ตอน20ต้องเลือกสักอย่าง
...แต่ความสุขมักอยู่กับคนได้ไม่นานเมื่อ.....
"นั่นเสวียนอี เขามาทำอะไรที่นี่" เขาพึมพำกับตนเองเฉิงเหลียงใปนดีใจ เมื่อพบศิษย์พี่ใหญ่อีกครั้ง เขาเพ่งมองพบว่าใบหน้าของศิษย์พี่ใหญ่โศกเศร้าอย่างน่าประหลาดใจ
"ศิษย์พี่.... เหตุใดสีหน้าของท่านดูมิสู้ดีนักมีเื่อะไรเร่งด่วนอย่างนั้นหรือ" เฉิงเหลียงรีบเดินเข้าหาศิษย์พี่จูงแขนเข้ามานั่งหารือกันในตำหนักตือเสี้ยว
"ศิษย์ผู้น้อง เ้าลืมไปแล้วหรือไร ว่าท่านอาจารย์ยังรอคอยที่จะพบเ้าอยู่บัดนี้ หากช้าไปอีก 1 วัน ท่านอาจารย์อาจจะไม่รอดก็เป็ได้ถึงคราวนั้น เ้าเองจะไม่เสียใจหรอกหรือ" เสวียนอีกล่าวตัดพ้อเชิงน้อยใจที่ศิษย์น้องละเลยสำนักจวงหลาง
"อย่างไรสำนักจวงหลางก็เคยเป็ดั่งบ้านเกิดของเ้าพวกข้ายังเฝ้ารอเ้าเสมอ"
"ศิษย์พี่ เป็ข้าที่ละเลยเกินไปจริงๆ ต้องขออภัยก่อนหน้านี้การ่ชิงดินแดน การบูรณะบ้านเมือง เป็เื่ที่หนักหนาพอสมควรข้าจึงไม่ได้ใส่ใจกับเื่อื่นใด เอาล่ะพรุ่งนี้ข้าจะกลับสำนักจวงหลาง พร้อมกับอันเล่อ พบอาจารย์ให้สมดังใจ"
"เฉิงเหลียง เ้ามีใจห่วงหาท่านอาจารย์อยู่หรือไม่ หรือที่เ้ารับปากข้าเป็เพียงแค่การรับปากส่งๆ ไร้สัจจะ เ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือความเป็ตายของอาจารย์ แขวนอยู่บนเส้นด้าย หากชักช้า เกรงว่าจะไม่ทันการ "
"รุนแรงปานนั้นเชียวหรือศิษย์พี่.... เช่นนั้นข้าจะติดตามท่านกลับสำนักจวงหลางตอนนี้เลย ดีหรือไม่ ส่วนอันเล่อไว้ข้าค่อยบอกนางภายหลัง เพราะนางเองยุ่งกับงานราชการ ปกครองบ้านเมืองข้าไม่อยากให้นางต้องกังวลเื่อื่นใด "
ณสำนักจวงหลาง
ทันทีที่เฉิงเหลียงเข้าไปถึงห้องพักของอาจารย์เขาเองกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นร่างสตรีที่ตนเคารพดั่งมารดานอนหายใจรวยรินบนเตียงไม้เก่าๆ ร่างกายผอมแห้ง เนื้อหนังติดกระดูก รอบดวงตาปูดโปน
"ศิษย์พี่ !!! เหตุใดปล่อยให้อาจารย์ตกอยู่ในสภาพหนักหนาเช่นนี้พวกท่านไม่คิดหาวิธีใดๆ ช่วยอาจารย์เลยหรือ" เขากล่าวตำหนิทุกคนยกใหญ่พร้อมนั่งคุกเข่าข้างเตียงไม้ โอบกอดร่างของชูชวงหลาง(ชื่ออาจารย์)แน่น
"มิใช่ว่าพวกข้า มิพยายาม...แต่มันสุดความสามารถของพวกเราแล้วจริงๆ "ทุกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงฟังดูน่าสิ้นหวัง
"แม้แต่ท่าน ก็อ่อนด้อยถึงเพียงนั้นเชียวหรือศิษย์พี่ใหญ่!!"เฉิงเหลียงลุกยืนปาดน้ำตา กระชากอาภรณ์ พี่ใหญ่ ขึ้นมา หวังชกต่อย ลงกำลัง
ชูชวงหลางที่นอนฟังศิษย์ทั้งหลายทะเลาะกันเพราะอาการป่วยของตนนางค่อยๆลืมตาขึ้น เอื้อมมือที่ไร้เรี่ยวแรง เกี่ยวรั้งอาภรณ์ของเฉิงเหลียงเอาไว้
