ต้นไผ่ลู่ลมสั่นไหวไปมา ใบไผ่ปลิวว่อนทั่วอากาศคนตระกูลหวังสี่คนยืนอยู่ด้านใน ชายหนุ่มที่อยู่ตรงกลางยืนเอามือไขว้หลังอย่างผยองสีหน้าของคนสามคนที่อยู่ด้านข้าง มองไปที่เขาด้วยสีหน้าเคารพ
คนคนนั้นเป็ทายาทสายหลักของตระกูลหวังซึ่งมีอำนาจอิทธิพลกว้างใหญ่ส่วนหวังหลิ่งกับอีกสองคนที่เหลือเป็เพียงทายาทสายรองของตระกูลหวังเท่านั้น
ตระกูลหวังเป็ตระกูลขุนนางชั้นสูงในราชวงศ์ต้ากันดังนั้นถึงได้มีอำนาจยิ่งใหญ่
ตอนนี้ใบหน้าของหวังหลิ่งดูคึกคักเป็ที่สุดฝ่ามือจับใบไผ่ที่กำลังปลิวว่อนได้ใบหนึ่ง ก่อนจะบี้เสียจนแหลกคามือราวกับมองเห็นเต้าหลิงเป็ดั่งใบไผ่ที่สุดท้ายก็จะต้องแหลกเป็ผุยผงเหมือนกัน!
เมื่อครึ่งเดือนก่อนเขานั้นกรอกโลหิตอสูรใส่ปากมันเองกับมือทีแรกก็คิดว่าจะต้องตายไปแล้วเป็แน่ แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะยังมีลมหายใจอยู่อีกทั้งยังลอยหน้าลอยตากลับไปที่สำนัก มันเป็สิ่งที่เขารับไม่ได้ราวกับว่าเขากำลังโดนไอ้ขยะนี่ยั่วโทสะโดยเฉพาะเื่ผลึกหินฟ้าจะต้องให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาดมิเช่นนั้นคงเกิดปัญหาใหญ่แน่
หวังจวิ้นเฟยขมวดคิ้วมองไปยังหวังหลิ่งก่อนเอ่ยถาม “ไอ้เด็กนี่เป็ใคร เ้ารู้จักหรือ?”
ได้ยินดังนั้นหวังหลิ่งก็รีบร้อนตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างนอบน้อม “นายน้อยเฟย มันเป็ศัตรูของข้าขยะแบบนี้ข้าจะไปรู้จักมันได้อย่างไร?”
“เช่นนั้นก็ดี” สีหน้าของหวังจวิ้นเฟยดูพอใจอย่างมากก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“พวกเ้าสองคนรีบไปฆ่ามันซะเื่นี้จะแพร่งพรายไม่ได้ รีบจัดการซะ อย่ามัวแต่ชักช้า”
เต้าหลิงกระชับกำปั้นแน่น พลันพาร่างถอยร่นออกมาอย่างรวดเร็วเขารู้สึกได้เลยว่าหวังจวิ้นเฟยแข็งแกร่งอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีหวังหลิ่งที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาไปแล้วหากเขาปะทะกับพวกมันตอนนี้ละก็เท่ากับว่าเขาต้องเจอกับยอดฝีมือขั้นสถิติญญาถึงสองคนทำเช่นนั้นเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ
‘หรือว่าเ้าพวกนี้จะรู้ว่าที่นี่มีเืสัตว์อสูร์?’ ั์ตาเต้าหลิงสั่นคลอนอย่างมิใคร่มั่นใจเท่าใดนัก หากเป็เช่นนั้นจริงการจะชิงมันมาจะต้องเป็ปัญหายุ่งยากแน่
โลหิตเทพอสูรสำหรับเต้าหลิงนั้นสำคัญอย่างยิ่งของสิ่งนี้เขาจำเป็ต้องใช้ โอกาสเช่นนี้หาได้ยากนัก!
“มาได้จังหวะพอดี!” เมื่อเต้าหลิงเห็นหวังหลิ่งและอีกคนหนึ่งไล่ตามมาั์ตาก็พลันเยือกเย็น ขอเพียงจัดการสองคนนี้ลงได้การจะชิงเืสัตว์อสูร์มานั้นก็จะง่ายขึ้นมาก
“ฮ่าๆเต้าหลิงเ้าไปมุดหัวอยู่ที่ใดมา?”
น้ำเสียงดุดันดังขึ้นเป็พักๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายวิ่งหนีหวังหลิ่งก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามอย่างยิ่ง “เ้านึกว่าจะวิ่งหนีเงื้อมมือข้าได้หรือเพ้อฝันเสียจริง!”
เต้าหลิงเหลือบหันมามอง ความเร็วของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากอีกนิดเดียวก็จะถึงตัวเขาแล้ว เต้าหลิงแค่นเสียงต่ำในลำคอฝ่าเท้าพลันกระทืบลงพื้นอย่างแรง พลังปะทุออกมาจากร่างก่อนจะพุ่งทะยานไปที่ถนนสายเล็กที่อยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
“หืม? เ้าเด็กนั่นมันเร็วใช่ย่อย ต้องรีบจับมันให้ได้อย่าให้มันหนีไปได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นนายน้อยเฟยต้องเล่นงานพวกเราแน่!” คนในกลุ่มหวังหลิ่งะโออกมา
“ฮึๆวางใจเถอะ มันหนีไม่พ้นเงื้อมมือข้าแน่!”หวังหลิ่งกล่าวพลางมองเงาของเต้าหลิงที่พุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงด้วยสายตาดูถูกพลังที่อยู่ในร่างปะทุออกมา ขาทั้งสองอัดแน่นไปด้วยพลังที่หมุนเป็เกลียวพริบตาเดียวความเร็วของหวังหลิ่งก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
ป่าไผ่สั่นไหว ใบไผ่ปลิวว่อนไปทั่วป่าเต้าหลิงกระทืบเท้าพร้อมกับพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า ไปยืนอยู่บนก้อนหินั์เบื้องหน้าทันทีที่ฝ่าเท้าัักับหินก็พลันเกิดรอยร้าวขึ้นเป็แนวยาว
“น้องชายเ้าจะหนีไปที่ใดได้ ข้าบอกเ้าแล้วไงว่าเ้าหนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้าหรอกยอมจำนนเสียดีกว่า” หวังหลิ่งคลี่ยิ้มเย้ยหยัน คนหนึ่งขนาบด้านซ้ายอีกคนขนาบด้านขวา ดูซิจะหนีไปที่ใดได้ เขาไม่คิดหรอกว่ามันจะมีปีกแล้วบินหนีไปได้
ได้ยินดังนั้น เต้าหลิงก็กวาดสายตาสำรวจร่างของหวังหลิ่งก่อนจะยิ้มมุมปากพลางเอ่ย “เหตุใดข้าต้องหนี?”
ได้ยินดังนั้น สีหน้าหวังหลิ่งก็ดุดันขึ้นทันทีทั่วทั้งร่างปลดปล่อยไอสังหารออกมา ขบกรามแน่นก่อนะโลั่นออกมา “ปากดีนักนะ ฆ่ามันซะ อย่าชักช้า!”
“ฮึเป็เ้ารนหาที่ตายเอง ข้าไม่ให้เ้าได้ตายสบายแน่!” เด็กหนุ่มชุดเหลืองโมโหอย่างมากไอ้สวะที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกล้าพูดจาอวดดีเช่นนี้ ยิ่งทำให้เขาเกิดโทสะ
ทว่าเมื่อเด็กหนุ่มชุดเหลืองเห็นร่างของอีกฝ่ายที่พุ่งทะยานเข้ามาเขาก็คิดว่าตนนั้นตาฝาดไป เขายังคิดจะพุ่งเข้ามาโจมตีอีกหรือ?
