“ฝ่า...บาทเสด็จ ” เสียงเล็กแหลมของหลิวกงกงดังขึ้นด้านหน้าหอเคียงอักษร ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะก้าวเดินเข้ามายังด้านใน โดยมีองครักษ์และทหารยืนรออยู่ด้านนอก เช่นเดียวกันกับคนของซูเฟยที่ยืนรออยู่อีกด้าน
“ฝ่าา เหยียนหยูถวายพระพรเพคะ ขอทรงอายุยืนยาวหมื่นปีหมื่นๆปี” ร่างบอบบางน่าทนุถนอม พร้อมกิริยามารยาทอ่อนหวานเช่นเดียวกับใบหน้าย่อตัวทำความเคารพพระสวามีตน
“เหยียนหยูเ้าลุกขึ้นเถิด”
“เหตุใดวันนี้เ้าจึงมายังหอเคียงอักษรได้”
“หากหม่อมชั้นตอบฝ่าาว่าเพียงมาอ่านตำราที่นี่ ฝ่าาก็คงไม่เชื่อหม่อมชั้นจริงหรือไม่เพคะ”
“ฮ่าฮ่า เ้าช่างรู้ทันข้าเหยียนหยู ”
“หากข้าไม่มาที่นี่ มีหรือข้าจะได้พบหน้าฝ่าา ั้แ่ไปทัพจนกลับมา หม่อมชั้นยังไม่ได้พบหน้าพระองค์เลยนะเพคะ”
“หากไม่ไปหาหม่อมชั้นที่ตำหนัก ขอหม่อมชั้นได้เห็นหน้าฝ่าาบ้างก็สุขดวงใจยิ่งแล้วเพคะ”
“เ้าช่างน่ารักอ่อนหวานและเข้าใจข้าที่สุด เช่นนั้นคืนนี้ ข้าจะพลิกแผ่นป้ายเ้าดีหรือไม่”
“ฝ่าาก็ !เหตุใด กล่าวต่อหน้า หลิวกงกงเช่นนี้เล่าเพคะ”
ร่างแบบบางที่ยืนอยู่ด้านหลังชั้นวางตำรา ไม่รู้ว่าตนจะเดินออกไปดี หรือเพียงแค่ยืนเงียบอยู่เช่นนี้ดี ในตอนแรกตนกำลังจะก้าวเดินหวังออกไปจากหอเคียงอักษร ประจวบเหมาะเป็่เวลาส่วนตัวของสามีภรรยากำลังนั่งโอบตะกองกอดคลอเคลียกันอยู่บนโต๊ะทรงอักษร ตนจึงต้องหันหลังเดินกลับเข้ายังด้านในหลังชั้นวางตำราแทน
“ฝ่าาทรง ทรงพระอักษรเถิดเพคะ หม่อมชั้นไม่รบกวนพระองค์แล้ว คืนหม่อมชั้นจะรอที่ตำหนักบุพผา์นะเพคะ ”
“หม่อนชั้นทูลลาเพคะฝ่าา”
หลังจากร่างบอบบางย่างกายเดินออกไปจากหอเคียงอักษร เสียงนึงก็ดังขึ้น จนคนที่หลับอยู่ด้านหลังสะดุ้งเฮือก
“ข้าพึ่งรู้ว่าฟู่ฉีสั่งสอนให้เชื้อพระวงศ์มีนิสัยแอบฟังความของผู้อื่น”
“คือ..ข้า ข้าเพียง”
“เพียงแค่แอบฟังข้ากับซูเฟย หรือว่าเ้าแอบดูข้ากันแน่”
“ไม่ใช่นะพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่ได้คิดทำเช่นนั้น อันที่จริงข้ากำลังจะออกไปจากหอเคียงอักษร แต่ข้าออกไปไม่ทัน ”
ร่างแบบบางก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบางติดกับชั้นวางตำรา เมื่อร่างสูงสง่าก้าวเท้าเดินเข้ามาจนประชิดตัว โดยมีวงแขนแกร่งค้ำยันอยู่กับชั้นวางตำรา ทำให้ตอนนี้ร่างแบบบางถูกกักขังอยู่ในวงแขนแกร่งของร่างสูงสง่า
“ฝ่าา...!”
