เว่ยเจ๋อิที่เห็นนางทำหน้าเช่นนั้นเขาก็ใช้นิ้วเรียวเคาะไปที่หน้าผากของนางเบาๆ ก่อนที่จะหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ
“เด็กโง่ เื่นี้ยังเร็วเกินไปสำหรับเ้า”
เถียนสวี่หลันที่กำลังหลับตาอยู่ รีบลืมตาขึ้นมาก่อนจะถลึงดวงตากลมโตใส่เขาอย่างไม่พอใจ เด็กอย่างนั้นหรืออายุของข้าสองชีวิตรวมกันเป็ท่านแม่ของเ้าได้เลยนะ
เถียนสวี่หลันทำหน้าเบ้ ถึงแม้นางจะเคยแต่งงานกับเว่ยเจ๋อิในชีวิตก่อน แต่นางไม่เคยรู้เลยว่านิสัยที่แท้จริงของเขาจะเป็คนขี้แกล้งเช่นนี้ ใบหน้างามหันไปด้านข้างด้วยความหงุดหงิด แก้มเนียนใสพองลมบ่งบอกว่านางกำลังโกรธเขาแล้ว
เว่ยเจ๋อิที่เห็นดังนั้น เขาก็กดจูบลงไปที่ข้างแก้มของนางแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“ไม่โกรธแล้วได้หรือไม่ ข้าไม่แกล้งเ้าแล้วก็ได้ เด็กดีเราสองคนมาดีกันเถอะ”
เถียนสวี่หลันที่ถูกหอมแก้มฟอดใหญ่ นางก็ยกมือขึ้นมากุมแก้มของตนเอาไว้ ใบหน้างามซับสีเืไปทั้งใบหน้า ด้วยความเขินอาย
“แต่เ้ารังแกข้า”
“เช่นนั้นข้าให้เ้าจูบคืน”
เว่ยเจ๋อิยืนหน้าด้านข้างไปใกล้ๆ นางก่อนที่จะแสร้งหลับตา เถียนสวี่หลันลังเลในใจเล็กน้อยก่อนที่จะขยับริมฝีปากของตนไปใกล้เว่ยเจ๋อิ
ก่อนที่ริมฝีปากของนางจะทันได้แตะแก้มของอีกฝ่าย เว่ยเจ๋อิก็หันกลับมาทำให้ริมฝีปากของทั้งสองแตะกันพอดี ดวงตากลมโตของเถียนสวี่หลันเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง
นางไม่คิดว่าเขาจะหันกลับมากะทันหันเช่นนี้ เว่ยเจ๋อิประคองท้ายทอยของนางเอาไว้ ก่อนที่จะขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ แช่มช้า แต่หวานซึ้งไปถึงหัวใจ
เขามิได้รุกล้ำเข้าไปด้านในเพราะคิดที่จะค่อยๆ สอนให้นางรู้เื่ระหว่างชายหญิงอย่างช้าๆ อีกอย่างคนทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกัน เขาจึง้าที่จะให้เกียรตินาง สตรีร้ายกาจที่กุมหัวใจของเขาเอาไว้
ร่างสูงผละออกจากร่างเล็กในอ้อมแขนอย่างแสนเสียดาย ร่างสูงพยายามข่มใจตนเองเอาไว้ เขาจะมามัวหลงระเริงไปกับความหอมหวานของนางมิได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็เขาเองที่เสียใจ เพราะยังมีอีกเื่ที่เขาต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน
“เด็กดี เ้ารับรู้ความรู้สึกของข้าแล้วใช่หรือไม่”
เว่ยเจ๋อิกระซิบที่ข้างหูของเถียนสวี่หลันแ่เบาๆ และพยายามหลอกล่อให้ร่างบางในอ้อมแขนโอนอ่อนผ่อนตามคำพูดของตน
“เ้าไม่แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของเ้ามิได้หรือ หลันเอ๋อหากวันหน้าข้าประสบความสำเร็จ ทุกสิ่งที่ข้าได้รับมาข้าจะมอบมันให้เ้าทั้งหมด ขอเพียงเ้ายอมอยู่ข้างกายข้าเท่านั้น”
