" เป็ฮูหยินหรือเ้าค่ะ หมายความว่ายังไง "
" ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้พี่รับราชการ เป็หมอที่มียศเท่ากับหมอหลวงน่ะ แต่คงต้องออกศึกรักษาผู้ที่าเ็ในา เพื่อเป็กองหนุนให้กับกองทัพ และเป็ที่ปรึกษาให้กับท่านแม่ทัพด้วย "
" ถ้าเช่นนั้นทุกคราที่มีศึกท่านก็ต้องไปด้วยใช่หรือไม่เ้าค่ะ "
" เป็เช่นนั้น เช่นนี้แล้วเ้าจะยอมเป็ฮูหยินให้พี่หรือไม่ "
" เป็ฮูหยินของคุณชาย ท่านก็ต้องมีอนุอีกหลายคนสิน่ะเ้าค่ะ "
ว่านชิงนึกถึงตรงนี้ก็ทำให้ใจหล่น จื่อยวนจึงยิ้มเอ็นดูทันที ภายในใจก็คิดได้ว่าหากคนตัวเล็กไม่มีใจกับตนคงจะไม่เอ่ยเช่นนี้เป็แน่
" พี่ไม่จำเป็ต้องรับอนุเข้ามาเพื่อให้สกุลอยู่รอดหรอกนะ ท่านพ่อของพี่ก็ยังมีแค่ท่านแม่ไม่เห็นจำเป็จะต้องแต่งอนุเข้ามาเลย "
ว่านชิงยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น จื่อยวนบีบจมูกของคนตัวเล็กก่อนที่จะเอ่ยออกไป
" กลับเรือนเถอะ ดึกมากแล้ว แต่ก่อนไป พี่ขอจูบเ้าอีกสักครั้งนะคนดี "
เอ่ยจบจื่อยวนก็ไม่ได้รอคำตอบ รั้งท้ายทอยคนตัวเล็กลงมารับจูบที่ดูดดื่มจากตน ลิ้นร้ายแทรกลึกเข้าไปในโพร่งปาก ก่อนที่จะเกี่ยวเกาะลิ้นเล็กให้ัักัน จนคนในอ้อมกอดอ่อนระทวย
ว่านชิงกอดคนตัวโตไว้แน่นเช่นกัน เนินนานที่ทั้งสองกอดจูบกันจนจื่อยวนต้องรีบหยุดเมื่อได้สติ
" อ๊าา ไปเถอะ ก่อนที่พี่จะอดใจไม่ไหว "
ว่านชิงยังคงส่งสายตาหยาดเยิ้มโดยไม่รู้ตัว จนจื่อยวนนั้นต้องอดทนเป็อย่างมาก เพราะตนอยากให้รอจนถึงวันเข้าหอเสียก่อน
จื่อยวนพาคนตัวเล็กกลับมาส่งที่ห้อง ก่อนที่ตนนั้นจะเดินออกไปสวนที่พักของตน ที่อยู่ในห้องโถงที่ไม่ใหญ่ของกระท่อม เพราะกระท่อมหลังนี้มีเพียงสองห้องเท่านั้น
จื่อยวนและจินหยางจึงนอนให้องนี้ เพื่อเฝ้ายามไปในตัวด้วย จื่อยวนที่กำลังปูที่นอนอยู่ก็ต้องหยุดชะงัก
" อีกสองวันข้าคิดว่าคงจะต้องเดินทางกลับแคว้นแล้ว ถ้ายังไงเ้าก็ช่วยไปส่งข้าจนถึงชายแดนด้วยก็แล้วกัน "
ซีกวนเอ่ยกับอีกคนที่ตอนนี้ยืนฟังตนอยู่
" ข้าหวังว่าเ้าจะดูแลให้ว่านชิงมีความสุข "
" หม่อมฉันจะดูแลคนที่หม่อมฉันรักให้ดีที่สุดพะยะค่ะ "
ซีกวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนที่จะเดินกลับเข้าห้องไป คราแรกคิดว่าตนจะเสียใจมากกว่านี้ แต่ความรู้สึกกับมีเพียงแค่ความผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้มากมายจนทำให้เสียใจอย่างที่ควรจะเป็
