ข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 เป็นคนโปร่งใส

            เป่ยเซวียนเฉิงก้าวไปทีละก้าวจนถึงข้างกายเหยาเชียนเชียน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอัดอั้นจนทำให้เหยาเชียนเชียนไม่สามารถมองตรงๆ ได้

             “ข้าคอยห่วงหน้าพะวงหลัง แต่กลับสูญเสียคนที่ตนรักที่สุดไป ข้าเคยคิดว่าข้าสามารถทนกับความเจ็บปวดจากการสูญเสียเจ้าไปได้ แต่เมื่อเจ้าปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ความเจ็บปวดพลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจของข้าจนเกือบตาย ข้าถึงได้รู้ว่าข้าไปไหนจากเจ้าไม่ได้เลย”

             เป่ยเซวียนเฉิงดันตัวเหยาเชียนเชียนติดกำแพง ทำให้อีกฝ่ายจำต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาตรงๆ

             ความเจ็บปวดและความเสียใจภายในแทบจะเอ่อล้นออกมาโอบล้อมร่างกายไว้ทั่วทุกอณูของผิวหนัง ทำให้เหยาเชียนเชียนสามารถสัมผัสได้อย่างแท้จริงว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นยากจะถอนตัวแล้ว

             หากองค์ชายสามผู้นี้เกิดมาในยุคปัจจุบันของนาง เขาจะต้องเป็นต้นกล้านักแสดงที่ดีอย่างแน่นอน เหยาเชียนเชียนถอยหลังไปหลายก้าว วาจาร้ายกาจเช่นนั้นยังสามารถกล่าวออกมาได้โดยแฝงความรู้สึกลึกซึ้ง หากไม่พูดออกมาก็คงเสียเปล่า

             เพียงแต่น่าเสียดาย หากพูดถึงในแง่ของหน้าตา ชิงผิงอ๋องก็ยังได้เปรียบกว่าหนึ่งขั้น หรือหากพูดถึงในแง่ของนิสัย นางก็ยังชอบคนที่สดใสและสะอาดสะอ้านมากกว่าอยู่ดี นางไม่สามารถชื่นชมตัวละครพระรองที่ขมขื่นอย่างองค์ชายสามได้จริงๆ

             นอกจากนี้ ความขมขื่นของเขายังสามารถคร่าชีวิตของนางได้ทุกเมื่อ

             “ยามนี้ข้าเป็นชายาของชิงผิงอ๋อง ไม่ว่าในอดีตจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกกำหนดมาแล้ว สุดท้ายความทรงจำก็จะกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า อีกทั้งยังทำร้ายคนตรงหน้า ไม่ว่าจะเรื่องใดก็โปรดมองตรงไปข้างหน้าเถิดเพคะ”

             เป่ยเซวียนเฉิงก้าวไปข้างหน้าอย่างฉับพลันราวกับถูกคำพูดของนางยั่วยุให้เกิดโทสะ เขาพูดมามากมายเพียงนี้แต่กลับแลกมาด้วยความว่างเปล่าของอีกฝ่าย จะให้เขายินยอมให้เรื่องมันจบลงเช่นนี้ได้อย่างไร

             “เชียนเชียน เจ้ามองข้าสิ เจ้ากล้าพูดกับข้าอย่างจริงใจหรือไม่ว่าเจ้าไม่รู้สึกอะไรกับข้าแล้วแม้แต่นิดเดียว?”

             เหยาเชียนเชียนคำรามในใจ นางกล้าพูดแล้วเขากล้าฟังหรือไม่เล่า ถ้าแน่จริงก็ไล่คนออกให้หมดสิ นางจะได้พูดให้เขาฟังเป็นร้อยรอบ!

             “องค์ชายสามทรงทำเช่นนี้ไปเพื่ออันใดเพคะ วาสนาของเราสิ้นสุดลงแล้ว จากนี้...”

             “ข้าไม่อยากฟัง!”

