[จบแล้ว] ขนเสบียงนับล้าน มาเป็นมาร(ดา)ของเหล่าวายร้าย (อ่านฟรี 200 ตอน)

    บทที่ 50: เจ้าจะไม่ได้รับส่วนแบ่งอีกต่อไป

            เหตุผลที่จิ้งจอกสาวยกขึ้นมาพูดทั้งหมดนั้นทำให้ลู่ซุยซุยพูดไม่ออก


            นางแอบเคืองอยู่ในใจพลางคิดว่า แม่จิ้งจอกสาวตรงหน้าใช้คำพูดคมคายถึงเพียงนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่!


            ขณะนั้นลู่เมี่ยนเอ๋อตำหนิอีกฝ่ายด้วยเสียงทุ้ม “หูเจียวเจียว จะมากเกินไปแล้วนะ ซุยซุยก็แค่ไม่ได้ตั้งใจ”


            “เอาล่ะ ๆ!” ท่านผู้เฒ่าที่ทนฟังมาตลอดตะโกนออกมาด้วยใบหน้าบูดบึ้งขัดจังหวะการสนทนาของพวกนาง


            ในขณะที่ใบหน้าของหูเจียวเจียวสงบนิ่ง ปราศจากความกลัวแม้แต่น้อย


            ถัดมา ชายผู้มีตำแหน่งสูงสุดชำเลืองมองเหล่าภูตหญิงทีละคน ก่อนที่สายตาคมจะจับจ้องไปยังผลไม้ดินที่โดนบดละเอียด รวมถึงผลไม้ดินที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เขาจึงยกมือขึ้นลูบหัวคิ้วด้วยอาการปวดหัว


            “ลู่ซุยซุย ในเมื่อเจ้าเหยียบย่ำผลไม้ดินจนเละ ฉะนั้นอาหารส่วนนี้จะถูกหักออกจากส่วนแบ่งของเจ้าในฤดูหนาว”


            “ในอนาคต พวกเจ้าแต่ละคนจะต้องขุดผลไม้ดินด้วยตัวเอง ห้ามยื่นมือเข้าไปช่วยคนอื่น และห้ามใครนำเรื่องส่วนตัวมาเป็นเหตุผลในการทำให้อาหารเสียหาย!”


            เดิมทีท่านผู้เฒ่ามักจะมีใบหน้าที่เคร่งขรึมเป็นปกติ ยิ่งเขาได้ประกาศออกมาอย่างจริงจัง มันก็ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น


            ในขณะนี้ลู่ซุยซุยรู้สึกไม่พอใจ แต่นางก็ไม่กล้าปฏิเสธหัวหน้าเผ่า


            ทว่าสำหรับหู่จิงที่เป็นคนโผงผาง นางออกหน้าพูดแทนลู่ซุยซุยทันที “ท่านผู้เฒ่า ในเมื่อลู่ซุยซุยเหยียบย่ำผลไม้ดินจนเสียหายและได้รับการลงโทษมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่หูเจียวเจียวทำร้ายลู่ซุยซุย ท่านยังไม่ได้ตัดสินบทลงโทษของหูเจียวเจียวสำหรับความผิดของนางเลยนะ!”


            ระหว่างนั้นจิ้งจอกสาวหันมองไปหู่จิง


            แม่เสือสาวคนนี้มีจิตใจที่ดีมากจริง ๆ นางคอยช่วยเหลือสหายคนสนิทอย่างลู่เมี่ยนเอ๋อรวมไปถึงลู่ซุยซุยอยู่เสมอ แต่ในท้ายที่สุดนางก็เสียชีวิตเพราะเหตุนี้


            เธอไม่รู้ว่าควรจะเรียกนางว่าคนโง่หรือไร้เดียงสาดี…


            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากเสือสาว พวกผู้หญิงก็มองไปที่หัวหน้าเผ่าอย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากพวกนางไม่ชอบหูเจียวเจียวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นทุกคนจึงหวังว่าอีกฝ่ายจะถูกลงโทษด้วยเหมือนกัน


            “คงเลี่ยงไม่ได้แล้วสินะ”


            ชายชราหลับตาลงพร้อมกับอาการปวดหัวตุบ ๆ ก่อนจะลืมตาที่แห้งผากมองไปยังหูหมินที่อยู่ข้างหลังหูเจียวเจียว


