"ต้องไปซิครับถึงแม่ผมเขาไม่โทรมาชวนวันนี้ผมก็ตั้งใจจะพานายหญิงคารอสคนใหม่ไปแนะนำให้ทุกคนรู้จักอยู่แล้ว” เขายิ้มตอบพร้อมกับเกลี่ยผมฉันเล่นไปมา
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ครับหรือว่าที่คุณทำแบบนี้คุณไม่มีใจไม่ได้ชอบผมเลยงั้นหรอ” น้ำเสียงเศร้าแววตาสั่นเอ่ยถามอย่างกลัวคำตอบ
“หนอนไม่ใช่คนใจง่ายนะคะ...ถะ...ถ้าไม่ชอบหนอนไม่ทำหรอก”
ฉันบุ้ยปากใส่คนตัวโตด้วยความไม่พอใจด้วยเพราะตัวเองไม่ใช่คนใจง่ายที่จะมาทำอะไรแบบนี้กับผู้ชายได้หรอกนะ (หล่อนนะใจง่ายจ้ะยัยหนอนหล่อนรู้จักกับเขากี่วันเชียว...ชิ) อีกอย่างความรู้สึกที่มีของฉันคงไม่ใช่แค่ชอบเขาเท่านั้น...แต่ว่าฉันคงรักเขาไปแล้วมากกว่า...
“ถ้างั้นก็ไม่มีคำว่าแต่นะครับ...^-^”
“แล้วคุณล่ะคะจะมารับผิดชอบหนอนแล้วทิ้งอนาคตที่จะแต่งงานกับคนที่ตัวเองชอบไปงั้นหรือ...คะ...คุณจะไม่เสียใจทีหลังแน่หรือคะ”
ฉันหลุบตาไม่กล้ามองคนตรงหน้าหลังจากที่ตัวเองเพิ่งโยนหินถามทางออกไป ด้วยกลัวว่าสายตากลมใสจะจับจ้องพิรุธของคำตอบได้แล้วตัวเองจะมานั่งปวดใจทีหลังแทน
“คุณหนอนครับ...”
ก่อนที่เสียงเรียกแสนละมุนจะมาพร้อมกับมือหนาอุ่นส่งมาประคองใบหน้าประหม่าให้เงยขึ้นไปสบตากับเขา ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดที่เป็นเสมือนคำมั่นให้คนฟังอย่างฉันได้ชื่นหัวใจ...
“ผมจะเสียใจได้ยังไงล่ะครับก็ในเมื่อคนที่ผมอยากมีอนาคตด้วยก็คือคุณ ผู้หญิงที่ผมอยากแต่งงานด้วยก็คือคุณ และผู้หญิงที่ผมรักก็คือคุณหนอน...”
คนพูดที่ไม่ได้พูดแค่เพราะต้องการหญิงสาวมาเคียงข้าง แต่ทว่า...เขานั้นพูดออกมาจากความรู้สึกของเขาจริง ๆ และแม้ว่าจะมีเสี้ยวเวลาหนึ่งที่เขาอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกกับหญิงสาวตรงหน้ามากมายขนาดนี้ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่คงเพราะสายใยบางอย่างที่ได้ถักทอเราสองคนเอาไว้ตั้งแต่ต้นมันเป็นสายใยที่โยงทั้งตัวเขาและเธอให้ต้องมาร่วมชะตากัน และด้วยสายใยนั้นจึงทำให้พวกเขามาลงเอ่ยกันแบบนี้...
“คุณฮันนี่...”
ฉันเรียกชื่อคนตัวโตที่ประคองใบหน้าฉันเอาไว้อย่างทะนุถนอม โดยที่สายตาของฉันมองเข้าไปยังดวงตาคู่สวยเพื่อค้นหาอีกครั้งว่าข้างในนั้นได้มีคำลวงอยู่มากน้อยแค่ไหน เพียงแต่...สิ่งที่ฉันมองเห็นได้คงมีเพียงความจริงใจในคำพูดที่กำลังหล่อหลอมให้ฉันมีความมั่นใจขึ้นมา
“แต่งงานกับผมนะครับ...”
ก่อนที่คำขออันศักดิ์สิทธิ์จากเขาจะถูกส่งมาที่ฉันอีกครั้ง และครั้งนี้ฉันเองก็จะไม่ลังเลและคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรอีกต่อไปแล้ว...
