บทที่ 38 เกิดเหตุไม่คาดคิด (เปิดฟรี 28/08/2568)
หนิงเสี่ยงเสี่ยงเองก็อยากมีสหายที่สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ทว่าพวกเด็กๆ ในหมู่บ้านกลับรังเกียจครอบครัวของเขาที่มีฐานะยากจน เด็กส่วนใหญ่ล้วนดูแคลนเขา บางคนถึงกับกลั่นแกล้งเขาด้วยซ้ำ ดังนั้นเด็กชายจึงเลือกที่จะไม่เล่นกับเด็กพวกนั้นอีก
หนิงเสี่ยงเสี่ยงกลับยอมเล่นกับสุนัขตัวใหญ่ที่พูดไม่ได้ และที่สำคัญคือมันไม่เคยรังแกเขาเลย การพบเจอกับต้าฮุยเป็นเรื่องบังเอิญ แต่กลับทำให้เขากับมันเกิดสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาดได้
ยามนี้หนิงเสี่ยงเสี่ยงกำลังมุ่งหน้าไปยังป่าลึกอย่างคล่องแคล่ว ด้านหลังมีเนินดินเล็กๆ แห่งหนึ่ง ข้างในมีที่ซ่อนซึ่งพอจะให้คนเข้าไปได้เพียงคนเดียว และที่นั่นเอง มีสุนัขขนสีเทานั่งหมอบอยู่ มันมีขนยาว หูตกลู่ลง ดูแล้วน่ารักไม่น้อย
ไม่มีใครรู้ว่าต้าฮุยหลงทางมาหรือเป็นสุนัขจรจัดที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในหมู่บ้านตระกูลหนิง หลังจากที่หนิงเสี่ยงเสี่ยงเจอมัน เขาก็หาที่หลบภัยให้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อมีโอกาสเขาก็จะแวะมาเยี่ยมเจ้าสุนัขตัวโตนี้เป็นประจำ
เมื่อเห็นหนิงเสี่ยงเสี่ยง ต้าฮุยก็ดีใจจนกระดิกหางไปมาอย่างรัวเร็ว
“ต้าฮุย คิดถึงข้าหรือไม่ ครั้งนี้พี่สามของข้าทำของอร่อยไว้มากมาย ข้าเอามาให้เจ้าด้วย รอให้ครอบครัวของพวกเราตั้งตัวได้เมื่อไหร่ ข้าจะพาเจ้ากลับบ้านดีหรือไม่”
ขณะพูด หนิงเสี่ยงเสี่ยงก็ล้วงเอาห่อเนื้อกระดูกออกมาจากกระเป๋า อีกมือหนึ่งถือห่อกระดาษที่ด้านในบรรจุหมูเกาลัดหอมหวานเอาไว้ นี่เป็นของโปรดที่เขาเองก็ยังไม่อยากกินเลย
แต่ไม่คาดคิด ขณะที่เขาเพิ่งหยิบห่อกระดาษออกมา ก่อนที่ต้าฮุยจะได้กิน มือที่สกปรกและหยาบกระด้างข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าห่อกระดาษไปจากมือของเขาอย่างรวดเร็ว!