            ในตอนนั้นเอง ดวงตาของเขาจับจ้องที่แขนของหญิงวัยกลางคนที่มีรอยนิ้วมือสีแดงอยู่รอบ ๆ “ลู่ซุยซุยจงใจทำร้ายหูหมิน หูเจียวเจียวแค่ปกป้องแม่ของนาง ไม่มีเหตุผลที่นางจะต้องถูกลงโทษ”


            เนื่องจากผิวของหูเจียวเจียวขาวราวกับหิมะซึ่งเป็นเพราะเธอได้รับมันมาจากหูหมิน แม้ว่าตอนนี้นางจะอายุเกือบ 40 ปีแล้ว แต่ผิวของผู้เป็นแม่ก็ยังขาวเรียบเนียนอยู่ ดังนั้นแค่นางถูกบีบเบา ๆ ผิวก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงชัดเจน


            ชายชราเป็นหัวหน้าเผ่ามากว่า 10 ปี ทำไมเขาจะไม่สังเกตเห็นรายละเอียดนี้


            ถ้าลู่ซุยซุยต้องการช่วยจริง ๆ ทำไมนางถึงจับแขนหูหมินแรงขนาดนั้น?


            ในเวลาเดียวกัน หูเจียวเจียวหรี่ตาลงเล็กน้อย พร้อมกับที่ร่องรอยของความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ


            มันผิดคาดมากที่หัวหน้าเผ่าคนนี้ค่อนข้างเฉลียวฉลาด ไม่หัวรั้นหรือชอบยุ่งวุ่นวายเรื่องคนอื่นเหมือนที่เขียนไว้ในหนังสือ


            เนื่องจากหญิงสาวผลักคนที่ประสงค์ร้ายออกไปได้ทันเวลา หูหมินจึงไม่ได้รับรู้ถึงความตั้งใจจริงของลู่ซุยซุยเลย เมื่อได้ยินคำพูดของท่านผู้เฒ่า นางก็หันไปมองกอหญ้าที่อยู่ด้านหลังแล้วแหวกออกจนเห็นหินก้อนใหญ่


            ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ แผ่นหลังของหญิงวัยกลางคนก็เย็นวาบ ถ้านางล้มกระแทกลงไปใส่หินเข้า หัวของนางคงจะแตกแล้วเสียชีวิตทันที!


            จากนั้นหูหมินก็พูดด้วยใบหน้าที่มืดมนว่า “ลู่ซุยซุย ทำไมจิตใจของเจ้าถึงได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ ข้าไปทำอะไรให้เจ้าโกรธแค้นนักหนา เจ้าถึงอยากจะฆ่าข้าให้ตาย!”


            “ขอบคุณเจียวเจียวของข้าที่สังเกตเห็นก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าคงกลายเป็นศพไปแล้ว”


            เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นนางก็ตัวสั่นสะท้านอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้ 


            ทันทีที่ผู้หญิงคนอื่นเห็นก้อนหิน ทุกคนก็ตกใจมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าลู่ซุยซุยจะร้ายกาจขนาดนี้ พวกนางเกือบหลงเชื่อคนโกหกไปแล้ว!


            ถ้าหัวหน้าเผ่าไม่ค้นพบเรื่องนี้ คราวหน้าคนที่หัวแบะอาจเป็น 1 ในพวกนางก็ได้


            ในขณะเดียวกัน ลู่เมี่ยนเอ๋อกับหู่จิงหันไปมองคนที่ตนพยายามปกป้องด้วยความไม่เชื่อ “ซุยซุย นี่เจ้า...”


            “ไม่ ข้าไม่ได้…” กวางสาวส่ายหัวอย่างลนลาน


            แต่ต่อให้นางอธิบายเป็นจนปากเปียกปากแฉะก็ไม่มีใครเชื่อคำพูดของนางอีกต่อไป


            “ลู่ซุยซุย เมื่อถึงฤดูหนาว เผ่าจะไม่แบ่งปันอาหารให้เจ้าอีก แล้วพอเจ้ากลับไป เจ้าจะต้องหาคู่ครองให้เร็วที่สุด และเจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกลุ่มเก็บเกี่ยวอีก” หัวหน้าเผ่าตัดสินผู้กระทำผิดอย่างเคร่งขรึม


