หญิงงามอันดับหนึ่งอันดับหนึ่งแห่งหอชมบุหลันนามหลิวชิงเซียงกำลังยืนข่มโทสะอยู่หน้าประตูทางเข้าหอนางโลม
แม้หลิวชิงเซียงความงามเกินคำบรรยายแต่เวลานี้ทุกคนย่อมรู้ว่านางเปี่ยมไปด้วยไฟโทสะ จึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้มือเรียวกอดอกนิ่งงันแต่ปลายนิ้วเคาะที่แขนของตนด้วยความหงุดหงิด
‘ข้าส่งเข่อซิงไปให้เ้าอบรมสั่งสอนในฐานะศิษย์พี่เ้าก็เมตตาเอ็นดูนางสักนิดเถิด’
‘ทำไมท่านแม่ให้ข้าดูแลจิ้งจอกปัญญาอ่อนนั่น!’
‘ชิงเซียง...เ้าเองก็เคยถูกผู้อื่นตราหน้าเป็ปีศาจชั้นต่ำมาก่อนเ้าควรเข้าใจนาง’
‘ท่านแม่...’
‘วาจาเรียกข้าท่านแม่ยังมีความเชื่อฟังหรือไม่’
‘ข้า...ข้าเข้าใจแล้ว’
นั้นเป็เื่ที่นางสนทนากับ‘ท่านแม่’ผ่านทูตอีกาสื่อสารที่ท่านแม่ส่งมาความจริงเข่อซิงไม่ใช่ปีศาจตนแรกที่ท่านแม่ส่งมา ในหอชมบุหลันนี้เป็ที่อาศัยของเหล่าปีศาจจิ้งจอกแดงสกุลหลิวแม้มิใช่พี่น้องแต่ก็นับเป็พี่น้องในหุบเขาจื่อเซ่อจะเรียกกันตามอายุหรือพลังปีศาจของแต่ละตน ส่วนนางนั้นทุกตนเรียกศิษย์พี่ใหญ่ได้รับมอบหมายให้ดูแลหอชมบุหลันแห่งนี้ ไม่มีปีศาจตนใดกล้ายั่วโทสะนาง แต่ก็มีปีศาจใจกล้าตนแรกที่ทำให้เส้นเืที่ขมับเต้นตุบๆก็คือ...
เงาร่างเล็กวิ่งกระหืดกระหอบมาตรงมาทางหอชมบุหลันใบหน้าจิ้มลิ้มที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อกำลังพุ่งตรงมาทางหญิงสาวทันทีที่เ้าของร่างเล็กเห็นว่ามีคนยืนคอยอยู่ ก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นโบกไปมามืออีกข้างยังกอดห่อผ้าแนบอก
“ศิษย์...”
“หุบปาก!”
หลิวเข่อซิงลดมือลงมาปิดปากตัวเองแล้วหยุดยืนตรงประตูนางใช้ดวงตากลมโตเหลือบขึ้นมองป้าย ‘หอชมบุหลัน’ พลันนางเห็นตัวอักษรขยับเคลื่อนไหวเป็รูปจิ้งจอกสีแดงสะบัดหางนางกะพริบปริบๆ เพียงครู่เดียวตัวอักษรเ่าั้ก็เป็ปกติ หรือพลังชีวิตนางเหลือน้อยเกินไปจึงเห็นสิ่งแปลกประหลาด
“จากหุบเขาจื่อเซ่อมาถึงที่นี่ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งวันแต่เ้าใช้เวลาสองวัน!”
“อ้อ...เื่นั้น ข้า...”
“ข้ายังไม่อนุญาตให้พูดก็หุบปากเสีย!”
