บทที่ 9
"ฮะ ฮองไทเฮา อภัยให้พวกกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ" ทหารและขันทีที่กำลังนอนฝันหวานกันอยู่นั้น ตื่นมาอีกทีพวกเขาก็มาอยู่ที่สุสานแล้ว และเพียงได้เห็นจางชิงหลิน พวกเขาก็รู้แล้วว่าความตายกำลังเรียกหาพวกเขาอยู่
"ข้าคงไม่ต้องพูดความผิดของพวกเ้ากระมัง พวกเ้าน่าจะรู้ตัวดีกว่าข้า ว่าถ้าถูกจับได้ขึ้นมาโทษที่ได้รับจะเป็เช่นไร ทำไมกันล่ะ ทั้ง ๆ เมื่อก่อนอดีตฮ่องเต้ ดีกับพวกเ้ามาแค่ไหน และก็เป็พวกเ้าเองที่อาสาเฝ้าสุสาน
เบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ก็ถูกส่งมาไม่เคยขาด แล้วสิ่งที่ข้าเห็นคืออะไร สุสานอดีตฮ่องเต้ที่ควรจะถูกดูแลอย่างนี้กลับมาหญ้าขึ้นรกร้างเต็มไปหมด และยังไม่ใช่แค่นั้น
สมบัติที่อยู่ในสุสานยังถูกขโมยไปแต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับพระศพของอดีตฮ่องเต้ที่ถูกขโมยไป พวกเ้าจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร" เสียงของจางชิงหลินเข้มและดุดัน
ทหารและขันทีที่ยังมีความหวังอยู่เพียงนิดตอนนี้ความหวังที่จะรอดชีวิตของพวกเขาไม่เหลือแล้ว พระศพของอดีตฮ่องเต้ถูกขโมยไป ต่อให้พวกเขามีร้อยชีวิตก็ไม่พอที่จะชดใช้ได้
"สังหารเลยหรือไม่เ้าคะ" หนิงเฟิงถามขึ้นมองอาการสั่นกลัวของทหารและขันทีด้วยความสมเพช
"แน่นอนว่าโทษตายของพวกเขาย่อมหนีไม่พ้น แต่ก่อนที่พวกเขาจะตายก็ต้องทำดีไถ่โทษสักหน่อย หลี่หาน เ้ากำลังหาคนมาทำความสะอาดสุสานอยู่ไม่ใช่หรือ ให้พวกเขาทำสิ คงจะช่วยได้เยอะเลย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก่อนพวกเขาจะตาย ทรมานพวกเขาจนกว่าข้าจะสั่งให้หยุด กล้าขโมยสมบัติของอดีตฮ่องเต้ กล้าละเลยหน้าที่ของตัวเอง พวกเขาก็ต้องได้รับการตอบแทนบ้าง หลายปีที่ผ่านมานี้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานดูบ้างจะเป็ไรไป" จางชิงหลินมองไปที่ทหารและขันทีที่ถูกมัดอยู่ด้วยสายตาดุดัน
"ขอรับ ข้าน้อยจะทำตามที่นายหญิงสั่งเป็อย่างดี รับรองว่านายหญิงจะต้องพอใจแน่นอน" หลี่หานแสยะยิ้มออกมาด้วยความถูกใจ
"ข้าจะรอดู" จางชิงหลินมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง
หลังจากได้รับคำสั่งหลี่หานก็เริ่มให้ทหารและขันทีเริ่มทำความสะอาดสุสานทันที คนพวกนี้อยู่สุขสบายกันมานาน ตอนนี้กลับกลายเป็ว่า แค่กวาดใบไม้ที่หล่นอยู่ตามพื้นพวกเขายังทำเก้ ๆ กัง ๆ อยู่เลย
"โอ๊ย ได้โปรดเถอะท่านปล่อยข้าไปเถอะ" ขันทีวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยขอร้องเมื่อโดนแส้ฟาดลงไปเมื่อเขาทำงานชักช้า ทำให้คนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างทำใจทำงานแม้ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหนก็ตาม
"ปล่อยหรือ จะเป็ไปได้อย่างไรเล่า พวกเ้าทำผิดต่อนายของข้าขนาดนั้น จะปล่อยพวกเ้าไปได้อย่างไร" หลี่หานแสยะยิ้มออกมา ไม่ได้มีความสงสารและเห็นใจคนพวกนี้เลยแม้แต่น้อย
