บทที่ 6
การเป็นักผจญภัย
“ใบยื่นคำร้องภารกิจ!”
“ใช่แล้วค่ะเป็กระดาษเอกสารใช้เขียนเพื่อยื่นคำร้องตามชื่อเลย ใบนี้มีไว้สำหรับทุกคนที่้าจัดจ้างนักผจญภัยเพื่อทำงานให้ได้เป้าหมายโดยการกรอกเอกสารนี้จำเป็ต้องบอกอย่างน้อยเื่ความ้าและค่าตอบแทน แล้วจึงยื่นเอกสารคำร้องให้ทางสมาคมนักผจญภัยจากนั้นทางสมาคมนักผจญภัยก็ทำการประเมินระดับของนักผจญภัยที่สามารถทำงานได้รวมถึงค่าตอบแทนที่เหมาะสมแล้วเปลี่ยนเป็ใบประกาศภารกิจที่มาติดที่กระดานบอร์ดอย่างที่เห็นนั้นละคะ”
“แล้วการที่เอาใบยื่นคำร้องภารกิจมาวางไว้ให้ใช้แบบนี้นั้นแปลว่าไม่ว่าใครหรือที่ไหนก็สามารถเอาไปเขียนแล้วค่อยเอามายื่นเื่ที่หลังก็ได้ใช่หรือเปล่าครับ?”
“อืมก็ไม่เคยคิดถึงข้อนี้นะ แต่ตามกฎของสมาคมนักผจญภัยแล้วก็ไม่มีข้อห้ามเื่การนำเอาใบยื่นคำร้องภารกิจออกไปที่อื่นนะงั้นคุณจะเอาไปทำอะไรที่ไหนก็ได้นะ แต่ห้ามเอาไปทิ้งนะคะ”
ลาริซ่าเองก็พึ่งจะคิดถึงเื่ที่วิลทักถามเธอเองก็แปลกใจถึงเื่ที่ปกติไม่ว่าพนักงานคนไหนก็ไม่คิดถึงเื่ในการใช้ใบยื่นคำร้องภารกิจเลยสักนิดวิลเองเมื่อรู้ถึงคำตอบที่เขาถามแล้ว เลยดูเหมือนว่ามันทำให้เขาเริ่มคิดอะไรบางอย่างจนบ่นพึมพำออกมา
“ใบภารกิจเก็บหญ้าลูเซตทั้ง3 ใบ 1ใบต่อ 1 ร้านค้า....ใบยื่นคำร้องภารกิจไม่จำกัด.....งั้นก็เหลือแต่แรงจูงใจในการเพิ่มใบคำร้อง....ไม่สิแล้วข้อจำกัดในการยื่นเื่ละ?”
“ขอโทษนะครับถ้าหากยื่นใบคำร้องโดยใช้คำร้องเหมือนกันหลายๆใบ แต่อาจจะแยกจำนวนที่้าในใบคำร้องพอจะทำได้มั้ยครับ”
“ทำได้ค่ะเพียงแต่ว่าปกติจะไม่มีใครทำกันเนื่องจากหากคนที่ยื่นคำร้อง้าสิ่งที่ระบุในภารกิจเป็จำนวนมากไม่ว่าจะจากคนยื่นเพียงคนเดียวหรือรวมกลุ่มกันมาหากมีความ้าจากหลายๆคนแต่มีจุดประสงค์เดียวกัน เพราะว่าทางสมาคมนักผจญภัยจะค่าทำเนียมหรือค่าบริการเป็ใบๆไปหรือคิดค่าบริการเพิ่มตามจำนวนแต่ก็ยังมีค่าบริการน้อยกว่าการยื่นคำร้องแบบแยกใบอยู่ดีค่ะ”
“อ๋อครับผมขอรับทำภารกิจทั้ง 3 ใบนี่เลยล่ะกันแล้วรบกวนช่วยแนะนำร้านค้าที่ขายของสำหรับนักผจญภัยให้ด้วยได้มั้ยครับ”
“รับทราบค่ะรอสักครู่นะคะ”
วิลที่ยืนรอการทำเื่รับทำภารกิจก็ทำการคิดแผนการบางอย่างอยู่อย่างเงียบๆคนเดียว ลาริซ่าเองยังรู้สึกได้เลยว่าวิลนั้นดูแตกต่างจากนักผจญภัยคนอื่นๆมากแม้ว่าเธอจะทำงานเป็พนักงานที่สมาคมนักผจญภัยแห่งนี้มานานมากแล้วก็ตามนั้นคงไม่แปลกที่จะทำให้เธอคิดกับวิลอย่างนั้น เพราะคำถามทุกอย่างที่วิลถามมามันเป็เื่ที่คนส่วนมากไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยแต่ลาริซ่าก็ได้แต่คิดว่าวิลเป็แค่คนแปลกๆประเภทหนึ่งเพราะโดยปกติแล้วนักผจญภัยมักจะเป็คนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเธอจึงคิดว่าตั้งใจทำงานของตัวเองแล้วไม่เก็บเอาเื่ของวิลมาคิดมากดีกว่า
“เรียบร้อยค่ะและนี้เป็รายชื่อกับแผนที่ร้านค้าสำหรับนักผจญภัยค่ะ”
“ขอบคุณครับแล้วแผนที่นี้ราคาเท่าไรครับ?”
