ตอนที่ 29 เมดสาวและกลุ่มหัวขโมย
“พวกแกจะทำอะไรชั้น...”
คาร์ลพยายามดิ้นหลังจากที่พวกเขาทั้งสามคน ถูกพวกเอลฟ์เข้ามาล้อมจับล็อคตัวไว้...
จากนั้นพวกเอลฟ์ได้เล็งเป้าไปที่กอน
องค์ชายเอลฟ์เดินเข้ามาใกล้ก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่างด้วยความโกรธแค้น และเอลฟ์ที่เป็ล่ามก็เริ่มแปล
“คืน ‘เอเลเมนท์ปริซึม’มาซะ…เ้าหัวขโมย”
กอนขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีไม่คิดว่าพวกเอลฟ์มันจะจำเขาได้ทั้งที่มันนานมาแล้ว
...ในอดีตคุณปู่ของกอนเคยพาเขาเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดนั่นรวมถึงเดินทางไปยังโลกที่อยู่อีกฝั่งของมิติ
‘เอเลเมนท์ปริซึม’ที่ว่า คือหนึ่งใน ‘อินฟินิตี้ปริซึม’
มันเป็อัญมณีรูปทรงปริซึมที่มีขนาดพอๆกับหัวของมนุษย์
พลังของอินฟินิตี้ปริซึมนั้นคือจุดสูงสุดเหนือทุกสิ่งและไร้ขีดจำกัด ไม่มีสิ่งใดที่สามารถมันได้
ส่วนเอเลเมนท์ปริซึมเป็หนึ่งในอินฟินิตี้ปริซึมที่มีความสามารถในการควบคุมธาตุทุกธาตุเหนือทุกสิ่งในเื่ของธาตุไม่มีสิ่งใดที่จะเทียบ ‘เอเลเมนท์ปริซึม’ ได้
...มันคือสิ่งที่พวกเอลฟ์เคารพบูชาเหนือยิ่งกว่าเทพพระเ้าไม่มีสิ่งใดที่สามารถพลังของมันได้
.
.
ในหลายปีก่อนที่เผ่าเอลฟ์และมนุษย์สามารถเดินทางท่องเที่ยวซึ่งกันและกันได้อยู่นั้น
มีมนุษย์กลุ่มหนึ่งจำนวนสามคนประกอบไปด้วยชายแก เด็กชายตัวเล็ก และเมดสาวหน้ากากขาว
ได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังเมืองหลวงของเหล่าเอลฟ์
ใจกลางเมืองสถานที่อันเป็ที่ตั้งของเอเลเมนท์ปริซึมเป็สถานที่แห่งการเคารพ และเปิดกว้างสำหรับทุกคน
เหล่าเอลฟ์ไม่มีความกลัวเลยว่าเหล่านักท่องเที่ยวจะขโมยเอเลเมนท์ปริซึมไปหรือไม่
เพราะไม่มีสิ่งใดที่สามารถมันได้...
ในอดีตเคยมีผู้ที่มักใหญ่ใฝ่สูง้าที่จะพลังของมัน...และมันผู้นั้นต่างพบกับสภาพที่ตายอย่างอนาถ
บ้างก็ตายในสภาพขี้เถ้าจากเปลวเพลิงที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟนรกบ้างก็กลายเป็ก้อนน้ำแข็ง ก่อนที่จะแหลกละเอียดกลายเป็เศษผงเล็กๆ
.
.