             เป่ยเซวียนเฉิงส่งเสียงขัดจังหวะ เขาถลาเข้าไปกอดเหยาเชียนเชียนไว้ แมวดำถูกบีบอยู่ตรงกลาง นัยน์ตาสีมรกตปรากฏไอสังหารเต็มเปี่ยม ยังไม่ทันที่มันจะใช้กรงเล็บฉีกลำคอของเป่ยเซวียนเฉิง เหยาเชียนเชียนก็ออกแรงดันตัวเองออกมาก่อนแล้ว

             เป่ยเซวียนเฉิงถูกผลักออกจนเซถอยไปข้างหลัง แม้ว่าจะมีองครักษ์รีบเข้ามาประคองเขาไว้แต่ก็น่าขายหน้าเล็กน้อย แววตาประหลาดของเขาอยู่ในสายตาของเหยาเชียนเชียน นอกจากกระตุ้นไฟโทสะเต็มอกก็ไม่มีสิ่งอื่นใด

             นางไม่เคยพบเจอบุรุษที่ไร้เหตุผลขนาดนี้มาก่อน นางโกรธเสียจนกอดรัดแมวดำแน่น

             คนที่บอกให้นางแต่งงานก็คือเขา คนที่ไม่อยากให้นางแต่งงานก็คือเขา คนที่บีบให้นางพูดให้ชัดเจนก็คือเขา แต่พอนางจะพูดให้ชัดเจนจริงๆ กลับส่ายหน้าไม่ฟังก็คือเขาเช่นกัน

             นี่มันอะไรกัน เหยาเชียนเชียนขมวดคิ้ว เป่ยเซวียนเฉิงต้องหาคนที่มีความรักลึกซึ้งต่อเขาพบอย่างแน่นอน และต้องมีแม่นางน้อยหลายคนเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเขาเป็นแน่ เหตุใดถึงต้องทรมานแค่กับนางเพียงคนเดียวเล่า?

             “องค์ชายสามโปรดสำรวมด้วย หม่อมฉันเป็นชายาของชิงผิงอ๋องนะเพคะ” นางปั้นหน้าเย็นชา “เรื่องในอดีตผ่านไปแล้วราวกับเมฆหมอกและควัน นับจากนี้ไปหม่อมฉันไม่อยากฟังยามที่มีคนพูดถึงพระองค์และหม่อมฉันแล้วยังมีความรู้สึกที่กล่าวได้ไม่ชัดเจนอยู่ในนั้น โลกใบนี้แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่อาจทนเสียใจเพียงลำพังได้ แต่ในเมื่อตัดสินใจทำแล้ว เช่นนั้นก็ต้องยอมรับผลให้ได้”

             เหยาเชียนเชียนอุ้มแมวดำลงจากอาคารไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม สีหน้าเย็นชาตลอดทางที่ออกมาจากโรงชา

             เมื่อเดินออกมาไกลพอสมควรแล้ว เหยาเชียนเชียนจึงวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อครู่นางรวบรวมความกล้ากล่าวคำเหล่านั้นกับเป่ยเซวียนเฉิง อีกทั้งยังอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไร้การสนับสนุนอีกด้วย หากยั่วยุจนเขาโมโหขึ้นมาจริงๆ นางจะถูกโยนลงมาจากบนชั้นสองหรือไม่

             นางจึงอาศัยจังหวะที่เขายังไม่ทันตั้งตัวรีบวิ่งหนีออกมา!

             แมวดำไม่พอใจมากที่ถูกเขย่าอยู่ในอ้อมแขนของนาง เมื่อครู่ยังดูมีมาดอยู่หลายส่วน เขาพอใจกับสิ่งที่นางพูดต่อเป่ยเซวียนเฉิงมาก เหตุใดพอหันหลังกลับก็กลัวจนเป็นเช่นนี้ไปเสียได้ ถ้าคนผู้นั้นกล้าบุกเข้ามาอีกครั้งก็ยังมีเขาอยู่

             “โอ๊ะ!”