ต้าพ่างที่ตัวสูงกว่าหนิงเสี่ยงเสี่ยงเกือบหนึ่งศีรษะคว้าห่อกระดาษไปอย่างได้ใจ เมื่อเปิดออกและเห็นเนื้อข้างใน ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที เขาตะโกนลั่น “เฮ้ พวกเจ้ามาดูสิ! เจ้าลูกบ้านหนิงมีเนื้อกินด้วย จะต้องขโมยมาแน่ๆ”
“คืนมานะ นั่นเป็นเนื้อของข้า!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงไม่คาดคิดว่าตนเองไม่ได้ไปหาเรื่องพวกเขา แต่กลุ่มเด็กเกเรเหล่านี้กลับสะกดรอยตามเขามา
“ฮ่าๆ เนื้อของเจ้า? เจ้าเรียกมัน มันตอบเจ้าหรือไร” ต้าพ่างชูห่อเนื้อขึ้นสูง หนิงเสี่ยงเสี่ยงตัวเล็กกว่า เอื้อมไปไม่ถึง ได้แต่กระโดดพลางร้องเสียงดังด้วยความโมโห
“คืนข้ามานะ เร็วเข้า!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงขอร้อง
“เฮ้ พวกเจ้าเห็นหรือไม่ เขาบอกว่านี่เป็นเนื้อของเขา ฮ่าๆ” ต้าพ่างหัวเราะเสียงดัง ยิ่งทำให้หนิงเสี่ยงเสี่ยงรู้สึกอับอายจนแทบน้ำตาคลอ เขาพยายามคว้าแขนต้าพ่าง แต่ก็ไปไม่ถึงเสียที
“มีเนื้อกินละ ไปดูกันเร็ว!” ทันใดนั้นเสียงเจี๊ยวจ๊าวก็ดังขึ้น เด็กชายหลายคนพุ่งออกมาจากด้านข้าง พวกเขาแย่งกันจะคว้าเนื้อจากมือต้าพ่าง และในพริบตา หนิงเสี่ยงเสี่ยงก็ถูกล้อมอยู่ตรงกลาง
“คืนมาให้ข้านะ! เจ้าหมูอ้วน ถ้าเจ้ากล้ากินเนื้อของข้า ไม่สิ! หมูเกาลัดของข้า! พี่สามของข้ากลับมาเมื่อใด เจ้าต้องโดนเล่นงานแน่!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงร้องพลางวิ่งไล่ตามต้าพ่าง เขาแทบจะดึงกางเกงของอีกฝ่ายลงแล้ว พวกของต้าพ่างที่อยู่รอบข้างต่างพากันหัวเราะเสียงดังลั่น
ใบหน้าของต้าพ่างแดงก่ำขึ้นทันที เขารีบดึงกางเกงของตนไว้แน่น ก่อนจะจ้องหนิงเสี่ยงเสี่ยงด้วยสายตาดุร้าย “เจ้าเด็กโง่ อยู่ดีไม่ว่าดี ถึงได้กล้าดึงกางเกงข้า!”
“อย่าคิดว่าพี่สามของเจ้ายิ่งใหญ่อะไรนัก ข้าจะต้องกลัวนางอย่างนั้นหรือ นางก็แค่คนป่วยที่ยืนแทบไม่ไหว เหตุใดข้าต้องกลัวนาง ฮ่าๆ น่าขำสิ้นดี!” ต้าพ่างพูดจบก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ขณะนั้นเอง เด็กชายผอมแห้งคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบกระตุกแขนของต้าพ่างพลางกระซิบเตือน “เจ้าอ้วน เจ้าอย่าประมาทไป ข้าได้ยินมาว่าหนิงลั่วดุร้ายไม่น้อย นางกล้าทำร้ายย่าหนิงเชียวนะ”
“จริงหรือ? ข้าได้ยินว่านางถือคราดเป็นอาวุธ ดูราวกับนางปีศาจไม่มีผิด ฮ่าๆ” ต้าพ่างเอ่ย
เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กชายหลายคนก็พากันหัวเราะเสียงดัง
“นางปีศาจหรือ? ฮ่าๆ ข้าอยากเจอนัก! ข้ายังไม่เคยเห็นนางปีศาจมาก่อนเลย” ต้าพ่างหัวเราะเยาะ ก่อนจะพูดต่อ
“ข้ายังได้ยินว่านางทำอาหารเก่งนัก ไม่แน่ว่าเนื้อชิ้นนี้อาจเป็นฝีมือของนางจริงๆ” ดูเหมือนว่าช่วงนี้ข่าวของบ้านหนิงจะแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านแล้ว เด็กพวกนี้จึงพอรู้เรื่องอยู่บ้าง
“จะมีอะไรพิเศษนัก ข้าจะลองชิมดู” ต้าพ่างพูดจบก็หยิบเนื้อขึ้นมากินคำโต แล้วโยนเนื้อส่วนที่เหลือให้สหายที่อยู่รอบตัว “นี่ พวกเจ้าเอาไปกินกันสิ”
