ถ้ำศิลาที่เคยมืดสนิท บัดนี้แสงสว่างพยายามแทรกซึมตามหลืบซ่อง บ่งบอกให้รู้ว่าผ่านพ้นคืนที่มืดมิดไป ภายในถ้ำปรากฏคนสองคน หนึ่งหนุ่มหนึ่งเฒ่ายังพำนักอยู่ภายใน…
ฉีซิ่นคล้ายทุเลาความาเ็ไปหลายส่วน มันนั่งขัดสมาธิรวบรวมลมปราณรักษาตนเองอยู่ในถ้ำ ร่างนั่งตรงนิ่งไม่สั่นไหว
หากไม่มีเม็ดเหงื่อที่ผุดออกเต็มตัว คนใดเห็นคงคิดว่าเป็รูปปั้นที่ถูกสลักขึ้นมา ภาพของฉีซิ่นทำให้ซูิเหม่อมองด้วยความเลื่อมใสไม่กล้าแม้แต่จะรบกวน ฉีซิ่นลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สายตาง่วงนอนของมันหายไป กลายเป็สายตาที่ถูกตกผลึกทอประกาย
“เ้าไปเรียนรู้ลมปราณระดับนั้นมาจากที่ใด? แท้จริงแล้วเ้าคือใคร?”
ฉีซิ่นถามออกด้วยเสียงเรียบสงบ มันมองไปที่ซูิด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ซูิมึนงงกับคำถามยิ่งนัก หรือฉีซิ่นาเ็จนเสียสติไปแล้ว ซูิหันมองซ้ายขวา ไม่มีผู้ใดในถ้ำ มันเอามือมาชี้ที่ตนเองด้วยความสงสัยว่าฉีซิ่นพูดกับมันใช่หรือไม่? เมื่อเห็นท่าทางอย่างนั้นของมัน ฉีซิ่นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนเปลี่ยนคำถามใหม่ “เมื่อคืนนี้ ที่เ้าสอนวิธีกำหนดลมหายใจ เ้าไปเรียนรู้มาจากที่ใด?”
อ้อ! ซูิตบมือฉาดใหญ่ “ถ้าเื่การกำหนดลมหายใจนั่น ข้ามีที่มา” ซูิเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่มันได้พบเจอกับเฒ่าประหลาดเมื่อห้าปีก่อน มันตั้งใจเล่ายิ่งนัก ดูเหมือนมันจะตั้งใจเล่าจนเกินไป จนผู้อื่นรำคาญใจ มันเล่าแม้กระทั่งมันใส่ชุดสีอะไรในแต่ละวัน มันชอบทานสิ่งใดล้วนเล่าออกหมด ฉีซิ่นต้องตำหนิลากมันกลับมาเข้าเื่อยู่หลายครา พอฉีซิ่นได้ฟังเื่ราวจนจบก็รำพันอยู่ในใจ “มันผู้นั้นคือยอดคน!” ฉีซิ่นหลับตาลงพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิด ขมวดคิ้วนับข้อนิ้วตนเองไปมา ไม่สนใจเสียงเรียกใดของซูิ
เวลาผ่านไปได้สักพัก ซูิที่ไม่รู้ทำอันใดก็ได้แต่จุดกองไฟใหม่เขี่ยกองไฟเล่นไปมาไร้เื่ราว ตอนนี้ตัวมันนอกจากพึ่งพาฉีซิ่นแล้ว มันไม่สามารถรับมือเื่ราวอันยิ่งใหญ่ที่ภายนอกได้ด้วยตนเอง
ฉีซิ่นในที่สุดก็ลืมตา หลุดออกจากภวังค์ เอ่ยว่า
“ข้าจะสอนวิชาตัวเบาพื้นฐานให้ เ้าจงทำตาม อย่างน้อยก็เดินเหินสะดวกขึ้น”
ซูิเกิดความตื้นตันใจขึ้นมาอย่างท่วมท้น การได้ฝึกยุทธ์กับยอดฝีมือย่อมเป็ความฝันของทุกผู้คน แต่หากเป็ชาวบ้านทั่วไปจะมีผู้ใดได้เอื้อมจับ
ซูิดีใจได้เพียงครู่ ความต่ำต้อยก็ดึงมันกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง พลันคิดว่า ผู้ฝึกยุทธ์อันใด หากไม่เคยสั่งสมลมปราณบ่มเพาะมาแต่เยาว์วัย ไม่เคยกินโอสถบำรุงกาย จะเรียนรู้วิชาอันใดได้ แม้จะท่องจำได้ทุกกระบวนท่าก็ไม่อาจใช้ออก
