ตอนที่11 บริษัทเทคโนโลยีแห่งอนาคต
“แจ้งเส้นทางให้ตำรวจอีกด้านหนึ่งสกัดพวกโจรส่วนเ้านี่นำตัวไปตรวจร่างกายก่อน เฝ้ายามอย่างเข้มงวดห้ามให้มันหลบหนีไปได้โดย
เด็ดขาด” ปู้เล่ยหันมาสั่งเสียงเข้มกับตำรวจทั้งสี่คน
“รับทราบ!” พวกเขารับคำหนักแน่น
จากนั้นปู้เล่ยและตำรวจควบคุมตัวชายาเ็ขณะรอรถพยาบาลมารับ
ด้านเกาเฉินกำมือแน่นมากขึ้น
เขาเริ่มมีความรู้สึกพิเศษกับซ่งเย่
แต่ไม่ทันไรกลับมีชายหนุ่มหล่อเหลาเข้ามาใกล้ชิดเธอ
และดูพวกเขาสนิทสนมกันมากทีเดียว
ทำให้เกาเฉินไม่พอใจเป็อย่างมาก
“ไปกันเถอะ”ซ่งเย่เรียกสติของทุกคน
“ใช่ๆ พวกเราไปกันเถอะกลับบ้าน” เทาเอ้อที่ใเล็กน้อยหันมาชวนเพื่อนๆ
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าโรงเรียน
ในตอนนี้ซ่งซ่านจิงยืนรออยู่ข้างรถยนต์หน้าโรงเรียน
“พ่อรอนานไหมคะ?” ซ่งเย่ถามอย่างเกรงใจ
“ไม่ครับพ่อเพิ่งมาถึงพอดี” ซ่งซ่านจิงรู้สึกอบอุ่นใจที่เธอแสดงความห่วงใยเขา
เมื่อซ่งเย่เข้าไปนั่งในรถแล้วเธอบอกกับเขาว่า “หนูจะแวะซื้อของก่อนนะคะ”
“หือ! ที่ไหนหรือลูก?” ซ่งซ่านจิงถามอย่างแปลกใจ
“ที่นั่นค่ะ” ซ่งเย่ชี้ไปทางร้านตามใจ
“ซื้อของหรือ?” ซ่งซ่านจิงทวนคำตอบของลูกสาวด้วยความแปลกใจ
แต่เขาก็จอดรถที่หน้าร้านตามใจตามความ้าของเธอ
ซ่งเย่เดินเข้าไปในร้านตามลำพังและมองเห็นหลี่ซูเต๋อที่กำลังจัดวางของในชั้นวางสินค้าอย่างตั้งใจ
ในร้านตามใจมีสินค้าวางขายบนชั้นอย่างจำกัดและเล็กน้อยดูไปแล้วไม่เหมือนร้านค้าเท่าใดนัก
ซ่งเย่กวาดสายตามองใบหน้าหลี่ซูเต๋อและสินค้าบนชั้นอย่างไม่แน่ใจ?
พวกเขาเปิดร้านขายของจริงไหม?
หรือเป็แค่ร้านแสดงสินค้าตัวอย่าง?
แต่เธอก็ถามเขาขึ้นมาว่า“คุณมีตัวหาค่า Z และตัวแปลงเกลือทะเลไหมคะ?”
หลี่ซูเต๋อชะงักและตกตะลึงกับคำถามของเธอทันที
“.....”เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดคอและแปลกใจกับความ้าอุปกรณ์ต้องห้ามบางรายการ
“คุณจะเอาไปทำอะไรครับ?” เขาถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ทำอะไรบางอย่างค่ะ”เธอไม่้าอธิบายให้หลี่ซูเต๋อฟังตอนนี้
“รอเดี๋ยวครับ”หลี่ซูเต๋อไม่กล้าตัดสินใจ
เขารีบวิ่งเข้าไปข้างหลังร้านเพื่อโทรศัพท์ถามเ้านายของตนเองทันที
“สาวน้อยเธอจะทำอะไรอีก?” เมื่อหลิวเย่รับโทรศัพท์จากลูกน้อง
หลิวเย่พลันอมยิ้มกับความมุ่งมั่นของเธอ
“เ้านายเ้านายครับ เธอ้าอุปกรณ์พิเศษบางอย่าง”
หลี่ซูเต๋อไล่เรียงรายการสินค้าที่เธอ้าให้เ้านายฟัง
“อืมจัดหาให้เธอตามนั้น” หลิวเย่ไม่คิดอะไรมาก เขาพร้อมสปอยล์สาวน้อยเต็มที่
“แต่อุปกรณ์พวกนี้มันใช้เวลาเดินทางหลายวันจะให้ผมบอกเธอว่าอย่างไรดีครับ?”