หลิวเข่อซิงยกมือปิดปากพยักหน้าหงึกหงักทำตามอย่างเชื่อฟัง ‘ท่านแม่’ ย้ำหนักหนาให้นางเชื่อฟังศิษย์พี่ใหญ่ อย่าดื้อดึงและเรียนรู้ให้มาก เพื่อเป็ปีศาจจิ้งจอกแดงสกุลหลิวอย่างเต็มภาคภูมิให้สมกับที่ท่านแม่เก็บนางมาชุบเลี้ยง
“เ้าทำให้ข้าเสียโอกาสได้พบแม่ทัพซุน”หลิวชิงเซียงพยายามข่มโทสะของตน ความโกรธจะทำให้ผิวพรรณหม่นหมอง ใบหน้ามีริ้วรอยแม้นางเป็ปีศาจสามารถจำแลงกายให้งดงามหมดจดอย่างไรก็ได้แต่เื่เ่าั้กินพลังไปมาก เพื่อก้าวถึงจุดสูงสุดแห่งปีศาจนางต้องกักเก็บพลังไว้ใช้ยามจำเป็
“เอาล่ะมาแล้วก็เข้าไปด้านในเถอะ” หลิวชิงเซียงที่ปรับอารมณ์ให้สงบละลายไฟโทสะในกายแล้วคลี่ยิ้มอ่อนหวานหมุนตัวด้วยท่วงทีงดงามราวร่ายรำเดินนำเข้าไปด้านใน
หลิวเข่อซิงลดมือลงแต่กอดห่อผ้าแน่นขึ้นนางเดินตามร่างอรชรของศิษย์พี่ แต่ก็อดเหลียวมองรอบกายไม่ได้ นางรู้ว่าหอชมบุหลันคือหอนางโลมแต่การตบแต่งของที่นี้สวยงามตระการตาแต่ละเรือนจัดเป็สัดส่วน ในที่นี่มีทั้งที่เป็มนุษย์และปีศาจปะปนกันไป แน่นอนว่านางย่อมเข้าใจว่าเผื่อมิให้นักล่าปีศาจได้กลิ่นไอปีศาจเช่นนาง ถึงแม้นางมีไอปีศาจอยู่น้อยนิดก็เถอะ
“มาอยู่ที่นี้ต้องเชื่อฟังข้า” ชิงเซียงเดินไปนั่งที่เก้าอี้เพียงยื่นมือออกไปก็มีบ่าวรับใช้รินน้ำชาส่งให้ถึงมือนาง
หลิวเข่อซิงพยักหน้าหงึกหงักจ้องมองท่วงท่าของศิษย์พี่ใหญ่ด้วยสายตาชื่นชม สมแล้วที่เป็หญิงงามอันดับหนึ่งของหอชมบุหลันและเป็ศิษย์พี่ใหญ่ที่มีพลังปีศาจเปี่ยมล้นจนนางอดแลบลิ้นเลียริมฝีปากตนเองไม่ได้ หากได้เศษพลังสักเล็กน้อยแค่ปลายนิ้วก้อยนางคงมีเรี่ยวแรงมากกว่านี้และไม่กลายร่างกลับเป็จิ้งจอกแดงอย่างแน่นอน
“ข้าพูดกับเ้าเ้าก็ขานรับสักคำไม่ได้หรือไร!”
“ก็ศิษย์พี่ใหญ่ให้ข้าหุบปาก”
หลิวเข่อซิงพูดเสียงเบา ดวงตาใสซื่อแสดงชัดว่านางไม่ได้ประชดประชันทำให้หลิวชิงเซียงสูดลมหายใจลึกข่มไฟโทสะที่พร้อมจะพวยพุ่งออกมาจากสองตาของนาง
“เ้าพูดได้” นางยกมือขึ้นกุมขมับ ท่านแม่บอกว่าเข่อซิงเหมือนกับนางในวันวาน นางอยากกางเล็บตะกุยโต๊ะไม้นี้เสียจริงเหมือนนางตรงไหนกัน!ต่อให้ห้าร้อยปีก่อนนางก็ไม่เคยทำตัวปัญญาทึบขนาดนี้! “แล้วห้ามเรียกข้าว่าศิษย์พี่ใหญ่อีกให้เรียกข้าผู้ดูแลหลิว!”
ใครบังอาจเรียกนางว่าแม่เล้า นางจะตบปากตามอายุเลยทีเดียว!
“ผู้ดูแลหลิว” หลิวเข่อซิงเรียกตามอย่างว่าง่าย
“ท่านแม่บอกว่าเ้ายังไม่เคยฆ่ามนุษย์ ล่อลวงมนุษย์ก็ไม่สำเร็จที่ผ่านมาได้แต่กินเศษพลังชีวิตที่ศิษย์พี่น้องแบ่งปันให้แลกกับที่เ้าทำงานรับใช้พวกเขาถูกต้องหรือไม่”
“ถูกต้อง!” นางตอบรับและยิ้มกว้างจนดวงตาหยีเล็ก
“น่าอนาถถึงเพียงนี้เ้ายังกล้ายิ้มรับอีก!” หลิวชิงเซียงขึงตาใส่อย่างดุดัน“อยู่ที่นี่หากเ้ายังไม่รับแขกเพื่อเสพพลังิญญาก็ต้องมีฐานะเป็เพียงบ่าวรับใช้”
“จริงรึ!ศิษย์..เอ่อ ผู้ดูแลหลิวพูดจริงรึ?”
“เ้าอยากเป็บ่าวรับใช้ขนาดนั้นเลยเรอะ” นางก็ไม่เคยเห็นปีศาจตนใดอยากเป็บ่าวรับใช้มาก่อนแน่นอนว่าทุกตนอยากสะสมพลังเพื่อก้าวสู่ความเป็จอมปีศาจหรืออย่างน้อยก็ไม่ถูกปีศาจตนอื่นดูแคลนและขยี้ด้วยปลายเท้า
“ย่อมไม่ใช่เช่นนั้น” เข่อซิงส่ายหน้าไปเร็วๆ “ยามอยู่ที่หุบเขาจื่อ เซ่อบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องให้ข้าศึกษาจากหนังสือภาพวังวสันต์มาก่อนและเคยแอบดูพวกเขาเสพพลังหยางมาบ้าง...ข้าเพียรพยายามแล้วจริงๆนะแต่ยังทำไม่สำเร็จเท่านั้นเอง”
“พยายามแล้ว!เ้าก็กล้าพูดออกมาได้!หากพยายามแล้วท่านแม่จะส่งเ้ามาอยู่กับข้าอย่างนี้เรอะ!”