กำหนดเดินทางกลับองค์ชายและเหล่าผู้ติดตามก็ออกเดินทางออกจากหุบเขา และก็เป็อย่างที่คิดคือมีกลุ่มมือสังหารที่ดักซุ่มรออยู่ แต่ก่อนหน้านี้ก็ได้พยายามที่จะเข้าไปแล้ว
แต่เพราะกับดักของว่านชิงที่มีมาก จึงทำให้มือสังหารผ่านไปไม่ได้ การต่อสู้จึงเกิดขึ้นเมื่อทั้งหมดเดินทางออกมาจากหุบเขาจนเกือบถึงชายแดนแล้ว
" จินหยางพาองค์ชายไปก่อน ข้าและว่านชิงจะต้านไว้เอง รีบไปเถอะ "
" ไม่ ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะให้ข้าทิ้งพวกเ้าไว้ได้อย่างไร "
ทั้งสี่ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง แต่เพราะครั้งนี้มือสังหารมากันมาก เพราะได้รับคำสั่งมาให้สังหารทั้งหมดให้ได้
" ฆ่าพวกมันให้ได้ อย่าปล่อยให้รอดไปได้ คนสกุลหลานก็ฆ่าให้หมด 50 ตำลึงจะเป็ของคนที่เด็ดหัวพวกมันได้ "
หัวหน้ามือสังหารออกคำสั่งกับสมุนของตน
" ว่านชิงถ้ามีโอกาสก็รีบหนีไปซะ "
" ข้าจะหนีไปคนเดียวได้อย่างไรกัน "
ว่านชิงเอ่ยกับจื่อยวนในขณะที่กำลังต่อสู้กัน ทั้งสี่ยืนอยู่ทามกลางมือสังหารกว่า 50 คน ที่ลุ่มล้อมอยู่
" พวกมันมีมากเกินไป จะทำอย่างไรกันดีพะยะค่ะ "
จินหยางเอ่ยกับองค์ชาย ในขณะนั้นมือสังหารก็เริ่มถอยออก ทำให้ทั้งสี่เริ่มแปลกใจแต่ก็ไม่นานเมื่อเห็นว่าที่ถอยออกไป ก็เพื่อให้พลธนูตั้งท่ามายิงพวกตนนั้นเอง
" แย่แน่ พวกมันขนาบข้างเช่นนี้ ว่านชิง"
จื่อยวนเอ่ยจบก็ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดเพื่อปกป้องไว้ แต่ก่อนที่มือสังหารจะยิงธนูออกมา ก็มีเสียงร้องเพราะความเ็ปดังขึ้นเสียก่อน
" จับเป็ได้ก็ให้จับเป็ แต่ถ้าพวกมันขัดขืนก็ฆ่าให้หมด "
ฟานอวี้ออกคำสั่งกับทหารของตนที่อาสาตามมาในครั้งนี้ ธนูถูกยิงออกมาจากทั้งสองฝั่ง มือสั่งหารต่างก็ล้มตายจนหัวหน้ามือสังหารหนีตายก่อนสมุนเสียอีก
จื่อยวนยิ้มออกมาทันทีที่เห็นว่าสหายของตนนั้นมาช่วย ว่านชิงเองเมื่อเห็นคุณหนูของตนมาด้วยก็ยิ้มออกมาทันที
" คุณหนู พี่ชินลี่ "
" ว่านชิง เ้าเป็อะไรหรือไม่ "
" ข้าไม่เป็อะไร ข้าดีใจที่ท่านมา ขอบคุณเ้าค่ะ "
" พูดอะไรเช่นนั้นกัน เ้าก็เหมือนน้องสาวของข้านะ "
ฝูหรงเอ่ยกับว่านชิง ชินลี่เดินเขามาหาก่อนที่จะสวมกอดอีกคนเอาไว้
" ปล่อยให้อยู่คนเดียวแค่นี้ก็น้อยใจเป็แล้วหรือ "
" พี่ชินลี่ข้าไม่ได้น้อยใจเสียหน่อย "
สามสาวพูดคุยกันจนหนุ่มต่างก็ส่ายหน้า องค์ชายซีกวนจึงเดินเข้ามาหาฝูหรงก่อนที่จะกอดคอไว้
" ฝูหรงแทนที่เ้าจะดใจที่เจอข้า นี่เ้ากลับดีใจที่เจอว่านชิงเช่นนั้นหรือ "
"ปล่อยมือจากฮูหยินหม่อมฉันด้วยพะยะค่ะ "
