงอยากให้เขามาถ่ายทอดความรู้นั่นแหละ อนาคตเรนิสคงต้องตั้งสถานศึกษาขึ้นมาซะแล้ว
หลังจากที่เรนิสสอนทฤษฎีให้กับเนเน่และวาวาเสร็จก็ถึงเวลาปฏิบัติ
“ข้าจะใช้เวทมนตร์โดยไม่ผ่านตัวกลางได้จริงๆเหรอคะ”เนเน่ถาม
“ความจริงแล้วเมื่อเรียนเวทมนตร์กับข้าอยากจะใช้ผ่านตัวกลางหรือไม่แล้วแต่ความชอบเลยบางคนใช้เวทมนตร์ผสมกับดาบก็ช่วยเพิ่มการโจมตีได้เหมือนกันบางคนใช้กับไม้กายสิทธิ์เ้าคงไม่เคยเห็นคนที่ใช้เวทมนตร์โดยไม่ผ่านตัวกลางพวกนี้ใช่มั้ยล่ะ”
“ก็ใช่..”วาวาตอบ
“คาถาที่ปกติพวกเ้าร่ายตอนใช้เวทมนตร์น่ะไม่ต้องร่ายมันอีกแล้วถ้าเข้าใจสูตรเวทมนตร์ของมันตามที่ข้าสอนไปเมื่อครู่ เมื่อนึกก็จะใช้ได้เลย”
เมื่อกี้เรนิสมอบกระดาษให้พวกเขาแผ่นหนึ่งเพื่อเขียนสูตรเวทมนตร์ให้ดูตอนนี้แค่สูตรเดียวก่อนเมื่อเข้าใจแล้วก็ไม่จำเป็ต้องท่องเมื่ออยากใช้มันจะออกมาเอง แถมไม่มีวันลืมด้วยเพราะมันจะติดตัวไปจนตายคล้ายกับเวลาเราพูดภาษาแม่ของตัวเองนั่นแหละถึงคนความทรงจำเสื่อมแต่ก็ไม่ลืมภาษาที่ตัวเองใช้มาทั้งชีวิตใช่ไหมล่ะนี่ก็อารมณ์เดียวกัน
เนเน่พยายามทำความเข้าใจกับสูตรเวทมนตร์ในมือภาษาแปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเรียงกันเต็มหน้ากระดาษ
วาวาและเนเน่ได้รับสูตรคำนวณเวทมนตร์คนละอย่างกันเพราะคนละธาตุเรนิสก็บอกไม่ได้ว่าทำยังไงถึงจะเข้าใจเพราะสูตรพวกนี้ก็อยู่ในหัวเขาั้แ่แรกแล้ว เรนิสจึงได้แต่บอกและให้สองแฝดทำความเข้าใจเอง
“เหมือนข้าจะเข้าใจแล้ว”วาวาพูดขึ้นหลังจากนั่งงมมาครึ่งชั่วโมง
“ข้าก็ด้วย ๆ”ตอนแรกเนเน่ก็งงแต่เมื่อพยายามทำความเข้าใจดี ๆมันก็ไม่ยากอย่างที่คิด
“ในเมื่อเข้าใจแล้วไหนลองใช้เวทให้ข้าดูหน่อยสิ”
เนเน่นึกถึงสูตรคำนวณที่ตัวเองพยายามทำความเข้าใจมานานนับครึ่งชั่วโมงเมื่อนึกถึงเนเน่ก็เพ่งไปที่พื้นจู่ๆ ก็มีต้นอ่อนของต้นไม้ขึ้นมาจากพื้นดิน แม้ว่ามันจะเป็ต้นอ่อนเล็ก ๆแต่เนเน่ก็ดีใจมากที่ความพยายามของนางไม่เสียเปล่า
ส่วนวาวาก็ปล่อยน้ำออกมาได้เขาจึงเอาไปรดน้ำต้นอ่อนของเนเน่จนมันโตขึ้นมานิดนึงเพราะเป็น้ำที่เกิดเวทมนตร์
“ข้าเคยเห็นคนที่ใช้ธาตุน้ำมักจะควบคุมน้ำได้อย่างเดียวไม่สามารถสร้างน้ำขึ้นมาจากที่ ๆไม่มีน้ำได้ แต่ทำไมข้าทำได้ล่ะ”วาวาถาม