หลี่ซูเต๋อแทบอยากร้องไห้ให้กับตนเอง
คราวก่อนโชคดีที่อุปกรณ์เ่าั้มีอยู่ในค่ายทหารแถวนี้
ไม่เช่นนั้นคงลำบากเพื่อนคนหนึ่งของเขาให้บินมาส่งแน่นอน
“ก็ให้เหวินซีมาส่งสินัดรับพรุ่งนี้ตอนเย็น” หลิวเย่พูดเหมือนเป็เื่ง่ายดายสำหรับเขา
เพ่ยเหวินซีเป็นักแข่งรถยนต์เขาเป็เอสเปอร์คนหนึ่งที่สามารถบินหรือเหาะบนท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงได้
ดังนั้นระยะทางจากเมืองหลวงมายังเมืองกรีนใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
“รับทราบครับผม”เมื่อเห็นว่าเ้านายยืนยันความคิดเดิม
หลี่ซูเต๋อได้แต่จำยอมรับสภาพและภาวนาให้เพื่อนอย่าร้องโวยวายให้กับความเอาแต่ใจของเ้านาย
“ของมีแต่มารับพรุ่งนี้เย็นครับ”หลี่ซูเต๋อออกมาแจ้งข่าวกับซ่งเย่ด้านนอก
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่รู้สึกประหลาดใจที่พบว่าร้านเล็กๆแห่งนี้มีของชนิดพิเศษที่เธอ้าทั้งหมด
หลังจากซ่งเย่เดินออกจากร้านไป
หลี่ซูเต๋อนั่งเท้าคางบนโต๊ะในร้านพลางกวาดสายตามองทั่วร้านตามใจด้วยอารมณ์หดหู่
เ้านายของพวกเขาเปลี่ยนไปมาก
นี่ตกลงว่าพวกเขามาตามหาแฮ็คเกอร์นิรนามคนนั้นหรือไม่?!
หรือว่าจะทำควบคู่ไปกับภารกิจสืบหาคนร้ายจากองค์กรKA?
ด้านซ่งเย่ที่กลับมาที่รถพ่อของเธอซึ่งจอดรออยู่ไม่ห่างจากร้านตามใจมากนัก
เมื่อเธอขึ้นนั่งบนรถยนต์แล้วซ่งซ่านจิงขับรถตรงกลับบ้านทันที
“หนูจะพาพ่อไปที่แห่งหนึ่งก่อนกลับบ้านเมื่อพ่อเห็นแล้วจะเข้าใจเองค่ะ”
ซ่งเย่ไม่้าอธิบายในตอนนี้
“ได้ครับ”ซ่งซ่านจิงตอบรับพลางแปลกใจกับพฤติกรรมของลูกสาวตนเอง
“พ่อเคยคิดจะไปหาแม่ไหมคะ?” ซ่งเย่ถามในสิ่งที่สงสัย
“เคยสิครับแต่โทรไปแล้วแม่เขาไม่รับสายพ่อ สุดท้ายเธอปิดกั้นเบอร์โทรของพ่อไปครับ”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“เกิดอะไรขึ้นคะ? ทำไมพ่อกับแม่ได้หย่าร้างกัน?”
