ท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน

    36.หยุดช่วงเวลาไว้ในความทรงจำ

                " ว้าวคึกคักสุดๆเลย " ในหัวใจของเธอเหล่าผู้คนมากหน้าหลายตาตบเท้าเดินทางเข้ามาในหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงเช้า สร้างความคึกคักให้กับหมู่บ้านหยูหลินของเธอเป็นอย่างมาก


            " คุ้มแล้วที่ฉันอุตส่าห์ใช้ของมีค่าไปไม่น้อย " เธอมองต้นเหมยแดงที่บริเวณศาลเจ้าและศาลนับร้อยร้อยต้นส่งกลิ่นหอมเบาๆผ่านสายลมหนาว ภาพความสวยงามดังนี้ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยว ในเทศกาลตรุษจีนที่จัดขึ้นส่งเสียงจอแจด้วยความตื่นเต้นและอดที่จะถ่ายภาพ เก็บไว้เป็นความทรงจำไม่ได้


            อีกทั้งบรรยากาศศาลเจ้ายังสวยงาม พร้อมกับมีเหล่าชาวบ้านที่ตั้งแผงขายของกันอย่างเป็นระเบียบ ตามมุมต่างๆ ทางอำเภอจัดไปให้ ก็ยิ่งสร้างความคึกคักและสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


            สถานที่แสนสวยงามมีให้ชม ยังมีศาลเจ้าที่ผู้คนภายนอกสามารถเข้าไปไหว้ขอพรได้อีกด้วย อาหารการกินก็หลากหลายแบบต่างกัน แถมยังมีข้าวของเครื่องใช้ของดีประจำหมู่บ้านของอำเภอ ประจำหมู่มาขายอีก


            เป็นงานวัดขนาดใหญ่เลยทีเดียว


        " น้ำผลไม้จ้าค็อกเทลอร่อยๆ เบาๆจ้า เพียง 5 หยวนเท่านั้น "


        " ผลไม้สดๆจากสวนราคาถูกๆ ของหมู่บ้านเราครับ "


            ซ่งซิงเหลียนมองครอบครัวของเธอ ที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่ขนาดกลางแต่ทำเลดี ตั้งโต๊ะขายของครื้นเครงและส่งเสียงเรียกลูกค้าอย่างสดใส โดยไม่ได้หวังเอากำไรจากการขายของ แต่หวังสร้างความสนุกสนานให้กับงาน ครอบครัวเธอไม่ได้ตั้งราคาสินค้าที่สูงเหมือนตลาด แต่ตั้งราคาสินค้าออกจากสวนเลยทีเดียว


        " เป็นราคาส่งนะเนี่ย " ลูกค้ารายหนึ่งที่เดินมาซื้อสาลี่ เพราะทนความยั่วยวนของสีสันที่สวยงามพร้อมผลไม้พวกนี้ไม่ไหวมาก แถมยังราคาถูกยิ่งกว่าตลาดใกล้บ้านเธออีกด้วย


            " เป็นราคาส่งจากสวนจริงๆ ส่วนของผมเองอยู่ที่หมู่บ้านนี้ "


            " ใช่แล้วค่ะ เพราะว่าไม่ได้คิดค่าขนส่งหรือผ่านพ่อค้าคนกลางเราจึงขายในราคานี้ได้ สดๆเลยนะคะเก็บจากสวนเมื่อวานนี้เลย "


        " จริงๆด้วย มองความสดจากผลไม้ก็ดูได้เลยว่า เก็บจากสวนเมื่อวานนี้จริงๆ "


        " ฉันเอาด้วยฉันเอาด้วย "


            ไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำผลไม้หลายร้อยกิโล ทั้งสาลี่ ส้ม และแอปเปิ้ล ถูกลูกค้ากวาดซื้อจนเกลี้ยง ทำเอาซ่งหลี่ยิ้มกว้างเต็มใบหน้ากับการสร้างชื่อเสียงของสวนผลไม้เขา 


            เหมือนว่าเป้าหมายของพ่อจะบรรลุแล้ว


            เหลือก็เพียงแต่น้ำค๊อกเทลกับพั้นซ์ผลไม้ของฝ่ายสาวๆที่ดูเหมือนว่า จะมีหลายคนสนใจแต่ก็ยังเหลือของอีกกว่าครึ่ง ทั้งที่พวกเขาตั้งโต๊ะขายก่อพวกผลไม้นั้นอีก 


            " ดูเหมือนว่า มันจะไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นะ "


            มองร้านขายชาที่อยู่ตรงข้าม พวกเขาได้แต่มองตาปริบๆ เพราะร้านนั้นขายดีเสียเหลือเกิน จนเธอมองไม่เห็นพ่อค้าแม่ค้าผู้ขายเลยเพราะคนมุงจนมิด ร้าน