"สงสัยพวกเขาสุขสบายเกินไปขอรับหัวหน้า พวกเขาน่าจะรู้ดีว่านายท่านและนายหญิงเป็คนอย่างไร โเี้มากแค่ไหนสำหรับคนที่ทรยศหักหลังพวกท่าน แต่ก็ดีแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้จะได้มีคนได้เตือนความจำบ้าง หัวหน้าเห็นด้วยหรือไม่ขอรับ" องครักษ์ที่เป็ลูกน้องของหลี่หานถามขึ้น ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้ม
"ใช่ ต้องเตือนความทรงจำกันหน่อย" หลี่หานแสยะยิ้มออกมา คนพวกนี้สุขสบายเกินไปจริง ๆ ตอนนายหญิงเป็ฮองไทเฮานับว่าโหดแล้ว
แต่ตอนนี้มีนายท่านอยู่ข้าง ๆ ไม่ว่านายหญิงจะดุและโหดแค่ไหนนายท่านก็พร้อมที่จะสนับสนุน และนายท่านจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องนายหญิงแน่นอน
"ท่านพี่เก่งที่สุดเลยเ้าค่ะ" จางชิงหลินไม่พูดเปล่า นางเข้าไปกอดหลงเจิ้นอี้ที่กำลังยืนราวจับทั้งสองข้างอยู่
"เพราะมีกำลังใจดีอย่างหลินเอ๋อร์อย่างไรเล่า" หลงเจิ้นอี้ปล่อยมือข้างหนึ่งยกมือมากอดจางชิงหลินเอาไว้
"จริงหรือเ้าคะ" จางชิงหลินเงยหน้าขึ้นมาถาม ใบหน้าของจางชิงหลินประดับด้วยรอยยิ้ม
"จริงขอรับนายหญิง ข้าน้อยยืนยันได้ ั้แ่นายหญิงมาอยู่ข้าง ๆ นายท่านเดินได้ไกลขึ้น แถมตอนที่ต้องเดินแบบไม่มีราวจับก็เดินได้เยอะขึ้น อีกไม่นานนายท่านคงหายกลับมาเป็เหมือนเดิมแน่นอนขอรับ" จางกงกงพูดขึ้นมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม การมาของจางชิงหลิน ไม่ได้มีแค่หลงเจิ้นอี้เท่านั้นที่มีความสุข เขาเองก็เช่นกัน การที่ได้เห็นทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตาเป็สิ่งที่เขาอยากจะเห็นมาตลอด
"ถ้าหมอซูมาเห็นข้าตอนนี้คงจะใมากเป็แน่" หลงเจิ้นอี้พูดขึ้นเพราะถ้าเทียบกับครั้งล่าสุดที่เขามาตรวจเขา กับตอนนี้เขาเปลี่ยนแปลงไปเยอะพอสมควร
"ข้าอยากขอบคุณท่านหมอเป็อย่างมาก ถ้าไม่ได้ท่านหมอท่านพี่จะเป็เช่นไร" จางชิงหลินพูดออกมา นางต้องขอบคุณหมอจริง ๆ
"ต้องขอบคุณท่านหมอจริง ๆ นั่นแหละ" หลงเจิ้นอี้ตอบ
"นายท่าน นายหญิง อาหารเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ" หนิงเฟิงเข้ามารายงานด้วยรอยยิ้ม ภาพตรงหน้าราวกับนางกำลังฝันไป การที่ได้เห็นนายท่านและนายหญิงอยู่ด้วยกันแบบนี้
"น้ำเตรียมไว้หรือยังล่ะ" จางชิงหลินถาม เพราะใช้เวลานับชั่วยามในการกายภาพครั้งนี้ทำให้เนื้อตัวของหลงเจิ้นอี้เต็มไปด้วยเหงื่อ
"หลินเอ๋อร์ปล่อยข้าก่อน เดี๋ยวเปื้อนเหงื่อไปด้วย" หลงเจิ้นอี้นึกขึ้นได้ก็รีบบอกทันที
"ไม่เห็นเป็อะไรเลยเ้าค่ะ ไปเถอะ เดี๋ยวท่านพี่อาบน้ำก่อนนะเ้าคะ จะได้สดชื่น" จางชิงหลินบอก นางค่อย ๆ ช่วยประคองให้หลงเจิ้นอี้เดินไปด้วยกัน
"ที่สุสานเป็อย่างไรบ้าง ทำความสะอาดไปถึงไหนแล้ว" หลงเจิ้นอี้ถามขึ้นหลังจากทานอาหารมื้อเที่ยงและยาเรียบร้อยแล้ว
"หลี่หานรายงานเข้ามาทุกอย่างใกล้จะเรียบร้อยแล้วขอรับ ถ้านายท่านอยากจะใช้งานพวกเขาเพิ่ม ข้าน้อยจะไปบอกหลี่หานให้ขอรับ" จางกงกงตอบพร้อมกับเสนอไปพร้อม ๆ กัน
"คนของอันจวิ้นมาหรือยัง นี่ก็ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว พวกเขาทำงานอย่างไรถึงได้ล่าช้าเช่นนี้" หลงเจิ้นอี้ถามขึ้น น้ำเสียงเขาเข้มกว่าเดิม