“ตรงส่วนนี้ไม่คิดค่าบริการค่ะเพราะเป็บริการฟรีสำหรับนักผจญภัยมือใหม่ที่พึ่งมาสมัครอยู่แล้วเพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้เอาให้คุณเพราะไม่มีใครมาสมัครเป็นักผจญภัยที่เมืองนี้เหมือนตามที่บอกไปว่าส่วนมากจะสมัครมาจากที่อื่นแล้วค่อยเดินทางมาทำภารกิจที่นี่เลยทำให้ดิฉันลืมบริการตรงส่วนนี้ไปเลยและทางเราขออภัยด้วยที่ภารกิจสำหรับมือใหม่แบบคุณมันน้อยไปหน่อยนั้นคงเป็เพราะไม่ค่อยมีคนระดับ 1 หรือ 2 อยู่ที่เมืองนี้ตามที่ดิฉันบอกอีกอย่างถึงแม้คนจะมีกฎว่าคนที่มีระดับสูงกว่าภารกิจสามารถรับทำภารกิจที่ต่ำกว่าที่เป็ได้หนึ่งระดับแต่ก็ไม่สามารถรับภารกิจที่อยู่สูงกว่าระดับของตนเองได้นะคะนอกจากกรณีฉุกเฉินอย่างทางกลุ่มดาบเหล็กสีชาดที่จัดการแม่ทัพดาร์คออร์คได้เพราะงั้นถึงคุณอยากจะเลื่อนระดับเร็วๆแต่ก็ห้ามทำแบบนั้นนะคะ”
“ขะ...เข้าใจแล้วครับ”
วิลที่พึ่งคิดออกว่าจะใช้การทำผลงานที่เขาสามารถทำเกินระดับตัวเองได้เพื่อจะได้เพิ่มระดับให้เร็วขึ้น ก็โดยลาริซ่าพูดดักหน้าไว้ก่อนทำให้เขาได้แต่ตอบรับแบบคนจนมุมและเดินออกมาจากสมาคมนักผจญภัยอย่างเงียบๆโดยที่เขาก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอากระดาษใบยื่นคำร้องภารกิจมาด้วยปึกใหญ่ลาริซ่าที่เห็นวิลหยิบเอาใบคำร้องภารกิจไปด้วยเยอะขนาดนั้นก็ได้แต่สงสัยในการกระทำของวิลแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเขาต่อ เพราะเธอก็เป็คนบอกเองว่าสามารถหยิบเอาไปใช้ได้ง่ายๆ
“เฮ้อการเลื่อนขั้นคงไม่ง่ายๆจริงๆสินะ งั้นคงต้องใช้อีกแผนและต้องรวบรวมข้อมูลก่อนแต่ยังไงก้ต้องไปส่งจดหมายหาลีอาก่อน หวังว่าไปรษณีย์กับร้านค้าต่างๆจะยังไม่ปิดนะแม้จะเริ่มมืดแล้วก็เถอะ”
วิลที่ตัดสินใจเื่ต่างๆได้แล้วก็เริ่มไปส่งจดหมายหาลีอาเพื่อนสาวของเขาก่อนนั้นทำให้เขารู้ว่าวัฒนธรรมที่ดินแดนเวทมนตร์แห่งนี้ มันแตกต่างจากที่บ้านเขามากแม้กระทั้งเวลาเปิดปิดร้านค่าต่างๆที่บางร้านจะเปิดถึงกลางดึก คงเพราะที่นี่เป็เมืองที่อยู่ติดกับมหาวงกตแห่งความมืดที่เป็ 1 ใน 6 มหาเขาวงกตของดินแดนเวทมนตร์มันเลยเป็เมืองที่คึกคักตลอดทั้งวันทั้งคืนยิ่งกับนักผจญภัยที่ใช้ที่นี่เป็แหล่งหาผลประโยชน์ด้วยแล้วทุกอย่างเลยเป็สิ่งที่สะดวกสำหรับวิลที่เริ่มต้นเป็นักผจญภัยมากไปอีกนั้นทำให้เขาเดินไปตามตลาดหรือร้านค้าต่างๆเพื่อซื้อของใช้จำเป็สำหรับนักผจญภัยได้อย่างง่ายดายจนเริ่มดึกดื่นแล้วเขาก็มาถึงร้านขานหนังสือเป็ที่สุดตามที่เขาคิดไว้ เขาเข้าไปหาหนังสืออยู่สักพักใหญ่เพราะโดยปกติแล้วเขาเป็คนที่ชอบอ่านหนังสือมาก จึงไม่แปลกที่เขาจะใช้เวลากับการหาดูหนังสือที่เขาสนใจในร้านหนังสือมากเป็พิเศษ
“ขอโทษนะครับที่นี่มีหนังสือที่น่าสนใจเยอะมากเลย แต่กลับราคาแพงมากเลย ผมเลยเลือกมา 5 เล่มหากคิดราคารวมกันจะพอลดให้ได้มั้ยครับ”
วิลนำหนังสือเล่มใหญ่ถึง5 เล่ม มาวางไว้ที่เคาน์เตอร์ร้านหนังสือที่มีของเล็กๆน้อยๆอย่างชุดเครื่องเขียนปากกา ดินสอ ต่างๆวางอยู่ข้างเคาน์เตอร์ โดยมีผู้หญิงใส่แว่นหนาเตอะผมยุ่งๆจนมองไม่ออกว่าเธออายุประมาณเท่าไรนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์แต่เธอดูสมกับเป็คนที่อ่านหนังสือระหว่างที่นั่งเฝ้าร้านหนังสือไปด้วยเธอพับหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ไว้แล้วขยับแว่นลงเพื่อมองผ่านแว่นออกมายังหนังสือที่วิลนำมา
“ทุกเล่มราคาเล่มละ7 เหรียญเงิน ลดให้ไม่ได้หรอกเพราะเป็หนังสือเฉพาะทางที่เขียนด้วยมือมันไม่เหมือนหนังสือทั่วไปที่ใช้การจัดพิมพ์หลายๆเล่มจึงราคาถูกกว่านะ”
“แบบนี้ผมคงซื้อไม่ไหวสิแล้วทำไมหนังสือพวกนี้ถึงไม่ทำการพิมพ์มาขายละครับ”
“ก็ดูสิว่าหนังสือที่เ้านำมาเป็หนังสืออะไรบ้าง“พืชพันธุ์เวทมนตร์” “การสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์และเครื่องมือเวทมนตร์”“ศาสตร์เวทมนตร์เฉพาะทาง” “เวทมนตร์ประจำธาตุ” “ศาสตร์การปรุงยาเวทมนตร์”มันเป็หนังสือที่เก่าที่เกือบจะหายาก แต่ก็ไม่เป็ที่้าสำหรับคนทั่วไปแล้วเพราะว่าตอนนี้มีทั้งการทำอุปกรณ์และเครื่องมือเวทมนตร์แบบสำเร็จรูปที่ใช้ง่าย คนเลยไม่ต้องศึกษาอะไรให้มากมายหนังสือพวกนี้เองก็ถูกเขียนโดยจอมเวท’สมัยก่อนที่ยังไม่มีเทคนิคการพิมพ์ที่นำมาจากดินแดนต้องสาบมาช่วยให้การผลิตอีกอย่างหากเป็นักเวท’เดียวนี้ก็ต่างเรียนจบจาก“มหาวิทยาลัยเวทมนตร์” กันหมดแล้ว มันเลยไม่ใช่หนังสือที่คนทั่วๆไปอยากจะอ่านกันเขาเล่นไม่ทำการพิมพ์ขาย”
“ก็จริงนะหากมีมหาวิทยาลัยก็ต้องมีสื่อการสอนให้เรียนกันหมดแล้ว เอายังไงดีเนี้ย....อ๊ะ! ใช่แล้ว ชั้นผมขอเช่าได้มั้ยครับ?”
