ตอนที่ 27
พัฒนาการของไป๋กุนหลางหาใช้แค่วิชากระบี่ไม่แต่ยังมีวิชาการปรุงยาและวิชาพลังจิต
เหตุที่ทำให้วิชาปรุงยาของไป๋กุนหลางสามารถพัฒนาได้นั้นต้องบอกว่าเป็ความบังเอิญเพราะในเช้าวันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินทางไปหอฝึกัเพื่อฝึกวิชาตามปกติบังเอิญได้ยินคนสวนชราคุยกับคนสวนหนุ่มว่า
"ท่านปู่การจัดสวนตามที่โหราจารย์บอกมันดีอย่างไรหรือ?" คนสวนหนุ่มถามอย่างไม่เข้าใจ
คนสวนชราตอบว่า "ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแต่ในเมื่อโหราจารย์สั่งให้จัดแบบนี้พวกเราก็ต้องจัดแบบนี้ไม่จำเป็ต้องไปทำความเข้าใจมันหรอก"
ไป๋กุนหลางได้ยินก็เกิดนัยตาเห็นธรรม 'นั้นสิตอนปรุงยาข้าไม่จำเป็ต้องเข้าใจอะไรแค่เพิ่มพลังััให้มากขึ้นเพื่อให้เ้าระบบตามการเปลี่ยนแปลงของตัวยาทันแล้วทำตามที่มันบอกก็สิ้นเื่'
คิดได้อย่างนั้นไป๋กุนหลางจึงตบรางวัลให้กับสองคนสวนคนละสองเหรียญทองเสร็จแล้วก็รีบไปลองวิชาที่หอปรุงยาทันทีส่วนสองคนสวนก็ทั้งตื่นเต้นทั้งงงงวยที่อยู่ๆก็ได้รับรางวัล
เหตุการณ์เป็ดั่งที่ไป๋กุนหลางคาดไว้เมื่อเพิ่มพลังััให้เ้าระบบมันก็สามารถช่วยให้เขาปรุงยาขั้นต่ำได้ทันที
ปัจจุบันไป๋กุนหลางสามารถใช้วิธีนี้ปรุงยาขั้นกลางระดับแรกได้แล้วและการเพิ่มััให้เ้าระบบยังสามารถใช้ในการตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวของเขาได้ชัดเจนกว่าการแผ่พลังวัตรอีกด้วยแต่น่าเสียดายตอนนี้ถ้าใช้ระดับชัดเจนที่สุดไป๋กุนหลางสามารถกางรัศมีได้เพียงหนึ่งเมตรครึ่งรอบตัวแต่ถ้าลดระดับความชัดเจนลงไป๋กุนหลางก็สามารถกางรัศมีกินพื้นที่มากขึ้น
ด้านพลังจิตไป๋กุนหลางฝึกเพราะ้าให้เ้าระบบสร้างอักขระอาคมขึ้นเพื่อสร้างยันต์
หลักการของอักขระอาคมก็เหมือนกับภาษาต่างๆที่มีทั้งพยัญชนะและสระการสร้างก็คือการนำพวกมันมารวมกันให้เกิดผลลับต่างๆทำให้วิชาอักขระอาคมถือว่าเป็วิชาที่ยืดหยุ่นมากฝึกกันได้ทุกคน ขอแค่ทุกคนเข้าใจอักขระที่เป็ตัวหลักเท่านั้น (หมายเหตุเื่นี้จะไม่ลงลึกเพราะนิยายเื่นี้เน้นตีรันฟันแทง)
ตอนแรกไป๋กุนหลางคิดว่าตนเองต้องลำบากในเื่การวาดลวดลายเสียแล้วเพราะตัวเขาไม่มีทักษะด้านการวาดภาพเลยสักนิดเดียวแต่พอฝึกพลังจิตถึงขั้นใช้ออกไป๋กุนหลางก็พบพลังอีกอย่างของเ้าระบบที่สามารถช่วยเขาได้ในเื่นี้
นั่นคือเ้าระบบสามารถผสานเข้ากับห้วงแห่งจิตสำนึกของไป๋กุนหลางได้ขอแค่ไป๋กุนหลางไม่มีความคิดปฏิเสธเ้าระบบก็สามารถใช้พลังจิตควบคุมร่างกายของไป๋กุนหลางเหมือนชักใยหุ่นกระบอก
เมื่อรู้อย่างนี้ไป๋กุนหลางก็ได้ยกหน้าที่วาดให้เ้าระบบทันทีแม้จะตะกุกตะกักอยู่บ้างเพราะไป๋กุนหลางยังไม่ค่อยชินและเพราะพลังจิตที่มีอยู่น้อยทำให้ต้องพักบ่อยๆแต่ในที่สุดพวกเขาก็สร้างลวดลายสำเร็จและส่งไปให้หน่วยอาคมสร้างยันสถิตย์ให้