             เหยาเชียนเชียนชนเข้ากับคนผู้หนึ่ง นางรีบลุกขึ้นมาหมายจะกล่าวคำขอโทษ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าคนผู้นั้นคือหลิ่วอิงเอ๋อร์

             “พี่หญิงหวังเฟย นี่มันอะไรกันเพคะ?” 

             หลิ่วอิงเอ๋อร์ถูกสาวใช้ที่อยู่ข้างๆ ช่วยประคองลุกขึ้นมา เห็นว่าสีหน้าของเหยาเชียนเชียนดูตื่นตระหนกจึงหันไปมองข้างหลังโดยไม่รู้ตัว

             “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงได้วิ่งมาเช่นนี้?”

             เจอคนสนิทน่ะสิ!

             เหยาเชียนเชียนรีบเข้าไปกอดแขนของหลิ่วอิงเอ๋อร์และกล่าวว่า “รีบไปกันเถิด”

             กลางวันแสกๆ ผู้ใดจะกล้ากระทำการหยาบช้า หลิ่วอิงเอ๋อร์เท้าเอวด้วยท่าทางดุดัน “พี่หญิงเป็นพระชายาของชิงผิงอ๋อง ท่านพ่อของข้าเป็นซั่งซูของราชสำนัก ผู้ใดกล้ากระทำการหยาบคายกับพระองค์กัน?”

             เหยาเชียนเชียนกล่าว “องค์ชายสาม”

             หลิ่วอิงเอ๋อร์สีหน้าแข็งค้าง จากนั้นก็จูงมือเหยาเชียนเชียนและถอนหายใจอย่างใจเย็น “เป็ดย่างใกล้จะเย็นชืดแล้ว หม่อมฉันรออยู่นานแต่ยังไม่เห็นพี่หญิงก็เลยออกมาตามหา รีบไปกันเถิดเพคะ”

             สตรีสองคนนี้นี่นะ แมวดำก้มเลียอุ้งเท้าอย่างเนิบช้า

             เมื่อมาถึงจวนซั่งซู พวกนางถึงได้ผ่อนลมหายใจออกมา คาดว่าอย่างไรองค์ชายสามก็คงไม่น่าตามมาถึงที่นี่ได้

             “พี่หญิงหวังเฟยเจอเขาได้อย่างไร” หลิ่วอิงเอ๋อร์รินชาให้เหยาเชียนเชียน “ผู้ใดในนครหลวงแห่งนี้จะไม่รู้เรื่องในอดีตของพระองค์และองค์ชายสาม พระองค์อย่าทรงถือโทษอิงเอ๋อร์ที่พูดมากเลยนะเพคะ แต่ยามนี้พระองค์ควรจะพบเขาให้น้อยที่สุดจะดีกว่า”

             นางก็รู้ เหยาเชียนเชียนเงยหน้าขึ้นกระดกชาจนหมดจอก ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา

             “องค์ชายสามให้ความสำคัญกับความรักยิ่งนัก สิ่งที่ควรพูดข้าก็พูดไปหมดแล้ว เหลือเพียงรอให้เขาค่อยๆ คิดได้ด้วยตัวเอง”

             เหยาเชียนเชียนกล่าวอ้อมค้อม แต่หลิ่วอิงเอ๋อร์กลับฟังเข้าใจ สุดท้ายองค์ชายสามผู้นั้นก็ใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำจึงมีเพียงความว่างเปล่า [1] เหยาเชียนเชียนตามตื๊อเขาอย่างอดทนมาหลายปี ผู้ใดเล่าจะคิดว่าจุดสิ้นสุดของความรักครั้งนี้จะเป็นเช่นนั้น

