หลังจากที่การทดสอบรากฐานด่านแรกอันแสนตึงเครียดได้สิ้นสุดลง เหล่าผู้เข้าสอบที่สามารถผ่านเข้ารอบมาได้ ซึ่งบัดนี้มีจำนวนลดลงไปเกือบครึ่งหนึ่งจากจำนวนผู้สมัครทั้งหมด ถูกนำทางโดยศิษย์พี่ของสถาบันเทียนซวน เดินทางต่อไปยังลานทดสอบอีกแห่งหนึ่งที่อยู่สูงขึ้นไปบนเทือกเขาัคราม บรรยากาศในหมู่ผู้ผ่านเข้ารอบนั้นแตกต่างจากตอนแรกอย่างลิบลับ ความตื่นเต้นดีใจที่สามารถผ่านด่านแรกมาได้เริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความกดดันและความตึงเครียดระลอกใหม่ที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม ทุกคนต่างรู้ดีว่าการทดสอบของสถาบันเทียนซวนนั้นขึ้นชื่อในเื่ของความเข้มข้นและความยากลำบาก และด่านต่อไปย่อมต้องยากยิ่งกว่าด่านที่ผ่านมาอย่างแน่นอน สายตาของแต่ละคนเริ่มกวาดมองประเมินคู่แข่งที่ยังเหลือรอดอยู่รอบตัวอย่างละเอียดมากขึ้น
เฉิน ฮ่าวหราน พยายามทำตัวให้กลมกลืนและไม่โดดเด่นไปกับฝูงชน เขาหาที่ยืนเงียบๆ ณ มุมหนึ่งของกลุ่ม สังเกตการณ์ผู้คนรอบข้างด้วยความสงบและรอบคอบเช่นเคย เขาเห็น เย่หลาง ยังคงยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ติดตามกลุ่มเล็กๆ ใบหน้าพยายามแสดงความหยิ่งผยองออกมา แม้จะเห็นได้ชัดว่าการทดสอบเมื่อครู่นี้ก็สร้างความกดดันให้เขาไม่น้อยเช่นกัน และไม่ไกลจากกลุ่มของเย่หลางนัก หลิง ชิงเยว่ เด็กสาวั์ตาสีฟ้าอ่อนราวกับน้ำแข็ง ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ตามลำพัง ใบหน้าเรียบเฉยราวกับรูปสลัก ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งใดบางอย่างอยู่เพียงลำพัง
"สะ... สวัสดี!" เสียงทักทายที่ฟังดูประหม่าเล็กน้อยดังขึ้นจากข้างๆ ตัว ทำให้ฮ่าวหรานหันไปมองตามเสียง เขาเห็นเด็กหนุ่มรูปร่างท้วมเล็กน้อย ใบหน้ากลมดูซื่อๆ และเป็มิตร กำลังส่งยิ้มแห้งๆ มาให้เขา "ข้าชื่อ ฟางเจี๋ย มาจากเมืองหลิงเฟิงทางใต้น่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ! ดีใจจริงๆ ที่พวกเราผ่านด่านแรกมาได้เหมือนกัน! เมื่อครู่ตอนที่เ้าขึ้นไปทดสอบ แสงสายฟ้านั่นมันช่างแรงกล้าและเจิดจ้าจริงๆ! ข้าไม่เคยเห็นพลังธาตุสายฟ้ามาก่อนเลยในชีวิต!" ฟางเจี๋ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นระคนประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
ฮ่าวหรานเพียงพยักหน้ารับและยิ้มบางๆ ตอบกลับไปอย่างสุภาพ "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ข้าชื่อ เฉิน ฮ่าวหราน" เขาไม่ได้คิดจะต่อบทสนทนาให้ยืดยาวออกไปมากนัก ยังคงรักษาระยะห่างตามนิสัยที่ค่อนข้างเก็บตัวของตนเอง แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเ็าหรือรังเกียจแต่อย่างใด เขายังเหลือบไปเห็นเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลนัก รูปร่างหน้าตาดูธรรมดา แต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ดูเหมือนจะมาจากครอบครัวสามัญชนเช่นเดียวกับเขา นางยืนก้มหน้าเล็กน้อย ดูขี้อาย แต่ดวงตาที่นางเหลือบมองมายังผู้คนรอบข้างเป็ครั้งคราวนั้น กลับฉายแววหลักแหลม ช่างสังเกต และมีความคิดความอ่านที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ (นี่คือ ซู เหม่ย)
ใช้เวลาเดินทางต่ออีกไม่นานนัก กลุ่มผู้เข้าสอบก็เดินทางมาถึงลานทดสอบด่านที่สอง มันเป็ลานกว้างขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกับลานทดสอบเจ็ดดาวในตอนแรก แต่ทว่า ที่พื้นศิลาสีดำสนิทของลานแห่งนี้นั้น กลับไม่ได้มีแท่นศิลาคริสตัลตั้งอยู่ หากแต่กลับสลักไว้ด้วยอักขระและลวดลายอาคมโบราณอันสลับซับซ้อนจำนวนนับไม่ถ้วน พวกมันเชื่อมต่อกันเป็วงจรขนาดใหญ่ แผ่พลังงานลึกลับและกดดันออกมาจางๆ จนััได้ ผู้าุโหลี่คนเดิมยืนรออยู่ ณ ใจกลางลาน พร้อมกับผู้าุโอีกสองสามท่านที่ฮ่าวหรานไม่เคยเห็นมาก่อน
"ยินดีกับพวกเ้าทุกคนอีกครั้ง ที่สามารถผ่านการทดสอบรากฐานด่านแรกมาได้" ผู้าุโหลี่กล่าวขึ้นเสียงดัง เมื่อเห็นว่าผู้เข้าสอบทุกคนได้มารวมตัวกันพร้อมหน้าแล้ว "แต่จงอย่าได้ลำพองใจหรือชะล่าใจไป การทดสอบในด่านที่สองนี้ จะทำการวัดผลในสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าพร์ทางร่างกายหรือธาตุพลังที่พวกเ้ามี นั่นก็คือ ความแข็งแกร่งและความมั่นคงของ 'ทะเลแห่งจิตใจ' (Sea of Consciousness/Mind/Spirit) ของพวกเ้าทุกคน!"
ท่านผู้าุโกวาดสายตาอันเปี่ยมด้วยปัญญามองเหล่าเยาวชนนับร้อยเบื้องหน้า "จงจำไว้ ผู้ฝึกตนที่แท้จริงนั้น มิใช่เพียงแค่มีพลังฝีมือที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังต้องมีจิตใจที่มั่นคง หนักแน่น ดุจขุนเขา สามารถยืนหยัดต้านทานแรงกดดันจากภายนอก และสามารถเอาชนะกิเลสตัณหาหรือความล่อลวงต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากภายในจิตใจของตนเองได้ บัดนี้ พวกเ้าทั้งหมดจะต้องก้าวเข้าไปใน 'ค่ายกลร้อยมายา' (Hundred Illusions Formation Array) ที่สลักอยู่บนพื้นศิลานี้!"
ท่านผายมือไปยังลวดลายอาคมอันซับซ้อนบนพื้นเบื้องหน้า "ค่ายกลโบราณนี้จะสร้างแรงกดดันทางจิติญญาและภาพมายาลวงตาในรูปแบบต่างๆ ขึ้นมา เพื่อทดสอบความเข้มแข็งและความมั่นคงของจิตใจพวกเ้าแต่ละคน ผู้ใดที่สามารถยืนหยัดอยู่ภายในค่ายกลนี้ได้นานที่สุด สามารถรักษาตัวตนและความสงบของจิตใจไว้ได้ท่ามกลางแรงกดดันและภาพมายา และไม่หลงใหลหรือหวาดกลัวต่อภาพมายาเ่าั้จนสูญเสียสติไป จะถือว่ามีคะแนนสูงในการทดสอบด่านนี้! จงจำไว้ให้ดี สติ ความมั่นคง และการรู้จักตนเอง คือสิ่งสำคัญที่สุดในการทดสอบครั้งนี้! เอาล่ะ เริ่มการทดสอบได้!"
