เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    ภาค 2 บทที่ 13 : การปะทะกันของพี่น้องต่างมารดา

    บทที่ 13 ลมปราณที่แผ่ออกมาจากร่างกายขององค์ชายใหญ่ผู้ซึ่งเป็นว่าที่องค์รัชทายาท มันทำให้หยางหลงถึงกับหันไปมองที่ร่างขององค์ชายใหญ่ อีกฝ่ายนั้นพยายามข่มขวัญตนเองหยางหลงรู้สึกได้ทันที หยางหลงนั้นมององค์ชายใหญ่ด้วยความเยือกเย็นตัวของเขานั้นไม่รู้สึกเกรงกลัวแต่องค์ชายผู้นี้เลยสักนิด ถึงเช่นไรเมื่อประเมินจะพลังฝีมือแล้วองค์ชายใหญ่ผู้นี้คงจะไม่แข็งแกร่งไปกว่าเขาหรอก ลมปราณ‘สายปักษาสวรรค์’ที่องค์รัชทายาทของแคว้นหลี่นั้นได้รับมาตั้งแต่กำหนดมันเป็นลมปราณที่มีการพัฒนาได้รวดเร็วที่สุดในลมปราณทั้งสี่แขนงเพราะมันสามารถฝึกฝนได้อย่างง่าย ในสายตาของผู้อื่นว่าองค์รัชทายาทของแคว้นหลี่ผู้นี้นั้นชั่งเป็นคนที่มีความสามารถ เขานั้นมีทุกสิ่งอย่างที่ผู้นำนั้นควรจะมี สติปัญญาที่อยู่เหนือกว่าคนทั่วไปบุคลิกที่ดูเป็นคนที่สุขุมรอบคอบและยังมีลมปราณที่อยู่เหนือกว่าผู้อื่นอีกด้วย พี่น้องต่างมารดาทั้งสองนั้นต้องมองอีกฝ่ายอย่างเรียบเฉย เขานั้นมีนิสัยที่คล้ายคลึงกันอยู่บ้างในด้านความสุขุม ในสายตาของหยางหลงนั้นความสุขุมของบุรุษผู้นี้นั้นน่าเกรงกลัวกว่าพลังฝีมือที่เขานั้นมีอยู่เสียอีก น้องชายต่างมารดาผู้นี้มีนิสัยที่แตกต่างกลับองค์ชายรองมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วผู้ที่มีนิสัยสุขุมเช่นนี้ย่อมน่ากลัวกว่าผู้ที่มีนิสัยที่เปิดเผยเช่นองค์ชายหลี่เต๋อ องค์ชายใหญ่ผู้ซึ่งเป็นว่าที่องค์รัชทายาทได้ลุกขึ้นยืนจากที่นั่งของตนเอง ผู้อาวุโสทั้งหกคนของสำนักนภาหยินหยางนั้นได้หันมองลูกศิษย์ผู้นี้เป็นตาเดียว ว่าองค์รัชทายาทของแคว้นหลี่ผู้นี้เป็นลูกศิษย์ที่พวกผู้อาวุโสทั้งหกของสำนักนภาหยินหยางนั้นชื่นชม พรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่งแถมยังมีสติปัญญาที่ท่วมท้นมากกว่าผู้อื่นเขาสามารถบรรลุเคล็ดวิชาที่ยากเย็นได้ทั้งหมด ร่างที่ยืนขึ้นอย่างช้าๆหยางหลงนั้นไม่ละสายตาแม้การกระทำเดียวของน้องชายต่างมารดาผู้นี้ องค์ชายใหญ่ผู้เคร่งขรึมได้เดินลงมาจากที่นั่งของตนเองเขานั้นก้าวเท้าเข้ามาประเชิญหน้ากับหยางหลงอย่างตรงๆ ว่าที่องค์รัชทายาทนั้นได้หรี่ตาของตนเองลงหลังจากก้าวเข้ามาใกล้ร่างของหยางหลง