บทที่ 3 ลูกสาวของพี่อวี้ อันธพาลประจำโรงเรียน
ยังไม่ทันเดินไปถึงที่พัก เขาก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักบนไหล่
เด็กน้อยหลับไปแล้ว
นอนฟุบอย่างนุ่มนวลบนไหล่ของเขาราวกับซาลาเปาร้อนลูกหนึ่ง
นุ่มนิ่ม อ่อนโยน ไร้ความระแวดระวังเหมือนสัตว์ตัวน้อย
จิ๊ น่ารำคาญจริง ๆ
แมวน้อยที่ยังไม่สามารถแยกแยะดีชั่วได้ กล้าดียังไงมาแกล้งชนเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายกับเขาที่ดูแล้วไม่ใช่คนดี?
นิ้วเรียวยาวยังเปื้อนเื เซี่ยจื่ออวี้ยกมือขึ้นเล็กน้อยด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก คิดจะคว้าหลังคอเสื้อของเด็กน้อยเพื่อทำให้เธอตื่น
แต่ตอนที่นิ้วมือเพิ่งแตกที่เสื้อ เ้าก้อนแป้งน้อยก็ขยับตัวขยุกขยิก
ใบหน้าจ้ำม่ำมีเส้นโค้งน่ารักกดทับอยู่บนไหล่ของเขา
ปากยังถูกกดจนบุ้ยขึ้นมา เอ่ยเสียงพึมพำแ่เบาที่ไม่เข้าใจความหมาย ราวกับลูกสัตว์ที่รู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างถึงที่สุด
นิ้วของเซี่ยจื่ออวี้ชะงักไป อดไม่ได้ที่จะก้มหัวลงไปใกล้
และได้ยินเสียงเธอเรียกหา “พี่ชาย”
โดยที่การออกเสียงยังไม่ชัดเจนนัก
“ใครเป็พี่ชายเธอ” เขาเอ่ยเสียงเบา
แน่นอนว่าเด็กน้อยไม่ตอบเขา แต่มุมปากกลับยกขึ้นราวกับฝันดีอะไรอยู่
เด็กหนุ่มเ้าปัญหาที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยบรรยากาศดุดันสุดท้ายก็ปล่อยมือลง
มือที่อุ้มเ้าก้อนแป้งน้อยกระชับแน่น สีหน้าของเขาดูสงสัยอยู่บ้าง แต่การกระทำกลับยิ่งอ่อนโยน
ตัวเล็กเกินไป นุ่มนิ่มเกินไปจนรู้สึกว่าแค่บีบเบา ๆ ก็คงตายแล้ว
เซี่ยจื่ออวี้เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เขามีาแที่เอวซึ่งเด็กน้อยไม่รู้ และเขาก็ไม่ได้บอก
แต่เืกลับไหลอยู่ตลอดจึงจำเป็ต้องรีบกลับไปจัดการเสียหน่อย
เขาอุ้มเด็กน้อยเดินไปที่มุมหนึ่ง เมื่อมาหยุดตรงหน้าบ้านของเขา เซี่ยจื่ออวี้กลับหยุดฝีเท้า
ทันใดนั้นท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไป ซึ่งมันไม่น่าดูเป็อย่างมาก
เ้าก้อนแป้งในมือกลายเป็เผือกร้อนทันทีจนเขาแทบอยากจะโยนเด็กคนนี้ทิ้ง!
“แม่เ้า! พี่อวี้กลับมาแล้ว!”
“พี่อวี้ ได้ยินว่ามีคนมารุมตีพี่...พี่อุ้มอะไรมาน่ะ?”
“พี่าเ็นี่ รีบจัดการดีกว่าไหมครับ เฮ้ย?”
ปลายเสียงของทุกคนล้วนเปลี่ยนไปเป็ใ
พวกเขามองไม่ผิดใช่ไหม! นั่นมันเด็ก!
พี่อวี้ผู้โเี้ของพวกเขาที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเื กำลังอุ้มเด็กอยู่งั้นเหรอ?