สิ้นเสียงคำสั่งอันเด็ดขาดนั้น ผู้เข้าสอบต่างทยอยเดินเข้าไปยังจุดต่างๆ ภายในขอบเขตของค่ายกลตามที่ศิษย์พี่ได้ชี้บอกทางไว้ ฮ่าวหรานสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าเดินเข้าไปยังจุดหนึ่งที่อยู่ค่อนไปทางด้านหลัง เขาััได้ถึงพลังงานลึกลับที่เข้มข้นขึ้นในทันทีที่ก้าวข้ามเส้นอาคมวงนอกเข้าไป มือข้างหนึ่งของเขาเผลอกำหินสะกดอัสนีเม็ดเล็กที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
พลัน! อักขระและลวดลายอาคมทั้งหมดบนพื้นพลันส่องแสงสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน! พลังงานอันยิ่งใหญ่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแผ่กระจายออกมาครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในทันที!
วูบ!
โลกภายนอกพลันเลือนหายไปในพริบตา!
ฮ่าวหรานรู้สึกถึงแรงกดดันอันหนักหน่วงมหาศาล ราวกับมีูเาทั้งลูกกำลังถล่มทับลงมาบนจิติญญาของเขาโดยตรง! มันบีบคั้น กดทับ และปั่นป่วน ทำให้ความคิดของเขาเริ่มสับสนและติดขัด ลมหายใจเริ่มหนักหน่วงและถี่กระชั้นขึ้น เขามองไปรอบๆ ตัว เห็นเงาร่างของผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่รอบๆ บางคนหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ บางคนตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ฟางเจี๋ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เหงื่อเม็ดใหญ่แตกพลั่กออกมาเต็มใบหน้า เย่หลางกัดฟันแน่นจนกรามสั่น พยายามยืนหยัดต้านทานแรงกดดันนั้นอย่างสุดกำลัง ส่วนหลิง ชิงเยว่ เพียงขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ได้
ยังไม่ทันที่ฮ่าวหรานจะได้ทันปรับตัวหรือตั้งหลักให้มั่นคง ทิวทัศน์รอบกายของเขาก็พลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว! เขากลับไปอยู่ในตรอกแคบๆ อันคุ้นเคยของนครฉางเฟิงอีกครั้ง! เบื้องหน้าของเขาคือ หวัง หู่ และพรรคพวกอันธพาลของมัน กำลังแสยะยิ้มเยาะเย้ย และพุ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางคุกคาม! ความรู้สึกหวาดกลัว ความโกรธแค้น และความอัปยศอดสูจากเหตุการณ์ในวันนั้น ย้อนกลับเข้ามาจู่โจมจิตใจของเขาอย่างรุนแรงอีกครั้ง!
'ภาพมายา! นี่มันคือภาพลวงตา!' สติของฮ่าวหรานตื่นตัวขึ้นมาทันที! เขาระลึกถึงคำสอนของมารดาที่ให้ดำรงสติไว้เสมอ และหลักการพื้นฐานของ "เคล็ดวิชาอัสนีา" ที่เน้นการควบคุมจิตใจให้สงบนิ่งเป็อันดับแรก 'รักษาใจให้สงบนิ่ง สังเกตการณ์ อย่าได้ตกเป็ทาสของอารมณ์!' เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มความรู้สึกหวาดกลัวและโกรธแค้นที่กำลังผุดขึ้นมาภายในใจ 'ความรู้สึกนี้... เหตุการณ์นี้... ข้าเคยผ่านมันมาแล้ว! มันเป็เพียงแค่อดีต เป็เพียงแค่เงาที่ถูกสร้างขึ้นมา มันไม่สามารถทำอะไรข้าได้ในตอนนี้อีกต่อไป!'
เขาเพ่งสมาธิมองไปยังภาพมายาของหวัง หู่ และพรรคพวกเบื้องหน้าอย่างพิจารณา ใช้ทักษะการสังเกตการณ์ที่เขาได้ฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง 'รอยยิ้มเยาะเย้ยนั่น... มันดูแข็งทื่อและแฝงความเกลียดชังที่เกินจริงไป กำแพงของตรอกนั่นก็ดูมีรอยร้าวที่ไม่เหมือนเดิม รายละเอียดหลายอย่างมันผิดเพี้ยนไปจากความจริง!'