“ข้าเกลียดคนช่างสอดรู้สอดเห็น”
“ข้าเปล่า ข้าหาได้แอบดูท่านกับซูเฟยไม่ ”
“ท่าน จะทำอันใด!”
ร่างสูงสง่าเพียงก้มใบหน้าลงมา จนใกล้กับใบหน้างาม ทำให้เ้าของใบหน้างามต้องรีบหันหลบหนีไอความร้อนจากลมหายใจบุรุษตรงหน้าประทะเข้าที่ใบหูเล็ก ส่งผลให้ใบหน้าที่เคยหวานซึ้งบัดนี้จึงแดงซ่านรามไปจนถึงใบหู
“ข้าจะทำโทษเ้าสือซาน”
“อื้อ...” ใบหน้างามถูกจับคางหันกันกลับมาเผชิญหน้ากับใบหล่อเหล่าดั่งเทพเซียน
“ฝ่ะ...อื้ออ”
ถ้อยคำที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยถูกกลืนลงคอไปเสียสิ้นเมื่อยามริมฝีปากนุ่มอิ่มถูกปิดประกบด้วยริมฝีปากหนาอุ่นร้อน ยามที่ริมฝีปากนุ่มอิ่มแม้มเข้าหากันแน่น ฝ่ามือใหญ่ก็ออกแรงบีบกรามเล็กของร่างบางให้ริมฝีปากอิ่ม อ้าเผยอออกก่อนเรียวริ้นร้อนจะเข้าไปไล่ต้อนฉกชิงความหอมหวานภายในโพงปากหอมละมุนดั่งดื่มกินน้ำหวานจากดอกไม้
รสััอันแปลกประหลาดที่ร่างแบบบางไม่เคยพบพานมาก่อนจึงทำให้ตื่นตระหนกใ ดิ้นรนใช้ฝ่ามือเรียวทั้งทุบทั้งดึงชุดอาภรณ์เนื้อดีของร่างสูงสง่าจนยับย่น
“อื้อ... อื้อ...”
มีแต่เสียงร้องประท้วงดังอึกอักในลำคอระหง คลอกับเสียงดังเฉอะแฉะน่าละอาย รับรู้ถึงความฉ่ำแฉะของน้ำลายที่มุมปาก
จนคนที่ตัวเล็กกว่าเริ่มนิ่งแข็งค้างเหมือนจะขาดอากาศหหายใจ ร่างสูงสง่าก็ผละริมฝีปากอุ่นร้อนออก
ริมฝีปากอิ่มที่ตอนนี้แดงช้ำ อ้าออกรีบสูดโกยเอาอากาศเข้าหายใจอย่างหนักหน่วง
“ฮือ...ท่าน..ท่านทำเช่นนี้ทำไมกัน!”
“หากเ้ายังทำผิด การลงโทษที่เ้าจะได้รับ ต่อจากนี้ คือการที่เ้าต้องอยู่อย่างอัปยศ จำไว้ให้ดี”
“อึก ฮือ...”