บุรุษชุดขาวนั้นรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังเพ่งเล็งเพื่อสังเกตุตนเองอยู่ “ เจ้ามิน่าจะใช่หยางหลง... ” หลี่หวนหลิงนั้นเอ่ยออกมาหลังจากได้ใช้ดวงตาของตนเองจ้องอีกฝ่ายอยู่สักพัก น้ำเสียงที่แข็งกระด้างแสดงถึงความไม่พอใจหยางหลงนั้นรู้ได้ทันทีว่าแม้บุรุษผู้นี้จะไม่ได้แสดงออกถึงความเกลียดชั่งเช่นเดียวกับผู้อื่นที่แสดงออกมาใส่ตน แต่บุรุษผู้นี้ก็มีความเกลียดชั่งในตัวของเขาอยู่ไม่น้อยแต่แค่อีกฝ่ายนั้นไม่แสดงออกมาตรงๆ “ อันใดเจ้าจึงกล่าวว่าตัวข้านั้นมิใช่องค์ชายหยางหลงกันเล่า ” หยางหลงเอ่ยถามออกมาอย่างเรียบเฉย อีกฝ่ายนั้นใช้ดวงตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง “ ท่าทางของเจ้า ลมปราณของเจ้า และกลิ่นอายบางอย่างในตัวของเจ้าบอกกับข้าว่าเจ้านั้นมิใช่หยางหลง ” หลี่หวนหลิงนั้นเอ่ยพลางใช้ดวงตาของตนเองมองร่างของหยางหลงอยู่ตลอดเวลา “ ข้าคือองค์ชายหยางหลงที่พวกเจ้ารู้จักนั้นแหละแต่สิ่งที่ตัวข้าในตอนนี้มีก็คือพลัง... ” หยางหลงตอบกลับไปอย่างเยือกเย็น “ ไม่ใช่!!! ” อีกฝ่ายนั้นตอบกลับอย่างเสียงแข็ง หยางหลงเริ่มส่งสายตาที่ไม่พอใจมองไปที่องค์ชายใหญ่ ความกดดันเริ่มแทรกเข้าสู่บทสนทนาของทั้งสองโดยที่พวกเขานั้นมิรู้ตัว องค์ชายใหญ่หลี่หวนหลิงนั้นได้เริ่มก่อนเขานั้นเร่งรีบรุกกระบวนท่าฝ่ามือใส่หยางหลง มันเป็นเคล็ดวิขาฝ่ามือเดียวก้บฝ่ามือขององค์ชายรองที่นำมาประมือกับเขาเมื่อสักครู่ อีกฝ่ายนั้นรุกอีกฝ่ายนั้นปัดป้องแต่เมื่อหยางหลงนั้นปัดป้องฝ่ามือขององค์ชายใหญ่ไปสักสิบกระบวนท่าเขานั้นเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างของกระบวนท่า เคล็ดวิชาฝ่ามือชุดนี้จริงอยู่ที่มีลักษณะวิชาคล้ายคลึงกับกระบวนท่าขององค์ชายรอง ก่อนจะเรียกว่ากระบวนท่าน้้นคล้ายคลึงควรจะเรียกว่ามันคือฝ่ามือชัดเดียวกันแต่หยางหลงนั้นคิดว่าบุรุษผู้นี้คงจะแต่งเติมเคล็ดวิชานี้เอาเอง ครั้งแรกที่ประมือกับฝ่ามือชุดนี้มันมิได้เป็นฝีมือที่ลึกล้ำเช่นนี้ องค์ชายหลี่หวนหลิงนั้นเริ่มรุกไล่ใส่หยางหลง กระบวนท่าทุกฝ่ามือเริ่มเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เริ่มลุกหนักขึ้นมาสักสิบกระบวนท่าหยางหลงนั้นเริ่มรู้สึกว่าตนเองต้องอยู่อะไรสักอย่าง ความทรงจำอันล้ำค่าที่หยางหลงนั้นได้รับมามีกระบวนท่าอยู่หนึ่งชุดที่เอาไว้ใช้ตอบโต้สถานการณ์ที่กำลังโดนอีกฝ่ายกดดันเช่นนี้ ตัวของหยางหลงเอ่ยก็มิเคยฝึกฝนหรือคิดจะใช้กระบวนท่านี้มาก่อนเพราะคงมิมีโอกาสได้ใช้ แต่ในเวลาเช่นนี้มันชั่งเหมาะสมที่จะลองมัน ‘ ท่าธาราไหลย้อน ’ เป็นกระบวนท่าเพียงหนึ่งกระบวนท่าที่ใช้ในการโต้กลับวิชาฝ่ามือ ‘กลมกลืนกับธาราก่อนจะหวนคืนย้อนมันกลับไป’ คำกล่าวเพียงเล็กของเคล็ดกระทวนท่านี้ ความหมายของมันก็คือการที่ให้กลมกลืนไปกับกระบวนท่าของอีกฝ่ายก่อนจะหวนคืนมันกลับไป หยางหลงนั้นเริ่มจับทิศทางของกระบวนท่าของอีกฝ่าย หลังจากรับมือกับฝ่ามือชุดนี้มาหลายสิบกระบวนท่าหยางหลงนั้นก็เริ่มจับทิศทางของกระบวนท่าได้ เขาเริ่มไหลกลมกลืนกับกระบวนท่าอย่างแรกคือการปัดป้องเหมือนมันกับปล่อยผ่านมากที่สุด แข็งปะทะกับอ่อนหยางหลงใช้ความนุ่มนวลปัดป้องฝ่ามือของอีกฝ่าย ผ่านไปเพียงสองกระบวนท่าหลังจากหยางหลงใช้ความอ่อนปัดป้องฝ่ามือนั้นองค์ชายใหญ่ก็เริ่มรู้สึกถึงความประหลาดได้ แต่ความกังวลใจเพียงครู่นั้นทำให้หยางหลงได้โอกาส ฝ่ามือของหยางหลงนั้นได้ผ่านการป้องกันของอีกฝ่ายไปได้โดยที่อีกฝ่ายนั้นไม่รับรู้เลยสักนิด ฝ่ามือของหยางหลงนั้นพุ่งเข้าไปซัดเข้ากลางหน้าอกขององค์ชายหลี่หวนหลิง หยางหลงนั้นใส่ลมปราณทั้งหมดซัดรวมไปที่ฝ่ามือนั้น ถ้าเขานั้นใช้ฝ่ามือนี้กับองค์ชายรองผู้นั้นเขาคงจะตายในทันที มันน่าแปลกหยางหลงนั้นซัดฝ่ามือเข้าไปที่หน้าอกขององค์ชายหลี่หวนหลิง ร่างกายของบุรุษผู้ที่โดนฝ่ามือซัดเข้านั้นยืนนิ่งราวกับร่างกายของเขานั้นฝั่งรากลึกลงไปที่พื้นเหมือนกับต้นไม้ใหญ่ หยางหลงรู้สึกประหลาดใจที่อีกฝ่ายน้้นไม่กระเด็นไปแม้จะโดนฝ่ามือของเขานั้นซัดเข้าอย่างเต็มแรง “ ชั่งโง่เขลา...ยิ่งนัก!!! ” เสียงที่ดังขึ้นเมื่อหยางหลงนั้นทำหน้าต่างประหลาดใจหลังจากเห็นว่าฝ่ามือของตนเองนั้นดูจะไร้ผล บุรุษชุดขาวได้ปรายตาไปมองทางต้นเสียงนั้น ผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักนภาหยินหยางเป็นคนที่กล่าวขึ้นมา ในสำนักนภาหยินหยางผู้คนนั้นต่างรู้ว่าองค์ชายหลี่หวนหลิงนั้นเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสหนึ่งของสำนักนภาหยินหยาง “ เจ้าคิดว่าฝีมือนั้นจะทำร้ายร่างกายที่ฝึกฝน ‘กายาศักดิ์สิทธิ์’ ถึงจะขั้นสูงยอดได้งั้นหรือ ” ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ เคล็ดวิชากายาศักดิ์สิทธ์นั้นมิใช่วิชาที่อยู่ในระด้บธรรมดา มันเป็นวิชาที่สืบทอดต่อกันมาของราชวงศ์หลี่ ร่างกายที่แข็งแกร่งนั้นเกิดขึ้นมาด้วยลมปราณที่แข็งแกร่ง วิชากายาศักดิ์สิทธิ์นั้นจะโคจรพลังลมปราณในร่างกายของตนเองไปตรงจุดที่อีกฝ่ายนั้นโจมตีมา ความแข็งแกร่งของผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชากายาศักดิ์สิทธิ์นั้นจะมีความแข็งแกร่งในด้านร่างของ เมื่อฝึนฝนเคล็ดวิชากายศักดิ์สิทธิ์ถึงขั้นสูงสุดลมปราณในร่างกายนั้นจะวิ่งไปจุดที่การโจมตีจะเข้ามาถึงตัวเองเพื่อรับการโจมตีโดยที่เจ้าของร่างนั้นมิต้องโคจรลมปราณ ผู้ฝึกฝนเคล็ดวิชากายาศักดิ์สิทธิ์ถึงขั้นสูงยอดนั้นว่ากันว่าคมกระบี่ที่คมกริบก็มิสามารถฟาดฟันเข้าผิวหนังของผู้เคล็ดฝึกฝนได้ เมื่อฝึกฝนวิชากายาศักดิ์สิทธิ์สำเร็จมันจะเป็นเหมือนกับเกราะเหล็กให้กับร่างกาย ฝ่ามือที่ซัดเข้ากลางหน้าอกหยางหลงนั้นมองร่างของน้องชายต่างมารดาผู้นี้อย่างประหลาดใจ ร่างที่ยืนนิ่งแม้จะโดนฝีมือของเขาไปแล้ว ในช่วงเวลาที่เขานั้นชะงักไปหยางหลงได้หยุดนิ่งโอกาสขององค์ชายหลี่หวนหลิงผู้นั้นก็มาถึง เขาได้ใช้โอกาสนั้นซัดฝ่ามือของตนเข้ากลางหน้าอกของหยางหลง ลมปราณที่ปล่อยออกมาจากฝ่ามือนั้นเป็นลมปราณที่มิใช่ธรรมดา พรสวรรค์และการขัดเกลาขององค์ชายผู้นี้ทำให้พลังลมปราณของเขานั้นอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา แม้หยางหลงจะฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจนลมปราณของตนเองนั้นล้ำหน้าจนถึงขั้นนี้แต่การที่รับฝ่ามือของอย่างตรงๆเช่นนี้คงจะไม่พ้นที่จะต้องบาดเจ็บ ฝ่ามือที่ซัดเข้ากลางหน้าอกของหยางหลงมันทำให้ร่างเขาหยางหลงนั้นถอยหลังไปถึงสามก้าว ก่อนที่ร่างของหยางหลงนั้นเกือบจะทรุดลงกับพื้น เลือดสีแดงสดได้ไหลออกจากมุมปากของหยางหลงแม้ว่าร่างของเขานั่งจะยืนได้แต่ว่าอาการบาดเจ็บภายในนั้นยังถือว่านักหนาเอาการ หยางหลงได้กระโดดถอยหลังออกมาจากร่างขององค์ชายใหญ่ ร่างกายที่ของบุรุษชุดขาวได้ใช้วิชาตัวเบาถอยห่างออกจากองค์ชายหลี่หวนหลิง ลมปราณขององค์ชายหลี่หวนหลิงนั้นถือว่าล้ำลึกแถมยังมีวิชากายาศักดิ์สิทธิ์ที่ใช่คุ้มกายอีกต่างห่าง แต่ว่านั้นก็มิใช่เรื่องหยางหลงกังวลแต่อย่างใดเขานั้นรู้เกี่ยวกับวิชากายาศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดีว่าจุดอ่อนของวิชานี้คืออันใดจบบท

    คล้ายกับเรื่องเหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า ที่คุณอ่าน