สีหน้าของหลี่หยวน ผู้ที่เดินนำมาดูน่าเกลียดเป็อย่างมาก เขารีบสาวเท้ายาว ๆ เข้ามาหา
“พี่อวี้ ผมรู้ว่าพี่ไร้ความปรานี แต่คิดไม่ถึงว่าแม้แต่กับเด็กก็ยัง...”
หลี่หยวนมองใบหน้าผุดผ่องของเด็กน้อยที่ดูมีชีวิตชีวา อีกทั้งมุมปากยังยกขึ้นในขณะที่หลับสนิท
หลี่หยวนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่สีหน้ากับยิ่งช็อก
พี่อวี้เสียสติไปแล้วหรือ? อุ้มเด็กมาเนี่ยนะ?
สีหน้าของเซี่ยจื่ออวี้ที่มองลูกน้องของตัวเองมืดครึ้ม เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปไม่จบไม่สิ้น
เขาราวกับสามารถได้ยินเสียงซีพียูของหลี่หยวนกำลังหมุนประมวลบางอย่างด้วยความบ้าคลั่งจนเกิดประกายไฟ
สุดท้ายก็หมุนเสร็จสิ้น
ทันทีที่หลี่หยวนตระหนักได้ก็มีสีหน้าเลื่อมใส
“สมแล้วที่เป็พี่อวี้ ลูกสาวโตขนาดนี้แล้ว!”
เซี่ยจื่ออวี้ “...”
เซี่ยจื่ออวี้ “ไสหัวไป”
เ้าก้อนแป้งน้อยในอ้อมกอดถูกเสียงดังทำให้ตื่นขึ้นมา ดวงตาลืมขึ้นอย่างสะลึมสะลือ
ซิงซิงน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมพอตัวเองลืมตาขึ้น ข้างตัวถึงมีพี่ชายมากมายถึงเพียงนี้
แต่ละคนล้วนดูดุดัน
เ้าก้อนแป้งขนตาสั่นระริก ซิงซิงเช็ดน้ำลายที่มุมปาก มือเล็กจับที่คอเสื้อของเซี่ยจื่ออวี้อย่างระมัดระวัง พลางใช้เสียงกระซิบถามข้างหูเซี่ยจื่ออวี้
“พี่ชาย พวกเขาเป็ใครเหรอคะ?”
ใบหน้าด้านข้างของเซี่ยจื่ออวี้ถูกเด็กน้อยทำให้คันยุบยิบ จนอดไม่ได้ที่จะมีความคิดร้าย ๆ ขึ้นมา
“คนพวกนี้ล้วนเป็พวกที่จับเด็กไปขาย ฉันกำลังจะเอาเธอไปขายแล้ว”
เขาขู่เด็กเสียงเบาโดยที่ตัวเองล้วนไม่ทันสังเกตว่าท่าทางของจนอ่อนโยนมากจริง ๆ
จนทำให้การแสดงออกบนใบหน้าของลูกน้องทั้งสามคนรวมถึงหลี่หยวนบิดเบี้ยว
ราวกับเห็นิญญาร้ายที่ลับหลังกลับเป็ทาสแมว
แน่นอนว่าย่อมเป็ธรรมดาที่ซิงซิงน้อยจะไม่ถูกเซี่ยจื่ออวี้ทำให้ใกลัว
“ซิงซิงไม่ใช่เด็กแล้ว ซิงซิงอายุสามขวบครึ่งแล้ว!”
ดวงตาของเธอโค้งงอ พลางยื่นนิ้วสั้น ๆ ออกมาสามนิ้ว นับทีละนิ้วจากด้านซ้าย
“ดังนั้นพี่ชายหลอกหนูไม่ได้หรอก”
เธอนับเสร็จก็คิดอะไรได้ ใบหน้าเล็กยับย่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“พี่ชายอุ้มหนูมานานขนาดนี้แล้วไม่เหนื่อยเหรอคะ? ซิงซิงเดินเองได้นะ!”