ฟานอวี้ไม่พูดเปล่ามือเรียวยังจับมือของอีกคนออกอีก จนองค์ชายนึกแปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปของแม่ทัพใหญ่
" เหตุใดข้าจะกอดน้องสาวข้าไม่ได้กันล่ะ "
" น้องสาวอะไรกันพะยะค่ะ "
" นี่เ้ายังไม่ได้บอกท่านแม่ทัพอีกหรือฝูหรง "
องค์ชายซีกวนเอ่ยถามฝูหรง จื่อยวนเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้น
" เอาไว้เราค่อยพูดคุยเื่นี้เถอะพะยะค่ะ ที่นี่ไม่เหมาะนัก "
องค์ชายเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็คิดได้จึงเงียบทันที ฟานอวี้ยังคงแปลกใจว่าเหตุใดองค์ชายจึงเอ่ยเช่นนั้น แต่เพียงไม่นานก็เข้าใจได้
องค์ชายคือบุตรของพระขนิษฐาฮ่องเต้แห่งแคว้นชินลาที่ไปอภิเษกกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของแคว้นซางกวู เช่นนั้นองค์ชายและฝูหรงก็คือลูกพี่ลูกน้องกัน เช่นเดียวกับจื่อยวนสหายของตนนั้นเอง
" หม่อมฉันเข้าใจแล้วพะยะค่ะ หม่อมฉันจะให้ทหารจัดการกับศพพวกนี้ พวกเราก็เดินทางไปชายแดนกันเถอะ "
" อืม เราออกเดินทางกันเถอะเดียวจะมืดค่ำเสียก่อน "
จื่อยวนเอ่ยขึ้น พร้อมกับจูงมือว่านชิงไปขึ้นมาอีกครั้งจนฝูหรงและชินลี่ต่างก็แปลกใจ หันไปมองหน้าองค์ชายซีกวนและจินหยาง
" อย่างที่เห็นนั้นแหละ "
จินหยางเอ่ยออกมา องค์ชายยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย
ทั้งหมดออกเดินทางจนถึงชายแดน เหล่าทหารต่างก็รีบออกมารับเสด็จองค์ชายของตน ทั้งหมดเดินทางเข้าพักที่ค่ายทหารของแคว้นซางกวู
แม่ทัพลู่ที่รอการติดต่อจากผู้ติดตามขององค์ชายแต่ก็ไม่ได้ข่าวคราวเลยแม้แต่น้อย
" องค์ชาย ในที่สุดก็กลับมาเสียที หม่อมฉันร้อนใจยิ่งนักที่ได้ยินข่าวว่าองค์ชายถูกลอบสังหาร "
" ข้าไม่เป็ไรท่านแม่ทัพ ว่านชิงมาช่วยข้าทัน และครานี้ก็เป็ท่านแม่ทัพใหญ่แคว้นชินลามาส่งข้าเอง ท่านอย่าได้กังวลเลย "
" ขอบคุณท่านแม่ทัพฟานอวี้ และฮูหยิน ท่านด้วยท่านหมอจื่อยวน ไม่พบกันเสียนาน ท่านคงจะสบายดี "
แม่ทัพลู่เอ่ยถามหลานชายของสหายต่างแคว้น จื่อยวนจึงคำนับผู้ที่อวุโสกว่า
" ข้าน้อยสบายดีขอรับ ท่านแม่ทัพก็ยังดูแข็งแรงเช่นเคยนะขอรับ "
" เ้านี้ช่างพูดเหมือนเคยเลยนะ แล้วเ้าล่ะว่านชิง "
" ข้าน้อยสบายดีเ้าค่ะท่านตา "
แม่ทัพลู่ยิ้มให้กับหลานๆทุกคนที่เห็นมาั้แ่เล็กแต่น้อยบนเขากู่หลาน ฟานอวี้ไม่ได้แปลกใจที่เหตุใดทุกคนจึงดูสนิทสนมกันเช่นนี้ เพราะว่
าฝูหรงเอ่ยบอกหมดแล้ว
" จริงสิพวกเ้ามาได้อย่างไรกัน "
องค์ชายเอ่ยถามทันทีเมื่อนึกขึ้นได้