หลิวชิงเซียนเผลอตวาดออกมา บรรดาบ่าวรับใช้ที่อยู่ใกล้ถึงกับตัวสั่นลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นแต่หลิวเข่อซิงยังยืนกอดห่อผ้าทำตาปริบๆ อย่างงุนงงว่าพูดอะไรผิดไปเหตุใดศิษย์พี่ใหญ่ เอ่อไม่ใช่สิ ผู้ดูแลหลิวต้องพูดจาเสียงดังใส่นางด้วยนะ
“ไม่ได้ ท่านแม่ให้ข้าฝึกฝนเ้า เ้าก็ต้องออกรับแขกด้วยตนเอง”
“แต่มันน่ากลัวนี่น่า ไหนจะเสียงร้องสยอดสยองนั้นอีก ข้า...ข้าไม่มั่นใจว่าจะทำได้”
“เสียงร้องสยอดสยองอันใด นั้นเรียกเสียงครวญกระเส่าต่างหาก!” หลิวชิงเซียงถลึงตาใส่อีกครั้ง์! นางทำผิดอันใดถึงต้องมาสั่งสอนเข่อซิงพลังชีวิตที่สะสมมาต้องสิ้นเปลืองไปเพราะเ้าตัวโง่งมตนนี้แล้ว นางสูดลมหายใจอีกเฮือกใหญ่แล้วกัดฟันคลี่ยิ้มอ่อนโยนออกมา
“เอาเป็ว่า เ้าทำตามที่ข้าสอน ต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าที่เคยทำมาไม่เช่นนั้นจะเสียชื่อเสียงข้าหมด เ้าเข้าใจหรือไม่”
“อื้ม! ข้าเข้าใจแล้วข้าจะพยายามสุดความสามารถ จะต้องเก่งกาจให้เหมือนผู้ดูแลหลิวให้ได้!”
“ได้แค่ปลายเล็บของข้าก่อนค่อยคุยโม้โอ้อวดตน” หลิวชิงเซียงส่ายหน้าระอาใจ“เ้าเป็เพียงปีศาจชั้นต่ำ พลังก็น้อยนิด หากไม่เสพพลังชีวิตจากมนุษย์ก็จะกลายร่างเป็จิ้งจอกแดงอยู่ที่นี่แม้พวกเราเป็ปีศาจแต่ด้านนอกก็มีนักล่าปีศาจและนักพรตปราบมารอยู่มากมายที่จ้องสังหารพวกเราเ้าต้องระวังตัวให้ดี อย่าให้ผู้อื่นได้กลิ่นไอปีศาจจากตัวเ้า”
หลิวชิงเซียงกล่าวเป็การเป็งานไม่ได้ตวาดอีก ทำให้หลิวเข่อซิงฟังด้วยความตั้งใจ
“หอนางโลมเป็แหล่งรวมมนุษย์อันหลากหลายความโสมมของมนุษย์จะกลบกลิ่นไอปีศาจของพวกเราได้ อยู่ที่นี่เชื่อฟังข้าต่อให้ไม่ชอบก็ต้องทำ”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
“ดี” ชิงเซียงพยักหน้าอย่างพอใจ “ข้าไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เ้าเป็มาอย่างไรแต่ตอนนี้เ้าคือปีศาจจิ้งจอกแดงสกุลหลิวอย่างไรก็อย่าได้ทำสิ่งใดให้อับอายถึงท่านแม่ที่ชุบเลี้ยงเ้ามา เอาล่ะเ้าเพิ่งมาถึงก็ไปพักผ่อนก่อน สถานะตอนนี้ของเ้าเป็เพียงบ่าวรับใช้ ก็อยู่ที่เรือนคนรับใช้ไปก่อนหากวันหน้าเ้าเรียนรู้ได้เร็วออกรับแขกได้ ข้าจะจัดหาห้องหับให้เ้าอยู่เป็ส่วนตัว”
“ขอบคุณผู้ดูแลหลิว”
คราวนี้น้ำเสียงนางไม่ได้ติดตลกให้ชวนหัวเราะอีก หลิวชิงเซียงปรายตามองเล็กน้อยแล้วโบกมือไล่ให้หลิวเข่อซิงออกไปพร้อมบ่าวรับใช้อีกคนที่นางสั่งให้คอยดูแลและสอนงานเข่อซิง
หลิวเข่อซิงกอดห่อผ้าของตนเองแน่นนางเองก็ไม่รู้ว่าจากที่เคยเป็จิ้งจอกแดงหากินในป่าเหตุใดวันหนึ่งนางกลายร่างเป็มนุษย์ขึ้นมาได้ มีเพียงมือของ ‘ท่านแม่’ ที่ลูบหัวปลอบขวัญนาง แม้การเสพพลังชีวิตมนุษย์จะเป็เื่ยากสำหรับนางแต่นางไม่้าเป็ภาระผู้ใด นางจะพยายามเรียนรู้ที่จะเป็ปีศาจให้ได้