“จากที่เจ้าเด็กโง่นี่พูดมา แสดงว่าบ้านเขาคงมีเนื้ออยู่ไม่น้อย พวกเราไปดูที่บ้านเขากันดีหรือไม่” ต้าพ่างกล่าวพลางหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์
เดิมทีพวกเขาคิดว่าเนื้อชิ้นนี้คงไม่น่ากิน แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อลองชิมแล้ว รสชาติกลับอร่อยยิ่งกว่าของที่พวกเขาเคยกินเสียอีก ต้าพ่างเพิ่งกินเข้าไปคำเดียวก็รู้สึกเสียใจ อยากจะเอาเนื้อที่เหลือคืนมา แต่กลับพบว่าเนื้อเหล่านั้นหายเข้าไปในปากของเด็กชายคนอื่นๆ ไปหมดแล้ว
“อืม...คาดไม่ถึงเลยว่าเนื้อนี่จะอร่อยขนาดนี้ บางทีอาจจะดีกว่าเนื้อของหอฝูหมั่นเสียอีก” เด็กคนหนึ่งพูดขึ้น
“พูดอะไรไร้สาระ ข้าว่าเนื้อของหอฝูหมั่นอร่อยกว่า” เด็กอีกคนเถียง
“แค็กๆ เจ้าอย่าคุยโวให้ขายหน้าหน่อยเลย พูดอย่างกับว่าเจ้าเคยกินอาหารของหอฝูหมั่นอย่างนั้นแหละ” เด็กคนข้างๆ เอ่ย
“ข้า...แน่นอนว่า...ไม่เคยกินหรอก” เด็กคนนั้นตอบ
“ฮ่าๆ ...”
“พวกเจ้าเป็นโจรชัดๆ! รอให้พี่สาวข้ากลับมาก่อนเถอะ นางไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงโมโหจนดวงตาแดงก่ำ มือเล็กกำหมัดแน่น จ้องมองพวกเขาด้วยความโกรธ
เนื้อชิ้นนี้เขายังไม่กล้ากินเลย แอบเก็บไว้โดยไม่บอกพี่สาว ตั้งใจเอามาให้ต้าฮุยกิน แต่กลับถูกพวกเด็กเกเรเหล่านี้แย่งไปจนหมด รู้สึกเจ็บใจนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเรี่ยวแรงของเขามีเพียงน้อยนิด
หนิงเสี่ยงเสี่ยงเบนสายตาไปทางต้าฮุยก่อนจะกระซิบสั่งเสียงต่ำ “ต้าฮุย ไปกัดพวกเขา!”
คาดไม่ถึงว่าต้าฮุยจะดูเหมือนเข้าใจคำพูดของเขาจริงๆ มันลุกขึ้นยืน ตัวสั่นคลอนเล็กน้อยก่อนจะเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
พวกเด็กเกเรเห็นต้าฮุยลุกขึ้น พอเห็นมันเดินโซเซก็พากันหัวเราะเยาะ “ฮ่าๆ เด็กบ้านหนิงนี่ช่างไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ สุนัขของมันก็อ่อนแอเหมือนกัน ดูสิ ขาแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว จะไปกัดใครได้ ข้าว่าให้พวกเรากัดมันเสียเองดีกว่า ฮ่าๆ”
“ดูข้าจัดการมันเถอะ!” ต้าพ่างกล่าวจบก็หยิบไม้กิ่งหนึ่งจากพื้น ก่อนจะฟาดลงไปที่หัวของต้าฮุยอย่างแรง
ทุกคนกำลังรอดูว่าต้าฮุยจะขัดขืนอย่างไร แต่ใครจะคาดคิดว่าต้าฮุยกลับไม่ตอบโต้แม้แต่น้อย ร่างมันแค่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เลือดจะไหลอาบทั่วหัว ร่างของต้าฮุยล้มลงทันทีตามด้วยเสียงดัง ‘ตุบ!’ ดังสนั่น
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นรอบตัวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยัน หนิงเสี่ยงเสี่ยงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป โทสะของเขาพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ตะโกนเสียงดังลั่น “ข้าจะสู้กับพวกเจ้าแล้ว!” จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่พวกเด็กเกเรอย่างไม่คิดชีวิต ใครอยู่ใกล้ก็ต่อย ใครขวางก็กัด ท่าทางของเขาทำให้พวกเด็กๆ ตกใจไปชั่วขณะ
แต่ต้าพ่างซึ่งเป็นคนตัวโตที่สุดกลับออกหน้าเป็นคนแรก เขาถีบหนิงเสี่ยงเสี่ยงจนล้มลงกับพื้น ก่อนจะออกคำสั่งเสียงดัง “จัดการเจ้าเด็กนี่ซะ! ตีให้หนัก!”