เฉิงเหลียงหันหลังขวับน้ำตายิ่งเอ่อล้น
"ท่านอาจารย์ ท่านฟื้นแล้วหรือ ท่านดูสิ ดูข้า ข้าเอง ฉงเฉิงเหลียงของท่านข้ากลับมาหาท่านแล้ว"
ชูชวงฝืนส่งรอยยิ้มแห้งๆให้กับเขา....แม้แต่น้ำเสียงจะเอื้อนเอ่ยพูดคุยกับศิษย์สักหน่อยยังทำไม่ได้
เฉิงเหลียงเพียงมองผ่านแววตา ก็พอจะเดาออกทั้งหมด ว่าชูชวงหลางอยากจะพูดอะไรกับตน
"ท่านอาจารย์ ข้ารู้ว่าท่านโดนพิษร้ายจากพวกชั่ว ข้าจะหาทางรักษาท่านเองข้าพอมีวิธี" เฉิงเหลียงมุ่งมั่นแน่ใจ ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากเขาดึงแขนศิษย์พี่ใหญ่ ไปหน้าสำนัก ใต้ร่มไผ่ เพื่อเอ่ยวิชาลับบางอย่าง
"พี่ใหญ่ ข้ามีบางอย่างจะหารือกับท่าน หลายปีมาแล้วครั้งที่ข้ายังอ่อนด้อย...ท่านอาจารย์ถ่ายทอดวิชาหนึ่งแก่ข้า คือวิชาหย่งฟ้าวิหกบิน"
**วิชาหย่งฟ้า วิหกบิน เป็วิชาสุดยอดยิ่งในใต้หล้าคนในยุทธภพคิดว่าวิชานี้หายสาบสูญไปแล้ว ผู้กล้าหลายคนรวมไปถึงท่านผู้เฒ่าสำนักต่างๆ ออกตามหาวิชาลับนี้สุดหล้าฟ้าเขียวมาหลายร้อยปีแต่ยังมิมีผู้ใดค้นพบ ที่แท้วิชาลับในตำนาน กลับถูกซุกซ่อนไว้ในสำนักเล็กๆบนเนินเขาแห่งนี้**
**วิชานี้แบ่งออกเป็สองขนาน คือ หนึ่ง วิชาหย่งฟ้า กล่าวถึงการร่ำเรียนวิชาแพทย์ ดึงเส้นปราณ แก่นพลังชีวิตของตนออกมารักษาผู้ที่อยู่ก้ำกึ่งของห้วงความตาย/ ขนานที่ สอง คือ วิชาวิหกบิน เป็วิชาตัวเบาดั่งลมแห่งขุนเขาต่อสู้ฆ่าฟันกับคนนับสิบตายเรียบได้ในชั่วพริบตา เพราะการย่องเบารวดเร็ว ไวว่องเกินกว่าที่ศัตรูจะตามทัน นี่จึงเป็เหตุผลที่ว่า เหตุใดฉงเฉิงเหลียงรอดพ้นมาทุกความตาย**
เมื่อศิษย์พี่ใหญ่ได้ยินเช่นนั้นกลับรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เหตุเพราะตนอยู่เคียงข้างคอยรับใช้ชูชวงหลางมาหลายสิบปียังไม่เคยได้รับสิ่งที่พิเศษปานนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็แอบดีใจที่อย่างน้อยเส้นทางชีวิตของชูชวงหลางที่ดูริบหรี่ เริ่มมีแสงสว่างบ้างแล้ว
**เสวียนอี จะคิดว่าชูชวงหลางลำเอียงก็ไม่ถูก ความจริงแล้ว วิชานี้สำหรับนาง มิได้ถือว่าสำคัญอะไรมากมายนางจึงอยากมอบมันให้กับคนที่แข็งแกร่งไร้ข้อกังขา....แต่สิ่งที่สำคัญกับนางที่สุดคือสำนักจวงหลางต่างหาก ชูชวง นางตั้งใจมอบสำนักจวงหลางให้เสวียนอีหลังจากที่ตนสิ้นลมนั่นต่างหาก ถึงจะเป็ความ้าที่แท้จริงของนาง**
"ศิษย์น้อง เ้ามีวิชาเก่งกาจถึงเพียงนี้ แล้วข้าต้องทำอย่างไร "