“เห้ย ข้าบอกว่าจะสอนกระบวนท่าพื้นฐาน โง่งมเพียงใดก็ทำได้ ขณะที่เ้าว่างเปล่าไร้เื่ราว ลองฝึกดูสักครา” เป็อีกครั้งที่ฉีซิ่นคล้ายคาดเดาจิตใจผู้อื่นออก คำพูดของมันตรงประเด็นเสมอ
ซูิตอบรับคำ ทำตามคำสั่งของฉีซิ่น ทบทวนกระบวนท่าเดินอย่างตั้งใจ หลังรู้หลักวิธี ซูิทำตามคำสั่งต่อไปโดยการให้เดินวิ่งหาอาหารในถ้ำศิลานี้ และสำรวจเส้นทางเข้าออกถ้ำโดยใช้การเดินแบบที่ฉีซิ่นสอน เริ่มแรกซูิเดินด้วยความไม่ถนัด พร้อมกับบ่นในใจ ตาเฒ่านี้สั่งใหัข้าเดินท่านี้ในการหาอาหารและสำรวจถ้ำ ข้าคลานเอายังจะเร็วซะกว่า ครึ่งวันแรกผ่านไปแบบล้มลุกคลุกคลาน ปรากฏรอยช้ำรอยถลอกไปทั่วตัว ขามันสั่นระริกไปมา
ความเจ็บบปวดความเหนื่อยล้าเสริมด้วยความหิวโหย ซูิต้องกำหนดลมหายใจฟ้าไปด้วยเดินท่าประหลาดไปด้วยอย่างยากเย็น ครึ่งวันหลังมันเหมือนดั่งโบยบิน ลมที่ปะทะกลับมายามก้าวเดินให้ความรู้สึกสดชื่น บางครามันเคลื่อนตัวไวเกินไปจนชนเข้ากับผนังถ้ำหลายครั้ง ความพิศวงอัศจรรย์ของท่าเดินนี้วิเศษยิ่ง จนมันลืมเลือนการหาอารและการสำรวจถ้ำไปสิ้น ไม่น่าเชื่อว่าการเดินประหลาดนั้นพอใช้ออกได้คล่องแคล่ว ถึงกับทำให้เคลื่อนที่ได้เร็ว แถมใช้กำลังน้อยราวกับมีปีกงอกมาที่เท้ามัน
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ซูิหาอาหารและสำรวจถ้ำเรียบร้อยก็กลับมารายงานฉีซิ่น ฉีซิ่นที่เห็นการมาของมัน ถึงกับตาเบิกโพรง หัวเราะลั่นจนถ้ำสั่นะเื ฉีซิ่นรับเนื้อหนูที่สุกแล้วมาจากมือซูิ แต่มันกลับไม่รับประทาน พลางคิดในใจ “วิชาตัวเบาที่สอนไป คือวิชาเท้าผีขั้นที่หนึ่ง อันเป็วิชาตัวเบาประจำตัวมัน ถ้าเป็ผู้ผึกยุทธต่อให้อัจฉริยะเพียงใด แค่หวังให้มันสำเร็จวิชาภายอาทิตย์เดียวก็ยากโข แต่ไอ้เ้าเด็กนี่ สำเร็จถึงขั้นสองด้วยตนเองภายในวันเดียว…”
ฉีซิ่นสำรวจมอง การกำหนดลมหายใจของมัน ยอดฝีมืออย่างฉีซิ่นดูออก มันคือการบ่มเพาะลมปราณอะไรซักอย่างที่ยิ่งใหญ่เป็แน่ ฉีซิ่นเรียกหาซูิให้เข้ามาใกล้ มันเอามือทาบหลังซูิ ขอตรวจวัดพลังมันดูสักครา
เมื่อฉีซิ่นดันลมปราณตนเองเข้าสู่ร่างซูิกลับกลายเป็ความว่างเปล่า ตามปกติแล้วหากมันมีลมปราณที่ยิ่งใหญ่อย่างที่คิดไว้ ย่อมต้องเกิดแรงปะทะกลับมา หาใช่ความว่างเปล่าเช่นนี่ไม่ ฉีซิ่นที่เกิดความผิดหวัง ขณะจะถอนมือออกปรากฏแรงดึงดูดอันประหลาดจากตัวซูิดูดพลังปราณมันไป
ฉีซิ่นกลายเป็ตื่นตะหนก พลังมันยิ่งดูดยิ่งรุนแรงแทบดึงมือออกมาไม่ได้ ฉีซิ่นกระชากมืออกด้วยความยากเย็น ทรุดตัวลงอย่างห่อเหี่ยว ผมขาวเทาของมันกลับกลายเป็ขาวโพลน สายตามันมองไปที่แผ่นหลังซูิดั่งพบเจอของวิเศษ
“เป็ไปไม่ได้” ฉีซิ่นอุทานด้วยความตื่นตระหนก ลมปราณไร้ก้นขอบ มันมีอยู่จริง!