“เฮ้อ! เป็พ่อเองที่อ่อนแอเกินไป หลังจากที่ลูกหายตัวไปพวกเราถูกกดดันจากปู่ย่าทุกวัน หลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี แม่ของลูกก็ตั้งท้อง
ซ่งม่านคัง เขาเป็น้องชายของลูกสถานการณ์ของแม่ก็ดีขึ้นแต่มีการกระทบกระทั่งกันบ้างเล็กน้อย ปู่ย่าเขาคาดหวังไว้สูงกับความสำเร็จของลูกหลานที่จะเป็หน้าตาของตระกูล”
ซ่งซ่านจิงถอนหายใจเมื่อคิดถึงเื่น่าเศร้าในอดีต
“แล้วหลังจากนั้นละคะ?” ซ่งเย่กระตุ้นให้เขาพูดต่อ
“พวกเรามีความสุขพ่อแม่ลูกกันได้แค่11 ปี น้องชายของลูกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อสามปีก่อนหลังจากนั้นสถานการณ์ครอบครัวเราเริ่มย่ำแย่มากขึ้น แม่ถูกกดดันและถูกต่อว่าทุกวันสุดท้ายเธอทนไม่ไหวและให้พ่อเลือกระหว่างเธอกับปู่ย่า พ่อไม่สามารถเลือกได้เธอจึงยื่นคำขาดที่จะหย่าร้างไม่เช่นนั้นเธอจะทำอะไรที่น่ากลัวมากกว่านี้พ่อกังวลกลัวเธอฆ่าตัวตาย จึงยอมหย่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาครับ”
น้ำเสียงซ่งซ่านจิงแ่เบาลงเรื่อยๆด้วยความทุกข์ใจ
“เข้าใจแล้วค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจในเหตุผลการหย่าร้างนั้น
“พ่อยังรักแม่อยู่ไหมคะ?” ซ่งเย่ถามประเด็นสำคัญ
“รักสิ! ทุกวันนี้ก็ยังรักครับแต่พ่ออายเกินกว่าจะไปพบหน้าเธออีก” ซ่งซ่านจิงยืนยันหนักแน่น
“หนูเข้าใจค่ะ” ซ่งเย่กำลังลำดับเื่ราวและวางแผนให้พ่อกับแม่ของเธอกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง
แต่นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องแยกครอบครัวกับทางฝั่งปู่ย่าให้เรียบร้อยเสียก่อน
“พวกเราซื้อบ้านกันเถอะค่ะ”ซ่งเย่ชักชวนเขาอีกครั้ง
“ตกลงครับ”ซ่งซ่านจิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดทันที
ถึงเวลาที่เขาต้องลุกขึ้นมาดูแลครอบครัวของตนเองแล้ว
“พ่อพร้อมออกมาจากบริษัทไหมคะ?” ซ่งเย่ถามเขาเพิ่มเติม
“ปู่คงอยากยกบริษัทให้เสี่ยวป๋อพ่อคงจะถอยแล้วล่ะครับ” เขาพูดอย่างเข้าใจสถานการณ์
“ยกให้พวกเขาไปเถอะค่ะ”ซ่งเย่ไม่ได้สนใจกับธุรกิจของพวกเขา เธอมีเงินและสามารถหาเงินเองได้
ตอนนี้พวกเขามาถึงหน้าประตูวิลล่าของหลิวเย่แล้ว
“หืม! ที่นี่เหรอครับ?”ซ่านจิงแปลกใจที่พบว่าสถานที่ที่ลูกสาวอยากให้เขามาจะอยู่ใกล้บ้านเช่นนี้
“สวัสดีครับ ผมชื่อหลิวเย่”หลิวเย่ในชุดลำลองและสวมผ้ากันเปื้อนเดินมาทักทายพวกเขาที่หน้าประตูห้องโถง
“สวัสดี ผมชื่อซ่งซ่านจิงเป็พ่อของซ่งเย่ครับ” ซ่านจิงรับการทักทายจากหลิวเย่อย่างงุนงง
“ครับผม อาหารใกล้จะเสร็จแล้วโปรดรอสักครู่ครับ” หลิวเย่ยิ้มกว้างและบอกพวกเขาอย่างอารมณ์ดี
“ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับทราบ
ซ่งซ่านจิงมองหน้าหลิวเย่กับซ่งเย่อย่างแปลกใจในความสัมพันธ์ของพวกเขา
เกิดอะไรขึ้นกับซ่งเย่?
