5.
“เราไม่โกรธทิพย์หรอก(เป็ชื่อเล่นของทิพา รัตนะเดชากุล) แต่ที่เราต้องเงียบหายไปทิพย์น่าจะรู้ดีว่าเพราะอะไร”
เพราะเธอทำเื่ย้ายมหาวิทยาลัยกะทันหันโดยไม่บอกใครไงทำตัวเหมือนคนหายสาบสูญจากเพื่อนๆ ทุกคนรวมทั้งเพื่อนสนิทมากอย่างทิพาด้วย
อุมาพรมองสบตาเพื่อนด้วยแววตาเศร้าๆ ที่ทิพาเองต้องยิ้มให้เพื่อนอย่างเป็การปลอบประโลมใช่แล้วละเื่ทั้งหมดมันเกิดเพราะพี่ชายตัวดีของหล่อนหลอกล่อให้เพื่อนของเธอยอมมีสัมพันธ์สวาทด้วยพอเบื่อพี่ชายของเธอก็เขี่ยผู้หญิงแสนดีอย่างเพื่อนของเธอทิ้งอย่างไม่คิดสนใจไยดีด้วยเหตุผลงี่เง่า
‘เราไปกันไม่ได้’ ทิพาถอนหายใจยาวเหยียดยกมือตบบ่าเพื่อนเหมือนจะปลอบแต่ก็ไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากรอยยิ้มเห็นใจ
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิเราโอเค”
“เราไม่รู้จะขอโทษแทนพี่ทัศยังไงดี”
“เื่นั้นช่างมันเถอะนะเราลืมมันไปตั้งนานแล้ว ว่าแต่นี่ทิพย์ไปยังไงมายังไงถึงมาแถวนี้ได้เราหมายถึงทางนี้ห่างจากบ้านของทิพย์มากอยู่”
“เรากำลังจะไปลองชุดแต่งงานน่ะที่ร้านเ้าสาวสวย เวดดิ้งแพลนเนอร์”เพื่อนสาวหมายถึงร้านเวดดิ้งแพลนเนอร์ ร้านดังซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าหรู
“แล้วอุ๊ล่ะจ๊ะกำลังจะไปไหน”
“เรากำลังจะกลับบ้านเราหมายถึงห้องพักเราอยู่ใกล้ๆ แถวนี้น่ะ”
“อ่อจ้ะ”ที่แท้อุมาพรไม่ได้หายไปไหน ถ้าคำว่ากำลังจะกลับบ้านของเพื่อนหมายถึงอะพาร์ตเมนต์ละก็...
ทิพารัตนะเดชากุล หันมองรอบตัวอย่างพยายามทบทวนความทรงจำแถวนี้...หมายความว่า...อุมาพรยังคงอาศัยอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์เดิมที่เคยอยู่เมื่อสมัยหลายปีก่อนอย่างนั้นหรือเป็ไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อครั้งนั้นตอนที่เกิดเื่ขึ้นใหม่ๆเธอเป็คนลากพี่ชายมาตามหาอุมาพรที่นั่นเองแท้ๆ แต่เมื่อไปถึงเธอก็เห็นกับตาว่าประตูห้องที่เพื่อนสาวพักนั้นถูกล็อกจากภายนอกไม่ว่าเธอจะพยายามลากตัวพี่ชายเทียวไปเทียวมาสักกี่ครั้งแต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็เหมือนเดิมนั่นคือประตูถูกล็อกจากด้านนอก
แถมพี่ชายยิ้มอย่างไม่เดือดร้อนทั้งๆที่ตัวเองเป็ต้นเหตุทำให้เพื่อนของเธอต้องหายตัวไปแท้ๆ
‘อย่ามายิ้มแบบนั้นนะคะพี่ทัศ’ทิพายังจำได้ไม่ลืมเลยว่าตอนนั้นเธออยากตบหน้ายิ้ม ๆ ของพี่ชายตัวเองเหลือกำลังหากสิ่งที่ทำมันตรงข้ามมากเพราะเธอทำได้แค่ถอนหายใจแรงๆ อย่างโกรธ ๆ แค่นั้นเอง
‘แกจะเดือดร้อนอะไรของแกนักหนาฮะยัยทิพย์’
‘ยังจะมาพูดอีกนะพี่ทัศ พี่ทำกับเพื่อนทิพย์ขนาดนี้แล้วพี่ควรรับผิดชอบสิ’
‘แกนั่นแหละยัยทิพย์ที่ไม่ควรมาขึ้นเสียงกับพี่ นี่พี่เป็พี่แกนะโว้ยพี่อายุเท่าไหร่ แกอายุเท่าไหร่ ให้เกียรติพี่บ้าง’
‘หึ!....ให้เกียรติพี่มันไม่เหลือเกียรติอะไรให้ให้แล้วรู้ตัวไว้ซะด้วยพี่ทัศพี่มันก็แค่ไอ้ผู้ชายเฮงซวยดี ๆ นี่เอง’
‘ยัยทิพย์!...’