เถียนสวี่หลันมองบุรุษรูปงามที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ นางใช้มือเล็กลูบคลำใบหน้าของเขาแ่เบาอย่างสำรวจ เว่ยเจ๋อิตัวจริงนี่นา นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขากำลังสารภาพรักกับนาง เ้าไม้บรรทัดผู้นั้นกำลังบอกนางว่าเขารักนางอย่างนั้นหรือ เถียนสวี่หลันหยิกแขนตนเองแรงๆ เพื่อยืนยันในสิ่งที่ตนเองกำลังได้ยิน
“ซี๊ด!!ก็เจ็บนี่นา ข้าไม่ได้ฝันไป”
ท่าทางน่าเอ็นดูของนางทำให้เว่ยเจ๋อิอดที่จะมันเขี้ยวไม่ได้ เขาหอมแก้มนางอีกครั้งเสียฟอดใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงทุ้ม
“เ้ายังมิได้ตอบคำถามของข้า อย่าได้เฉไฉพูดไปเื่อื่น”
เถียนสวี่หลันมองร่างสูงด้วยสีหน้างุนงง
“เ้าบอกว่าใครกำลังจะแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องนะ”
เว่ยเจ๋อิชี้มาที่นาง
“ข้าอย่างนั้นหรือ ผู้ใดเป็คนบอกเ้ากัน”
เว่ยเจ๋อิทำหน้าสับสนไม่ต่างจากเถียนสวี่หลัน หรือเขาจะได้ยินผิดไป แต่วันนั้นสวีม่านนีและชาวบ้านต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่านางกำลังจะหมั้นหมายนี่นา เว่ยเจ๋อิมองใบหน้างามตรงหน้าอย่างค้นหา ดวงตาของนางทั้งกระจ่างใสและซื่อตรง นางไม่น่าจะโกหกเขา
“หากมิใช่เ้าแล้วจะเป็ผู้ใดเล่า”
“ก็อาเล็กน่ะสิ ข้ามิเคยบอกใครว่าข้าจะแต่งงานเสียหน่อย เ้าไปได้ยินจากที่ใดมา”
เถียนสวี่หลันเอียงหัวตอบอย่างน่ารัก ท่าทางของนางตอนนี้แทบจะทำให้เว่ยเจ๋อิทนไม่ไหว เขาอยากจะขย้ำนางแล้วกลืนกินลงท้องเสียั้แ่ตอนนี้เลย เขาอยากจะซ่อนนางเอาไว้อย่างมิดชิดมิให้ผู้ใดได้มีโอกาสพบเห็นนางอีก
เว่ยเจ๋อิส่ายหัวให้กับความคิดเหลวไหลของตน ดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาได้รู้ใจตนเอง เขาก็รู้สึกว่าเขารักนางจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็คำพูดได้
“เ้าบอกว่าอาเล็กของเ้ากำลังจะหมั้นหมายกับลูกพี่ลูกน้องของเ้าอย่างนั้นหรือ ข้าเป็สหายของนางเหตุใดนางถึงไม่เคยเอ่ยเื่นี้กับข้าเลยสักครั้ง”
เถียนสวี่หลันยิ้มอย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงเื่ในวันนั้นขึ้นมา
“ความจริงคนตระกูลเถียนเองก็คิดเช่นเดียวกับเ้า ว่าคนที่ลูกพี่ลูกน้องของข้ามาขอหมั้นหมายจะต้องเป็ข้า เ้าคงไม่รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องของข้ารีบปฏิเสธเป็พัลวันเพราะกลัวว่าอาเล็กจะเข้าใจผิด”
เถียนสวี่หลันหัวเราะเสียงใส เมื่อนึกถึงคำพูดของลูกพี่ลูกน้องของตน
“วันที่พวกเราเข้าไปในอำเภอเหออันวันนั้น ข้าอาเล็กและซวนเอ๋อแวะไปหาท่านพ่อท่านแม่ที่ร้านก่อน ตัวข้าเองก็ไม่ทันได้สังเกตว่าผู้ที่พูดคุยอยู่กับท่านพ่อคือลูกพี่ลูกน้องของข้า วันนั้นที่เขาได้เห็นอาเล็กครั้งแรกเขาก็ตกหลุมรักนางทันที ั้แ่นั้นมาเขาก็แวะเวียนไปที่ร้านของตระกูลเถียนบ่อยครั้ง”