แค่ไม่กี่วันพวกเขารู้จักกันได้อย่างไร?
ความสงสัยระบายทั่วใบหน้าของเขา
“พ่อมากับหนูทางนี้ค่ะ”ซ่งเย่เรียกเขาให้เดินตามไปด้านหลังวิลล่า
พลันเขามองเห็นห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่และมีเครื่องมือทันสมัยเต็มไปหมดเขาอุทานอย่างใ “นี่! นี่คือ!”
“พวกเรากำลังทดลองที่จะหาสารZ ใช้ในการแปรรูปเกลือทะเลเพื่อผลิต......”
ซ่งเย่อธิบายแิที่เคยสรุปกับหลิวเย่ไว้ให้พ่อของเธอฟังรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง
“นั่นมันเยี่ยมมากเลย! สุดยอด!”ซ่งซ่านจิงตื่นเต้นเมื่อได้ยินแิและความคืบหน้าของงานที่เธอกำลังทำอยู่
“รออุปกรณ์บางอย่างมาแล้วจะติดตั้งและทดสอบหากได้ผลมันจะกลายเป็เครื่องต้นแบบและพร้อมผลิตเพิ่มได้”
“นั่นต้องใช้เงินเป็จำนวนมากเลยใช่ไหมครับ?” ซ่านจิงกังวลกับเงินทุนของเธอ
“ไม่ต้องห่วงค่ะมีมากพอ” ซ่งเย่บอกให้เขาสบายใจ
“มากแค่ไหนครับ?”
เขา้ารู้จำนวนที่แน่นอนหากเธอมีไม่พอ เขาพร้อมจะหาหนทางสนับสนุนเธออย่างแน่นอน
“มากจนกว่าเธอจะทำสำเร็จครับ”หลิวเย่เอ่ยขึ้นมา
ในเวลานี้เป็โอกาสของเขาที่จะแสดงความมีน้ำใจและพร้อมสนับสนุนสาวน้อยของเขาต่อหน้าว่าที่พ่อตา
“หือ!” น้ำเสียงคล้ายไม่เชื่อของซ่านจิงดังขึ้น
“พ่ออย่ากังวลเลยค่ะ”ซ่งเย่เน้นย้ำอีกครั้ง
“ทานข้าวกันเถอะครับ”หลิวเย่ชวนเธอและพ่อให้ไปทานข้าวด้วยกัน
ขณะกำลังทานอาหารใกล้จะเสร็จแล้ว
ซ่งซ่านจิงได้ถามหลิวเย่เสียงเข้ม“คุณทำงานอะไรและรู้จักลูกสาวของผมได้อย่างไร?”
เขาไม่ชอบคนรวยที่เสเพลโดยไม่ทำงานอะไรเป็ชิ้นเป็อัน
หลิวเย่คิดในใจ“คำถามของพ่อที่หวงลูก ชัดเจนเลย!”
“ผมทำงานกับกองทัพครับพวกเราเผอิญออกกำลังกายเจอกันเลยได้ทำความรู้จักกันครับ”
หลิวเย่ตอบความจริงบางส่วน
เขาไม่สามารถบอกตำแหน่งหน้าที่ของเขาได้ทันทีมันอาจสร้างอันตรายให้กับเธอ
“พ่อคะพวกเราซื้อบ้านแถวไหนดีคะ?”ซ่งเย่ถามเบี่ยงเบนความสนใจของพ่อตนเอง
“เอาเท่าที่เงินพ่อมีก่อนแล้วกันครับ”ซ่งซ่านจิงรู้สึกอ่อนใจที่พบว่าลูกสาวตนเองกำลังช่วยคนอื่น
“มีวิลล่าขนาดกำลังพอดีอีกฝั่งหนึ่งราคาไม่แพงแค่สิบล้านหยวนครับ” หลิวเย่กล่าวขึ้นมา
เขาอยากช่วยสาวน้อยของเขาให้เธอมีบ้านที่กว้างขวางและปลอดภัย
“หือ! แถวนี้บ้านแต่ละหลังล้วนมีราคามากกว่า30 ล้านหยวน มีราคา 10 ล้านจริงเหรอ?”
