บทที่ 3 แสงแห่งความหวังใหม่
สองปีผ่านไป...
แสงแดดยามเช้าสาดต้องบนร่างของหญิงสาวผู้เดินล้าไปบนทางดิน ฝุ่นโคลนเกาะแน่นบนชายเสื้อสีซีดที่ครั้งหนึ่งเคยงดงามสมวัย เผยให้เห็นร่องรอยการเดินทางอันยาวนานที่ไม่เคยสิ้นสุด
อวี้เซียน ยังคงฝืนก้าวไปข้างหน้า แม้ความเหนื่อยล้าจะกัดกินทั้งกายและใจ แต่กูฉินที่สะพายหลังยังหนักแน่นอยู่เสมอ มรดกของตระกูลซินหยาง สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวความหวังของนางไม่ให้ดับสูญ
สองปีแห่งการรอคอยและตามหา...
นับไม่ถ้วนที่นางถามไถ่ผู้คน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบงันหรือเสียงเยาะเย้ย
และนับครั้งไม่ถ้วนที่นางใช้เสียงสายพิณแลกเศษเงินเพื่อข้าวสักมื้อ และหาที่พักพิงในคืนหนาวเหน็บ
แต่ไม่ว่ากาลเวลาจะกัดกร่อนเพียงใด ความทรงจำเกี่ยวกับคุณชายซินหยางยังคงสดใสไม่เสื่อมคลาย
จนวันหนึ่ง ขณะนางหยุดพักที่โรงน้ำชาข้างทาง ได้ยินข่าวเล็ดลอดจากวงสนทนาของนักเดินทาง
“อีกไม่กี่เดือน เมืองหลวงจะจัด ชุมนุมยอดกระบี่ วีรบุรุษจากทั่วแคว้นต่างหลั่งไหลไปเพื่อแสดงฝีมือ”
หัวใจของอวี้เซียนสั่นสะท้านทันที ซินหยาง...ท่านชื่นชอบกระบี่และดนตรีมาั้แ่เยาว์วัย หากยังอยู่จริงย่อมไม่พลาดงานนี้แน่!
เพียงความหวังเล็กน้อยก็เพียงพอจะจุดไฟในดวงตาที่โรยล้าของนางให้ลุกโชนอีกครั้ง
อวี้เซียนเก็บของเพียงเล็กน้อยที่มีอยู่ แบกกูฉินขึ้นบนหลังแ่า ก่อนจะก้าวออกจากโรงน้ำชาไปด้วยจิตแน่วแน่
ครั้งนี้...นางจะมุ่งสู่ เมืองหลวง เพื่อตามหาคุณชายซินหยาง ในสถานที่ที่ผู้คนจากทั่วทั้งแผ่นดินจะมาชุมนุมกัน
และไม่ว่างานชุมนุมนี้จะนำพาโชคชะตาเช่นไร นางก็พร้อมจะไปเผชิญหน้ากับมัน...
บทที่ 4 เมืองหลวง
เสียงฆ้องกลองดังก้องไปทั่วประตูเมืองหลวง ผู้คนแห่กันเข้ามาราวกับคลื่นทะเลหลั่งไหลทั้งจากแคว้นใกล้และแดนไกล พ่อค้าแบกหาบขายของ เสียงเรียกขายของดังก้องสนั่น นักเดินทางสวมชุดหลากสี เดินทางพร้อมทั้งอาวุธข้างกาย หลายคนมาด้วยความใฝ่ฝัน หลายคนมาด้วยความท้าทาย และอีกหลายคนมาด้วยหวังชื่อเสียงในงาน ชุมนุมยอดกระบี่
กลางฝูงชนอันพลุกพล่าน หญิงสาวชุดเดินทางเก่า ๆ เดินแทรกตัวไปอย่างเงียบงัน แผ่นหลังยังสะพายกูฉินที่เป็ดังเงาตามตัวมาเนิ่นนาน อวี้เซียน ก้าวเข้าสู่เมืองหลวงเป็ครั้งแรกในชีวิต
เมื่อนางเงยหน้ามองประตูเมืองอันสูงตระหง่าน ปักด้วยธงผืนใหญ่ลายดาบและกระบี่โบกสะบัด นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตัวเล็กดุจเม็ดทรายในผืนทะเล แต่ทันทีที่นึกถึงใบหน้าของ ซินหยาง ดวงตาของนางก็กลับมามีประกายอีกครั้ง
ในตลาดใหญ่กลางเมือง เสียงซุบซิบเกี่ยวกับงานชุมนุมดังไปทุกหลแห่ง
การใช้ชีวิตในเมืองหลวงต้องมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ใด ๆ อวี้เซียนจำต้องหยิบกู่ฉินออกมานั่งบรรเลงริมถนนใหญ่ ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย
เสียงสายพิณก้องกังวาน บางคนหยุดยืนฟังอย่างอัศจรรย์ บางคนเพียงผ่านเลย แต่เงินเล็กน้อยที่ได้มาพอช่วยให้นางมีข้าวกินและมีที่พักพิง
ค่ำคืนนั้น นางนั่งอยู่ลำพังในห้องพักเล็ก ๆ ของโรงเตี๊ยมราคาถูก แสงตะเกียงสั่นไหวบนผนัง อวี้เซียนกอดกู่ฉินแนบอก แล้วพึมพำเสียงเบา
“คุณชายซินหยาง…หากท่านอยู่ที่นี่จริง โปรดให้ข้าได้พบอีกครั้งเถิด”
ภายนอก เสียงกลองศึกยังดังก้องไม่ขาดสาย ประกาศถึงงาน ชุมนุมยอดกระบี่ ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และนั่นอาจเป็เวทีที่โชคชะตาจะพานางได้พบคุณชายอีกครั้ง...