"ศิษย์พี่...ข้า้าให้ท่านนำร่างของท่านอาจารย์มาที่ใต้ร่มไผ่แห่งนี้ข้าจะใช้วิชาลับหย่งฟ้าฉุดดึงเส้นปราณ แก่นพลังชีวิตของข้าออกมารักษา และขจัดพิษที่ซึมลึกในร่างท่านอาจารย์ให้จงได้"
"ได้ เช่นนั้น เ้าเตรียมร่างกายให้พร้อมเถอะข้าจะไปนำร่างกายของท่านอาจารย์มาเดี๋ยวนี้ ยิ่งเร็วที่สุดยิ่งดีข้าร้อนใจจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว"
เฉิงเหลียงเริ่มมีสีหน้ากลัดกลุ้มอีกครั้ง...วินาทีนั้น เขาเองจำใจต้องเลือกระหว่างนางผู้เป็ที่รัก กับท่านอาจารย์ผู้มีบุญคุณเพราะเขารู้ดีว่า หากครั้งนี้ดึงเส้นปราณ แก่นพลังชีวิตของเขาออกมารักษาและขจัดพิษที่ซึมลึกในร่างท่านอาจารย์ เขาเองต้องถูกปราณอื่นเข้าแทรกร่างกายยากที่จะควบคุม อีกทั้งพลังแก่นชีวิตจะลดลงไปมากระยะเวลาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ คงอยู่ได้อีกไม่นาน ทว่าพรุ่งนี้เอง...จะเป็วันแต่งงานของตนกับอันเล่อ... อีกใจหนึ่งเขาเองไม่อาจจะทิ้งนิ่งเฉยกับความเป็ความตายของผู้มีพระคุณได้
เฉิงเหลียงตัดสินใจไม่ได้สักทีกระทั่งเสวียนอี นำร่างชูชางมาถึง สถานการณ์บังคับเกินเหตุจึงเป็คำตอบของเฉิงเหลียงไปในตัวเลือกที่จะดูแลท่านอาจารย์ให้รอดชีวิตจนวินาทีสุดท้าย
"เฉิงเหลียง สีหน้าเ้าดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่มีเื่อะไรที่เ้าปิดบังข้าหรือไม่" ศิษย์พี่ใหญ่ ซักถามด้วยความเป็ห่วง
"หากให้ศิษย์พี่ใหญ่ รู้เข้าว่าหลังจากนั้นจะมีผลกระทบเช่นใดกับตัวข้าเขาคงไม่ยินยอมให้ข้าใช้วิธีนี้ช่วยอาจารย์แน่ หากให้เป็เช่นนั้นก็จะไม่เท่ากับว่า ท่านอาจารย์หมดหนทางรอดหรอกหรือ"เฉิงเหลียงพึมพำกับตัวเองยกใหญ่ ก่อนหันหน้าฝืนส่งยิ้มให้ศิษย์พี่ใหญ่พร้อมเอ่ยปากยืนยันอีกครั้ง...ว่าไม่มีอะไรต้องห่วง
เมื่อทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเฉิงเหลียงไม่รอช้า จัดการลงมือ ใช้พลังมหาศาลดึงเส้นปราณ แก่นพลังชีวิตของตนออกมาผลักส่งเข้าร่างชูชวง กว่าจะดึงเส้นปราณออกมาได้แต่ละเส้นเฉิงเหลียงรู้สึกเ็ปปานฝูงผึ้งรุมกัดต่อยร่างกายนับแสนๆตัว แม้ชายร่างกำยำเช่นเขาจะพยายามอดกลั้น กัดฟันเนืองๆ จนกรามลอยเด่นปูดนูนขึ้นเป็สันยังไม่อาจทนต่อความเ็ปนั้นได้ ปริปากร้องเสียงดังลั่นป่าจนฝูงนกฝูงกาตะกุยปลายไผ่ กางปีกโผบินแทบไม่ทัน
เขาใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าจะถอนพิษที่ฝังลึกออกมาได้หมด เหล่าศิษย์พี่ทั้งหลายเห็นท่าทีร่วงโรยของศิษย์น้องเล็กอย่างเขา กลับทนยืนมองเฉยๆไม่ไหวเดินเข้าไปนั่งต่อกันเป็แถวผละมือกระทบแผ่นหลังต่อกันเป็ทอดๆส่งต่อพลังปราณจากแก่นชีวิต เพื่อประคองเขาไว้