ซ่งซ่านจิงถามด้วยความแปลกใจ
“พรุ่งนี้ไปดูก็รู้แล้วค่ะ”ซ่งเย่เสนอความคิดเห็น เธอไม่้าให้พ่อคิดมากเกินไป
“ตกลงครับตอนบ่ายพ่อจะไปดู หากราคาตามนี้จริงพ่อจะได้ซื้อไว้เลย”ซ่านจิงตัดสินใจที่จะไปดูในวันพรุ่งนี้
ปรากฏว่าคืนนี้ทั้งซ่งซ่านจิง หลิวเย่ และซ่งเย่
พวกเขาทั้งสามคนต่างช่วยกันทำงานคนละหน้าที่ในห้องปฏิบัติการอย่างกลมกลืน
แต่งานสามารถทำได้แค่20% เนื่องจากพวกเขามีกันแค่สามคนเท่านั้น
อย่างไรก็ตามนั่นทำให้ซ่งซ่านจิงตื่นเต้นที่เห็นผลงานเป็รูปร่างขึ้นมาเล็กน้อย
“นี่พวกเราทำช่วยกันแค่คืนเดียวสามารถก้าวหน้าได้ขนาดนี้ มันเยี่ยมมาก!”
เสียงชื่นชมและยินดีของซ่งซ่านจิงดังขึ้น
“พวกคุณไปพักผ่อนก่อนเถอะครับเรายังมีเวลาทำในวันพรุ่งนี้” หลิวเย่ชักชวนซ่งเย่และพ่อของเธอให้ไปพักผ่อน
“จริงสินี่มันดึกมากแล้ว” ซ่านจิงพยักหน้าเห็นด้วย
ซ่งเย่เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ติดบนฝาผนัง00.20 น.
“ไปกันเถอะค่ะ”เธอกังวลกลัวว่าพ่อจะเหนื่อยล้าเกินไปจึงชวนเขากลับบ้าน
..........
เช้าตรู่เวลาเดิม04.00 น.
ซ่งเย่สวมชุดกีฬาออกมาวิ่งเหมือนเดิมโดยมีหลิวเย่วิ่งอยู่ข้างๆ
พวกเขาวิ่งรอบสวนสาธารณะและไปฝึกฝนทักษะการต่อสู้กันที่อีกฝั่งของสวนสาธารณะ
การปะทะกันของพวกเขารุนแรงและมีเสียงดังมากขึ้น
หลิวเย่ประหลาดใจทุกวันที่พบว่าพัฒนาการของเธอก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
“สาวน้อยเธอเร่งรัดฝึกฝนมากเกินไปหรือเปล่าครับ?”เขาถามอย่างสงสัย
“ไม่รู้สิค่ะ”ซ่งเย่ฝึกตามปกติของขั้นตอนศิลปะซาเซิน จึงไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่าง
แต่มันมีความก้าวหน้าและพัฒนาได้รวดเร็วมากกว่าการฝึกศิลปะการต่อสู้ทั่วไป
ในที่สุดหลิวเย่อดทนไม่ไหวจึงถามเธอตรงไปตรงมา“ศิลปะที่เธอฝึกคืออะไรครับ?”
“ทำไมหรือคะ?” ซ่งเย่งุนงงกับคำถามแปลกๆของเขา
“อืม มันไม่เหมือนศิลปะการต่อสู้ทั่วไปที่ผมเคยรู้จักครับ”เขาตอบตามตรง
“อ้อ คิดขึ้นเองค่ะ”ซ่งเย่ก็ตอบตามตรงเช่นกัน
“อึ๊ก!” หลิวเย่สะอึกเขาไม่คิดว่าสาวน้อยจะตอบเช่นนี้
“ไม่มีอาจารย์หรือครับ?”