"ยังไม่มีใครมาสักคนเลยขอรับ แม้แต่คนของจวนเ้าเมืองยังไม่มีขุนนางคนไหนมาที่สุสานแม้แต่คนเดียว คนพวกนั้นทำราวกับไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย" จางกงกงตอบเขาไม่พอใจเป็อย่างมากที่คนพวกนั้นละเลยสุสานของหลงเจิ้นอี้
"ส่งคนไปกระตุ้นอันจวิ้นหน่อย ว่าอำนาจของเขาช่างมีอยู่น้อยนิด หรือเพราะข้าตายไปแล้วเขาเลยไม่สนใจชื่อเสียงเกียรติยศที่ควรรักษาไว้" หลงเจิ้นอี้สั่งเสียงเข้ม
"ขอรับนายท่าน" จางกงกงรับคำสั่ง ถอยออกไป
"ท่านพี่" จางชิงหลินเรียกหลงเจิ้นอี้เบา ๆ หนิงเฟิงเองที่รู้ว่านายทั้งสองของนางคงจะมีเื่สำคัญที่ต้องคุยกันแน่นอน
"หลินเอ๋อร์ ข้าแค่กำลังสอนหลงอันจวิ้นให้รู้จักอำนาจที่แท้จริง ในเมื่อเขาคิดว่าตอนนี้อำนาจอยู่ในมือเขาทั้งหมด เขาจะทำให้เขารู้ว่า เขายังอ่อนหัดมากแค่ไหน" หลงเจิ้นอี้ตอบ เขารู้ว่าภรรยารู้สึกเช่นไร ในเมื่อหลงอันจวิ้นอยากจะเติบโต เป็ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ นี่แค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
และบทเรียนครั้งนี้จะทำให้เขาเริ่มรู้ว่าอำนาจที่เขาคิดว่าอยู่ในมือเขาทั้งหมดมันไม่ใช่อย่างที่เขาคิด ระยะเวลาไปกลับ ยิ่งเกิดเื่ใหญ่ถึงขั้นพระศพของอดีตฮ่องเต้หายไปจากสุสาน พวกเขาจะต้องเร่งรีบเดินทางมา
แต่นี่เดือนกว่าเกือบ ๆ สองเดือนด้วยซ้ำ แต่ยังไม่มีวี่แววคนของราชสำนักหรือแม้แต่คนในเมืองเจิ้นหนิงก็ไม่มีใครมาแม้แต่คนเดียว
"ตอนนี้ฝ่าาไม่มีคนให้คำปรึกษา หรือแม้แต่จะมี ก็ไม่รู้ว่าไว้ใจได้มากแค่ไหน ข้าไม่รู้ว่าการที่ให้คนของเราลาออกมาทั้งหมดจะเป็เื่ดีหรือไม่
แต่ข้าก็ทนไม่ได้ที่จะได้เห็นพวกเขาต้องตายอีกครั้ง การที่ให้พวกเขาลาออกจากราชสำนักเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะถ้าพวกเขายังอยู่ พวกเขาจะต้องคัดค้านในสิ่งที่ฝ่าาทำ" จางชิงหลินบอก นางเป็ห่วงหลงอันจวิ้นแต่ก็เป็ห่วงคนของตัวเองเช่นเดียวกัน เพราะภาพในชาติก่อนภาพขุนนางผู้ซื่อสัตย์ที่พากันคัดค้านหลงอันจวิ้น แต่ละคนตายอย่างอนาถ นางทนเห็นภาพนั้นไม่ได้
"นี่คือสิ่งที่ถูกต้องแล้วหลินเอ๋อร์ ที่ผ่านมาหลินเอ๋อร์เลี้ยงอันจวิ้นด้วยการปกป้องเขามากเกินไป ตอนนี้เขาควรจะรู้ได้แล้วว่าการที่เขาไม่มีแม่ปกป้องเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง" หลงเจิ้นอี้ตอบ ในเมื่อการที่ค่อย ๆ สอนและปกป้องมากเกินไปแล้วไม่ชอบ หลงอันจวิ้นก็ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองว่าการที่ไม่มีแม่คอยปกป้องเขาจะต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง
"นายท่าน นายหญิงขอรับ มีข่าวด่วนเข้ามาขอรับ" จางกงกงรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามารายงานด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก
"เกิดอะไรขึ้น"
"คนของเราส่งข่าวมาว่า ฮ่องเต้หลงอันจวิ้นเพิ่งประกาศราชโองการแต่งตั้งคุณหนูตระกูลเหยาเป็ฮองเฮาขอรับ" จางกงกงรายงานสีหน้าไม่พอใจมาก นี่คือเหตุผลของการล่าช้าอย่างนั้นหรือ ช่างอกตัญญูเสียจริง