เมื่อเริ่มจับผิดและมองเห็นความไม่สมจริงของภาพลวงตาได้แล้ว เขาจึงไม่ได้คิดที่จะตอบโต้หรือหลบหนีภาพมายานั้น แต่กลับเลือกที่จะหลับตาลงชั่วขณะ รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่การโคจรลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ และพยายามรักษา "ทะเลแห่งจิตใจ" ของตนเองให้สงบนิ่ง เรียบเฉย ดุจผิวน้ำในบ่อน้ำที่ไร้ซึ่งแรงลม เขานึกถึงความรู้สึกเย็นสบายจากหินสะกดอัสนีที่เขากำไว้ ใช้มันเป็ดั่งสมอทางจิตใจเพื่อยึดเหนี่ยวสติเอาไว้ 'หลักการแห่งการชักนำพลัง... ต้องเริ่มต้นจากความสงบนิ่งภายในจิตใจเสมอ...' เขาท่องหลักการสำคัญจากเคล็ดวิชาที่เพิ่งได้รับมาซ้ำๆ ในใจ พยายามที่จะมองทะลุผ่านความวุ่นวายและความลวงตาของภาพมายาเบื้องหน้าไปให้ได้
【ตรวจพบการรบกวนทางจิตใจระดับต่ำ... กำลังดำเนินการเสริมสร้างเสถียรภาพพื้นฐานของทะเลแห่งจิตใจ...】 ข้อความจากระบบมรดกปรากฏขึ้นมาจางๆ เพียงชั่วครู่แล้วหายไป มันเป็ดั่งกำลังใจเล็กๆ ที่ช่วยยืนยันให้เขารู้ว่าตนเองกำลังมาถูกทางแล้ว
แต่แล้ว ในขณะที่เขากำลังจะควบคุมจิตใจให้สงบได้อย่างสมบูรณ์ แรงกดดันทางจิติญญาจากค่ายกลร้อยมายาก็พลันเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่าตัว!
ภาพตรอกซอยอันคุ้นเคยพลันสลายหายไป กลายเป็ภาพของ พยัคฆ์เงา ตัวใหญ่ทะมึนที่เขาเคยเผชิญหน้ามาในช่องเขาวายุคลั่ง! มันกำลังยืนแยกเขี้ยว คำรามก้องด้วยเสียงอันน่าสะพรึงกลัว! เขี้ยวเล็บอันแหลมคมของมันสะท้อนแสงแวววาว ดวงตาสีเหลืองอำพันลุกวาวจ้องมองมาที่เขาราวกับจะฉีกร่างออกเป็ชิ้นๆ! กลิ่นอายแห่งความตายอันเย็นเยียบและสมจริง จู่โจมเข้าใส่จิตใจของเขาอย่างรุนแรงและฉับพลัน!
ฮ่าวหรานสะดุ้งเฮือก! เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว! ความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวจากเหตุการณ์ในช่องเขาวายุคลั่งนั้นย้อนกลับมาจู่โจมเขาอีกครั้งอย่างรุนแรง! ภาพมายาในครั้งนี้สมจริง กดดัน และน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าครั้งแรกหลายเท่านัก! เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด พลังงานสายฟ้าในกายของเขาเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้งด้วยความหวาดกลัวและสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่ครั้งนี้! เขากัดฟันแน่น! 'ข้าจะไม่ยอมแพ้ต่อความกลัวนี้อีก! ครั้งก่อนท่านแม่เป็คนช่วยข้าไว้ แต่ครั้งนี้ข้าจะต้องยืนหยัดและผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวของข้าเอง!' เขาระลึกถึงความมุ่งมั่นที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้!
เขาฝืนต้านทานความกลัวที่พยายามจะเข้าครอบงำจิตใจ บังคับให้ตนเองเงยหน้าขึ้น เผชิญหน้ากับภาพมายาอันน่าสะพรึงกลัวนั้นตรงๆ พยายามที่จะมองหามันด้วยจิตใจที่สงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่ามันจะทำได้ยากลำบากยิ่งนักก็ตามที!
(จบตอนที่ 20)