เห็นได้ชัดว่ายังมีอาการง่วงนอนอยู่ แต่เด็กน้อยกลับเงยหน้าพิจารณาพี่ชายที่เพิ่งรู้จักอย่างละเอียด
ดวงตาของเธอใสกระจ่างและอ่อนโยนราวกับเป็ดวงดาวบนท้องฟ้าจริง ๆ
“เธอชื่อซิงซิงเหรอ?” เซี่ยจื่ออวี้ถาม
ซิงซิงพยักหน้าอย่างมีความสุข “ใช่ค่ะ!”
การเคลื่อนไหวของเด็กน้อยกระทบาแข้างเอวของเขา จนเซี่ยจื่ออวี้ลูกกระเดือกขยับเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงท่าทีออกมา
เขาพยายามไม่สนใจลูกน้องทั้งสามคนด้านข้างที่มองมาด้วยสายตาแปลกประหลาด ก่อนจะก้าวยาว ๆ เข้าไปในบ้าน
จากนั้นก็ใช้ผ้าห่มบนโซฟาห่อตัวซิงซิงไว้จนเธอกลายเป็ซูชิม้วน
“เธอเป็เด็กดีแล้วเข้านอนซะ พรุ่งนี้ฉันจะไปส่งเธอกลับบ้าน” เซี่ยจื่ออวี้วางซิงซิงที่อยู่บนมือของเขาลงบนโซฟาอย่างนุ่มนวล
ซิงซิงรู้สึกง่วง แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ร้อนรนขึ้นมา
“พี่ชาย บ้านของพี่ชายก็คือบ้านของซิงซิงค่ะ!”
เซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้พูดอะไร เมื่อพิศมองเ้าตัวน้อยที่อยู่ใต้แสงไฟกลับพบว่าเธอดูสวยมาก
เด็กที่เป็เน็ตไอดอลพวกนั้นยังไม่ได้หนึ่งในหมื่นส่วนของซิงซิงเลย
ที่สำคัญที่สุดคือเขามีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ถูก
แต่คุ้นเคยจากที่ไหนเขาก็บอกไม่ได้ ไม่นานความรู้สึกนั้นก็หายไป เพราะเขาเสียเืมากเกินไปจนรู้สึกเวียนหัว
“เธอรีบนอนซะ” เสียงของเขาอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ซิงซิงน้อยที่เมื่อรู้สึกความอบอุ่นของผ้าห่มก็เริ่มง่วงนอนและกำลังเคลิ้ม ทั้งยังได้ยินเสียงของพี่ชายอีก
ไม่นานเด็กน้อยก็ถูไถกับผ้าห่มก่อนจะผล็อยหลับไป
......
แชะ!
หลี่หยวนที่ใจนพูดไม่ออก รู้สึกชาหนึบจนต้องจุดบุหรี่
เป็ครั้งแรกที่เห็นพี่อวี้เป็แบบนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองต้องสงบจิตสงบใจเสียหน่อย
แต่วินาทีต่อมาปลายนิ้วเรียวยาวเปื้อนเืแห้งกรังก็ยื่นมาดับบุหรี่ที่หลี่หยวนคาบไว้
เซี่ยจื่ออวี้หันไปหาหลี่หยวนแล้วเอ่ยอย่างเ็า “ที่นี่มีเด็ก”
หลี่หยวนตะลึงจนตาค้าง “ครับ ครับ ขอโทษครับพี่อวี้”
เขายังเรียกสติกลับมาจากข่าวที่ว่า ‘พี่ใหญ่ของพวกเขามีลูกสาวแล้ว’ ไม่ได้ จึงจ้องมองไปทางก้อนแป้งน้อยที่หลับไปแล้วตรง ๆ
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นเด็ก แต่เพิ่งเคยเห็นเด็กที่หน้าตาสะสวยแบบนี้ครั้งแรก
ขนตายาวเหมือนตุ๊กตา ใบหน้าเล็กมีน้ำมีนวลทำให้คนห้ามใจไม่ให้หยิกไม่ไหว
เซี่ยจื่ออวี้ใช้สายตาราวกับมองขยะมองไปทางพวกลูกน้องของเขา ส่งเสียงเ็าอย่างไม่ชัดเจนออกมาเสียงหนึ่งและถอดเสื้อผ้าออก
บนร่างล่ำสันสมบูรณ์แบบของเด็กหนุ่ม าแที่เอวยังคงมีเืไหลอยู่
ในที่สุดกลิ่นคาวเืก็ทำให้พวกลูกน้องทั้งสามคนตั้งสติได้ รีบส่งกล่องยาและเทน้ำลงไปอย่างเอาใจใส่
หลี่หยวน “พี่อวี้ พวกเราได้รับข่าวช้า ไอ้เ้าพวกนั้น...”