----แต่แล้วสิ่งที่พวกเอลฟ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ภายในค่ำที่ปกติสุขของพวกเขาเหล่าเอลฟ์พวกเขานอนหลับกันอย่างสบายใจ และด้วยความชะล่าใจนี้เอง
ภายในค่ำคือที่สงบสุขเ่าั้...เอเลเมนท์ปริซึมสิ่งที่พวกเขาเคารพบูชาและไม่มีประโยชน์อย่างอื่นอีกเลย...มันได้หายไป
...ในเช้าวันรุ่งขึ้น ความแตกตื่นความชุลมุนแล่นเข้าหาพวกเขาในทันที ข่าวคราวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
เหล่าเอลฟ์จำนวนมากต่างโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของเอเลเมนท์ปริซึมบ้างก็ร่ำไห้ดุจขาดใจตาย
...แต่ด้วยความสามารถของเหล่าผู้เฒ่าทั้ง12 แห่งสภาเอลฟ์ ที่สามารถย้อนรอยฉายภาพในอดีตได้
พวกเขาก็พบว่ามีพวกมนุษย์ 3คนใช้วิธีการบางอย่าง...หลังจากนั้นเอเลเมนท์ปริซึมก็หายไปในทันที
หลังจากที่รู้ถึงต้นเหตุ...ใบประกาศจับใบหน้าของกลุ่มมนุษย์ทั้งสามคนปลิวว่อนไปทั่วมีเพียงเมดสาวที่สวมหน้ากากขาวเท่านั้นที่ไม่รู้ใบหน้า
ความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าพันธุ์เริ่มแย่ลงมนุษย์ถูกห้ามเข้าไปภายในดินแดนของเอลฟ์ทันที จนกว่าจะคืนเอเลเมนท์ปริซึมและต้องส่งตัวมนุษย์ทั้งสามคนที่เป็หัวขโมยมาให้กับทางเอลฟ์
...เพียงแต่เหล่าผู้นำมนุษย์ในตอนนั้นกับไม่ได้รู้เื่อะไรเลยพวกเขาคิดว่าเป็เพียงแค่เื่ใส่ร้ายจากพวกเอลฟ์เท่านั้น...พวกเขาหาไม่ได้สนใจพวกเอลฟ์เลยสักนิดทำเพียงแค่ยอมรับข้อตกลงว่า ‘ถ้าเจอก็จะเอามาให้’
และแน่นอนจนถึงปัจจุบันนี้เอลฟ์ยังไม่ได้รับเอเลเมนท์ปริซึมคืน และตัวของหัวขโมยทั้งสามก็เช่นกัน
.
.
.
-----กอนในตอนนั้นยังเด็กมากๆ
เมื่อปู่สั่งให้เขาทำอะไรเขาก็ทำหมดนั่นรวมถึงดูดสิ่งที่เรียกว่า‘เอเลเมนท์ปริซึม’ลงไปในหม้อหลุมดำของเขา
พวกเอลฟ์มันมั่นใจเกินไปว่าไม่มีใครสามารถััหรือแตะต้องเอเลเมนท์ปริซึมได้..
แต่เื่ที่กอนสงสัยอีกอย่าง เขามั่นใจมากเลยว่าไม่มีใครมองพวกเขาอยู่ และสถานที่แห่งนั้นของพวกเอลฟ์ไม่น่าจะมีสิ่งที่เรียกว่ากล้องวงจรปิด...แต่ทำไมพวกมันถึงรู้ใบหน้าของเขาได้
...
...เหล่าเอลฟ์นั้นจำความแค้นได้เป็อย่างดีนั่นรวมถึงเอลฟ์ที่กอนไปหัวเราะใส่กอนหน้านี้
เอลฟ์ตัวนั้นไม่ได้มองหน้ากอนเพราะไม่พอใจที่ไปหัวเราะใส่มันแต่มันมองเพราะใบหน้าของกอนคุ้นๆ เหมือนกับหัวขโมยในใบประกาศจับ เมื่อลองคาดเดาจากรูปร่างและอายุเมื่อตอนนั้นแล้ว มันต้องไม่ผิดตัวอย่างแน่นอน...ว่าแล้วเขาก็เอาเื่นี้ไปแจ้งให้กับทางองค์ชายทราบในทันที
.
.
.
“บอกมา...แกเอาเอเลเมนท์ปริซึมไปไว้ที่ไหน”
คาร์ล และไรจิต่างมองด้วยความงุนงง พวกเขาทั้งสองไม่รู้เื่อะไรเลย
“พวกแกพูดเื่อะไรกัน...ไม่เห็นจะเข้าใจเลย~”
กอนตอบโดยแสร้งทำสีหน้าของคนที่ไม่รู้เื่ดังเช่นคาร์ล และไรจิ...
