Dangerous 1
" อ่า อ๊ะ อ๊ะ บะ...เบาๆ หน่อยสิคะจี อื้อ~ อ๊ะ! "
" กล้าดียังไงถึงเรียกฉันว่าจีเฉยๆ "
ร่างสูงผละออกมาจ้องหน้าคู่นอนชั่วคราวของเขาอย่างไม่สบอารมณ์ แววตาดุดันฉายชัดขึ้นมาว่าไม่พอใจเอามากๆ จนทำให้หญิงสาวถึงกับใจตุ้มๆ ต่อมๆ ความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ความปรารถนาอันเร่าร้อนที่มีจนมันมอดดับไปในทันที
" แอลขอโทษค่ะจีบัน เอ่อ~ เรามาต่อกันดีกว่านะคะ "
หญิงสาวร่างอวบอิ่มทำใจดีสู้เสือ ยืนมือไปลูบแขนแกร่งเบาๆ พร้อมส่งสายตาเย้ายวนไปให้คนตรงหน้า แต่มันก็สายไปเสียแล้ว...
" ไม่ล่ะ เธอทำให้ฉันหมดอารมณ์ที่จะเอา "
พูดจบร่างสูงของจีบันก็ก้าวลงจากเตียงกว้าง เดินตรงดิ่งไปคว้าเสื้อกับกางเกงมาใส่แบบลวกๆ จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป แต่ก็เป็อันต้องชะงักไปชั่วครู่ แล้วหันกลับไปมองคู่นอนที่ยังไม่ได้นอนกับเขาด้วยใบหน้าเซ็งๆ
มือแกร่งหยิบกระเป๋าตังค์ราคาครึ่งแสนออกมา แล้วหยิบเงินสดในนั้นซึ่งก็ไม่ได้ใส่ใจว่าจำนวนเท่าไหร่ เงินแค่ไม่กี่หมื่นเขาหาใหม่ได้สบายๆ อยู่แล้ว เผลอๆ ได้มากกว่านี้หลายเท่า
" นี่ค่าเสียเวลา แต่ความจริงฉันต่างหากน่ะนะที่เสียเวลา หวังว่าคงไม่ได้เจอกันอีก "
จีบันโยนเงินปึกหนึ่งให้หล่อน แล้วก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับไปมองข้างหลังแม้แต่น้อย
ร่างอวบอิ่มมองตามหลังของจีบันไปด้วยสายตาคับแค้นใจ ปนเสียดาย ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากพวกที่เคยได้มีโอกาสเป็คู่นอนให้กับเขา บอกเป็เสียงเดียวกันเลยว่าทั้งแซ่บ เร่าร้อน ดุดัน จนลืมแทบไม่ลง แถมหน้าตาก็ดี ค่อนไปทางดีมากเลยด้วยซ้ำ กระเป๋าก็หนัก จ่ายเงินแบบไม่มีหวง ดูจากที่ได้มาก็ไม่ใช่น้อยๆ นี่ยังไม่ทันได้ถึงฝั่งฝันยังได้เยอะขนาดนี้ แล้วถ้าทำให้จีบันพอใจหล่อนคงได้มากกว่าที่เห็นเป็แน่
แต่ข้อเสียคือขี้หงุดหงิด เ็า และน่ากลัว ขนาดแค่ทำหน้านิ่ง ขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาแข็งกร้าว ยังทำเอาหล่อนขวัญหนีกระเจิง ที่สำคัญดันมาทำให้อารมณ์ค้างเติ่งอีก แย่ที่สุด
มือบางเอื้อมไปหยิบสมาร์ตโฟนสีชมพูขึ้นมาก่อนจะโทรหาใครสักคน ไม่นานปลายสายก็รับ
" ฮัลโหลมาร์ก มาหาฉันที่ห้องหน่อยสิ รีบๆ มานะ "
ทำไงได้ล่ะ ในเมื่ออารมณ์ค้างก็คงต้องพึ่งคู่นอนเก่าล่ะทีนี้ แก้ขัดไปก่อนเพราะยังไงหล่อนก็คงไม่นอนเหงาปฏิบัติภารกิจคนเดียวหรอก...