“ใช่ ๆข้าก็เคยเห็นคนใช้ธาตุไม้ทำให้ยอดต้นอ่อนงอกจากเมล็ด แต่ข้าไม่มีเมล็ดมันก็งอกออกมาได้แล้ว”เนเน่รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำ มันวิเศษมาก
“มันเป็เวทมนตร์ใหม่ที่ยังไม่มีใครคิดสูตรเวทมนตร์นี้ได้ เอาล่ะที่มันขึ้นมาแค่ต้นอ่อนกับน้ำปริมาณหนึ่งถ้วยเพราะพลังเวทพวกเ้ายังน้อยเราต้องโคจรพลังเพื่อเพิ่มพลังกันก่อน”
“ข้าเคยได้ยินท่านพ่อให้พี่ใหญ่กินอาหารเพิ่มพลังแล้วก็หินดูดเวทเราจะโคจรอย่างเดียวเหรอคะ”
“ท่านเรนิสคงมีวิธีที่มันง่ายกว่าปกตินั่นแหละ”ตอนนี้เรนิสกลายเป็สิ่งที่วาวาศรัทธาจนกู่ไม่กลับแล้ว
“ฮ่าๆใช่แล้วการโคจรที่ใช้กันปกติมันผิดน่ะ เลยทำให้เลื่อนพลังช้า พวกอาหารเพิ่มพลังหรือหินดูดเวทเป็แค่ตัวเร่งความเร็วเท่านั้นแต่ความจริงแล้วถ้าใช้วิธีที่ถูกต้อง ของพวกนั้นก็ไม่จำเป็เท่าไหร่”
เรนิสสอนการโคจรพลังให้เนเน่และวาวาแป๊บเดียวทั้งคู่ก็เข้าใจเรนิสปล่อยให้สองแฝดโคจรพลังทั้งวันจนพลังขึ้นมาระดับหนึ่ง
ที่ต้องทำแบบนี้เพราะเวทมนตร์บทอื่นๆมันใช้พลังเวทเยอะอ่ะนะ
วันที่7 ก่อนการก่อฏ 7 ชม.
าาองค์ปัจจุบันที่เก็บตัวอยู่ในห้องั้แ่จบาหนวดรุงรังและใบหน้าเหี่ยวที่ดูโทรมและแก่เกินอายุไป 10 ปีเขารู้ว่าจะโดนก่อฏในคืนนี้
ถึงจะมีพลังมากแต่ร่างกายก็ร่ายเวทไม่ไหวแล้วเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องตายมันเป็แบบนี้เองสินะ...
ทางด้านเรนิสหลังจากนึกได้ว่าตัวเองไปปล้นบ้านคนอื่นมาแถมทายาทเ้าของบ้านก็นั่งหัวโด่อยู่ในห้องตัวเองอีกด้วย
ดูเหมือนว่าต้องคืนสินะ...
“ข้าเข้าไปปล้— แค่กๆข้าหมายถึงเดินไปเจอคลังสมบัติของบ้านเ้ามา สมบัติพวกนั้นสมควรเป็ของพวกเ้าข้าจะคืนให้นะ”
เนเน่และวาวาหันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มแล้วก็พูดว่า “ข้าไม่เอาหรอกค่ะ/ครับ”
“หือ...ทำไมล่ะ”
“พวกเรารู้ว่าท่านกำลังจะทำอะไรอนาคตต้องใช้เงินอีกมาก ท่านเอาไปเถอะ ข้าได้ท่านช่วยไว้ชี วิตนี้เป็ของท่านแล้ว”เนเน่รับการฝึกมาตลอด 7 วันจนตอนนี้เก่งกว่าทหารในกองทัพไม่รู้กี่เท่า
“แบบท่านต้องเป็ราชินีที่ดีได้แน่ๆ เงินของพวกเราท่านสามารถช่วยคนได้อีกมาก พวกเราไม่เสียดายหรอกครับ”
“เฮ้ออย่าพูดว่าชีวิตนี้เป็ของคนอื่นอีกนะ ชีวิตของเ้ามันเป็ของเ้าไม่ใช่ของใครแม้ข้าจะช่วยเ้ามากแค่ไหนหรือแม้ข้าจะเป็ผู้ให้กำเนิดเ้าเ้าของชีวิตก็มีเพียงเ้าเท่านั้น”