“ไอ้สวะไม่รู้ที่ต่ำที่สูง!” หนุ่มชุดเหลืองกระตุกยิ้มเ็าพลางกำหมัดแน่น ฉับพลันแสงสีเหลืองเปล่งประกาย คลื่นพลังทั่วฟ้าปั่นป่วน มวลอากาศถูกบีบจนสั่นไหวก่อนจะพุ่งหมัดตรงไปยังแผ่นอกของอีกฝ่าย
“ครึ่งก้าวสถิติญญา” ั์ตาเต้าหลิงสั่นไหวหากเป็เมื่อห้าวันก่อนเขามั่นใจว่าเขายังไม่อาจประมือกับครึ่งก้าวสถิติญญาได้แต่ถ้าเป็ตอนนี้มันก็ไม่แน่หรอกก็ดีจะได้ลองทดสอบเสียหน่อยว่าพลังไปถึงระดับใดแล้ว
เขากำหมัดแน่นเสียจนได้ยินเสียงของกระดูกะเิออกในขณะที่หมัดเปี่ยมพลังของอีกฝ่ายพุ่งทะยานเข้ามาพลังหมัดสีทองของเต้าหลิงก็อัดแน่นด้วยคลื่นพลังที่แข็งแกร่ง
“ฮ่าๆเ้านี่ไม่รักชีวิตเอาเสียเลย!”เด็กหนุ่มชุดเหลืองกล่าวอย่างเหยียดหยามเป็แค่มดที่อยู่ในขั้นหลอมกายาตัวหนึ่ง ยังจะกล้าปะทะกับข้าอีก?
หวังหลิ่งเองก็หัวเราะออกมาราวกับเห็นภาพที่เต้าหลิงโดนหมัดนั้นกระแทกจนเละ ขอเพียงแต่ฆ่ามันได้ปัญหาเื่ผลึกหินฟ้าก็จะไม่ต้องเป็กังวลอีก เขาอดไม่ได้ที่จะคลำลงไปในกระเป๋าที่ซึ่งเขาได้ซ่อนผลึกฟ้าเอาไว้
“ปัง!” เสียงดังสนั่นจากหมัดทั้งสองที่เข้าปะทะกันพลังที่ดุดันพุ่งออกมา ใบไผ่โดยรอบล้วนถูกหอบขึ้นก่อนจะถูกอัดจนแหลกเป็ผุยผง
“อะไรกัน?” ไม่ทันที่เด็กหนุ่มชุดเหลืองจะได้ประหลาดใจก็ััได้เสียก่อนว่ามือของเขานั้นหักไปเสียแล้วหรือว่าไอ้เด็กนี่จะอยู่ขั้นครึ่งก้าวสถิติญญาเหมือนกัน?
เต้าหลิงพุ่งทะยานตามเข้าไป พลังในร่างโคจรไหลเวียนหมัดเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า ก่อนจะเริ่มรัวหมัดเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
สองร่างปะทะกันอย่างรุนแรงต้นไผ่โดยรอบถูกคลื่นพลังอัดจนแหลกเป็เศษซากคลื่นลมอันดุดันกระจายออกมาเป็วงกว้างอย่างต่อเนื่อง โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงเสียจนก้อนหินปลิวว่อน
ความดุดันเคร่งเครียดของหวังหลิ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขบคิดในใจอย่างเกรี้ยวกราด‘มิน่าเล่าไอ้เด็กนี่ถึงมีพละกำลังมากเช่นนี้ที่แท้ก็ทะลวงพลังถึงครึ่งก้าวสถิติญญาแล้วนี่เองแต่ขยะเช่นนี้กลับฝึกได้รวดเร็วอย่างนี้ หรือว่าจะได้ของดีอะไรมา?’
เด็กหนุ่มชุดเหลืองปล่อยหมัดออกไปภายในกล้ามเนื้อะเิพลังลึกลับออกมา พลังชนิดนี้หลอมรวมเป็หนึ่งกับพลังฟ้าดินทำให้พลังโจมตีรุนแรงยิ่งขึ้น นี่คือขั้นสถิติญญา ภายในร่างปลุกพลังลึกลับขึ้นมาแล้วขอบเขตพลังก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่ว่าพลังที่ปลุกขึ้นมาในขั้นสถิติญญานั้นจะแข็งแกร่งเพียงใดล้วนแต่เกี่ยวโยงกับความแข็งแกร่งในขั้นหลอมกายาทั้งสิ้นซึ่งเป็ตัวกำหนดการพัฒนาในภายภาคหน้า!