            " อากาศตอนเช้ายังหนาวอยู่ค่ะไว้สักพักนึงช่วงสายๆก็คงจะมีคนมาซื้อจนเรารับมือลูกค้าแทบไม่ทันเหมือนกัน คงไม่มีใครอยากกินของเย็นตอนหนาวหรอก "


            ดูเหมือนว่าทั้งครอบครัวจะคิดเหมือนกัน เพราะตอนนี้อากาศช่วงเช้ายังหนาวอยู่ เมื่อพระอาทิตย์ก็จะอุ่นขึ้นจนเรียกว่าร้อนเลยทีเดียว เป็นจริงดังคาด เหมือนซ่งซิงเหลียนไม่ผิดเลยแค่เลยช่วงบ่าย ค็อกเทลผลไม้ที่เตรียมมาก็หมดเกลี้ยงจนไม่เหลือ แม้แต่ให้พวกเขากินเลยด้วยซ้ำ 


            พวกเขาต้องหาวิธี สร้างความครื้นเครงให้กับครอบครัวใหม่ โดยการรวมตัวกันไปที่สวนผลไม้เพื่อเก็บผลผลิตให้หมดมาขายอีกครั้งในช่วงเย็น ที่ เชื่อว่า จะมีผู้คนเดินทางเข้าหมู่บ้านมาท่องเที่ยวมากกว่าเดิมไม่เหมือนช่วงเช้าที่เรียกได้ว่า เป็นเวลาครอบครัวมากกว่า ช่วงเย็นนั้นคงเป็นพวกหนุ่มสาว


            ดังคาดไว้ ตกเย็นความครึกครื้นก็เพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ แสงไฟตกแต่งทั่วงานและศาลเจ้า พร้อมกับมีการแสดงงิ้วที่เริ่มขึ้น ให้ผู้คนไหลเข้ามามากกว่าเดิมหลายเท่าตัว หมู่บ้านที่ว่าใหญ่แล้วยิ่งคึกคักขึ้นกว่าเดิม


        " ซิงซิงเจ้าหญิงตัวน้อยของแม่น่ารักจริงๆ " อดชมลูกสาวไม่ได้เด็กหญิงวัย 10 ปีคนนี้เป็นลูกสาวของเธอ


            ซ่งซิงเหลียนในชุดกระโปรงสีแดงสด ทำด้วยผ้าไหมบุนวมขนสีขาวทำให้เธอดูเหมือนเจ้าหญิงตัวน้อยๆที่แสนน่ารัก ผิวขาวชมพู ดวงตากลมโตผมสองข้างมัดจุกด้วยริบบิ้นสีแดง เทพเจ้าแห่งโชคลาภตัวน้อยจริงๆทุกๆสายตาที่ผ่านตาผ่านไปต่างจับจ้องเธอไม่หยุด


            เธอมีดวงตา และใบหน้าที่แทบละลาย


            เพราะในทุกๆวัน การแต่งตัวของเธอมักจะเรียบง่ายเสมอ แม้ตัวเองจะชอบของสวยๆงามๆก็เถอะ แต่จะให้มาใส่กระโปรงยังไง อยู่บ้านเนี่ยไม่มีโอกาสแบบนั้นหรอก แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ดีแห่งการขอพรโชคลาภ เธอจึงเตรียมแต่งตัวด้วยชุดจากแม่ที่ใช้เงินไปกับชุดนี้เยอะพอสมควร สังเกตได้จากชุดไหมที่เธอใส่ตอนนี้


            ต่างจากน้องชาย 2 แฝดของเธอในรถเข็นอย่างเรียบร้อย ชุดของทั้งสองด้วยกว่าเธอถนัดตาเลยทีเดียว นี่มันลำเอียงรักร่วมบุญธรรมมากกว่าลูกแท้ๆ ใน Mini Series ละครคุณธรรมหรือเปล่า


            " คนหน้าตาดีใส่อะไรก็ดูดีค่ะแม่ " ชมตัวเองลึกๆไม่ได้ และเพราะคำตรงนี้ก็สร้างเสียงหัวเราะให้พร้อมทั้งครอบครัว ก็ดูเพราะว่าเป็นคำชมที่หลงตัวเอง แต่ไม่เกินจริงเลย


        " ใช่แล้วใช่แล้วคนหน้าตาดีใส่อะไรก็ดูดีเจ้าหญิงของบ้านเราสวยที่สุด " อาสะใภ้ที่ชื่นชอบเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย รู้สึกอิจฉาพี่สะใภ้ลึกๆ ที่มีลูกสาวที่แสนจะน่ารักและเก่งกาจแบบนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้บุญพาวาสนามันส่งผลให้เธอมีแต่ลูกชายเพียงคนเดียว อีกทั้งบ้านฝั่งเธอก็ไม่มีเด็กหญิงเกิดเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้เธอรู้สึกเหงาอยู่หน่อยๆ กับการขาดเสื้อบุนวมตัวอุ่นๆแบบนี้


