ฝีเท้าของหลินเทียนก้าวข้ามธรณีประตูสู่ชั้นที่สองของหอคอยไร้เนตรทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนจากวิหารหินอันมืดมิด กลายเป็ห้องโถงกว้างที่สร้างขึ้นจากผลึกแก้วใสและกระจกเงาหมื่นบานแสงสีม่วงจากเพดานสะท้อนไปมาจนเกิดเป็ภาพลวงตาที่สลับซับซ้อนทุกลูกพรรณที่เขาขยับ จะมีเงาร่างนับพันในกระจกขยับตามทว่าเงาเ่าั้กลับไม่ได้สวมชุดหนังสัตว์เหมือนเขา... แต่กลับสวมชุดเด็กหาฟืนที่มอซอในอดีต
"ที่นี่คือ...ค่ายกลกระจกส่องใจ" หลินเทียนพึมพำ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความระแวดระวังเขาพยายามหลับตาเพื่อใช้ประสาทัักระบี่แต่น่าประหลาดที่เสียงกระซิบที่เขาเคยได้ยินกลับยิ่งดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆราวกับมันดังออกมาจากจิตใต้สำนึกของเขาเอง
"หลินเทียน...ช่วยข้าด้วย... ข้าหนาวเหลือเกิน..."
เสียงเล็กๆที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของหลินเทียนสั่นสะท้อน เขาหันไปมองกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าภาพที่ปรากฏไม่ใช่เงาสะท้อนของเขา แต่เป็ภาพของ 'เสี่ยวิ' เพื่อนเล่นในวัยเด็กที่เขาคิดว่าตายไปในกองเพลิงหมู่บ้านหมอกครามเสี่ยวิในกระจกมีใบหน้าซีดเผือดและมีรอยไหม้ตามร่างกายเขากำลังทุบกระจกจากด้านในด้วยความสิ้นหวัง
"เสี่ยวิ!เ้ายังไม่ตายรึ?"หลินเทียนพุ่งเข้าไปหาหน้ากระจกมือขวาของเขาเกือบจะแตะลงบนพื้นผิวแก้วทว่ากระบี่ัพลิกฟ้าที่เอวกลับแผ่ไอเย็นจัดออกมาเตือนสติพลังสายเืัครามพุ่งพล่านจนทำให้ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็สี sapphire เจิดจ้า
"อย่าหลงกล...นั่นไม่ใช่ความจริง!" เสียงของเฒ่าจิ่วดังก้องขึ้นในมโนสำนึกของเขา
ทันใดนั้นภาพในกระจกหมื่นบานพลันเปลี่ยนไปพร้อมๆ กัน จากเสี่ยวิ กลายเป็ 'ผู้เฒ่ากู่' และชาวบ้านทุกคนที่เขาเคยรู้จัก พวกเขาไม่ได้ขอความช่วยเหลืออีกต่อไปแต่กลับจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น"ทำไมเ้าถึงรอดชีวิตอยู่คนเดียว? ทำไมเ้าถึงปกป้องพวกเราไม่ได้!สายเืัของเ้ามีไว้เพื่ออะไรกันแน่!"
ปราณมารสีม่วงเริ่มไหลออกมาจากขอบกระจกพุ่งเข้าหาหลินเทียนมุ่งหมายจะพันธนาการดวงจิตของเขาไว้ในกรงขังแห่งความรู้สึกผิดหลินเทียนรู้สึกเหมือนพละกำลังในร่างกำลังถูกดูดกลืนร่างกายของเขาทรุดลงกับพื้นศิลาแก้ว แขนขวาเริ่มสั่นระริก
"ข้า...ข้าขอโทษ..." หลินเทียนกระซิบออกมาด้วยความเ็ปลึกๆ ในใจ
"หึๆๆ...ใช่แล้ว จมดิ่งลงไปในความผิดบาปของเ้าเสียเถิด ผู้สืบทอดัคราม"เสียงของเ้าชายเจ็ดดังแทรกเข้ามาในค่ายกลกระจก "ในที่แห่งนี้ความจริงคือยาพิษ และภาพลวงตาคือความยุติธรรมเดียวที่เ้าสมควรได้รับ!"
