“พี่รังเกียจฉันเหรอค่ะถึงไม่ยอมเข้าห้องหอกับฉัน”เซียวหลิวยอมข่มความอายเพราะเธอจะไม่ให้ทุกอย่างต้องพังลงไปเหมือนในชาติก่อน
“เปล่าเลยครับพี่แค่ไม่อยากให้น้องรู้สึกอึดอัด”พร้อมกับนั่งลงที่เตียงเหมือนเดิมหลิวฟานตัดสินใจหันกลับไปมองหน้าเซียวหลินแล้วพูดในสิ่งที่เขาคิดออกมา
“น้องพร้อมที่เป็ส่วนหนึ่งในครอบครัวไหมครับก้าวไปข้างหน้าพร้อมไปกับพี่และฟลิวฟง แล้วเราจะสร้างครอบครัวอบอุ่นของพวกเรากัน”
เซียวหลินไม่ตอบแต่เธอเลือกที่จะพยักหน้าไปแทนทุกอย่างอยู่ในความเงียบอีกครั้งแต่ครั้งนี้หลิวฟานค่อยๆขยับหน้าเข้าไปหาเซียวหลินก่อนจะพูดข้างหูเธอว่าพร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกันไหมไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดอะไรหลิวฟานก็จูบเบาๆที่ริมฝีปากของเธอ
จูบที่เขามอบให้ค่อยๆดุดันขึ้นเรื่อยๆแล้วแล้วเขาก็พลิกมาคล่อมร่างของเธอตอนนี้สายตาของเธอถูกบดบังไปด้วยร่างหนาที่แข็งแรงที่กำลังถอดเสื้อของเขาออกแล้วก้อมมาจูบเธออีกครั้ง
ในครั้งนี้เขาค่อยๆเลื่อนหน้าไปพรมจูบตามไหล่มลของเธอแล้วค่อยๆปลดชุดนอนที่สวมใส่อยู่ออกมาทำให้ตอนนี้ร่างกายของเธอไร้สิ่งปกปิดอยู่
เธอเขินอายกับสายตาที่หลิวฟานจ้องมองเหมือนเขามองทะลุผ่านร่างของเธอไปได้พร้อมกับมือใหญ่ทั้งสองค่อยๆสะกิดไปที่ยอดปทุมทั้งสองข้างของเธอแล้วถูกเขาสลับชิมยอดของมันทั้งสองข้างจนร่างของเธอสั่นไปทั้งตัว
หญิงสาวรู้สึกวาบหวิวเป็อย่างที่ถูกชายหนุ่มตรงหน้ากำลังที่มอบความสุขให้กับเธอเพียงแปปเดียวนิ้วแกร่งของเขาก็ถูกนำมาสำรวจที่ส่วนลับของเธอทำให้เธออดที่จะส่งเสียงครางออกมาไม่ได้
“อ้า ฉันรู้สึกเหมือนปวดเบาเลยค่ะ”พร้อมกับร่างน้อยๆที่กำลังสั่นไหวภายใต้ร่างกายแกร่งที่กำลังส่งมอบความสุขให้อยู่
“ปล่อยมันออกมาเลยที่รักไม่ต้องกลัวอะไรพี่จะพาน้องไปสำรวจดินแดน์พร้อมกับพี่”
พูดจบฟานหลิวก็จูบเธอแรงขึ้นมือข้างหนึ่งกำลังกอบกุมยอมปทุมของเธอส่วนอีกหนึ่งกำลังเร่งจังหวะในส่วนลับของเธอจนมีเสียงเบาๆดังออกมาจนร่างของเธอกระตุกออกมาพร้อมกับน้ำใสๆที่เลอะเต็มมือชายหนุ่มจากนั้นหลิวฟานก็ให้หญิงสาวใช้มือของเธอในการกอบกุมจุดอ่อนไหวของเขา
“น้องลองขยับมันดูสิครับมันอยากทำความรู้จักกับน้องนะครับ”พร้อมกับนำมือเล็กๆทั้งสองข้างมากุมแล้วเริ่มขยับมือไปมาตามจังหวะจนมันเริ่มขยายตัวและมีเสียงคำรามดังออกมาจากชายหนุ่ม