- บ้านยศเกียรติพิบูรณ์ -
รถออดี้ R8 คันสีดำเงาวับแล่นเข้ามาจอดในโรงรถกว้างอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงอารมณ์ของคนขับที่กำลังเซ็งและไม่สบอารมณ์สุดๆ ได้เป็อย่างดี
พลัก! ปึ้ง!
เมื่อลงจากรถคันหรูแล้วก็สาวเท้าเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ ตรงไปยังห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่สักคน ร่างสูงกำลังจะทิ้งตัวลงนั่งก็เป็อันต้องชะงักไป เพราะมีบุคคลที่ 2 เดินเข้ามาพอดี
" ว่าไงไอ้ลูกชาย กลับมาบ้านได้สักทีนะ นึกว่าต้องให้เฮียกับเจ๊แกไปตามกลับมาซะอีก "
' คุณวสันต์ ' ประมุขของบ้าน ชายวัยกลางคนที่ยังคงหล่อเหลา ร่างกายแข็งแรงดูไม่แก่เลยสักนิด นี่ถ้าไม่บอกว่าอายุเข้าเลข 50 ปี คงไม่มีใครเชื่อแน่ๆ คงคิดว่ายังอายุ 30 ต้นๆ
คุณวสันต์เอ่ยกระแนะกระแหนลูกชายคนรองอย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็ทำให้หนุ่มเืร้อนอย่างจีบันมีเคืองได้เหมือนกัน ประกอบกับอารมณ์ที่หงุดหงิดมาก่อนหน้านี้ ทำให้ใบหน้าหล่อ งอมากกว่าเดิมหลายเท่า
" อะไรกันป๊า ที่กลับมาเพราะม๊าโทรจิกหรอกนะ ไม่งั้นไม่โผล่มาให้เห็นหัวหรอกน่า "
" แกนี่มันจริงๆ เลยนะ เห้อ~ ป๊าว่าแกกลับมาอยู่บ้านเถอะ มาช่วยป๊ากับเฮียแกดูแลบริษัทของเรา แกก็จบมาตั้ง 3 ปีแล้ว งานการก็ไม่... "
" เลิกบ่นได้แล้วน่าป๊า ผมบอกแล้วไงว่าผมก็ทำงาน มีงานทำไม่ได้ว่างงานสักหน่อย "
จีบันรีบเบรกคุณวสันต์ทันที ทำไมป๊าเขาถึงต้องพูดแต่เื่นี้ก็ไม่รู้ คิดเองเออเองว่าเขาไม่มีงานทำบ้างล่ะ เที่ยวไปวันๆ บ้างล่ะ จนเขาเริ่มระอาเต็มทน
" ไอ้ผับที่แกเปิดนั่นน่ะนะ ป๊าว่ามันไม่ยั่งยืนหรอกมั้งธุรกิจแบบนี้น่ะ เดี๋ยวนี้เขาเปิดผับกันเยอะแยะไปหมด คู่แข่งก็เยอะ เดี๋ยวจะเจ๊งเอาได้นะเว่ย ป๊าขอเตือน "
" ครับๆ แต่ยังไงผมก็จะเปิดผับต่อไปนะป๊า ผมชอบแสง สี เสียง มันเร้าใจดี "
" ฉันี้เีเถียงกับแกแล้วไอ้ลูกหัวดื้อ ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแกจะเรียนวิศวะไปทำไมในเมื่อจบมาก็ไม่ได้ทำงานในสายนี้ เห้อ~ "
