บทที่ 29 ข้อมูลมหาศาล
บริเวณรอบข้างเงียบสนิท แม้แต่เสียงหายใจก็ยังไม่มี ทุกคนต่างไม่กล้าหายใจ สายฝนพยายามสงบจิตใจ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาฆ่าคนจริงๆ สายฝนเคยอ่านนิยายหรือดูภาพยนตร์มาก่อน ทุกครั้งที่ตัวเอกสังหารตัวละครในเื่มันดูเหมือนเท่มาก แต่ในความเป็จริงแล้วมันไม่เท่เลย สายฝนยังจำความรู้สึกเมื่อครู่ได้อยู่ เขาไม่รู้สึกว่าตนเองเท่เลยซักนิด
นอกจากหน้าซีดกับมือสั่นเทาสายฝนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการฆ่าคนครั้งแรก จิตใจเขาติดลบเล็กน้อยทว่าวินาทีถัดต่อมามันก็หายไป
‘ฉันต้องผ่านเื่นี้ไปให้ได้!’ สายฝนกำมีดหั่นผลไม้ของราชันย์ในมือแน่นพร้อมคิดในใจ สายฝนรู้ว่ามันต้องมีซักวันที่เขาฆ่าคน แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันจะเร็วขนาดนี้
สายฝนหันไปกล่าวกับโจรทั้งสองซึ่งโดนของเหลวสีฟ้าล็อกมือล็อกเท้าใว้อยู่ เขากล่าวด้วยนํ้าเสียงไร้อารมณ์ “ทีนี้จะบอกได้รึยังล่ะ?”
ครั้งนี้สายฝนไม่ได้แกล้งทำ ครั้งนี้เขาไม่มีอารมณ์อะไรเลยจริงๆ หลังฆ่าชายผมฟ้าไปแล้วสายฝนก็รู้สึกว่างเปล่า ไม่มีความดีใจหรือความเสียใจทั้งนั้น ไม่ดีใจที่ได้สังหารคน ไม่เสียใจที่ได้สังหารไป
“บอกครับ! บอกแล้วครับท่านผู้ยิ่งใหญ่!” ลีโอกับซีลรีบพูดออกมาทันที พวกมันกลัวว่าชีวิตตนจะดับลงในวินาทีต่อไป
“พูดออกมา”
เป็ซีลที่กล่าวก่อนด้วยนํ้าเสียงนอบน้อม “พวกเราทั้งสามเป็คนของกองกำลังโจรูเาซึ่งนำโดยท่านอาร์ครีเวอร์ เป็แค่ลูกน้องระดับล่างในกลุ่มเท่านั้นครับ” เดิมซีล้าอ้างชื่อหัวหน้าของมันเพื่อให้สายฝนใว้ชีวิตทว่าหลังจากเห็นสายฝนสังหารชายผมฟ้าโดยไม่พูดซักคำมันก็ไม่กล้าอ้างชื่อหัวหน้าทันที ซีลเชื่อว่าถ้าพูดออกไปหัวใจมันคงถูกมีดแทงแน่ๆ
‘แค่ลูกน้องระดับล่างยังแข็งแกร่งขนาดนี้แล้วพวกระดับสูงจะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?’ สายฝนอดใไม่ได้ ฮันน่าเองก็ใกับคำพูดซีลเช่นกัน แม้ว่าเธอจะคาดเดาใว้อยู่แล้วแต่พอได้ยินจากปากซีลเธอก็ยังใอยู่ดี
“อาร์ครีเวอร์ที่พวกแกพูดถึงคือหัวหน้ากลุ่มโจรใช่มั้ย? เขาแข็งแกร่งขนาดไหน? มีความสามารถอะไรบ้าง?” สายฝนถาม
ลีโอรีบตอบ “ท่านอาร์ครีเวอร์คือหัวหน้าของพวกเราจริง ส่วนความแข็งแกร่งของเขานั้นพวกเราไม่รู้ เขาเป็คนที่ลึกลับอย่างมาก มีอยู่สองสิ่งที่พวกเรารู้เกี่ยวกับเขา หนึ่งคือคนจากองค์กรวายุทมิฬเคารพเขามาก สองคือเขาสามารถสังหารนักรบศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีพลังเหนือกว่านักรบแห่งท้องทะเลได้อย่างง่ายได้”
กับสิ่งที่ลีโอกล่าวออกมาสายฝนเชื่อว่ามันไม่ใช่คำโกหก เห็นได้อย่างชัดเจนว่าลีโอกลัวเขามาก มันไม่มีทางแลกชีวิตกับคำโกหกหรอก
‘บางทีนักรบศักดิ์สิทธิ์อาจเป็ระดับสอง? หากเป็ระดับสองจริงการที่อาร์ครีเวอร์อะไรนั่นสามารถสามารถจัดการนักรบศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดายไม่ใช่ว่ามันเป็ระดับสามหรอกนะ?’ สายฝนครุ่นคิดไม่เอ่ยสิ่งใด ดาวดวงนี้ช่างอันตรายจริงๆ แค่มาถึงก็เจอเข้ากับระดับสองระดับสามเสียแล้ว ตัวเขาซึ่งเป็ระดับศูนย์มีโอกาศรอดน้อยมาก