             “ทว่าท่านอ๋องมีใบหน้างดงาม ทั้งยังมีความสามารถโดดเด่น พี่หญิงสามารถเสาะหาคนที่ดีเช่นนี้มาได้ นั่นแสดงว่าสวรรค์เมตตาพี่หญิง บางทีท่านอาจรับรู้ถึงความโศกเศร้าในใจของพี่หญิง ดังนั้นจึงประทานบุพเพสันนิวาสนี้มาให้ สวรรค์อาจจะมอบพรที่ผู้อื่นปรารถนาแต่มิอาจได้มาแด่พี่หญิง”

             เหยาเชียนเชียนมองหลิ่วอิงเอ๋อร์อย่างขบขัน นางเกือบลืมไปเลยว่าเด็กสาวผู้นี้เป็นหนึ่งในบรรดาหญิงสาวที่คลั่งไคล้ชิงผิงอ๋อง

             เพียงแต่น่าเสียดาย นางลูบแมวดำแผ่วเบา สตรีข้างกายชิงผิงอ๋องมีเยอะมากพอแล้ว หลิ่วเหมยเอ๋อร์คนหนึ่ง ส่วนนางก็ถือครองตำแหน่งหนึ่งอยู่เช่นกัน อีกทั้งยังมีซั่งกวนหลิงที่พบกันเมื่อครั้งที่แล้วอีกด้วย และอาจจะยังมีอีกมากมายที่นางไม่รู้

             การศึกษาที่นางได้รับมาไม่เหมือนกับที่นี่ สามีที่มีภรรยาหลายคนจะมีความสุขได้อย่างไร และด้วยสถานะของหลิ่วอิงเอ๋อร์ อย่างมากก็เป็นได้แค่อี๋เหนียงเช่นเดียวกับพี่สาวของนาง เช่นนั้นจะมีความหมายอะไร

             “ชีวิตจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของตนเอง อยากมีความสุขก็สามารถมีความสุขได้”

             หลิ่วอิงเอ๋อร์ตบมือขึ้นและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นเช่นนั้นจริงเพคะ พี่หญิงกล่าวได้ถูกต้อง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว พี่หญิงใหญ่ของหม่อมฉันที่เป็นอี๋เหนียงอยู่ในจวนผู้นั้นมิได้โปร่งใสดังเช่นพระองค์ ทุกครั้งที่เจอหม่อมฉันนางมักจะบอกว่าท่านอ๋องรักนางมากเพียงใด เหอะ ช่างน่าขันยิ่งนัก”

             แมวดำมองไปทางเหยาเชียนเชียนโดยไม่รู้ตัว นับตั้งแต่ที่เขารับหลิ่วเหมยเอ๋อร์เข้าจวนมาก็ไม่เคยแตะตัวนางเลยสักครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขารักนางมากเพียงใดเลย สตรีผู้นี้อย่าได้รับฟังทุกอย่างและนำมาใส่ร้ายเปิ่นหวังในภายหลัง

             “พี่สาวของเจ้าเป็นสตรี ข้าเองก็เคยเจอนางสองสามครั้ง นางรับรู้ถึงความรู้สึกของเจ้าที่มีให้ชิงผิงอ๋อง เช่นนั้นย่อมต้องถือโอกาสโอ้อวดต่อหน้าเจ้าบ้างเป็นธรรมดา เกรงว่าในอนาคตจะยิ่งกว่านี้ เพราะข้ายังไว้หน้านางไม่น้อย”

             หลิ่วอิงเอ๋อร์หัวเราะลั่น การระบายความโกรธเช่นนี้ควรจะบอกนางให้เร็วกว่านี้ แม้ว่านางจะเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านอ๋อง แต่นางก็รู้ตัวเองดีว่าตนมีฐานะต่ำต้อย กระทั่งพี่สาวที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ยังเป็นได้เพียงอี๋เหนียง เช่นนั้นนางจะเข้าร่วมวงครึกครื้นนี้ไปเพื่ออะไร