คุณวสันต์ส่ายหัวให้กับความหัวดื้อของลูกชายสุดที่รัก (ประชด ^__^') ในบรรดาลูกๆ ทั้ง 4 คนของเขา จีบันเป็คนที่แข็งกระด้าง ดื้อรั้น และเ้าคิดเ้าแค้นมากที่สุด
จำได้ว่าตอนจีบันอายุได้ 7 ปี ก็ไปต่อยเพื่อนที่โรงเรียนจนฝ่ายนั้นเืตกยางออก ปากแตก ตาปูด คุณครูที่โรงเรียนจึงต้องโทรแจ้งคุณวสันต์และคุณเพตราทันที
ทั้งสองคนทิ้งงานทุกอย่าง แล้วตรงดิ่งไปหาลูกชายที่โรงเรียน เมื่อเห็นสภาพจีบันก็ค่อยโล่งใจที่มีแค่รอยช้ำตรงแก้มขวาแค่นั้น เสื้อผ้าก็หลุดลุ่ยไปบ้างไม่เป็อะไรมาก แต่พอตัดภาพไปที่คู่กรณี สภาพแทบจะดูไม่ได้ นั่งร้องไห้กอดพ่อแม่ของตัวเองอย่างน่าสงสาร
เหตุการณ์วันนั้นจึงเป็การพูดคุย ไกล่เกลี่ย และถามถึงต้นสายปลายเหตุของเื่ว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ถึงสาเหตุของการทะเลาะกันคุณวสันต์ถึงกับกุมขมับ ไม่ต่างจากคุณเพตราที่อยากจะฟาดลูกชายสักที 2 ที
เหตุผลที่ต่อยเพื่อนเพราะว่า เด็กคนนั้นเรียกตัวเองว่าจี ไม่เรียกชื่อเต็มๆ ว่า จีบัน แถมยังเรียกชื่อของเขาซะใหม่ว่า จีนี่จ๋า~ หลังจากนั้นสภาพของคนที่ล้อลูกชายก็สาหัสแบบนั้นแหละ สุดท้ายก็ลงเอยที่การ...เจ็บ จ่าย จบ.
เมื่อจบศึกปะทะฝีปากกับคุณวสันต์แล้ว จีบันก็เดินขึ้นห้องนอนของตัวเองเพื่อไปพักผ่อนให้หายเหนื่อย วันนี้เป็วันที่เซ็งสุดๆ กะว่าจะเล่นกับแม่สาวทรงโตนั่นให้หนำใจสักหน่อย
แต่เ้าหล่อนดันพูดไม่เข้าหู ทำให้หมดอารมณ์ซะงั้น... หล่อนดันมาเรียกเขาว่าจีเฉยๆ คนที่จะเรียกเขาว่าจีได้ต้องเป็คนที่สนิทกับเขาเท่านั้น คนในครอบครัวเรียกเขาว่าจี ก็เป็เื่ปกติอยู่แล้ว และเพื่อนสนิทที่เรียกได้ ส่วนคนอื่นก็อย่าหวังเลย
มันอาจจะฟังดูไร้สาระกับแค่การเรียกชื่อ แต่กับจีบันนั้นมันไม่ใช่ เขาไม่ชอบให้คนที่ไม่รู้จัก หรือคนที่ไม่สนิทมาลามปาม สนิทสนมจนเกินหน้า เห็นแล้วมันหงุดหงิด เขาก็เป็คนแบบนี้แหละ รับได้ก็ดี รับไม่ได้ก็แล้วไง ใครสน!
ครอบครัวของเขามีกันทั้งหมด 6 คนถ้าตัดป๊ากับม๊าออกไป ก็เหลือ 4 คน เขามีพี่น้องสามคนรวมตัวจีบันด้วยก็เป็สี่คน ตัวเขานั้นเป็ลูกคนที่สาม คนแรกคือ...