“อะไรนะองค์กรวายุทมิฬ!” เวลานั้นจู่ๆฮันน่าก็ส่งเสียงร้องอย่างใ สายฝนหันไปมองเธอ ้าฟังว่าองค์กรวายุทมิฬคือสิ่งใด
แววตาฮันน่าแฝงความหวาดกลัว เธอเริ่มอธิบาย “องค์กรวายุทมิฬเป็องค์กรที่แข็งแกร่งมาก องค์กรนี้เป็หนึ่งในสี่องค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตทะเลแขวง(ส่วน)ที่สิบห้าแห่งนี้ เพียงแค่พวกระดับสูงคนใดคนหนึ่งในองค์กรเคลื่อนไหวคาดว่าเขตทะเลแขวง(ส่วน)ที่สิบห้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”
สายฝนฟังแล้วงง เขาแทบไม่รู้เื่ราวทางโลกเลย สายฝนเป็เหมือนกับนักปราชญ์ที่ขังตนเองอยู่กับธรรมชาติละทิ้งเื่ราวโลกภายนอก
“แล้วทะเลแขวงที่สิบห้าคืออะไรล่ะ?” สายฝนถามอย่างสงสัย
“นี่นายไปอยู่ไหนมาเนี่ย? ขนาดเขตอาศัยยังไม่รู้อีกเหรอ? ไม่สมกับเป็ผู้ติดตามของท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์เลยซักนิด” ฮันน่าพูดอย่างประหลาดใจพลางส่งสายตาดูถูกไปยังสายฝน ชายคนนี้ทั้งๆที่เป็ผู้ติดตามของนักบุญศักดิ์สิทธิ์อันทรงเกียรติแท้ๆแต่กลับไม่มีความรู้อะไรอยู่ในสมองเลย
‘อะไรนะ?! ฉันไปเป็ผู้ติดตามของนักบุญศักดิ์สิทธิ์ตอนไหนวะ?’ สายฝนรู้สึกไม่พอใจ ผู้หญิงคนนี้พูดบ้าอะไรเขายังไม่ได้บอกเลยว่าตนเองเป็ผู้ติดตาม
อย่างรวดเร็วสายฝนระงับอารมณ์ เขากล่าวขึ้น “ฉันมาจากสถานที่ซึ่งห่างไกลจากที่นี่มากๆน่ะจึงไม่ค่อยรู้อะไรมาก” สายฝนไม่ได้โกหก เขามาจากสถานที่ห่างไกลจริงๆ มันห่างไกลมากด้วย ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีแสงถึงจะมาดาวดวงนี้ได้
“ต้องขอโทษท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ด้วยที่ไปว่าผู้ติดตามของท่าน ฉันลืมไปเลยว่าคนอย่างท่านไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น” ฮันน่าหันไปขอโทษดารินทร์ สาวน้อย้าแก้ความเข้าใจผิดแต่ถูกสายฝนหยุดใว้ด้วยสายตาก่อน
สาเหตุที่สายฝนไม่้าแก้ความเข้าใจผิดไม่ใช่เพราะเขาอยากถูกเรียกว่าผู้ติดตาม เอาจริงๆแล้วเขาไม่ชอบคำว่าผู้ติดตามมากๆ สายฝนเกลียดการถูกควบคุมที่สุด
เพียงแต่ว่าถ้าฮันน่าเข้าใจผิดว่าดารินทร์เป็นักบุญศักดิ์สิทธิ์มันจะเป็ประโยชน์ต่อสายฝน หากแก้ความเข้าใจผิดบอกเธอไปว่าจริงๆแล้วดารินทร์ไม่ใช่นักบุญศักดิ์สิทธิ์ถึงฮันน่าจะยังเป็มิตรอยู่แต่ก็คงไม่แสดงความนับถือขนาดนี้ สายฝนจะทำอะไรก็ลำบากมากขึ้น เช่นการถามคำถาม บางทีฮันน่าอาจไม่ตอบเขาเลยด้วยซํ้า
หลังขอโทษสาวน้อยเสร็จฮันน่าก็เปิดปากอธิบาย “พื้นที่บนดาวดวงนี้ถูกแบ่งออกเป็สองพื้นที่ หนึ่งคือพื้นที่มายา สองคือพื้นที่สมุทร พื้นที่สมุทรถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่มายา ไม่มีใครรู้ว่าพื้นที่มายาเป็เช่นไร แต่มีตำนานหนึ่งกล่าวใว้ว่าพื้นที่มายาคือเส้นทางสู่การขึ้นไปสูงเหนือท้องทะเลบนนภา พื้นที่ข้างในเป็อย่างไรตำนานไม่ได้กล่าวเอาไว้ พวกสิ่งมีชีวิตที่เข้าไปไม่ว่าจะแข็งแกร่งขนาดไหนต่างก็ไม่ได้กลับมากันทั้งนั้น ไม่รู้ว่าตายหรือขึ้นสูงเหนือทะเลบนนภาไปแล้ว ทว่าที่แน่ๆในเวลานี้ไม่มีใครอยากเสี่ยงชีวิตเข้าไปในพื้นที่มายาซักเท่าไหร่”
สายฝนถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “ทำไมถึงไม่มีคนกล้าเข้าไปล่ะ?”