ทันใดนั้น เด็กเกเรทั้งหมดก็กรูเข้ามา ใช้ทั้งมือและเท้าต่อยตีหนิงเสี่ยงเสี่ยง หนิงเสี่ยงเสี่ยงตัวเล็กกว่า สู้พวกเขาไม่ได้เลย ความกล้าหาญเมื่อครู่ก็เป็นเพียงแรงฮึดสุดท้ายของเขา ตอนนี้เขาทำได้เพียงกอดศีรษะตัวเองไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้โดนทำร้ายหนักกว่าเดิม
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ศีรษะของหนิงเสี่ยงเสี่ยงเริ่มมึนงง ภายในโพรงจมูกเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ค่อยๆ ไหลซึมออกมา
“เจ้าพวกสารเลว! ถ้ามีปัญญาก็ฆ่าข้าให้ตายไปเสีย ไม่เช่นนั้นสักวันข้าจะต้องล้างแค้นพวกเจ้าแน่!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงกัดฟันกล่าวด้วยความเคียดแค้น
ขณะนั้นเอง เพียงพริบตาเดียว เสียงคำรามของสัตว์ป่าก็ดังก้องขึ้น ทุกคนหันขวับไปมองก็เห็นเงาสีเทาพุ่งเข้ามาดุจสายฟ้า มุ่งตรงเข้าจู่โจมพวกเด็กเกเร
ร่างต้าฮุยเต็มไปด้วยเลือด มันอ้าปากกว้าง พุ่งเข้าใส่ราวกับเสียสติ เหล่าเด็กเกเรที่เคยเหี้ยมโหดเมื่อครู่ต่างหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
“สวรรค์! หมาบ้าคลั่งแล้ว หนีเร็วเข้า!”
“หยุด! ใครหนีไป ข้าจะไม่ให้พวกเจ้ากินน้ำตาลเชื่อม!” ต้าพ่างตะโกน
พอได้ยินว่ามีของหวาน เด็กคนอื่นๆ ต่างแลบลิ้นเลียริมฝีปาก หันมามองต้าพ่าง แม้จะยังหวาดกลัว แต่ก็ลังเลที่จะวิ่งหนี ขาทั้งสองเหมือนถูกสาปให้ติดกับพื้น ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ต้าพ่างทีละนิด
ต้าพ่างหยิบไม้ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ตั้งใจจะซ้ำเติมอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาฟาดหัวเจ้าสุนัขตัวนี้จนล้มไปแล้ว คราวนี้เขาคิดจะแสดงอำนาจอีกครั้ง “ดูให้ดี อย่ากลัวไปเลย เจ้านี่แค่เก็บอาการไปอย่างนั้นแหละ ไม่มีพิษสงอะไรหรอก!”
ต้าฮุยมองดูทุกคนที่วิ่งหนีไป มันหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อยล้า แต่กลับไม่ยอมขยับไปไหน ยังคงยืนอยู่ข้างหนิงเสี่ยงเสี่ยง ทั้งตัวมันเปรอะเปื้อนเลือด ขดตัวด้วยความเจ็บปวดคล้ายกุ้งที่งอหลัง นัยน์ตาของมันเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา มันก้มหน้าครางเบาๆ ขณะเดียวกันก็เงยหน้าขึ้นมองต้าพ่างด้วยแววตาทั้งเว้าวอนและปกป้องในเวลาเดียวกัน
หนิงเสี่ยงเสี่ยงเห็นภาพนั้นแล้วรู้สึกปวดใจนัก เขายกมือขึ้นอย่างแผ่วเบา ลูบขาต้าฮุยอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “ต้าฮุย ขอบใจเจ้านะ ข้าเป็นคนทำให้เจ้าต้องเดือดร้อน เจ้ารีบไปเถอะ ข้าไม่เป็นอะไร”
แต่ต้าฮุยกลับไม่ยอมไป ยืนกรานอยู่ที่เดิม ตั้งท่าป้องกันตัวพลางจ้องมองไม้ในมือต้าพ่างไม่กระพริบตา ราวกับรอคอยให้เขาฟาดลงมาเพื่อจะได้เอาตัวเข้าขวางแทนเจ้านาย
“หึ! น่าประทับใจเสียจริง เจ้าหนิงเสี่ยงเสี่ยง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมีหมาตัวหนึ่งคอยปกป้องด้วย” ต้าพ่างกล่าวพลางหัวเราะเยาะ “แต่ก็สายไปแล้ว ต่อให้มันอยากปกป้องเจ้า ก็ไม่มีปัญญา มันกำลังจะตายอยู่แล้ว”
กล่าวจบ ต้าพ่างก็ค่อยๆ เงื้อไม้ขึ้น พลางแสยะยิ้มเย็นเยียบให้หนิงเสี่ยงเสี่ยง “เห็นแก่ความภักดีของเจ้าทั้งสอง ข้าจะส่งพวกเจ้าไปพร้อมกันเอง!”