รุ่งเช้า ~~
ณ คฤหาสน์ตระกูลคารอส
ฉันยืนนวดเอวทุบสะโพกของตัวเองไปมาหลังจากที่เพิ่งลงจากรถหรูของคนตัวโต
“ปวดเมื่อยตรงไหนหรอครับ เดี๋ยวผมพาไปนวดคลายเส้นเอาไหม จุ๊บ ~~”
คนตัวโตวาดวงแขนหนาโอบกอดฉันจากทางด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยปากถามพร้อมกับกระชับร่างฉันเข้าไปหอมแก้ม
“ชิ...ถามมาได้ว่าปวดเมื่อยตรงไหนก็คุณฮันนี่ไม่ปล่อยหนอนให้ได้พักเลยนี่ค่ะ >///<”
ฉันอดบ่นใส่เจ้าของอ้อมแขนไม่ได้หลังจากที่เมื่อคืนเขาเล่นกระชับความสัมพันธ์กับฉันบนรถลากยาวจนเกือบเช้า และถ้าหากไม่เป็นเพราะฉันทนความอึดของเขาไม่ไหวจนหลับกลางอากาศไปเสียก่อนมีหวังป่านนี้ฉันคงสำลักความสุขจนขึ้นสวรรค์ไปเฝ้าพระอินทร์เสียแล้ว
“ก็ใครใช้ให้คุณภรรยาอร่อยขนาดนี้ล่ะครับ...หืมมมม...จุ๊บ ~~”
ส่วนคนตัวโตที่ยังคงปากหวานเรียกฉันว่าภรรยาไม่หยุดนับตั้งแต่ฉันตกปากรับคำว่าจะแต่งงานกับเขา อีกทั้งยังคลอเคลียกับฉันตั้งแต่เช้าไม่ห่างกายไปไหนเดี๋ยวจูบเดี๋ยวหอมจนแทบจะสิงร่างของฉันอยู่แล้ว
“ไม่เอาแล้วนะคะ หนอนกลัวตาย” ฉันพูดด้วยความรู้สึกจริง ๆ
“ผมไม่ปล่อยให้คุณภรรยาตายหรอกครับ นี่คุณภรรยาลืมไปหรือเปล่าว่าคุณมีสามีเป็นหมอน๊าาาา ฟอด ~~ เพราะงั้นเดี๋ยวเรากลับไปสานสัมพันธ์กันต่อนะครับ...นะนะนะนะ...จุ๊บ ~~”
คนกะล่อนพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีก่อนจะไม่ลืมที่จะฉวยโอกาสจากร่างนวลเนียนอีกหลายครั้ง
“พะ...พอเลยค่ะหนอนไม่ใช่วัวไม่ใช่ม้านะคะจะได้ขึ้นขี่อยู่ได้”
ฉันพูดออกไปตามสมองที่แล่นหาคำพูดเร็ว เพียงแต่...ฉันดันไม่ทันได้คิดไปว่าไอ้คำพูดเหล่านั้นมันกลับแฝงไปด้วยความนัยบางอย่างที่คนฟังสามารถเอาไปตีความให้เลยเถิดไปไกลได้
“คุณภรรยาไม่ใช่วัวไม่ใช่ม้าสักหน่อย เพราะวันนี้เดี๋ยวผมจะกลายเป็นวัวเป็นม้าให้คุณภรรยาขี่แทน...คิกคิก” คนพูดพูดด้วยน้ำเสียงซุกซนก่อนจะงับริมฝีปากมาที่ติงหูเล็กเบา ๆ
งับ ~~
แปร๊ดดดด ~~
และด้วยการกระทำของคนขี้แกล้งก็ทำให้ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงฉานจนลามไปถึงกกหู
“ยะ...หยุดนะคะ ดะ...เดี๋ยวคุณพ่อกับคุณแม่คุณก็มาเห็นเข้า”
ฉันถึงกับพูดตะกุกตะกักหน้าร้อนผ่าวด้วยเพราะไอ้เลือดสาวที่วิ่งเร่าตอนนี้มันได้ไปกระตุ้นจุดอ่อนไหวที่อยู่ตรงกลางระหว่างขาแล้ว
“ไม่เห็นเป็นไรเลยผมทำกับภรรยาตัวเองนี่น่าไม่ได้ไปทำกับสาวที่ไหนสักหน่อย ฟอด ~~”
เขาที่ยังลอยหน้าลอยตาพูดพร้อมกับยังหาเรื่องหอมแก้มฉันอีก
“ก็ลองทำกับคนอื่นดูซิคะ...”
ฉันพูดพร้อมกับชูนิ้วทำเป็นเหมือนกรรไกรส่งไปเป็นสัญลักษณ์ที่เขารู้ดีว่าหมายความว่ายังไง
“คิกคิก...ผมไม่กลัวหรอกเพราะผมไม่มีทางนอกใจคุณภรรยาอยู่แล้ว จุ๊บ ~~”
เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีถูกส่งมาพร้อมกับริมฝีปากที่กดลงมาที่หัวไหล่มน ก่อนที่เขาจะกระซิบความลับบางอย่างให้ฉันฟัง
“คุณรู้ไหมว่าข้อดีของอาถรรพ์คำสาปที่ทายาทสายตรงได้รับคืออะไร??”
“ข้อดี...!! มันมีข้อดีด้วยหรอคะ??”
“มีซิ... ^-^ ก็ข้อดีที่ว่าคือทำให้ผมได้เจอกับคุณภรรยาไงครับ ฟอด ~~”
เขายิ้มทะเล้นก่อนจะหอมยังหัวไหล่มนอีกครั้งก่อนจะเอาคางเกยค้างเอาไว้
“ขอความจริงได้ไหมคะ” ฉันถามออกไปเพราะรู้ว่านั่นคือคำหวานที่เขาพูดเล่นเท่านั้น
“นั่นเป็นเรื่องจริงครับ”
“คุณฮันนี่...!!”
“เอ้าผมพูดจริง ๆ ว่ามันคือข้อดีอีกข้อของอาถรรพ์คำสาปที่ผมเพิ่งคิดได้หลังเจอคุณ”
“ชิ...จะปากหวานได้สักกี่น้ำ” ฉันอดหมั่นไส้คนตัวโตไม่ได้
“ตลอดชีวิตที่มีคุณภรรยาเลยครับ...^-^”