“อ้าส์พี่ไม่ไหวแล้วพี่ขอนำมันไปสำรวจภายในที่ลับของน้องหน่อยนะคนดี” ภายในห้องหอมีแต่เสียงครวญครางของหนุ่มสาวสลับกันดัง ตับๆๆๆๆอ้าส์ตลอดทั้งคืนหากใครอยู่ใกล้ได้ในึกว่าแผ่นดินไหวอย่างแน่นอนจนเวลาล่วงเช้าวันใหม่
เซียวหลินได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอกทำให้เธอค่อยๆลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับอาการปวดไปทั่วร่างกายจากนั้นเธอค่อยๆสำรวจตามตัวที่เป็รอยแดงตามหน้าอกและเนินอกเป็จำนวนมากยังดีที่หลิวฟานได้ทำรอยใต้ร่มผ้าไม่อย่างนั้นเธอคงจะอายคนอื่นแน่
เซียวหลินลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วจัดเก็บห้องจนสะอาดเธอก็ออกมาด้านนอกเห็นว่าบ้านของป้าหลิวและสองพ่อลูกกำลังเก็บกวาดด้านนอกอยู่เธอจึงเดินเข้าไปในห้องครัวพร้อมกับทำอาหารเช้าให้กับทุกคน
ทุกคนที่ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาตามลมทำให้รู้ว่ามื้อนี้เซียวหลินเป็คนลงมือทำอาหารเมื่อทุกคนเก็บของเสร็จแล้วก็พากันเดินเข้ามาในห้องครัวเห็นว่ามีโจ๊กสีขาวหน้าทานพร้อมกับผัดผักที่วางอยู่ด้านข้างก็มีซาลาเปา(ที่แอบเอาออกมาจากมิติ)ก้อนใหญ่วางไว้อยู่
“กลิ่นหอมมากเลยครับแม่ เอ่อน้าหลินผมทานได้ไหมครับ” หลิวฟงรีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเพราะกลัวหญิงสาวตรงหน้าจะโกรธ
“หากหลิวฟงอยากทาน หลิวฟงเด็กดีต้องเรียกน้าว่าคุณแม่ตกไหม” เซียวหลินตอบเด็กน้อยตรงหน้าพร้อมยิ้มหวานๆให้
“ได้ครับคุณน้า อุ้ยคุณแม่หลิวฟงจะเป็เด็กดีไม่ดื้อไม่ซนครับ”
หลิวฟงพูดพลางเดินไปกอดเซียนหลิวทำให้คนอื่นๆหัวเราะกับท่าทางประจบประแจงของเด็กน้อยเมื่อทุกคนได้ลองชิมอาหารฝีมือของเซียวหลินมีแต่คำชมดังขึ้นมาตลอดในขณะที่สองแฝดกำลังช่วยกันล้างจานเซียวหลิวยกตะกร้าที่มีผ้าปิดอยู่ให้กลับป้าหลิว
“นี้แทนคำขอบคุณที่บ้านหลิวช่วยจัดการงานแต่งให้คะป้าหลิวค่อยกลับปเปิดดูที่บ้านนะคะอย่าเพิ่งเปิดตอนนี้ส่วนนี้ลุกอมคะฉันฝากให้กับฝาแฝดทั้งสองคนด้วยนะคะ”
เด็กแฝดที่ได้ยินว่าตนเองได้รับลูกทำให้มีแรงในการล้างจานมากขึ้นไปอีกหลิวฟงเริ่มทำหน้าคิ้วขมวดเพราะตัวเองไม่ได้รับลูกอมเหมือนฝาแฝดเซียวหลินที่เห็นแบบนั้นก็หัวเราะออกมาก่อนจะเดินไปหาหลิวฟงทันที
“ส่วนลูกอมสองเม็ดนี้แม่ขอมอบให้กับลูกชายสุดที่รักของแม่แม่ยังมีลูกอมอีกเยอะแต่แม่อนุญาตให้ทานได้วันละสองเม็ดเท่านั้นไม่อย่างนั้นลูกจะปวดฟันและในที่สุดก็ต้องไปหาหมอ”
เด็กๆทั้งสามคนพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะไม่มีใครอยากจะไปหาหมอเพราะกลัวจะโดนฉีดยาเมื่อบ้านหลิวกลับมาถึงบ้านป้าหลิวได้เปิดดูทำให้เห็นว่าในตะกร้ามีเนื้ออยู่สองชิ้นพร้อมกับไข่ไก่และข้าวสารจำนวนหนึ่งทำให้ป้าหลิวรู้สึกดีกับเซียนหลิวมากยิ่งขึ้น