“ข้าเป็บุรุษท่านทำกับข้าเช่นนี้ ท่านคงสนุกมากที่ปั่นหัวเชลยเช่นข้าเล่น ข้าคงเป็ของเล่นชิ้นใหม่ของท่านใช่หรือไม่”
“เ้ากลับออกไปได้ ข้าจะอยู่เพียงลำพัง”
ใบหน้างามไม่กล้าแม้แต่จะเงยขึ้นสบตา ก้มใบหน้างุดแล้ววิ่งปาดน้ำตาออกไปจากหอเคียงอักษร
สองขาวเรียวยาวก้าวเดินไปตามเส้นทางที่มีนางกำนัลพามาเมื่อยามเช้า จนมาหยุดยืนอยู่ริมสระเหลี่ยนฮวา ร่างแบบบางทรุดลงนั่งริมสระ สายตาทอดมองไปยังดอกเหลียนฮวาที่บานสะพรั่ง พลันไปสะดุดกับเหยี่ยวแดงตัวเล็กตัวหนึ่งที่บินวนไปมาอยู่เหนือสระเหลียนฮวา
“นั่นมันเหยี่ยวแดงสื่อสาร ของฟู่ฉีนี่ ”
ร่างแบบบางหันมองไปโดยรอบบริเวณ เมื่อไม่เห็นมีผู้ใด จึงใช้ริมฝีปากที่บวมช้ำของตนเป่ากับนิ้วมือเรี้ยวให้เกิดเสียงหวีดขึ้นเพียงสองครั้ง
หวีด....หวีด....
ไม่นานเหยี่ยวแดงตัวเล็กก็บินร่อนลงมาเกาะแขนร่างแบบบาง
ก่อนที่ร่างแบบบางจะแกะเอาบางสิ่งที่ผูกติดกับขาเหยี่ยวแดงออก หันมองโดยรอบอีกครั้งแล้วจึงแกะเศษกระดาษแผ่นเล็กออกอ่าน ก่อนใส่ปากเคี้ยวกลืนลงท้องตน แล้วจึงล้วงหยิบเอาสมุดบันทึกเล่มเล็กออกจากอกเสื้อ จดข้อความลงในกระดาษเสร็จแล้วจึงฉีกกระดาษเป็เศษเล็กม้วนผูกติดกับขาเหยี่ยวแดง จากนั้นจึงวาดวงแขนขึ้นฟ้า เหยี่ยวแดงตัวเล็กจึงกระพรือปีกบินจากไป
ร่างแบบบางยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนถอยหายใจอย่างโล่งอก หันหลังหวังจะเดินเข้าภายในตำหนัก กลับต้องชะงักเพราะร่างสูงโปร่งของเทียนอวี่ยืนยกยิ้มให้อยู่ตรงหน้า
“ทะ ท่านอ๋องแปด!”
”เ้าทำอันใดอยู่หรือ ”
“คือขา....”
“ข้าเห็นเ้ายืนนิ่งใจลอยอยู่ตั้งนาน ข้าเรียกเ้าก็หาได้ยินไม่”
“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ พอดีข้าคิดถึงครอบครัวเพียงเท่านั้น”
“เอ๊ะ นั่น !ปากเ้าไปโดนสิ่งใดมา เหตุใดถึงบวมช้ำเช่นนั้น”
“คือข้า ข้าเพียงดื่มชาไม่ทันระวัง เลยโดยลวกพ่ะย่ะค่ะ ”
“ที่หลังก็ระวังหน่อย ข้าจะให้คนนำมาทามาให้แล้วาแเ้าหายดีแล้วหรือ ข้าอยากจะมาหาเ้าจะแย่ แต่ฝ่าาทรงเสด็จมาหาเ้าทุกวันเช่นนั้น ข้าเลยมาที่นี่ไม่ได้ประเดี๋ยวจะเป็เื่ใหญ่ถ้าฝ่าาทรงรู้เข้า”
