เปลวแดดร้อนของ่เย็นส่องทะลุกระจกของ ‘คลินิกรักสี่ขา’ ของ ‘หมอกร’ หรือ ‘นายสัตวแพทย์ทิวากร เจริญรุ่งเรือง’ ประธานมูลนิธิ “บ้านอุ่นใจสี่ขา” อันเงียบสงบ ทว่าภายในห้องโถงรับรองกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดแปลกๆ
เมื่อ‘พิมพ์นลิน’ ก้าวเท้าอุ้ม ‘เ้าดุ๊กดิ๊ก’ สุนัขแสนรู้พันธุ์ไทยผสมโกลเด้นที่ขากะเผลกเพราะาเ็จากการลุยสู้กับแก๊งโจรลักหมาเมื่อคืนเดินหน้าเครียดเข้ามาในคลินิกเพื่อรับการรักษาโดยที่ท้องแขนเรียวบางของเธอยังคงมีผ้าพันแผลสีขาวพันทับรอยแผลถลอกของตัวเองไว้เด่นหรา ทันทีที่ก้าวเข้ามา
พิมพ์นลินก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่า‘พิมพิกา’ หรือ ‘พาย’ คนสวยแสนหวานของภาคินยืนอยู่ด้านในด้วย หล่อนกำลังเอื้อมมือช่วยประคองจับหน้าขาให้สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีตัวใหญ่ขนฟูหนาที่ได้รับาเ็มาเพื่อให้หมอทิวากรใช้สำลีทายาทำแผลให้อย่างเบามือ พิมพ์นลินจึงจำต้องทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เพื่อรอคิว
"กริ๊ก...ปัง!" ไม่ถึงสิบนาทีบานประตูกระจกของคลินิกก็ถูกผลักเปิด ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเชิ้ตทำงานเนี้ยบกริบของ‘ภาคิน’ หรือ ‘คิน’ ทนายความจิตอาสาหนุ่มวัย 27 ปี ก้าวเท้าฉับไวพรวดพราดเข้ามา ใบหน้าเขาบึ้งตึงขึ้นทันทีที่สบตากับยัยตัวแสบข้างบ้าน
"พี่คิน!มาไวจังเลยค่ะ" พิมพิกาหันมาระบายรอยยิ้มหวานทักทายคุณทนายความ
หล่อนเป็คนโทรศัพท์เรียกให้ภาคินมารับกลับบ้านเนื่องจากเมื่อ่สาย หล่อนขับรถยนต์เสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าจนหน้ารถพังยับเยินและถูกรถยกลากเข้าอู่ซ่อมแซมไปเรียบร้อยแล้ว
"ไม่เป็ไรครับพาย...เื่แค่นี้เอง คินเต็มใจอยู่แล้วครับ"
ภาคินเปลี่ยนโหมดปรับน้ำเสียงมาเป็นุ่มนวลอบอุ่นยิ้มหน้าบานส่งให้พิมพิกาทันควันก่อนจะสะบัดกายทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ข้าง ๆ พิมพ์นลินอย่างจำใจ ชายหนุ่มกอดอกแน่นเหลือบมองยัยเด็กแก่นเซี้ยวด้วยแววตาหงุดหงิด
บรรยากาศภายในคลินิกตกอยู่ในความเงียบงันชั่วพริบตา...ทว่าหากส่องสแกนดูสายตาของแต่ละคนแล้ว มันคือมหกรรมสลับคู่ รถไฟชนกันอย่างแท้จริง
หมอทิวากรกำลังตั้งใจเย็บแผลให้สุนัขไซบีเรียนฮัสกีด้วยท่าทางเยือกเย็นละมุนละไม โดยมีพิมพิกา ยืนเกาะขอบเตียงส่งสายตาชื่นชมระคนหลงใหลในความใจดีใจเย็นของคุณหมออย่างปิดไม่มิด
ภาคินก็นั่งมองพิมพิกาตาไม่กระพริบ ไม่ยอมวางตาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เพราะใจมันรักหล่อนสุดหัวใจ
ส่วนพิมพ์นลิน ก็นั่งกอดเ้าดุ๊กดิ๊กพลางมองค้อนขวับดีดสายตาใส่พี่ชายข้างบ้านเป็ระยะ ๆ ด้วยความหมั่นไส้ระคนหมองมัวลึกๆ ภายใน
ภาคินที่พยายามหาเื่ชวนคุยประชดประชันเพื่อซ่อนไฟหึงหวงที่มีต่อคุณหมอหันมามองแผลถลอกที่แขนของนลินก่อนจะพ่นคำพูดต่อว่ากระแนะกระแหนเหน็บแนมเธอไม่เลิกรา
"หึ...แขนเดี้ยง ขากะเผลก ทั้งแม่หมาทั้งลูกหมา สภาพดูไม่ได้เลยนะพิมพ์นลิน ซ่าดีนักสุดท้ายก็ซมซานมาพึ่งคุณหมอลำบากคนอื่นเขาต้องคอยมาล้างแผลให้ คราวหลังถ้าอยากเป็ฮีโร่รักษ์โลกนักก็หัดห่วงสังขารตัวเองบ้างเถอะ!"