            เดิมทีเขาต้องการรอจนกว่าเขาจะกลับไปที่เผ่า แล้วค่อยคุยกับลู่ซุยซุยตามลำพัง แต่หู่จิงกลับดึงดันถามหาความจริง ดังนั้นชายชราจึงทำได้เพียงประกาศการตัดสินใจของเขาต่อหน้าคนในเผ่าเท่านั้น


            สิ้นเสียงของท่านผู้เฒ่า ใบหน้าของกวางสาวก็ซีดลง ก่อนที่นางจะทรุดตัวลงกับพื้น


            ฤดูหนาวปีนี้ข้าจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงหากไม่ได้รับส่วนแบ่งอาหารจากเผ่า? 


            แล้วผู้ชายในเผ่าไม่มีคนไหนเทียบกับพี่อิงหยวนได้อีกแล้ว ข้าไม่อยากอยู่กับสวะพวกนั้น


            ในตอนนั้นนางอยากจะอ้อนวอนขอร้องหัวหน้าเผ่า แต่ชายแก่โบกมือพลางพูดด้วยใบหน้าเย็นชา “เอาล่ะ เรื่องนี้จบลงแค่นี้ และถ้าในอนาคตเจ้าคิดจะทำชั่วอีก เจ้าจะถูกไล่ออกจากเผ่า ทุกคนรีบแยกไปขุดผลไม้ดินต่อเร็วเข้า!”


            พอได้รับคำสั่งจากผู้นำสูงสุด ผู้หญิงคนอื่น ๆ ก็กระจายตัวกันไปทำงาน โดยที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ลู่ซุยซุยอีก


            ทางด้านลู่เมี่ยนเอ๋อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะยื่นมือออกไปหวังว่าจะช่วยพยุงตัวลูกพี่ลูกน้องลุกขึ้น แต่นางกลับถูกหู่จิงดึงออกไปเสียก่อน


            ขณะเดียวกัน เสือสาวเม้มริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ


            “เจ้าไม่ต้องไปสนใจนางหรอก ข้าคิดไม่ถึงเลยว่านางจะเป็นผู้หญิงแบบนี้ นางไม่ได้ดีไปกว่าหูเจียวเจียวเลยสักนิด สมน้ำหน้านางแล้ว” 


            เสียงที่หู่จิงพูดไม่ได้เบาเลย ทำให้หูเจียวเจียวได้ยินมันอย่างชัดเจน


            จิ้งจอกสาวหันกลับไปยิ้มให้คนพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน 


            “ท่านแม่ เราไปขุดผลไม้ดินกันต่อเถอะ”


            ทางด้านหูหมินที่ได้ยินคำพูดเสียดสีลูกสาวตัวเองก็ตั้งท่าจะด่ากลับ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่นุ่มนวลและอ่อนหวานของหูเจียวเจียว หัวใจของคนเป็นแม่ก็อ่อนยวบทันที และนางก็พยักหน้าตอบกลับ “เอาเถอะ เราไปขุดผลไม้กัน”


            เพื่อประโยชน์ของเจียวเจียว วันนี้ข้าจะไม่โต้เถียงกับคนพวกนั้น


            แต่ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ซึ่งมันเป็นช่วงที่แดดแรงมาก


            เนื่องจากภูตหญิงไม่กระฉับกระเฉงเท่าภูตชาย พวกนางจึงต้องไปหลบอยู่ใต้ต้นไม้เพื่อพักผ่อน


            หลังจากที่ทุกคนขุดมันฝรั่งมาทั้งเช้า ผู้หญิงทั้งหลายก็คอแห้งและเหนื่อยจนไม่อยากจะพูดอะไรกับใคร


            หูเจียวเจียวเองก็เห็นว่าใบหน้าของหูหมินแดงระเรื่อ และนางกำลังจะขาดน้ำเพราะความร้อน หญิงสาวจึงขอตัวไปขับถ่ายเพื่อไปที่ที่ไม่มีใครอยู่ จากนั้นเธอหยิบสาลี่ฉ่ำน้ำ 2 ลูกออกมาจากมิติแล้วถือมันกลับไปที่เดิม


            “ท่านแม่ ข้าเก็บผลไม้มาได้ 2 ลูก ท่านเอาไปกินสิ”