“ข้าหายดีแล้ว ยังเหลือให้ลี่อินทายาลดลอยแผลเป็ให้เท่านั้น ขอบพระทัยที่ท่านอ๋องแปดทรงเป็ห่วงพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นข้าก็เบาใจ อ๋อข้านำกระดาษสำหรับวาดภาพและพู่กัน รวมทั้งที่ฝนหมึกมาให้เ้า ข้าได้ฝากลี่อินให้เอาเข้าไปเก็บในตำหนักก่อนที่ข้าจะเดินมาหาเ้าที่สระเหลียนฮวา”
“สือซานขอบพระทัยท่านอ๋องแปด พ่ะย่ะค่ะที่เมตตา ”
“ที่หลังหากมีผู้ใดรังแกเ้าอีก สั่งให้คนไปตามข้าเป็เ้ากรมการคลัง ไม่มีผู้ใดกล้าขัดข้าหรอก ทุกคนต่างเกรงกลัวข้า เ้ารู้ไหมว่าเพราะเหตุใด”
“เพราะเหตุใดหรือ พ่ะย่ะค่ะ”
“ก็เพราะผู้ใดที่กล้ามามีเื่กับข้า จะถูกข้าหักเบี้ยหวัดยังไงเล่า ฮ่าฮ่า”
“ฮ่าฮ่า ข้าก็คิดว่าท่านอ๋องแปดทรงมีวรยุทธสูงส่ง จนผู้คนยำเกรงเสียอีก”
“นี่เ้ากล้า หัวเราะเย้ยข้าหรือสือซาน”
“ข้าน้อยมิกล้า ข้าน้อยมิกล้า”
“เ้ามันร้ายใช้เล่นนะ ฮ่าฮ่า”
สองร่างพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ริมสระเหลียวฮวาอย่างอารมณ์ดี โดยที่หารู้ไม่ว่าทั้งสองร่างตกอยู่ในสายตาคมคู่หนึ่ง
ตำหนักครามธารา
“กุ้ยเฟยเพคะ โคมแดงถูกจุดขึ้นที่ตำหนักบุพผา์เพคะ”
เ“จ้าว่าอย่างนะ !ฝ่าาทรงพลิกแผ่นป้ายเหยียนหยูเช่นนั้นหรือ”
“ฝ่าาทรงหยามหน้าข้ามากเกินไปแล้ว ั้แ่แต่งข้าเข้าวังมากว่าสามปีทรงประทับอยู่กับข้าแค่คืนเข้าหอ แถมยังลองดีกับท่านพ่อข้า พานางเหยียนหยูนังหญิงคณิกานอกด่านนั้น มายกย่องเชิดชูเป็ซูเฟย ทัดทานอำนาจในวังหลังของข้า”
“ฝ่าาทางหลงลืมไปแล้วกระมัง ว่าจะต้องพึ่งพาธิดามหาอำมาตย์กุมกำลังกลมกลาโหมทั้งหมดเช่นบิดาข้า เห็นทีคงจะต้องทบทวนความทรงจำกันเสียใหม่”
“พรุ่งนี้เช้า ข้าไปจ้วนท่านพ่อ เ้าไปเตรียมตัวให้พร้อมลู่จือ”
“เพคะ กุ้ยเฟย”
ตำหนักบุพผา์
.....ทางด้านตำหนักบุพผา์
“ เหตุใดฝ่าายังไม่ทรงเสด็จมาอีก นี่ก็จวนจะเข้ายามจื่อแล้ว”
“หรือฝ่าาจะทรงหลอกข้าอีกเช่นเคย ”
“มันน่าเจ็บใจนัก”
“ทรงพระทัยเย็นก่อนเพคะซูเฟย ฝ่าาอาจยังทรงพระอักษรเื่ราชกิจอยู่ก็เป็ได้นะเพคะ”
“งานราชกิจอันใด ดึกดื่นจนป่านนี้”
“แต่อย่างน้อยโคมแดงก็ถูกจุดขึ้นนะเพคะซูเฟย”
“ก็จริงอย่างเ้าว่า อย่างน้อยโคมก็ไม่ถูกจุดขึ้นที่ตำหนักอื่น”
“หึ !ป่านนี้ฟางหรูกุ้ยเฟยคงอกแตกตายแล้วกระมัง ”
*ยามจื่อ23:00-24:59
#ข้าเป็เชลยศึกของฝ่าา