ฮันน่ามองสายฝนก่อนตอบ “เื่นี้มันมีสาเหตุของมันอยู่ ราชวงศ์เขตมหาสมุทรได้ค้นพบบันทึกเล่มหนึ่ง เป็บันทึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของเทพ ในบันทึกได้บอกว่าผู้เขียนคือเทพซึ่งหลงทางมาดาวดวงนี้โดยบังเอิญ เขา้ากลับไปยังที่ที่เขาจากมาดังนั้นเขาจึงเริ่มหาหนทาง จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ได้พบว่าพื้นที่มายาสามารถพาเขาออกจากดาวดวงนี้ได้ เพราะงั้นเขาเลยเดินทางเข้าสู่พื้นที่มายา เมื่อเข้าไปพื้นที่มายาในบันทึกนั้นก็ไม่ได้เขียนอะไรใว้อีกเลย มีเพียงประโยคเดียว ประโยคสุดท้ายในบันทึกเล่มนี้ถูกเขียนด้วยเื เขียนว่า‘เ้าสิ่งนั้นมันน่ากลัวเกินไป!’ เป็การเขียนอย่างเร่งรีบ ฉันรู้มาเพียงเท่านี้ ไม่รู้ว่ามันเป็เื่จริงหรือไม่แต่คนอื่นเขาก็เชื่อกันแบบนั้น”
‘ถ้าทางเข้าเส้นทางโบราณกลับดาวโลกอยู่ในพื้นที่มายาฉันจะไม่แย่เอาหรือไง? ใครมันอยากไปที่แบบนั้นบ้าง?!’ สายฝนกล่าวในใจ
เขาถามขึ้นอีกครั้ง สายฝนอยากรวบรวมข้อมูลของดาวดวงนี้ให้มากที่สุดเท่าที่เป็ไปได้ “เธอช่วยเล่าเื่เกี่ยวกับเขตอาศัยให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ย?”
ฮันน่ามองสายฝนแปลกๆ เื่แบบนี้ก็ยังไม่รู้ ชายคนนี้เป็นักปราชญ์ที่อาศัยอยู่บนเขาละทิ้งเื่ทางโลกหรือไง?
ทว่าถึงจะมองสายฝนแปลกๆแต่ฮันน่าก็ยอมเล่าเื่ให้ฟัง
เขตคืออะไร? ตามที่กล่าวไปบนดาวดวงนี้มีพื้นที่อยู่สองพื้นที่ หนึ่งในสองคือพื้นที่สมุทร พื้นที่สมุทรแบ่งออกเป็สามเขต เรียงจากเขตที่อ่อนแอที่สุดไปเขตที่แข็งแกร่งที่สุดได้ดังนี้ เขตแม่น้ำ เขตทะเล เขตมหาสมุทร เขตแม่นํ้ามีแขวง(ส่วน)ทั้งหมดสามสิบส่วน เขตทะเลมีแขวงทั้งหมดสิบเจ็ดส่วน เขตมหาสมุทรมีแขวงทั้งหมดเก้าส่วน ทุกๆเขตจะมีราชวงศ์เป็ผู้ปกครอง แขวงจะมีขุนนางเป็ผู้ปกครอง เขตซึ่งสายฝนกับดารินทร์อยู่คือเขตทะเลแขวงที่สิบห้า
ฮันน่าค่อยๆปล่อยข้อมูลจำนวนมากออกมา สายฝนกับดารินทร์พยายามจดจำทั้งหมดอย่างเงียบๆ ั้แ่เป็ระดับหนึ่งดารินทร์ก็มีความทรงจำที่ดีขึ้นเพราะงั้นเธอจึงจำได้เยอะ สายฝนจำได้น้อยกว่าสาวน้อยมาก ถึงอักขระลี้ลับจะทำให้ความทรงจำสายฝนดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าการยกระดับ
“นายไม่รู้เื่อะไรซักอย่างแล้วทำไมนายถึงพูดภาษาเขตทะเลแขวงที่สิบห้าได้เนี่ย?!” หลังจากเล่าเื่จำนวนมากให้สายฝนฟังฮันน่าก็สามารถคาดเดาบางอย่างได้ คือเขาไม่รู้อะไรซักอย่างเลย! น่าแปลกมากที่เขาสามารถพูดภาษาเดียวกับเธอได้
‘ก็มันเป็เพราะอักขระอักษรเร้นลับไง!!!’ สายฝนกล่าวในใจ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางบอกฮันน่าเื่นี้แน่ ถ้าเขาบอกไปสายฝนจะต้องอธิบายเกี่ยวกับความสามารถของเขาด้วย ซึ่งเื่นี้สายฝนไม่มีทางทำเด็ดขาด
---