            แม้ว่าพวกเธอจะไม่สามารถเก็บผลไม้ทั้งหมดที่ตนหามาไว้กินเองได้ แต่ระหร่างที่อยู่นอกเผ่า ทุกคนสามารถนำผลไม้ที่เก็บในระหว่างวันมารับประทานได้ในปริมาณที่พอเหมาะ


            ในขณะที่ผู้หญิงคนอื่น ๆ กำลังเพลิดเพลินกับร่มเงาใต้ต้นไม้ เมื่อเห็นผลไม้ในมือของหูเจียวเจียว พวกนางก็มองด้วยความอิจฉา


            “แถวนี้มีแต่ผลไม้ดิน นางโชคดีจริง ๆ ที่เก็บผลไม้ฉ่ำ ๆ แบบนั้นมาได้”


            “ข้าเองก็อยากกินผลไม้ดับกระหายบ้าง...”


            หู่จิงพ่นลมอย่างไม่สบอารมณ์ “ก็แค่เก็บผลไม้มาได้ ไม่เห็นจะมีอะไรดีตรงไหน ทำอย่างกับว่าพวกเราจะไม่มีอะไรกิน”


            ทว่าจิ้งจอกสาวไม่สนใจผู้หญิงเหล่านี้และมอบสาลี่ให้ผู้เป็นแม่ 


            หูหมินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็โบกมือปฏิเสธทันที “เจ้ากินเถอะ แม่ไม่หิว”


            ในฐานะแม่คนหนึ่ง นางอยากจะเก็บของดี ๆ ไว้ให้ลูกกินเสมอ


            “ท่านแม่ ผลไม้มี 2 ลูก ท่านกับข้าแบ่งกันกินคนละลูกพอดี” หูเจียวเจียวจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่และป้อนสาลี่เข้าปากนางโดยตรง “ถ้าท่านแม่ไม่กิน ข้าก็จะไม่กินเหมือนกัน”


            พอลูกสาวสุดที่รักพูดแบบนั้น หญิงวัยกลางคนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกัดผลไม้ที่อีกคนยื่นมาที่ปากตัวเองเต็มคำ


            “หืม! หวานจัง ทำไมผลไม้นี้อร่อยมากเลย เจ้าไปเก็บมาจากไหน พาแม่ไปดูซิว่าจะเก็บไว้กินที่บ้านได้ไหม”


            หลังจากที่หูหมินกัดกินสาลี่เข้าไป ดวงตาของนางก็สว่างขึ้นทันที แล้วนางก็ถามอย่างเร่งรีบ


            ในเวลาเดียวกัน ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ รีบเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้ว่าจิ้งจอกสาวไปเก็บผลไม้นั้นมาจากไหน


            หูเจียวเจียวนั่งลงพลางกัดสาลี่ในมือก่อนจะตอบติดตลกว่า “เราหาไม่เจอหรอก มันตกลงมาจากสัตว์กินหญ้าที่ผ่านมาแถวนี้ ข้าเห็นมันแค่ 2 ลูกเอง”


            คำตอบของหญิงสาวทำให้ทั้งหูหมินและผู้หญิงที่นั่งอยู่ไม่ไกลแสดงความรู้สึกเสียใจทันที


            “น่าเสียดายจัง ผลไม้อร่อย ๆ แบบนี้ ไม่รู้ว่าเราจะไปหามันมาจากที่ไหนได้อีก”


            หูเจียวเจียวยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา


            ข้างนอกเผ่าไม่ปลอดภัย และสัตว์ป่าอาจปรากฏตัวได้ทุกเมื่อ ดังนั้นภูตหญิงในเผ่าจึงไม่กล้าออกจากกลุ่มไปหาผลไม้ที่สามารถดับกระหายได้โดยไม่ได้รับอนุญาต


            พวกนางทำได้เพียงหยิบผลไม้ดินมากินดับกระหายแล้วพิงต้นไม้พักผ่อนกันต่อไปเท่านั้น


            เวลาต่อมา หูเจียวเจียวมองไปรอบ ๆ เพื่อตามหาหัวหน้าเผ่า เมื่อมองเห็นเขาเธอก็ลุกขึ้นเดินตรงไปหาอีกฝ่าย


            “ท่านผู้เฒ่า ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับท่าน”

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] ขนเสบียงนับล้าน มาเป็นมาร(ดา)ของเหล่าวายร้าย (อ่านฟรี 200 ตอน) ที่คุณอ่าน