            " คุณอย่าอิจฉาไปเลยไว้ผมหายดีแล้วเราค่อยมีเสื้อกันหนาวตัวน้อยแบบนี้สักตัว " ซ่งหานอิจฉาเหมือนกันก็ได้แต่กราบปลอบใจภรรยา และหมายมั่นว่าจะต้องมีลูกสาวอีกสักคนให้ได้ เพราะกฎหมายใหม่ออกมาแล้วสามารถมีลูกคนที่ 2 ได้โดยไม่ต้องเสียค่าปรับให้มีความผิดกับงานราชการของเขา จะไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน


        " นายพูดเหมือนกับว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยนะ น้องชายของแบบนี้มันกำหนดได้หรือไง " ซ่งจินหลางอดไม่ได้ที่จะล้อเลียนน้องชายและเยาะเย้ยนิดๆ เขาก็อยากมีลูกสาวตัวน้อยไว้ เป็นเสื้อกันหนาวเหมือนกัน แต่ก็พยายามมาหลายปีแล้ว ก็ไม่มีและหากจะมีตอนนี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเพราะอายุของเขาและภรรยามากแล้ว ไม่อยากจะทำให้ตัวเองและลูกน้อยลำบากในอนาคต


            " คนเราย่อมมีความหวังในชีวิตนะพี่ชาย "


        " โอ๊ยความหวังนะหรือ พี่สะใภ้ขอบ๊ายบายนะจ๊ะ " ป้าใหญ่โบกมือบ๊ายบายอย่างเด็ดขาด ในการเลี้ยงดูอย่างเหนื่อยอ่อน กับเสี่ยวซานลูกชายคนเดียว ของเธอ ที่นับวันยิ่งจะร้ายกาจขึ้นทุกที ทั้งความคิดและความอ่านเหมือนกับพ่อของเขาจนหัวใจดวงน้อยๆของเธอ ต้องหวาดผวาทุกครั้งไปกับการก่อเรื่องของเขา


            "" ฮ่าๆๆๆ ""


            ทุกคนส่งเสียงหัวเราะ อย่างเข้าใจเข้าใจกับความร้ายกาจแสบสันของหลานชายคนโตของตระกูล เพราะครั้งล่าสุดทำเอา ท่านอธิการบดีหนุ่ม ต้องถูกเชิญผู้ปกครองเข้าโรงเรียน เพราะลูกชายตัวร้ายยกพวกตีกันการสนามบอลหน้าโรงเรียน


            ความอบอุ่นสนุกสนานครื้นเครงของครอบครัวเธอสร้างความสุขและครึกครื้นให้กับเราผู้พบเห็น ผ่านไปผ่านมาในงานต่างก็อดยิ้มตามไม่ได้ กับความสามัคคีปรองดองกันที่หาได้ยาก ในสมัยนี้ต่างฝ่ายต่างเอาผลประโยชน์เข้าตัวเองให้ได้มากที่สุดจนลืมความเป็นพี่น้องและความสามัคคีในครอบครัว ที่ต้องปรองดองกัน


            ภาพของครอบครัวอันอบอุ่นนั้นทำให้ผู้ที่จดจ้องมองอยู่ในเงามืด ต่างก็ต้องถอยห่างออกมามองสถานการณ์ ไกลๆเพื่อไม่ให้ถูกจับได้กับการจดจ้องสังเกตนั้น


            แต่จะทำได้หรือ เมื่อผู้ที่ถูกจดจ้องนั้น กลับถูกจดจ้องซะเองตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่หมู่บ้านหยูหลิน โดยสิ่งที่เรียกว่าไร้ชีวิต มีจิตวิญญาณตามติดทุกฝีก้าว โดยไม่กระพริบตาแม้แต่นิดเดียว


            สายตาของซ่งชิงเหลียนมองผู้คน ที่ผ่านไปผ่านมาอย่างไร้จุดหมายแต่ทว่าเธอเองก็รู้ดีว่าการจดจ้องมองอย่างไร้จุดหมายของเธอนั้นมีจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว ดูเหมือนว่าเทศกาลครั้งนี้จะต้องเป็นที่จดจำ ไปอีกนานเลยทีเดียว


            " ท่านอาจารย์น้อย "


            เสียงของชายวัยกลางคนหน้าตาท่าทางของเขาดูภูมิฐาน ในชุดฮั่นฝูโบราณเนื้อผ้าดี รวมกลุ่มกับชายหนุ่มอีกหลายคนในชุดเดียวกันยืนมองหน้าร้าน ของเธอ ทำให้ครอบครัวมองอย่างงุนงง ในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีผู้ชายหน้าตาแบบนี้แน่นอนแถมเรียกลูกสาวตัวน้อยของครอบครัวเขาว่าท่านอาจารย์น้อยอีก


        " คุ

    ณลูกค้ามาซื้อของหรือ "


            " ไม่ใช่หรอกเจ้าหนุ่มข้ามาหาท่านอาจารย์น้อยน่ะ "

       


           

    คล้ายกับเรื่องท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน ที่คุณอ่าน