“เข้าใจแล้วค่ะ”เนเน่พูดเสียงหงอย
“ส่วนวาวาถึงข้าจะเอาเงินไปช่วยคนอีกเยอะแต่ไม่ได้หมายความว่าเ้าจะยกให้ข้าทั้งหมดแบบนี้สิ ทำดีต้องไม่ให้ตัวเองลำบากนะไม่รู้ล่ะข้าจะคืนเงินพวกเ้า”
“อย่างน้อยท่านก็เอาไปสักครึ่งหนึ่งเถอะครับแบบนี้พวกเราก็ไม่ลำบากแล้ว ถึงพวกเราหมดตัวท่านก็ต้องเลี้ยงพวกเราด้วย”
“ฮ่า ๆๆเอาแบบนั้นก็ได้” เรนิสหัวเราะให้กับความเ้าเล่ห์ของเด็กๆ
เรนิสดูหน้าต่างค่าสถานะของตัวเองและสองแฝดเพื่อเช็คความคืบหน้าเพราะั้แ่วันนั้นเรนิสก็ยังไม่ได้เช็คสถานะอีกเลย
ชื่อ : เรนิสเกรย์เวล
สถานะ : เ้าชายถูกลืม – อาจารย์ที่น่านับถือ
พลังธาตุ : ดิน (Lv.17) น้ำ (Lv.17) ลม (Lv.17) ไฟ (Lv.17) น้ำแข็ง (Lv.17) แสง (Lv.17) ไม้ (Lv.17) มืด (Lv.17) มายา (Lv.17)
เสเน่ห์ : (Lv.15) [คุณสมบัติพิเศษ: อัตราการโดนปฏิเสธน้อยลง 15 % บรรยากาศรอบตัวน่าหลงใหล(Lv.15) กลิ่นอายทรงอำนาจ (Lv.15)]
เพศ : โอเมก้า - ชาย
อายุ : 18
เรนิสขมวดคิ้วดูเหมือนเขาจะติดนิสัยนี้เมื่อมองสเตตัสค่าเสน่ห์ของตัวเอง มีเอฟเฟกต์แปลก ๆอะไรเพิ่มมาล่ะเนี่ยกลิ่นอายทรงอำนาจ? มองแล้วดูสูงส่งหรือยิ่งใหญ่งั้นเหรอพระเ้าว่างรึไงถึงได้ให้เอฟเฟกต์แปลก ๆ แบบนี้มา
แต่เมื่อดูสเตตัสของเหล่าลูกศิษย์เรนิสก็ต้องยิ้มอย่างภูมิใจ
ชื่อ: เนเน่ มอร์แฮม
สถานะ: นักเวทระดับสูง
เพศ : โอเมก้า-หญิง
อายุ: 17
พลังธาตุ: ไม้ (Lv.8)
===================================
ชื่อ: วาวา มอร์แฮม
สถานะ : นักเวทระดับสูง
เพศ : โอเมก้า-ชาย
อายุ: 17
พลังธาตุ : น้ำ (Lv.8)
ที่มันขึ้นสถานะเป็นักเวทระดับสูงทั้งๆที่ (Lv.8) เพราะความสามารถ เวทมนตร์ จำนวนคาถามากกว่าพวกเลเวลสูงในประเทศโซฟิโอล่าซะอีกพวกนั้นถึงพลังสูงกว่าแต่พื้นฐานก็ไม่แน่นเหมือนเด็กพวกนี้แน่
เรนิสเหลือบไปมองนอกหน้าต่างเห็นทหารกลุ่มใหญ่มายืนออกันอยู่หน้าปราสาทแล้วอีกไม่นานคงจะบุกเข้ามาตัดคอเ้าาาไร้ประโยชน์คนนั้น
ทางด้านทหารที่เตรียมบุกปราสาทพระาากำลังยืนรอสัญญาณอยู่หน้าประตูวังข้างหน้าพวกเขามีที่ปรึกษาคิวรัน ดยุกเบริเวอร์ และขุนนางลูกกระจ๊อก แค่กๆขุนนางระดับล่าง ๆ....
ดยุกเบริเวอร์ะโ“ได้เวลาแล้ว บุก!!”
“เฮ!!!!”