“เช่าหนังสือนี่งั้นเหรอ?”
“ใช่แล้วครับผมจะขอเช่าแบบรายวัน คิดค่าเช่าต่อวันขอเป็สักวันล่ะ 2 เหรียญเงิน เป็เวลา 3 วันแล้วถ้าหากผมเอามาคืนช้าก็คิดค่าปรับเป็วันล่ะ 3 เหรียญเงินโดยใช่ด็อกแท็กนักผจญภัยยื่นยันตัวตนล่ะกันเพราะหากผมไม่เอามาคืนหรือทำหนังสือเสียดายคุณก็สามารถไปแจ้งจับผมโดยผ่านสมาคมนักผจญภัยได้ ซึ่งทางสมาคมคงมีบทลงโทษสำหรับนักผจญภัยที่ไม่ดีแน่ๆถึงผมจะไม่รู้เกี่ยวกับบทลงโทษก็เถอะ”
“อืมเป็ไอเดียที่เข้าท่าดีนะ ข้าไม่เคยคิดถึงเื่ปล่อยให้คนเช้าหนังสือมาก่อนเลยแบบนี้ถึงจะไม่มีคนซื้อหนังสือบางเล่มข้าก็ยังไม่เงินทุนค่าหนังสือคืนมาบ้างหรืออาจจะได้กำไรโดยที่ไม่ต้องขายหนังสือด้วยซ้ำ ตกลง ข้าจะให้เ้าเช่าหนังสือตามที่เ้าว่ามาปกติร้านข้าปิด 4 ทุ่มนะ อย่าเอามาคืนช้าล่ะกัน”
“งั้นทั้งหมดก็จะเป็10 เหรียญเงินหรือ 1เหรียญทองสินะ แล้วผมขอซื้อชุดเครื่องเขียนราคา 1 เหรียญเงินนี้ด้วยครับ”
“อืมแต่ชุดเครื่องเขียนขอไม่คิดเงินล่ะกัน ถือว่าเป็ค่าไอเดียการเปิดให้เช่าหนังสือนะ”
“ขอบคุณมากครับ”
วิลเดินออกจากร้านขายหนังสือด้วยความดีใจแม้ว่าหนังสือที่เขาอยากอ่านจะเป็เพียงหนังสือเช่าก็ตามแต่การที่ได้อ่านหนังสือสำหรับเขาที่ชอบอ่านหนังสือแล้วมันเป็เื่ที่เขามีความสุขมากยิ่งเป็หนังสือที่อ่านแล้วนำมาใช้จริงได้แบบนี้ เขายิ่งรู้สึกดีมากในการอ่านมันการที่เขามีความคิดเื่การเช่าหนังสือนั้นเกิดมากจากการที่เขาโตมากับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ไม่ได้มีรายได้อะไรมากมายถึงแม้เขาจะชอบอ่านหนังสือมากแค่ไหน เขาก็ต้องประหยัดเงินโดยการไปตามร้านหนังสือที่เปิดให้เช่าบ่อยกว่าร้านขายหนังสือเสียอีกจากนั้นเขาก็รีบหาโรงแรมที่พักค้างคืนทันที ยังดีที่เขาได้เปิดเช่าห้องพักราคาถูกที่มีบริการอารหารเช้า,เย็นในตัวรวมถึงห้องอาบน้ำ ถึงมันจะเป็แค่ห้องอาบน้ำรวมก็เถอะด้วยการที่เขาต้องประหยัดค่าใช้จ่ายจากเงินเพียง 10 เหรียญทอง ที่กลาดิโอให้เขามาจากการที่เขาซื้อของสำหรับนักผจญภัยหลายหลายอย่างรวมถึงค่าที่พักและหนังสือที่เขาพึ่งเช่ามาด้วยมันทำให้เงินที่เขามีติดตัวอยู่เหลือไม่ถึงครึ่งซะแล้วเขาที่ไม่ได้อาบน้ำเลยหลังจากที่เขาเริ่มออกเดินทางขึ้นเรือเหาะมา จนตกลงมาที่ป่าแห่งความมืดและเข้าเมืองมามันทำให้เขารู้สึกดีมากๆจนถึงเวลาที่ต้องเข้านอนแต่เขากลับนั่งอ่านหนังทุกเล่มทั้งคืนจนกระทั้ง...