‘ใช่...ทิพย์รู้ว่าพี่อายุมากกว่าทิพย์หลายปี เกือบสิบปี แล้วไงล่ะพี่ทัศหรือว่าพี่ทำอย่างนั้นกับเพื่อนของทิพย์ มันถูกต้องแล้ว เพื่อนทิพย์เป็เด็กดีไม่เหลวแหลกเหมือนพวกผู้หญิงของพี่แล้วดูสิ ดูสิ่งที่พี่ทำสิพี่ทำเหมือนเพื่อนของทิพย์เป็ผู้หญิงไร้ค่าไม่มีราคาที่เวลาพี่อยากได้พี่ก็วิ่งไปหา พอพี่เบื่อพี่ก็เขี่ยเพื่อนทิพย์ทิ้งด้วยเท้า พี่มันผู้ชายทุเรศพี่ทัศ’
เธอะโต่อว่าพี่ชายอย่างเหลืออด
ทัศภูมิเข้าใจดีว่าน้องสาวเป็ห่วงเพื่อนแคร์เพื่อน แต่เขาจำเป็ต้องแคร์ด้วยหรือยังไงเขาแคร์ชีวิตโสดของเขามากกว่า เขายังไม่พร้อมมีครอบครัวเขายังสนุกกับชีวิตที่เป็อิสระแบบนี้
‘แกจะกลับพร้อมพี่หรือจะยืนรอเพื่อนอยู่ตรงนี้ถ้ากลับพร้อมพี่ก็ตามลงไปแล้วกันพี่ไปรอที่รถแต่บอกไว้ก่อนว่าพี่ให้เวลาแกคิดไม่เกินสิบนาทีถ้าแกใช้เวลาเกินนี้ก็เรียกแท็กซี่กลับเอาเอง พี่ไม่รอ’ พูดจบร่างสูงของพี่ชายก็ก้าวยาวๆ ห่างออกไป
ปล่อยให้เธอได้แต่มองตามแผ่นหลังเขาอย่างโกรธๆ พลางหันมองประตูห้องของเพื่อนแล้วตัดสินใจเดินเร็วๆ ตามหลังพี่ชายไปบ้าง
ถึงบ้านเธอก็เปิดประตูลงจากรถเดินเร็วๆ เข้าบ้านไปก่อน เบื่อไม่อยากจะเห็นหน้าผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างพี่ชายตัวเอง
‘เลิกทำท่าทางอย่างนั้นกับพี่เสียทีเถอะทิพย์ พี่เป็พี่ชายแกนะอย่ามาทำเป็เห็นคนอื่นดีกว่าพี่กว่าเชื้อ นักเลยได้ไหม’
‘พี่เป็ผู้ชายที่แย่มากพี่ทัศ เฮงซวยที่สุดในโลก’
‘ยัยทิพย์!...เลิกโวยวายใส่พี่เพราะเด็กนั่นสักที’
................................................
นักอ่านที่รักสามารถอุดหนุนหนังสือรูปเล่มได้ที่ ข้อความแชทเฟซบุ๊ก ธเนศวร นามปากกา หรือ แชทเพจธเนศวร ไรเตอร์
อุดหนุนผลงานในรูปแบบอีบุ๊กได้ที่เว็ป MEBMARKET.COM จากนั้นพิมพ์ค้นหาด้วยชื่อนิยาย หรือชื่อนักเขียนนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