“แต่น่าเสียดายที่อาเล็กไม่ได้ไปที่อำเภอเหออันอีกเลย ทั้งสองจึงไม่ได้พบกันอีก จนกระทั่งวันก่อนลูกพี่ลูกน้องของข้าได้แวะไปที่ร้านใน่ที่ท่านพ่อท่านแม่กำลังจะกลับมาที่หมู่บ้านหนานซาน เขาจึงได้ขอตามมาด้วย เื่นี้เป็เขาที่เล่าเื่ราวทั้งหมดให้คนในตระกูลเถียนฟัง ข้าคิดว่าที่นางมิได้เล่าให้เ้าฟังอาจเป็เพราะนางคงจะรู้สึกอายกระมัง ครานี้ท่านปู่ท่านย่าของข้าก็ได้ลูกเขยที่แสนจะถูกใจพวกเขาแล้ว”
เว่ยเจ๋อิยกยิ้มมุมปากบางๆ อย่างหาดูได้ยาก เขากอดร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนของตน ครั้งนี้เขานึกว่าตนเองจะต้องเสียนางไปตลอดกาลเสียแล้ว เว่ยเจ๋อิกดจูบที่ไรผมของร่างเล็กแ่เบา ขอบคุณ์ที่ท่านยังไม่พรากนางไปจากข้า
สายมากแล้ว เว่ยเจ๋อิเหม่อมองท้องฟ้าที่กำลังมีสายฝนตกลงมาปรอยๆ เขานำชุดคลุมของนางที่ตากเอาไว้บนก้อนหินจนหมาดแล้วกลับมาใส่ให้นาง จากนั้นนำชุดคลุมของเขามาคลุมให้นางอีกชั้น เว่ยเจ๋อิให้เถียนสวี่หลันขี่หลังตนเองก่อนที่เขาจะแบกนางเดินลงจากเขาไป
“เ้าตัวเบามาก ควรทานอาหารให้มากกว่านี้นะหลันเอ๋อ”
ระหว่างทางเว่ยเจ๋อิเอ่ยกับเถียนสวี่หลันที่ขี่หลังเขาอยู่
“ข้าทานข้าวเยอะมากเลยนะ เ้ายังไม่เคยเห็นน่ะสิ อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ผอม ข้าแค่ตัวเล็กก็เท่านั้น”
เว่ยเจ๋อิเห็นด้วยกันเื่นั้น ถึงภายนอกนางจะดูผอมแห้งไปสักหน่อย แต่หลังจากที่เขาถอดชุดคลุมของนางออกถึงได้รู้ว่านางนั้นซ่อนรูปเพียงใด ส่วนที่ควรมีของนางก็มโหฬาร ส่วนที่ควรเล็กคอดก็โค้งเว้าได้สัดส่วน
เว่ยเจ๋อิสลัดภาพรูปร่างของเถียนสวี่หลันออกจากหัว แล้วตั้งใจเดินต่อไป เมื่อคนทั้งสองเดินมาถึงทางขึ้นเขา ก็ได้พบกับชาวบ้านมากมายที่กำลังออกตามหาพวกตน
เว่ยเจ๋อิเดินตรงไปยังกลุ่มคนพวกนั้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง ชาวบ้านที่เห็นชุดคลุมตัวนอกของเว่ยเจ๋อิอยู่บนตัวของเถียนเสี่ยวหลัน ทุกคนก็มองมาด้วยสีหน้าแปลกๆ ท่านพ่อและอารองวิ่งตรงมาที่นางหลังจากที่ได้ยินจากชาวบ้านว่าพบตัวบุตรสาวของเขาแล้ว
“หลันเอ๋อ!! เป็อย่างไรบ้าง โถ่!!ลูกสาวของข้า เ้าเด็กโง่รู้หรือไม่ว่าทำให้พ่อเป็ห่วงแค่ไหน”
บิดาของเถียนสวี่หลันแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาหลังจากที่ได้พบบุตรสาวของตนอีกครั้ง
“ท่านพ่อ ข้าไม่เป็อะไร โชคดีที่เว่ยเจ๋อิพบข้าบนเขา ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่ได้พบบุตรสาวคนนี้อีกแล้ว”