“คุณค่ะ ดูสิค่ะหลานสะใภ้มอบอะไรให้กับบ้านเรา”สามีของป้าหลิวเดินมาดูทำให้เขารู้สึกใกับของตอบแทนที่หลานสะใภ้มอบให้ก่อนจะกำชับกับภรรยาว่าอย่าบอกกล่าวเื่นี้ให้คนอื่นทราบเพราะกลัวว่าคนอื่นจะไปสร้างความยุ่งยากให้กับบ้านหลิวฟาน
ทางด้านบ่าวสาวป้ายแดงตอนนี้กำลังช่วยกันจัดการของขวัญแต่งงานที่ได้รับอยู่โดยมีหลิวฟงคอยป่วนไม่ใช่สิคอยช่วยอยู่ด้วยการนั่งดู
“พรุ่งนี้พี่จะภาพน้องไปถ่ายรูปครอบครัวจากนั้นไปจดทะเบียนสมรสกันแล้วส่งจดหมายยืนยันกลับไปที่ค่ายเพราะก่อนหน้านี้พี่ได้แจ้งเื่เอาไว้แล้วว่ากำลังจะแต่งงานเสร็จแล้วเราสามคนค่อยกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของน้องกันดีไหมครับ”
“ได้ค่ะพรุ่งนี้พี่เอาจักรยานของน้องเข้าเมืองกันเราจะพาหลิวฟงไปเดินเล่นในเมืองดีไหมจ๊ะคนเก่ง”
“ดีครับแม่ แม่ของผมดีที่สุดเลย”หลิวฟงน้อยเดินมากอดแม่ของเขาทันทีเพราะเด็กน้อยอยากมีแม่เหมือนกับเด็กคนอื่นๆในหมู่บ้าน
“แล้วพ่อละ พ่อไม่ดีเหรอ น่าเสียใจจังเลย” หลิวฟานแกล้งทำหน้าตาเศร้าแล้วก้มหน้ามองมือของเขาเองเมื่อเห็นว่าเ้าก้อนกำลังอ้อนภรรยาของเขา
หลิวฟงที่เห็นว่าพ่อของเขากำลังเศร้าทำให้เขารีบเดินมาหาก่อนจะหอมแก้มแถมน้ำลายนิดหน่อยจนเต็มใบหน้าของพ่อเขาทำให้เซียวหลินที่นั่งมองหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะเห็นว่าสองพ่อลูกกำลังกระซิบอะไรบางอย่างกันอยู่
และหลิวฟงก็ลุกขึ้นเดินมาหาเธอและหอมแก้มเธอเหมือนกับหอมแก้มพ่อของเขาทำให้ทั้งสามคนหัวเราะกันอย่างมีสุขที่ถูกเ้าตัวแสบกลั่นแกล้ง
รุ่งเช้าสามคนพ่อแม่ลูกได้เดินไปฝากให้ป้าหลิวช่วยดูแลบ้านให้ก่อนจะปั่นจักรยานเข้าไปในเมืองระหว่างทางทั้งสามคนก็แวะทักทายคนที่กำลังเดินไปทำงานในเมืองเมื่อถึงในเมืองทั้งสามคนได้เดินไปที่ร้านถ่ายรูปเป็ที่แรก
ทั้งสามคนได้ถ่ายภาพครอบครัวและภาพคู่ของหลิวฟานและเซียวหลินจากนั้นก็พากับที่ว่าการและทำการจดทะเบียนสมรสและไปยังที่ไปรษณีย์ก่อนจะส่งเอกสารและจดหมายแนบไปยังค่ายของเขาจากนั้นทั้งสามคนก็พากันเดินเล่นและทานอาหารในเมืองกัน
จนเวลาบ่ายพวกเขาทั้งสามคนได้เดินทางไปบ้านของเซียวหลินพร้อมกับซื้อส้มหนึ่งถุงไปฝากที่บ้านเมื่อไปถึงพวกเขาก็เห็นทั้งสามคนนั่งรออยู่แล้ว
“ทำไมเพิ่งมาป่านี้ละ รู้ไหมว่าพ่อเธอและพวกฉันตั้องมานั่งรอตั้งนานแล้วไม่มีมารยาทกันซะเลย”