             “หม่อมฉันรู้ว่าคำพูดของพี่หญิงใหญ่ล้วนมีแต่ความหลอกลวง” หลิ่วอิงเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ “ท่านอ๋องมิใช่คนที่ตื้นเขินเช่นนั้น หากพระองค์ทรงมีสตรีที่รักจริงๆ จะต้องรักนางดั่งแก้วตาดวงใจอย่างแน่นอน หม่อมฉันไม่มีวาสนานั้น พี่หญิงใหญ่ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยเพคะ”

             แมวดำพยักหน้าราวกับเห็นด้วยกับคำพูดของนาง สายตาวางอยู่ที่ใบหน้าของเหยาเชียนเชียน แต่พบว่าสตรีผู้นี้กลับยิ้มแหยอย่างไม่รู้สึกรู้สา สรุปแล้วนางฟังเข้าใจหรือไม่!

             “พี่หญิงหวังเฟย หม่อมฉันมักจะรู้สึกว่าท่านอ๋องปฏิบัติต่อท่านไม่เหมือนผู้อื่น ครั้งที่แล้วที่เขตล่าสัตว์ สายตาที่ท่านอ๋องมองพระองค์นั้นแตกต่างจากผู้อื่น” ดวงตาของหลิ่วอิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยความอิจฉา

             “ความเป็นห่วงและความเจ็บปวดในนั้น ทำให้หม่อมฉันที่เป็นคนนอกเห็นแล้วพลอยเป็นห่วงตามไปด้วย ดูท่าว่าพี่หญิงใหญ่ของหม่อมฉันผู้นั้นอยู่ในจวนตลอดทั้งวันต้องโมโหมากเป็นแน่”

             เรื่องนั้น เหยาเชียนเชียนไม่สามารถชื่นชมทักษะการแสดงของเป่ยเหลียนโม่ต่อหน้าผู้อื่นได้ จึงทำได้เพียงพยักหน้าให้ความร่วมมือ

             “ใช่แล้ว ในยามนั้นท่านอ๋องเป็นห่วงข้ามาก”

             แมวดำสะบัดหาง ก่อนจะใช้ปลายหางชี้ขึ้นสะกิดปลายคางนาง และสะบัดไปมาเบาๆ จนเหยาเชียนเชียนต้องจับไว้และบีบสองครั้งโดยไม่รู้ตัว

             ปลายนิ้วอันอ่อนนุ่มลากไล้ไปตามหางจนแมวดำต้องรีบดึงกลับ สายตาวางอยู่ตรงสันกรามของนาง มันก้มลงไปและเอาตัวไปคลอเคลียอย่างช้าๆ หาที่ที่อบอุ่นที่สุดและอยู่นิ่งไม่ขยับ

             “ท่านอ๋องเป็นคนดีจริงๆ เพคะ” หลิ่วอิงเอ๋อร์แย้มยิ้มก่อนจะสูดลมหายใจลึก “อนาคตของหม่อมฉันรู้ว่าท่านพ่อจะฝากฝังไว้กับผู้ใด แต่ไม่เป็นไร หม่อมฉันยอมรับชะตากรรมนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ขอเพียงสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสงบก็เพียงพอแล้ว”

             เหยาเชียนเชียนขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ หลิ่วอิงเอ๋อร์อายุเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้น แต่กลับกล่าวถ้อยคำที่ราวกับผ่านชีวิตอันยากลำบากมาอย่างโชกโชนออกมาได้ ดูท่าว่าการใช้ชีวิตในจวนแห่งนี้คงไม่ราบรื่นนัก 

             เช่นเดียวกันกับนาง

             ตั้งแต่จวนตระกูลเหยามาจนถึงจวนอ๋อง แม้ในปกติชิงผิงอ๋องมักจะข่มขู่นาง ทว่าเมื่อเทียบกับเหล่าคนหน้าเนื้อใจเสือในตระกูลเหยาแล้ว การอาศัยอยู่ที่จวนของชิงผิงอ๋องนั้นชวนให้สบายใจมากกว่า

             ทั้งคู่สนทนากันอยู่นาน หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันแล้วจึงแยกกันอย่างอาลัยอาวรณ์