“ใช่ค่ะ”เธอยืนยันตามความเป็จริง
อันที่จริงเธอสามารถเรียนรู้ได้ทุกอย่างในเวลาอันสั้นและรวดเร็ว
และสามารถประยุกต์หรือสร้างความรู้ใหม่ๆได้ด้วยตัวเอง
แต่เธอไม่สามารถอธิบายให้เขาฟังได้
เขาจะเชื่อเธอหรือว่ามาจากอนาคตในอีกโลกหนึ่ง?
มันเป็ไปไม่ได้!
“ไปทานข้าวกันเถอะครับ”หลิวเย่ชวนเธอกลับไปทานอาหารเช้าด้วยกัน
“เมื่อวานอาหารอร่อยไหมครับ?” เขาลุ้นกับคำตอบจากเธอ
“ทานได้ค่ะ”ซ่งเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างระมัดระวังเนื่องจากเธอชมคนไม่เก่งจึงตอบกลางๆ
หลิวเย่รู้สึกหดหู่ในใจ“หรือฉันต้องไปเรียนรู้จากเชฟเทียนเหอนั่น!”
..........
หลังจากทานอาหารเช้าด้วยกันเสร็จแล้ว
หลิวเย่ถามเธอขึ้นมาว่า“สาวน้อย เธอคิดจะตั้งชื่อบริษัทว่าอะไรครับ?”
“บริษัทเทคโนโลยีแห่งอนาคตค่ะ”ซ่งเย่คิดชื่อนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ไม่เลวครับ”เขาพยักหน้าเห็นด้วยและกำชับเธอก่อนจะเดินออกไป“อีกครึ่งชั่วโมงจะไปส่งที่โรงเรียนนะครับ”
“ได้ค่ะ”เสียงตอบรับเบาๆจากซ่งเย่โดยที่เธอไม่ได้หันหลังกลับมา
หลิวเย่ส่ายหัวและยิ้มเบาๆให้กับความเฉยเมยของเธอ
“สาวน้อย เมื่อไหร่เธอจะเรียนรู้ความรักสักที?”
เมื่อซ่งเย่เดินออกจากวิลล่าไปแล้ว
หลิวเย่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหา“อี้เซียว” หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Space X
“สวัสดีครับเ้านายที่เคารพรัก”เสียงของชายวัยกลางคนขี้เล่นคนหนึ่งดังขึ้น
“จริงจังได้แล้วคุณมีวิลล่าที่ยังไม่ได้ขายในแถบเมืองกรีนกี่หลัง?”
“รอแป๊ปครับเ้านายผมขอถามเลขาก่อน โปรดรอสักครู่”
หลังจากนั้นอีกสามนาทีต่อมา“เหลืออีกสองหลังเ้านาย เป็ขนาดใหญ่สุด 30 ล้าน และขนาดกลาง 15 ล้าน”
“สั่งลูกน้องไว้ตอนบ่ายถ้ามีผู้ชายชื่อซ่งซ่านจิงไปดูวิลล่าให้บอกว่าขนาดกลางมีคนจองแล้วเหลือแต่ขนาดใหญ่หลังเดียวและมีราคา 10
ล้านเท่านั้นที่เหลือคงรู้นะว่าต้องทำอย่างไร?”น้ำเสียงเฉียบขาดสั่งการลูกน้องของเขา
อี้เซียวเป็หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเอสเปอร์ที่มีความสามารถพิเศษคือ ลิ้นทอง!