“แหลกไปซะ!” เต้าหลิงคำรามพร้อมปล่อยหมัดพุ่งออกไปพลังอันมหาศาลเอ่อล้นออกมา ก่อนหมัดจะพุ่งทะยานปะทะเข้ากับหมัดของอีกฝ่าย
“บัดซบ!” เด็กหนุ่มชุดเหลืองขบกรามแน่น เขารู้สึกว่าหมัดชาไปพักใหญ่ในใจทั้งโกรธปนอับอาย ไอ้เด็กคนนี้อายุน้อยกว่าเขาตั้งสองสามปีไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะไม่ใช่คู่มือของมัน ถือเป็ความอัปยศเสียจริง!
“ข้ายอมรับว่าเ้าแข็งแกร่งแต่ก็จบแค่นี้แหละ!” ฝ่ามือของเด็กหนุ่มชุดเหลืองพลันหมุนวนไปรอบฝ่ามือคลื่นพลังขนาดมหึมาหลั่งไหลออกมา คลื่นพลังหมุนวนรุนแรงด้วยโทสะราวกับทะเลสาบที่ซัดสาดลูกคลื่นขนาดใหญ่
คลื่นลมสีเหลืองพุ่งตรงไปยังหัวของเต้าหลิงมวลอากาศะเิออกรอบทิศด้วยแรงอัด หากถูกพลังนี้ซัดเข้าไป คาดว่าไม่ตายก็ต้องาเ็สาหัสแน่
“คนที่จบคือเ้าต่างหาก!” เต้าหลิงแค่นเสียงต่ำ ใบหน้าละอ่อนแผ่ไอสังหารกำปั้นะเิพลังออกมา พลังแฝงในกล้ามเนื้อปะทุออกอย่างรุนแรงทั่วทั้งหมัดเปล่งแสงจ้าเสียดแทงตายิ่ง
“แหลก!”
เขาคำรามลั่น พลังหมุนวนไปทั่วร่างผมยาวปลิวไสวดุจอสูรร้ายที่พุ่งทะยานขึ้นไปยังฟากฟ้าเพียงแค่สะบัดแขนก็ทลายหินั์ขนาดหลายหมื่นชั่งได้ในพริบตาราวกับแส้ที่หวดลงอย่างแรง!
“ปัง!ปัง!”
แขนของเต้าหลิงปะทะคลื่นพลังสีเหลืองอย่างจังทั่วร่างปลดปล่อยพลังกดดันมหาศาลต้านพลังสีเหลืองจนคลื่นพลังสีเหลืองะเิออกจนแหลกกระจุย!
“เป็ไปได้อย่างไรกัน?” เด็กหนุ่มชุดเหลืองหน้าถอดสีเขาััได้ถึงพลังรุนแรงที่ทะลักเข้ามา ในใจก็พลันสั่นระรัวยกขาเตรียมวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“คิดหนีหรือ?” เต้าหลิงใช้สายตาเยียบเย็นมองไปยังอีกฝ่ายพร้อมกับแขนฟาดตรงไปยังกระดูกสันหลังอย่างรุนแรง
ร่างของเด็กหนุ่มชุดเหลืองแข็งทื่อบริเวณทั่วแผ่นหลังทั้งหมดะเิออก เพียงแค่กระบวนท่าเดียวก็ถูกซัดจนร่างเละ!
“ไร้ประโยชน์!” หวังหลิ่งยิ้มเย็นเมื่อครู่เขาสามารถพุ่งเข้าไปช่วยเด็กหนุ่มชุดเหลืองได้ ทว่าเขาเลือกที่จะไม่ทำเพราะรู้สึกว่าเต้าหลิงกำลังซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ ความลับนั้นเขาจะต้องรู้แต่เพียงผู้เดียว
หวังหลิ่งย่างเท้าเข้ามามองเต้าหลิงด้วยสายตาลุกโชนราวกับมองเห็นสมบัติอยู่ตรงหน้าก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าประหลาดใจ“เต้าหลิงเ้านี่ทำให้ข้าแปลกใจได้ตลอดเลยนะครั้งที่แล้วก็เป็ผลึกหินฟ้าแล้วครั้งนี้อะไรดีเล่า?”