พิมพ์นลินได้ยินคำจิกกัดแสนใจร้ายแทนที่จะโกรธ หญิงสาวกลับกระตุกยิ้มแกล้งก้มหน้าก้มตาลงไปลูบขนหน้าผากหยิก ๆ ของเ้าดุ๊กดิ๊ก แล้วส่งเสียงเจื้อยแจ้วคุยกับหมาโต้ตอบทนายความมาดนิ่งกลับไปแบบแสบๆ คัน ๆ และบาดลึกถึงกลางใจ
"โถๆๆ ดุ๊กดิ๊กจ๋า... แถวนี้มี ‘หมาแก่หัวเน่า’ กำลังส่งเสียงเห่าเพราะหวงอยู่แน่ ๆ เลยลูก สองตาแสนหวานของเขา จ้องมองแต่คุณหมอสุดหล่อจนตาแทบหลุดขนาดนั้น...แกคงไม่รู้ตัวหรอกเนอะดุ๊กดิ๊ก ว่า ตัวเองกำลังจะโดนแย่งของรัก!"
ภาคินชะงักกึกหัวคิ้วของเขาขยับเข้าหากันโดยไม่รู้ตัวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดแซะ แต่แทงทะลุหัวใจ
"พิมพ์นลิน!เธอพูดบ้าอะไรของเธอฮะ!"
พิมพ์นลินทำเป็ไม่ได้ยินคำตวาด หล่อนช้อนสายตาระยับพราวหันมาสบตาภาคินตรงๆ แล้วยิ้มตาหยีอย่างผู้ชนะแถมสะใจ ก่อนจะแซะจุดอ่อนตบท้ายจี้ใจดำคนใจร้ายอย่างเขาต่อ
"ก็นลินกำลังเตือนพี่ภาคินด้วยความหวังดีไงคะ...ดูพี่พายสิคะ ยืนส่งสายตาหวานเชื่อม ยิ้มหน้าบานชื่นชมพี่หมอกรออกนอกหน้าขนาดนั้น พี่หมอกรก็ทั้งหล่อ อบอุ่น ใจดี รักสัตว์ อุดมการณ์จิตอาสาล้นฟ้า... นลินสงสัยจังเลยค่ะ...ว่า...สงสัยงานนี้คุณทนายความปากจัดแถวนี้ จะเจอ ‘คู่แข่งหัวใจระดับพระกาฬ’ ซะแล้วล่ะซิ๊! ระวังพี่พายจะโดนคุณหมอคาบไปกินนะคะ!"
คำแซะแสบสันขยี้ปมรักข้างเดียวของพิมพ์นลินทำเอาภาคินถึงกับ‘หน้าคว่ำปากคว่ำลง’ ทันที ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวบึ้งตึงราวก้อนเมฆดำทมึนชายหนุ่มทนายสายลุยถึงกับลนลานในอก นึกย้อนตามคำพูดเจื้อยแจ้วยั่วโมโหของยัยตัวแสบพลางเหลือบมองสายตาหวานซึ้งของพิมพิกาที่ใช้มองหมอทิวากรด้วยความหึงหวงและกระวนกระวายใจจนเนื้อตัวสั่น
กระแสความเข้าใจผิดและการจับคู่ไขว้ขนานแนวคู่กัดกำลังจุดประกายไฟแค้นปนความป่วนโกลาหลขึ้นกลางคลินิกโดยที่หมอทิวากรและพิมพิกายังไม่รู้ตัวเลยว่า ะเิเวลาแห่งความหึงหวงของทนายภาคินกำลังจะปะทุขึ้นดั่งะเิเวลา!
++++++++++