ทว่าในวินาทีที่ปราณมารกำลังจะกัดกินถึงดวงใจั แสงสีน้ำเงินบริสุทธิ์จาก 'ผลึกิญญาั'ที่เขาเพิ่งได้รับมากลับะเิออกมาจากสาบเสื้อพลังนั้นหลอมรวมกับปณิธานที่เขาสาบานไว้เบื้องหน้าสุสานวีรชนหมู่บ้านหมอกคราม
"ความผิดพลาดในอดีต...คือแรงผลักดันสู่อนาคต!" หลินเทียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความเศร้าอีกต่อไปแต่มันคือเปลวไฟแห่งการตื่นรู้ "ข้าไม่อาจเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นได้แต่ข้าจะทำลายความมืดมิดที่พรากพวกเ้าไป!"
หลินเทียนชักกระบี่ัพลิกฟ้าออกมาจนสุดฝักแสงสว่างสีเงินยวงปนน้ำเงินเจิดจ้าเสียจนกระจกเงาทั่วทั้งโถงเริ่มแตกร้าว
"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่เจ็ด: จิตันิรันดร์ - กระบี่สลายมายา!"
เขาไม่ได้ฟันใส่กระจกบานใดบานหนึ่งแต่เขากลับปักกระบี่ลงบนพื้นแก้วที่ใจกลางโถงคลื่นปราณัครามแผ่กระจายออกไปเป็วงกว้างประหนึ่งคลื่นั์ทำลายล้างเศษเสี้ยวของภาพลวงตากระจกหมื่นบานะเิแตกกระจายเป็ผุยผงพร้อมๆ กันเผยให้เห็นร่างที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่เื้ั... 'หุ่นเชิดกลืนิญญา'นับสิบตัวที่แฝงตัวอยู่ในค่ายกล
หลินเทียนทะยานร่างเข้าห้ำหั่นหุ่นเชิดเ่าั้ดุจพายุคมกระบี่ของเขาตัดผ่านร่างไม้และศิลาอาถรรพ์อย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่หุ่นเชิดพินาศปราณมารสีม่วงจะสลายกลายเป็อากาศธาตุ จนกระทั่งหุ่นตัวสุดท้ายถูกฟันขาดสะบั้นบรรยากาศในชั้นที่สองก็กลับคืนสู่ความสงบ
เขายืนอยู่ท่ามกลางซากกระจกที่แตกละเอียดแสงจันทร์จากยอดหอคอยส่องลงมาตกกระทบใบดาบหลินเทียนััได้ว่าระดับพลังของเขามั่นคงยิ่งขึ้นไปอีกขั้นจากการก้าวข้ามปมในใจทว่าที่ปลายโถงทางเดิน เขากลับเห็นเงามืดหนึ่งที่ยืนรออยู่...เงามืดที่แผ่กลิ่นอายเหมือนกับ 'เฒ่าจิ่ว' แต่กลับดูเ็าและมืดมิดกว่าหลายเท่า
"เ้าสอบผ่านบททดสอบแห่งอดีต...แต่บททดสอบแห่ง 'ความจริง' กำลังรอเ้าอยู่บนชั้นที่สาม"
หลินเทียนกระชับกระบี่แน่นก้าวเท้าขึ้นสู่บันไดวนชั้นถัดไป เส้นทางที่เขากำลังเดินไปไม่ได้เป็เพียงการล้างแค้นแต่มันคือการค้นพบความหมายที่แท้จริงของคำว่า 'พลิกฟ้าดิน' มหากาพย์บทที่ยี่สิบแปดจบลงพร้อมกับความเงียบสงบที่น่าสะพรึงกลัว!