เต้าหลิงหันกลับมาั์ตาของพวกเขาทั้งสองจ้องประสานกันพร้อมปล่อยไอสังหารเต้าหลิงยิ้มเยาะพลางกล่าว“เช่นนั้นเ้าลองเดาดูสิว่ามันคือของล้ำค่าใด?”
ได้ยินดังนั้นหวังหลิ่งขมวดคิ้วแน่นไม่ใคร่พอใจในท่าทีของเต้าหลิงนักเขาหันไปเหลือบมองร่างของเด็กหนุ่มชุดเหลืองที่กลายเป็เศษเนื้อก่อนส่งเสียงฮึแล้วกล่าวขึ้นว่า“ดูแล้วเ้ายังไม่รู้จักขั้นสถิติญญาดีพอในสายตาของข้า เ้าเป็แค่ก้อนอุจจาระก้อนหนึ่งเท่านั้น!”
จบคำ ภายในร่างหวังหลิ่งก็ะเิพลังแกร่งกล้าขึ้นคลื่นพลังดุดันแข็งแกร่งกระทบเข้ากับต้นไผ่ก่อนจะโค่นลงไป ราวกับว่าตัวเขานั้นเป็ลมหมุนขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นอย่างไร้เหตุผลในดงไผ่
อีกทั้งพลังฟ้าดินโดยรอบก็หมุนวนอย่างรุนแรงมวลอากาศที่อยู่ในระยะสิบจ้างแผ่คลุมด้วยพลังอันแข็งแกร่งราวกับผืนฟ้าดินอยู่ในกำมือของเขา พลังหนาแน่นจำนวนมหาศาลกดทับลงบนร่างเต้าหลิงหวังหลิ่งคำรามลั่น “คุกเข่าให้ข้าเสีย!”
ทันใดนั้นทั่วร่างของเต้าหลิงก็พลันหนักอึ้งเขาััได้ถึงมวลอากาศรอบตัวล้วนเต็มไปด้วยภัยอันตรายมันคือความน่ากลัวของขั้นสถิติญญา ที่สามารถดึงพลังฟ้าดินมาใช้ปลิดชีวิตศัตรูได้
ในตอนนี้หวังหลิ่งอยู่ในขั้นสถิติญญาหนึ่งชั้นฟ้าเขาสามารถควบคุมมวลอากาศได้ถึงสิบจ้างตามคำเล่าขานหากฝึกจนถึงขั้นชั้นฟ้าสุดท้ายจะสามารถควบคุมมวลอากาศได้ไกลหลายร้อยจ้าง!(1 จ้าง = 3เมตร)
อีกทั้งคนบางประเภทที่สามารถเข้าใจในฟ้าดินได้อย่างลึกซึ้งทำให้พลังฟ้าดินที่ควบคุมได้นั้นยิ่งขยายพื้นที่ออกไปอีก หากว่าไปจนถึงขั้นนั้นได้ก็จะมีพลังมหาศาลที่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องระดับพลังเช่นนั้นนับว่าน่ากลัวยิ่ง!
“มันคู่ควรกับเ้าหรือ?”
สองมือของเต้าหลิงกำแน่นภายในร่างมีพลังลมปราณสีทองะเิออก อีกทั้งเสียงฟ้าร้องดังขึ้นแสงสีทองสว่างโชติ่หาผู้ใดเปรียบ ต้นไผ่โอบล้อมด้วยแสงสีทอง
ท่ามกลางแสงสีทองที่สว่างเจิดจ้านั้น มีเต้าหลิงอยู่ด้านในแม้เห็นเพียงเงาก็สร้างความหวาดผวาขึ้นมาได้
“แหลกไปซะ!” เขาคำรามออกมาดังลั่น คลื่นพลังปะทุออกมาจนถึงขีดสุดปราณสีทองเปี่ยมล้นด้วยพลังพุ่งทะยานแหวกอากาศ ราวกับแม่น้ำสายยาวที่คลุ้มคลั่งทุกทิศทางถูกแรงอัดจนสั่นะเืไปทั่วบริเวณ!