'ฟาโรห์' หรือที่คนในครอบครัวเรียกว่า 'เฮียฟา' เฮียของเขาเป็คนนิ่งๆ ออกแนวสมาร์ต สุขุม สุภาพ เป็มิตรกับทุกคน แต่นั่นมันก็แค่เปลือกนอกเท่านั้น เฮียฟาจะใจดีกับคนที่สมควรได้รับมันเท่านั้น ตัวตนจริงๆ ของเขาที่คนนอกไม่รู้คือ 'เ็า' ประดุจน้ำแข็ง ยิ่งตอนโมโหนี่ยิ่งน่ากลัว
คนที่สองคือ 'พัตรา' หรือ 'เจ๊พัต' เธอเป็ดั่งไข่ในหินที่ทุกคนในบ้านดูแล และทะนุถนอมเป็อย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ใครคิดที่จะจีบเธอต้องผ่านด่านพี่น้องและประมุขของบ้านไปให้ได้เสียก่อน
คนที่สามคือเขาเอง 'จีบัน' เขาเป็คนที่อารมณ์ร้อน มุทะลุ ไม่สนใจใครทั้งนั้น คิดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำ เป็คนตรงๆ ไม่อ้อมค้อม อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
คนที่สี่คือ 'อารอน' หรือที่ทุกคนในบ้านเรียกว่าตี๋เล็ก เพราะเขาเป็น้องเล็กสุดในบ้าน นิสัยเ้าชู้ หูตาแพรวพราว เ้าเล่ห์ เล่ห์เหลี่ยมเยอะชนิดหาตัวจับได้ยากมาก
- เวลาต่อมา -
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นปลุกให้ร่างสูงของจีบันที่กำลังงัวเงียเพราะเพิ่งตื่นจากการหลับใหล ตาคมหันไปมองนาฬิกาก็เป็เวลากว่า 1 ทุ่มแล้ว
ร่างสูงเดินเซซ้ายเซขวาอย่างยากลำบากเพื่อไปเปิดประตูห้อง เขาจะเป็แบบนี้ประจำ ถ้าตื่นนอนใหม่ๆ มักจะเบลอๆ ไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่
" ม๊าให้ตามลงไปกินข้าว "
เสียงหวานใสของหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยหลังจากประตูเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้างามที่มีเค้าโครงคล้ายคลึงกับเขาอยู่บ้าง รูปร่างสูงเพรียวบอบบาง แต่ไม่อ่อนแอ เห็นแบบนี้เธอนั้นโหดมาก อย่าได้โดนใบหน้าหวานตบตาเชียวล่ะ
" แปปนะเจ๊ ขออาบน้ำก่อน กินข้าวเสร็จเดี๋ยวจะได้ออกไปดูผับเลย "
จีบันบอกพี่สาวจากนั้นก็รีบเดินเข้าห้องน้ำทันที เพื่อชำระร่างกาย เตรียมตัวไปที่ทำงานของเขาต่อ
พัตรามองตามหลังน้องชายไปอย่างระอา ไม่เข้าใจว่าทำไมจีบันต้องไปเปิดผับอีก ในเมื่อก็มีงานทำอยู่แล้ว ทำงานเป็วิศวกรก็มีเงินมากพอ ไหนจะธุรกิจที่บ้านอีก
และยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีกเมื่อจีบันไม่ยอมบอกป๊ากับม๊าว่าตัวเองทำงานั้แ่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ ปล่อยให้พวกท่านคิดว่าเขาไม่มีงานทำ ใช้ชีวิตไปวันๆ กับแสง สี เสียง ที่เขาชอบ
มีแค่พวกเขาสี่พี่น้องเท่านั้นที่รู้ เพราะเ้าตัวเขาบอกว่า 'ปล่อยให้ป๊ากับม๊าคิดว่าผมไม่มีงานทำเป็หลักเป็แหล่งแบบนั้นแหละดีแล้ว ี้เีพูดเยอะ " และนี่คือนิสัยเสียของน้องชายที่แก้ไม่หายสักที
ไม่นานร่างสูงก็เดินเข้ามาร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนครั้งยังเป็เด็ก
" เดี๋ยวนี้จะกินข้าวกับจี ม๊าต้องโทรจิกใช่มั้ยห๊ะ ถึงจะได้กินข้าวด้วยกันเนี่ย "
พอลูกชายตักข้าวเข้าปากได้คำเดียว และยังไม่ทันจะได้เคี้ยวคุณเพตราก็เอ่ยขึ้นมาอย่างตัดพ้อ ปนน้อยใจ จีบันถึงกับสะอึก หันมองหาทีมซัพพอร์ตทันที
หันไปหาป๊าของเขาก็เห็นว่าท่านนั่งทำหน้าสะใจอยู่อย่างไม่ปกปิด นี่คงจะเอาคืนเขาที่เถียงไม่ชนะเมื่อตอนกลางวันนี้สินะ
ไม่ได้การ! คงต้องหาตัวช่วยใหม่ พอเหลือบไปมองเฮียกับเจ๊ สองคนนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จีบันแทบจะร่ำไห้ นี่มันทิ้งกันชัดๆ แบบนี้คงต้อง...