ซึ่งสามารถเจรจากับคู่ค้าใดๆให้ตกลงได้อย่างง่ายดาย
เขาทำหน้าที่เป็เหมือนการเงินคอยสนับสนุนพลังทางการเงินให้กับกลุ่มและองค์กรที่พวกเขาทำงานร่วมกัน
“รับทราบครับผม”อี้เซียวรับคำพลางสงสัยกับพฤติกรรมของเ้านายที่ไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน
หลังจากวางสายกับหลิวเย่แล้วเขากดโทรหาหลี่ซูเต๋อ ผู้ที่ทำหน้าที่เสมือนเลขาส่วนตัวของเ้านาย
“อาเต๋อเกิดอะไรขึ้นกับเ้านาย?”อี้เซียวถามตรงไปตรงมาทันที
“โอ้นายต้องไม่อยากรู้แน่นอน!”น้ำเสียงหดหู่ของหลี่ซูเต๋อดังขึ้น
“บอกผมมาเกิดอะไรกันแน่?”เสียงคาดคั้นจากอี้เซียวกดดันหลี่ซูเต๋อมากขึ้น
“เฮ้อเ้านายตกหลุมรักสาวน้อยคนหนึ่ง” เขากัดฟันพูดความจริงให้เพื่อนร่วมกลุ่มฟัง
“ฮ้า!!!” เสียงะโด้วยความใดังขึ้นพร้อมๆกับที่เขาหงายหลังตกเก้าอี้นวม
เมื่อได้ฟื้นคืนสติเขาพูดติดขัดทันที“แค่นี้นะ ผมต้องไปหาของขวัญให้พี่สะใภ้”
จากนั้นเขาวางสายทิ้งความประหลาดใจให้กับหลี่ซูเต๋อ
“พวกเขาเป็บ้าไปแล้วหรือเนี่ย”
..........
ซ่งเย่กลับมาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนโดยที่ไม่ได้สนใจญาติทั้งหลาย
มีเสียงพร่ำบ่นจากหญิงชราดังเป็ระยะ
แต่เธอไม่ได้สนใจ
ซ่งเย่พบว่าซ่งจูหว่านไปโรงเรียนก่อนเธอแล้ว
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูวิลล่าและมองเห็นรถฮัมเมอร์คันใหญ่จอดเยื้องประตูไปเล็กน้อย
ซ่งเย่ก้าวขึ้นนั่งคู่คนขับอย่างเป็ธรรมชาติ
มีรอยยิ้มกว้างจากใบหน้าของหลิวเย่
เขารู้สึกว่าอยากให้เวลาหยุดเดินแค่นี้ทุกวัน
มีโอกาสใกล้ชิดกับสาวน้อยของเขา
ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยก็ตาม
เมื่อถึงหน้าประตูโรงเรียนเธอเหลือบมองเห็นซ่งจูหว่านที่ยืนมองดูเธอลงจากรถด้วยสายตาอิจฉาริษยา
“.....”ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากด้วยความสุข
“หือ! อารมณ์ดี?”หลิวเย่แปลกใจที่พบสีหน้าอื่นบนใบหน้าของเธอ
ปกติเขาจะเห็นแต่ใบหน้าเรียบเฉยและเ็าจากเธอ
แต่อารมณ์ยิ้มเล็กน้อยเหมือนมีความสุขนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?
“ไม่มีอะไรค่ะ”ซ่งเย่ปฏิเสธคำถามของเขา
“วันหยุดนี้ไปไหนไหมครับ?”เขาอยากชวนเธอไปท่องเที่ยวและปีนเขาด้วยกัน
“ไปหาแม่ค่ะ”เธอตอบสั้นๆ
“ผมไปส่งดีไหมครับ?” เขาเสนอตัวช่วยเหลือเธอทันที
“ว่างหรือคะ?” เธอมองเขาอย่างงุนงงและถามเขาเบาๆ
“ใช่ครับ ว่างพอดีขับรถพาไปได้คับ” เขาไม่ได้ถามสถานที่เพราะรู้อยู่แล้วว่าแม่ของเธออยู่ที่ไหน?
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าเมื่อเห็นว่าไม่ได้รบกวนเขา
จากนั้นเธอลงจากรถและเดินเข้าประตูโรงเรียนโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาของซ่งจูหว่านที่มองรถฮัมเมอร์และมองตามแผ่นหลังของเธอ
ในห้องเรียนเวลานี้เป็เวลาที่อิสระสำหรับซ่งเย่
เป็เพราะว่าอาจารย์ทุกคนได้มีข้อตกลงร่วมกัน
พวกเขาคาดหวังที่จะมีเธอเป็หนึ่งในทีมตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันความรู้วิชาต่างๆ