             ในระหว่างนั้นหลิ่วอิงเอ๋อร์หมายจะแตะตัวแมวดำอยู่หลายครั้ง แต่กลับถูกมันปฏิเสธอย่างไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย ทำให้นางจิตตกไปชั่วครู่

             “ต่อไปจะทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้ไม่ได้แล้วนะ” เหยาเชียนเชียนอุ้มมันพลางพูดร่ำไร “อิงเอ๋อร์เป็นคนดี ไม่รู้ว่าข้าจะพาเจ้าออกมาได้อีกครั้งเมื่อใด ให้นางจับตัวสักหน่อยเถิด ถ้าเจ้ายอม ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะให้เป็ดย่างมาอีกตัวก็ได้นะ”

             ดูความคิดของเจ้าสิ!

             แมวดำถลึงตามองนาง จะให้เปิ่นหวังเสียสละเกียรติเพื่อแลกกับเป็ดย่างอย่างนั้นหรือ หวังเฟยทำเช่นนี้ไม่มีผู้ใดน่าขายหน้าไปมากกว่าเจ้าอีกแล้ว

             เมื่อกลับมาถึงจวนอ๋อง เหยาเชียนเชียนพบว่าชิงผิงอ๋องยังไม่เสด็จกลับมา ดังนั้นนางจึงนำเป็ดย่างไปหาอาเหยียนอย่างเปิดเผย

             “นี่คืออะไรหรือขอรับ?”

             อาเหยียนมองแมวดำในอ้อมแขนของเหยาเชียนเชียนแล้วชะงักไป แววตาของเขาสั่นระริกไม่มั่นคง เขาคาดเดาความคิดของผู้เป็นพ่อไม่ได้เลยจริงๆ

             “นี่คืออาหารที่แม่ห่อกลับมาจากพี่สาวผู้หนึ่ง ครั้งหน้าแม่จะพาอาเหยียนไปหานางด้วยกันนะ”

             เหยาเชียนเชียนเรียกคนให้นำเป็ดย่างไปหั่นและยกมาให้ เมื่อดมดูอีกครั้งก็ยังคงหอมหวนอยู่ นางเร่งเร้าให้อาเหยียนรีบลองชิมดู ซึ่งหากเป็นอาเหยียนในอดีตควรจะต้องดีใจมาก ทว่าวันนี้กลับแตกต่างไปจากปกติ เขากำลังลังเลไม่หยิบตะเกียบขึ้นมาเสียที

             แมวดำมองเขาอย่างเกียจคร้าน ใจของอาเหยียนน้อยยังคงไม่กล้ากินเนื้อสัตว์ต่อหน้าท่านพ่อ 

             “เป็นอะไรไป อาเหยียนไม่ชอบหรือ?”

             เหยาเชียนเชียนคีบเป็ดย่างชิ้นหนึ่งขึ้นมาลองชิมดู มันก็หอมดีนี่นา

             “หรือว่าวันนี้อาเหยียนไม่สบาย ไม่อยากอาหารหรือ?”

             เนื้ออวบนุ่มเคี้ยวสองครั้งก็ละลายในปาก อาเหยียนมองผู้เป็นแม่ตาปริบๆ ใบหน้าเล็กทั้งน้อยใจระคนร้อนรน ทว่าเขายังคงไม่กล้าจับตะเกียบ ถ้ากินเนื้อสัตว์ต่อหน้าท่านพ่อ ท่านพ่อต้องไม่พอใจเป็นแน่

             “อาเหยียน...ไม่กินขอรับ” เด็กน้อยกล่าวอย่างกล้ำกลืน “ท่านแม่เก็บไว้ให้ท่านพ่อเสวยเถิด”

     

             เชิงอรรถ

             [1] ใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำมีเพียงความว่างเปล่า เป็นการเปรียบเปรยถึงการกระทำที่ไร้ประโยชน์และเหนื่อยเปล่า

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668