ดวงตากลมโตของนางแดงก่ำ น้ำตาเม็ดโตไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ถึงแม้ตอนนี้คนทั้งสองจะกำลังสนทนากัน แต่เถียนสวี่หลันก็ยังคงถูกเว่ยเจ๋อิแบกเอาไว้อยู่ อารองที่คิดจะรับเถียนสวี่หลันจากเว่ยเจ๋อิ แต่กลับถูกร่างสูงเบี่ยงตัวหลบ
“นางไม่สบาย ตอนนี้ฝนก็กำลังตก ข้าว่ารีบพานางกลับไปพักผ่อนที่เรือนเถิดขอรับ”
เอ่ยจบเว่ยเจ๋อิก็พาเถียนสวี่หลันเดินลงเขาไป ทิ้งให้บิดาอารองและชาวบ้านมองตามหลังของคนทั้งสองไปด้วยสีหน้างงงัน
หลังจากส่งเถียนสวี่หลันกลับถึงเรือนแล้วเว่ยเจ๋อิก็กลับมาที่เรือนของตน แม่นางเซี่ยเดินวนไปวนมาภายในห้องโถงด้วยความร้อนใจ บุตรชายของนางหายไปทั้งคืนจะไม่ให้นางเป็ห่วงได้อย่างไร
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว”
เว่ยเจ๋อิกลับมาในสภาพเปียกปอนไปทั้งตัว ชุดคลุมด้านนอกของเขาก็หายไป แม่นางเซี่ยรีบปรี่เข้าไปดูบุตรชายว่าเขาได้รับาเ็ที่ใดหรือไม่ เมื่อเห็นว่าเขายังสบายดีนางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เมื่อคืนนี้ ลูกหายไปไหนมากันแน่ ิเอ๋อรู้หรือไม่ว่าแม่เป็ห่วงลูกมากแค่ไหน”
แม่นางเซี่ยเอ่ยถามบุตรชายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ซึ่งปกตินางจะไม่เป็เช่นนี้ ที่ผ่านมานางเคารพการตัดสินใจของบุตรชายมาตลอดไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใดก็ตาม แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีเื่ของหลานสาวจากตระกูลเถียนเข้ามาเกี่ยวด้วย
่รุ่งสางของวันนี้แม่นางเซี่ยกำลังจะไปที่เรือนของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อแจ้งเื่บุตรชายของนางหายตัวไป คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญเช่นนี้ที่หลานสาวคนโตของตระกูลเถียนก็หายตัวไปเช่นกัน ชาวบ้านหลายสิบคนกำลังเตรียมตัวออกตามหานาง แม่นางเซี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาทันที ว่าบุตรชายของตนจะต้องเข้าไปพัวพันกับเื่วุ่นวายเข้าอีกแน่
ตอนนี้ถึงอย่างไรก็จำเป็จะต้องรู้เื่ราวเอาไว้สักหน่อย เผื่อว่าทางนั้นมาเอาเื่บุตรชายของนางที่หายไปบนเขาพร้อมกันสองต่อสอง ถึงนางจะเชื่อในความเป็สุภาพบุรุษของบุตรชายว่าเขาไม่มีทางทำสิ่งใดเกินเลยต่อเด็กสาวผู้นั้น แต่ฝ่ายหญิงก็เสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้ว จึงจำเป็ต้องจัดการเื่นี้ให้ดี
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้ ข้ามั่นใจว่าจะสามารถจัดการได้อย่างแน่นอน”
เว่นเจ๋อิเอ่ยเพียงเท่านั้นเขาก็กลับเข้าห้องไปเปลี่ยนชุด สายมากแล้วสายฝนก็ยังคงตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปที่สำนักศึกษาได้ ดังนั้นเว่ยเจ๋อิจึงทำได้เพียงอ่านตำราอยู่ที่เรือนเท่านั้น