“ฉันรู้” เซี่ยจื่ออวี้ออกแรงเช็ดาแจนทำให้ริมฝีปากซีดเพราะความเ็ป “เพราะอย่างนั้นฉันถึงเอามีดติดตัวไปด้วย”
“าแนี้ฉันต้องเอาคืนแน่”
เขาไม่ได้บอกว่าเมื่อครู่ตัวเองถูกฟาดหัวจนเกือบพลั้งมือฆ่าคน
ตอนนี้มานึกดูแล้วแม้จะไม่ได้หวาดกลัว แต่เขากลับยังรู้สึกโล่งอก
ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองหรือเพราะเ้าก้อนแป้งน้อยกันแน่
หลี่หยวนสังเกตท่าทีของเซี่ยจื่ออวี้ เห็นว่าเขาไม่อยากพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้มากนัก
เขากระแอมออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“พี่อวี้ ลูกสาวพี่ แม่ของเธอคือ...”
เซี่ยจื่ออวี้คิ้วกระตุก ยื่นมือไปบีบคอหลี่หยวน
“ไม่ใช่ลูกสาวฉัน” เซี่ยจื่ออวี้มีสีหน้าเ็า แต่จากนั้นหว่างคิ้วที่ขมวดอย่างไม่สบอารมณ์ก็คลายลงเล็กน้อย ความรู้สึกเหนื่อยล้ายิ่งแพร่กระจายไปทั่ว
“เก็บได้บนถนน พรุ่งนี้จะพาไปส่งที่สถานีตำรวจ”
พูดจบเขาก็เดินไปทางโซฟา ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าถาโถมใส่ตัวเอง “ออกไปได้แล้ว”
หลี่หยวนลูบคอตัวเองด้วยสายตาแปลก ๆ
เซี่ยจื่ออวี้จะไปส่งเพื่อนตัวน้อยที่หลงทางกลับบ้าน เป็เื่ไม่สมเหตุสมผลพอ ๆ กับการให้หลี่หยวนสวมกระโปรง
แต่พี่อวี้ออกปากแล้วพวกเขาก็ไม่กล้าถามให้มากความ
พวกลูกน้องเดินออกไป ในห้องรับแขกจึงเงียบลงทันที
แต่บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาอยู่บ้างเพราะเ้าตัวเล็กนี่
เซี่ยจื่ออวี้ขมวดคิ้วมองไปทางเ้าก้อนแป้งน้อยที่ยึดโซฟาไป เห็นเธอนอนหลับสนิทเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกง่วงขึ้นมา
ในขณะที่ความคิดของเขาค่อย ๆ เฉื่อยชาลง ภายนอกก็มีเสียงหวีดสั้นดังขึ้นมาเสียงหนึ่งอย่างกะทันหัน
เซี่ยจื่ออวี้แทบจะะโลงมาจากโซฟาในทันที
ดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้างของเขาวาวโรจน์อย่างดุร้ายขึ้นมาในความมืด
เขารีบพุ่งเข้าไปหาซิงซิง อุ้มเธอขึ้นมาและสาวเท้ายาวไปที่ตู้เสื้อผ้า ก่อนจะยัดเ้าก้อนแป้งน้อยเข้าไป
ซิงซิงน้อยถูกการเคลื่อนไหวนี้ทำให้ตื่น มือเล็กที่มีน้ำมีนวลขยี้ตาก่อนจะพูดอย่างสะลึมสะลือ
“พี่ชาย”
“หุบปาก” เสียงของเซี่ยจื่ออวี้เ็าเป็อย่างมาก “หลังจากนี้อย่าส่งเสียงออกมาเชียว”