ตัวเลือกสุดท้าย หวังว่าน้องชายสุดที่รักจะช่วยเขาได้นะ จีบันหันกลับไปหาอารอน หรือเรียกสั้นๆ ว่า อาล แต่เขาชอบเรียกน้องว่าตี๋
แต่ความหวังสุดท้ายนั้นก็ต้องพังทลายลง เมื่ออารอนกลับนั่งกลั้นขำเขาอยู่จนหน้าดำหน้าแดง นี่ไม่มีใครคิดจะช่วยเขาเลยใช่มั้ยเนี่ย!!!
คุณเพตรายังคงจ้องหน้าลูกชายที่นานๆ จะเจอกันสักที หลังจากที่ได้ย้ายออกไปอยู่คนเดียวก็กลับบ้านนับครั้งได้ มันช่างเป็อะไรที่ไม่ถูกใจคนเป็แม่อย่างเธอที่สุด
" เอ่อ~ พอดีงานมันยุ่งๆ น่ะม๊า ฮ่าๆ "
" งานยุ่งหรือว่าเบื่อม๊ากันแน่ ใช่สิ~ เดี๋ยวนี้จีโตเป็ผู้ใหญ่แล้วนี่ ม๊าคงหมดหน้าที่แล้ว ฮึก! "
คุณเพตราพูดตัดพ้อลูกชาย แสร้งบีบน้ำตา ทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารหันไปมองจีบันตาขวางทันที แหม๋ ทีแบบนี้ล่ะพร้อมใจกันข่มเขาเชียวนะ จีบันที่ถูกมองด้วยสายตาอาฆาตจึงต้องรีบลุกไปโอบกอดแม่สุดที่รักอย่างช่วยไม่ได้
" ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยม๊า ผมงานยุ่งจริงๆ เลยไม่ได้กลับบ้าน ม๊าต้องเข้าใจนะ "
ถ้าสาวๆ มาเห็นจีบันในตอนนี้คงจะพากันละลาย ตกหลุมพรางของเขาเป็แน่ เพราะเวลาที่เขาพูดหรือง้องอนคนในครอบครัวก็จะพูดเสียงหวาน ออดอ้อนฟังสบายหูแบบนี้ แต่น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นมุมนี้ของเขา
" จะงานยุ่งอะไรนักหนา แค่ดูแลผับเอง แถมจียังไปพักที่คอนโดแทนที่จะกลับมาที่บ้าน "
คุณเพตรายังคงแสดงละครตบตาลูกชายไม่หยุด จนคนที่มองอยู่ต่างพากันอมยิ้มไปกับลูกอ้อนของประมุขหญิงของบ้าน เจอแบบนี้เข้าไปใครล่ะจะทนไหว
" เอาน่าม๊า เดี๋ยวถึงเวลาม๊าก็จะรู้เองแหละ อีกอย่าง จีอยู่คอนโดก็ดีอยู่แล้ว มันใกล้ที่ทำงานจีไง ม๊ากินข้าวนะ เดี๋ยวจีตักให้ กินเยอะๆ ผอมลงไปมากแล้วเนี่ย "
จีบันสลับที่มานั่งลงข้างๆ คุณเพตรา จากนั้นก็เอาอกเอาใจจนคุณวสันต์เริ่มหมั่นไส้ กับความออเซาะของลูกชาย จึงพูดเย้าแหย่กันบ้าง หยอกล้อกันบ้าง อาหารมื้อเย็นวันนี้เลยมีแต่เสียงหัวเราะและความสุขปนกันไป จนแม่บ้าน คนงานในคฤหาสน์เองก็อดยิ้มตามไม่ได้
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ☺