ความจริงแล้วกอนก็อยากจะตอบตามตรงอยู่หรอกหากแต่สิ่งที่เรียกว่า‘เอเลเมนท์ปริซึม’นั้น มันไม่มีอยู่แล้ว...มันกลายเป็วัตถุดิบในการสร้างสุดยอดเมดไปแล้วเรียบร้อย
...แน่นอนว่าคำตอบของกอน มันยิ่งทำให้พวกเอลฟ์ไม่พอใจเข้าไปใหญ่
“ทำเป็ไขสือนักนะ...ได้!!!!!”
องค์ชายเอลฟ์ผายมืออกทำสัญลักษณ์บางอย่าง
“รับทราบครับองค์ชาย”
…กอนเห็นพวกเอลฟ์มันเดินไปทางคาร์ล ก่อนที่จะจับร่างของเขานอนหงาย
“ปล่อยนะโว้ย!!”
คาร์ลพยายามดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด
“พวกแกจะทำอะไรนะ!...”
กอนเริ่มมีสีหน้าที่รุกรี้รุกรน
“พวกแกมีปัญหากับชั้นไม่ใช่เหรอ...แล้วทำไมไม่ทำชั้นแทนล่ะ”
...
“ชู่!!!...แค่มองดูเงียบๆก็พอแล้ว”
...หลังจากที่องค์ชายเอลฟ์สั่งให้กอนมองอยู่เงียบๆ
ก่อนที่เอลฟ์ตัวหนึ่งจะเอาขวดแก้วที่มีของเหลวใสๆออกมา
“ไม่มีไม้อ่อนสำหรับพวกแกอีกต่อไป...นี่คือน้ำยาแห่งการทรมานที่พวกเราเหล่าอลฟ์คิดค้นขึ้นเพียงแค่เทลงาแเล็กๆมันก็จะสร้างความเ็ปแสนทรมานจนต้องร้องขอความตาย…”
องค์ชายเอลฟ์พูดด้วยรอยยิ้ม...ใบหน้าที่หล่อเหลากลับมีรอยยิ้มที่โรคจิตจนน่าสะอิดสะเอียน
“ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะเ้ามนุษย์น้ำยานี่ไม่สามารถสร้างาแได้ ไม่มีทางตายจากาแแน่นอน......เพราะมันจะทำให้ทรมานจนตายแทนยังไงล่ะ”
หลังจากที่องค์ชายเอลฟ์พูดจบน้ำยาก็ถูกเทลงบนาแเล็กๆ บริเวณหน้าท้อง ของคาร์ล
“ไม่นะ!!!”
ในทันทีที่น้ำยาัักับาแ
“อ๊ากกก!!!!!!!!!!!!!!!!”
คาร์ลส่งเสียงกรีดร้องออกมาเหมือนจะขาดใจตายในทันทีจากความเ็ป และความทรมานที่เขาไม่เคยััมาก่อน...
“คาร์ล!!!!!!!!!!!!”
กอนร้องเรียกด้วยสีหน้าที่ซีด...
สภาพของคาร์ลในตอนนี้ไม่ต่างจากไส้เดือนที่ดิ้นอยู่บนกระทะร้อนๆ
ร่างกายของคาร์ลชักกระตุกก่อนที่จะดิ้นอย่างบ้าคลั่ง...แต่ทั้งแขนและขาของเขาถูกจับล็อคเอาไว้
“อ๊าคคคคคคคคคคค!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!..ปล่อย!!!!!!!”
เมื่อน้ำยาขวดแรกถูกเทราดจนหมด...น้ำยาขวดใหม่ก็นำมาเทราดต่อทันทีโดยที่ไม่ปล่อยให้คาร์ลได้พักหายใจ
“ย๊า!!!!อ๊ากกกก”
าแของคาร์ลเริ่มมีควันลอยออกมาก
“คัก...กัก-กักอักอัก~”
ตาของเขาเริ่มเหลือกและเสียงร้องที่ไม่เป็ภาษา ก่อนที่จะมีฟองเล็กๆจำนวนมากพ่นออกมาจากปาก
“พอได้แล้ว!!!ชั้นจะบอกพวกแกเองว่าเอเลเมนท์ปริซึมอยู่ที่ไหน”
กอนกำหมัดแน่นแล้วพูดออกมา
...องค์ชายมองภาพตรงหน้าอย่างชื่นใจแล้วยิ้มออกมาทันที
.
.
.
ฝากติดตามผลงานเพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic