บทที่ : 27
“เด็กๆ นี่มันยังไงกันนะ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงกันแล้วแต่ก็ยังทำตัวไม่ยอมโตแบบนี้อีก...” เยว่ฮวาที่ได้ยินแบบนี้ก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ ที่สำคัญคือนางไม่ค่อยชอบประกายตาที่วาวระยับ ที่ราวกับว่ากำลังสนุกตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ของเ้าคุณชายตู้กู่นั่นเท่าไหร่
โดยเฉพาะในตอนที่ยังคงพยายามแสดงท่าทางร้อนรน แต่กลับมีท่าทีที่สงบอย่างประหลาด ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาได้แสดงตัวตนของตัวเองจริงๆ ออกมา
ในโลกนี้มีสองสามสิ่งที่นางเกลียดมากที่สุด หนึ่งในสามอย่างที่ว่าก็คือ...
ความหลอกลวงตลบตะแลง...
ซึ่งชายหนุ่มกำลังแสดงมันออกมาอย่างชัดเจนเลยทีเดียว
“มัวชักช้าอะไรอยู่อีก รีบไปจับตัวนางเอาไว้!”
และก็เหมือนว่าอะไรก็ไม่เป็ใจให้กับเยว่ฮวาและเหล่าตัวประกอบที่เหลือมากนัก เหล่าตัวประกอบทั้งหลายสุดท้ายก็ได้แต่ทำใจทำไปตามคำสั่งของชายหนุ่ม ส่วนเยว่ฮวาก็ยิ่งหงุดหงิดกับรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่าย...
“นี่เ้าคิดว่าข้าเต้นอยู่บนฝ่ามือเ้าอย่างนั้นสินะ” หญิงสาวกระซิบเบาๆ กับตัวเอง ในตอนแรกนางก็กะจะแค่สั่งสอนคนพวกนี้เพียงเล็กน้อย และจากไปพร้อมกับเบาะแสให้ผู้คนค้นหา แต่ดูท่าดูทางแล้วนางก็จะทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว
‘นี่มันเพราะว่านานมากแล้วที่ไม่มีใครกล้าลูบคมซึ่งหน้า หรือเป็เพราะฮอร์โมนของร่างกายที่อ่อนวัยนี้กันแน่...’
ที่สำคัญที่สุดก็คือนางไม่อยากที่จะใช้เหตุผลระงับมันเสียด้วยซิ!
ความรู้สึกของหัวใจที่กำลังเต้นถี่จากหลายๆ สาเหตุ
ความรู้สึกไม่ยินยอมในความไม่เป็ธรรม
ความรู้สึกอยากที่จะใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือให้คนที่เข้ามาหาเื่ได้รับรู้
ความรู้สึกของร่างกายที่อยาก ‘ปะทะ’ ที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“นี่สินะความรู้สึกของวัยรุ่น...”
อาจจะดูเหมือนเดี๋ยวผีเข้าเดี๋ยวผีออก เพราะเพียงแค่ในไม่กี่อึดใจ เยว่ฮวาทั้งยิ้มทั้งหน้าบึ้งไปแล้วหลายครั้ง แต่มันก็ยิ่งทำให้นางโล่งใจขึ้นอีกนิด แล้วหลับตาระบายลมหายใจออกมาช้าๆ ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมองเด็กๆ ที่พยายามจะตั้งตัวเป็ศัตรูตรงหน้า
ไม่รอให้อีกฝ่ายเป็คนเข้ามาก่อน แต่รอบนี้เยว่ฮวาเป็ผู้ที่เข้าไปในเขตแดนต่อสู้เอง เพราะจะอย่างไรก่อนหน้านี้อีกฝ่ายนั้นก็ได้เริ่มที่จะโจมตีนางก่อนไปแล้ว และที่สำคัญคือนางไม่ได้ที่จะตั้งใจทำให้พวกเขาาเ็สาหัสหรือตาย จึงไม่มีความลังเลขู่ในใจอีก
“ข้าไม่ใจดีกับพวกเ้าอีกแล้วละนะ ในเมื่อพวกเ้าเป็ฝ่ายที่ไม่ยอมรามือเอง...”
ถึงจะไม่เต็มใจแสดงฝีมือเท่าไร แต่คงไม่เลวนักหากให้ผู้คนได้เห็นว่านางทำอะไรได้บ้าง...
วูบ...
อาจจะไม่ได้รวดเร็วหวือหวาเหมือนในหนังกำลังภายใน เพราะนางเองก็ไม้ได้ฝึกฝนพลังปราณมาเหมือนในหนัง แต่สำหรับคนธรรมดาๆ ทั่วไปแล้ว ระยะเพียงแค่สองวามือก็ไม่ได้มากเกินไป และทุกๆ ย่างก้าวที่นางย่ำลงไป ก็เหมือนกับระยะระหว่างพวกเขาก็หดสั้นลงอย่างปาฏิหาริย์
เพียงแค่ก้าวยาวๆ สามก้าว เยว่ฮวาก็สามารถเข้าประชิดกลุ่มลิ่วล้อที่ตั้งท่าจะบุกก็ไม่บุกจะถอยก็ไม่ถอย นางจึงเข้าไปต่อยท้องคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ถึงนางจะไม่ได้ออกแรงอะไรมากมายนัก แต่ก็สามารถทำให้อีกฝ่ายตัวงอลงจนหัวตกลงมาในระยะที่เหมาะสม ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็สูงกว่านางเป็่ศอก
ปัก!
เสียงหมัดกระแทกเข้าที่ระหว่างจมูกกับริมฝีปากคราหนึ่ง ส่งให้ร่างของคนตัวโตล้มคว่ำในทันที!
“!!”
“!!”
“!!”
ก่อนหน้านี้ว่าเร็วแล้ว แต่ในครั้งนี้กลับรวดเร็วยิ่งกว่า ทำให้ผู้คนที่เฝ้ามองโดยรอบนั้นต่างก็ใกับสิ่งที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ทำเป็อย่างมาก
ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่บนชั้นสามของเหลาอาหารแห่งหนึ่ง ที่สามารถมองเห็นการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน
“นั่นมันศิลปะการต่อสู้อะไรกัน ทำไมข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...” ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาในขณะเฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องล่าง
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนักขอรับ เพราะไม่ได้เห็นในระยะประชิด...” ชายอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเอ่ยตอบ “แต่ที่แน่ๆ ข้าไม่คิดว่าจะเคยเจอมาก่อนขอรับ”
“หืม...” ชายหนุ่มถึงกับลากเสียง “ขนาดเ้าก็ยังไม่เคยเห็นเลยอย่างนั้นหรือ”
“ถึงจะไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ข้าไม่คิดว่าข้าเคยเห็นการต่อสู้แบบนี้มาก่อนท่านดูนั่นสิขอรับ...”
“...”
“นางใช้ร่างของตัวเองเป็แกนหมุน แล้วเข้าไปประชิดผู้หญิงตัวโตกว่ากว่าสามส่วน แล้วคว้าเข้าที่คอเสื้อก่อนที่จะหันหลังไปประชิดนางผู้นั้น ทำให้เพียงแค่นางก้มลงไปข้างหน้าเล็กน้อย ก็สามารถยกตัวอีกฝ่ายขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย แล้วใช้แรงเหวี่ยวกับน้ำหนักของอีกฝ่าย เพื่อที่จะทำร้ายอีกฝ่ายเองด้วยการทุ่มลงไป”
“ถึงจะไม่สามารถทำให้าเ็สาหัสได้ แต่สำหรับคนเสเพลพวกนี้ก็มากพอที่จะทำให้หมดสติไปได้ง่ายๆ เลยงั้นสินะ”
“ขอรับ”
“...อื่ม”
“นอกจากนี้หลังจากที่สังเกตนางมาดึครู่หนึ่ง ที่แน่ๆ แล้วการต่อสู้ที่นางใช้นั้นไม่ใช้ประเภทเดียวกันทั้งหมด แต่ใช้หลักการการต่อสู้ที่แตกต่างกันไป...”
“...”
“ถึงข้าน้อยจะไม่รู้จักว่านางเป็ใคร แต่ที่แน่ๆ นางจะต้องเป็ผู้ที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวขอรับ”
“น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว” ชายหนุ่มเปรยออกมาในตอนที่เฝ้ามองการต่อสู้ที่กำลังจะสิ้นสุดลง แม้จะเหมือนเนิ่นนาน แต่ว่าที่จริงแล้วการต่อสู้นั้นดำเนินไปเพียงไม่ถึงร้อยอึดใจด้วยซ้ำ แต่หญิงสาวตัวเล็กๆ นางนั้นก็สามารถที่จะล้มคู่ต่อสู้ตัวโตกว่าหลายคนได้อย่างง่ายดาย
“อย่างน้อยการมาที่ห่างไกลในครั้งนี้ก็มีอะไรที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน...”
“ใช่แล้วขอรับ ข้าเองก็อยากที่จะรู้เช่นกันว่านางไปเรียนวิชาการต่อสู้แบบนี้มาจากไหน...”
“ก็ดี ในเมื่อเ้าเองก็สนใจ แบบนั้นก็ให้คนอื่นๆ ไปหามาให้ได้ก็แล้วกันว่านางเป็ใคร” ชายหนุ่มหันมาหาอีกฝ่ายพร้อมกล่าวด้วยเสียงจริงจัง
“ขอรับ”
ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับคำก่อนที่จะหันไปอีกด้านก่อนที่จะพยักหน้าเบาๆ ส่งให้หนึ่งในกลุ่มคนมี่มีกันอยู่เกือบสิบคนนั้นหายวับไปกับตา
..............................................