พูดจบ ไม้ในมือเขาก็ฟาดลงมาเต็มแรง
ในเสี้ยววินาทีที่ไม้กำลังจะตกลงมา หนิงเสี่ยงเสี่ยงโถมตัวเข้ากอดหัวต้าฮุยแน่น แต่ทันใดนั้นเอง ต้าฮุยก็กระโจนขึ้นจากพื้น พุ่งเข้าไปกัดแขนของต้าพ่างสุดกำลัง
“ต้าฮุย!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงร้อง
“ไปตายพร้อมกันเถอะ!” แต่ต้าพ่างกลับเจ้าเล่ห์นัก ขณะที่เงื้อไม้ขึ้นฟาด เขาก็ใช้เท้าเตะต้าฮุยออกไปพร้อมกัน ต้าฮุยกระเด็นไปตามแรงเตะ ขณะเดียวกันไม้ในมือของต้าพ่างก็พุ่งเข้าหาหนิงเสี่ยงเสี่ยง ทำให้หนิงเสี่ยงเสี่ยงไม่สามารถหลบได้ทัน
ในขณะนั้นเอง เหรียญเงินเหรียญหนึ่งพลันพุ่งมาปะทะกับไม้เสียงดัง แล้วกระแทกเข้าใส่มือของต้าพ่างอย่างจัง มือของเขาแตกจนเลือดซึม ร่างก็ถูกกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว
แต่ก่อนที่ร่างของต้าพ่างจะตกถึงพื้น กลับถูกคนผู้หนึ่งกระโดดถีบเข้าเต็มแรง
‘พลั่ก!’ ร่างของต้าพ่างร่วงลงพื้นเหมือนเศษผ้าขาดวิ่น นอนแน่นิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ไม่อาจลุกขึ้นได้ ขณะที่เด็กเกเรคนอื่นๆ เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ก็พากันแตกกระเจิงหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต
“นายน้อย ทักษะดีดนิ้วพิฆาตของท่านยอดเยี่ยมนัก!” เว่ยเหมิงไม่ลืมที่จะสรรเสริญหลิ่วชิงเฟิง
แต่ไม่คาดคิด เขากลับถูกเตะเข้าที่สะโพกเต็มแรง “ยอดเยี่ยมบ้าอะไร! แล้วก่อนหน้านี้เจ้าหายหัวไปไหน มัวแต่ยืนดูสนุกอยู่อย่างนั้นหรือ”
เว่ยเหมิงได้แต่ลูบสะโพกของตนพลางกล่าวอย่างน้อยใจ “ก่อนหน้านี้นายน้อยเองก็บอกให้ข้าน้อยนิ่งดูสถานการณ์ก่อนมิใช่หรือ”
ใครจะคิดว่าคำพูดนั้นจะทำให้เขาถูกเตะอีกครั้ง เว่ยเหมิงถึงกับหน้าเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“ข้าพูดตอนไหน บอกมาสิว่าข้าพูดเมื่อไหร่” หลิ่วชิงเฟิงถามเสียงเข้ม
“นะ...นะ…นายน้อยไม่ได้พูดขอรับ” เว่ยเหมิงได้แต่ฝืนกลืนคำพูดลงไป ก่อนจะรีบหลบไปอีกด้านด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าสะโพกอีกข้างจะไม่รอดด้วย