ยันต์ในโลกนี้ประกอบไปด้วย
1 ยันต์ธรรมดา คือยันต์ที่ดูดพลังเ้าของไปใช้ในเริ่มกระบวนการทำให้การวาดยันต์สามารถวาดใส่สิ่งใดก็ได้
2 ยันต์สถิตย์หรือของมีอาคม คือยันต์ที่ไม่ต้องดูดพลังเ้าของไปใช้ในเริ่มกระบวนการทำให้ยันต์นี้ต้องวาดอยู่บนสิ่งของที่มีพลังสถิตย์อยู่ หรือหมึกที่วาดมีพลัง หรือแกะสลักแล้วโปะผงสถิตเวทย์ ซึ่งสองวิธีหลังจะต้องวาดซ้ำหรือ เปลี่ยนผงสถิตเวทย์เป็ระยะระยะ
กฎพลังจิตที่ไป๋กุนหลางนำมาทำยันต์เป็กฎพลังจิตที่เขาเล็งเห็นว่ามีส่วนช่วยต่อตนเองมากที่สุดในการเข้าป่าหมอกครั้งนี้
ความจริงด้วยฐานะองค์ชายของไป๋กุนหลางเขาสามารถสั่งให้ทหารไปเอาของในป่าหมอกแทนก็ได้แต่ไป๋กุนหลางรู้สึกว่าผู้าุโโฮ่วตงอยากจะทดสอบอะไรบางอย่างกับตนไป๋กุนหลางจึงคิดจะไปจัดการด้วยตัวเองอีกอย่างหนึ่งแม้ไป๋กุนหลางจะรักความสบายแต่เขาก็ไม่คิดจะอยู่ในพระราชวังไปตลอดชีวิตสำหรับไป๋กุนหลางขอแค่มีพลังมากพอและรู้สึกเบื่อชีวิตในพระราชวังแล้วเขาก็จะออกท่องเที่ยวไปทั่วโลกเพราะงั้นการไปป่าหมอกครั้งนี้ก็ถือเสียว่าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ตัวเอง
หลังจากกลับถึงตำหนักไป๋กุนหลางก็ได้อาบน้ำ,กินข้าวและเข้านอนในตอนที่ปินปินจัดที่นอนให้เขาเสร็จและกำลังจะออกจากห้องไป๋กุนหลางได้เข้าไปโอบกอดนางจากข้างหลังแล้วกล่าวว่า
"คืนนี้เ้าต้องเป็ของข้า" แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยนแต่คำพูดกลับไม่ยอมให้นางปฏิเสธ
"เพคะ" ปินปินตอบอย่างเอียงอาย
เมื่อปินปินตอบรับไป๋กุนหลางก็จูงมือนางมาที่เตียงในจังหวะที่เขากำลังจะอุ้มนางขึ้นเตียงปินปินก็เอ่ยขัดว่า "องค์ชายเพคะพระองค์ยังไม่ได้ดับไฟเลย"
"......." ไป๋กุนหลางไม่ได้ตอบทำเพียงมองปินปินแล้วก็...
แควก!!!
ว๊าย!!!
ไป๋กุนหลางได้ใช้พลังวัตรอันแยบยลฉีกเสื้อผ้าปินปินออกทั้งหมดโดยไม่กระทบผิวกายของนางแล้วก็ใช้พลังวัตรอันแยบยลอีกครั้งส่งปินปินขึ้นไปบนเตียงโดยไม่ทำให้นางเจ็บแต่การกระทำทั้งสองอย่างก็ทำให้ปินปินใจนต้องร้องออกมาส่วนตัวไป๋กุนหลางเองก็ได้ะเิพลังวัตรฉีกเสื้อผ้าของตนจนหมดแล้วตามนางขึ้นไป
'ดับไฟเหรอ..เฮอะๆ!!...เขาบอกแล้วว่าจะพานางเที่ยวชมขุนเขาไม่ใช่ปิดตาตีหม้อสักหน่อยเรือนร่างของผู้หญิงคือสิ่งที่์ประทานมาให้มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่จะพาพวกนางเที่ยวชมูเาในห้องที่มืดตึ๊ดตื๋อแม้ความจริงเขาจะชอบแบบไฟสลัวๆก็ตามแต่ในโลกนี้มันทำไม่ได้ก็ต้องลุยไปแบบที่สว่างคาตาอย่างนี้นี่แหละ' ไป๋กุนหลางคิด (ปล.ย้ำนี่บักไป๋มันคิดเด้อไม่ใช้ผู้แต่งจริงๆนะ)