“ห๊ะ! เผลออ่านเพลินจนถึงเช้าซะแล้วสิแต่ภารกิจมีแค่การเก็บหญ้าลูเซตที่เราเก็บไว้ซะเยอะเลย งั้นเอาหญ้าไปส่งที่....รายละเอียดที่เขียนไว้ในใบภารกิจแล้วถ้าดูตามแผนที่ของบ้านคนที่ยื่นคำร้องภารกิจที่อยู่ใกล้ที่สุดก็คือ ร้านขายของใช้สำหรับนักผจญภัย“บ้านแมวดำ” โอเค งั้นเอาที่นี่ละ จะได้รีบกลับมานอนเอาแรงไว้สักหน่อยก่อน.....”
วิลที่รู้สึกตัวว่าง่วงมากแล้วเพราะเขาเล่นอ่านหนังสือจนถึงเช้าของอีกวัน ก็เลือกที่จะส่งภารกิจที่เขารับมาถึง 3งาน แต่ต้องเลือกส่งเพียงงานเดียวก่อนเพราะอาการง่วงนอนเริ่มส่งผลแล้วเขาจึงรีบไปยังร้านขายของใช้สำหรับนักผจญภัย “บ้านแมวดำ” ในทันทีโดนไม่กินข้าวเช้าพอเขามาถึงหน้าร้าน มันทำให้เขารู้ในทันทีว่าเป็ร้านนี้แน่ๆ เพราะป้ายไม้เหนือประตูทางเข้าหน้าร้านนั้นคือรูปแกะสลักเป็รูปแมวตัวสีดำนอนอยู่บนหลังคาบ้านนั้นเองพอเดินเข้าไปในร้านเขาก็ได้เห็นสิ่งของมากมายวางเรียงรายตามชั้นวางของต่างๆ ทั้งของที่เขาไม่รู้จักและของที่เขารู้จักกับมันดีเช่นกระเป๋าที่น่าจะเป็กระเป๋าเวทมนตร์เหมือนอันที่เขาใช้อยู่ คทาเวทมนตร์ขนาดเล็กหรือแม้กระทั้งหม้อปรุงยาที่เขาเคยเห็นสเตลล่าเคยสอนปรุงยาให้เขาดู
“ยินดีต้อนรับเนี้ยว”
วิลที่กำลังมองดูของภายในร้านต้องหันมองหาเ้าของเสียงผู้หญิงเล็กๆที่ลงท้ายครับพูดแปลกๆนั้นทันทีด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินคือสาววัยรุ่นร่างเล็กที่มีผมสีดำและมีหูสั้นโผล่ขึ้นมาจากผมสีดำสั้นนั้นแล้วเธอยังมีแววตาที่ดูเหมือนอย่างแมวด้วย ใช่แล้วผู้หญิงตัวเล็กผมสีดำมีหูแมวตาแมวและหางสัตว์สีดำยาวส่ายไปมาก็คือ“เผ่ากึ่งสัตว์” ที่วิลพอจะรู้จักดีนั้นเองโดยวิลเองนั้นเคยอ่านเจอในหนังสือว่าที่ดินแดนเวทมนตร์นั้นมีหลากหลายเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ด้วยหนึ่งในนั้นก็คือ “เผ่ากึ่งสัตว์” ที่ที่มีโครงสร้างร่างกายเหมือนมนุษย์ทุกอย่างยกเว้นอวัยวะบางส่วนที่เป็สัตว์ที่สามารถมองได้จากรูปร่างภาพนอกได้ในทันทีถึงแม้ว่าการที่เขาได้เข้ามาที่เมืองแบล็ค ลีโอพาร์ด เมืองหน้าด่านของป่าแห่งความมืดและเจอผู้คนหลากหลายสายพันธุ์ขณะที่เดินอยู่ภายในเมืองแต่ก็เป็ครั้งแรกเลยที่เขาได้เจอกับเผ่ากึ่งสัตว์ประเภทแมวที่ดูน่ารักขนาดนี้
“สวัสดีครับคือผมเป็นักผจญภัยที่รับทำภารกิจที่ทางร้านนี้ได้ยื่นเื่ไว้ เลยจะมาขอส่งของให้ตามภารกิจครับ”
“ภารกิจของนักผจญภัยที่เคยยื่นเื่ไว้เหรอเนี้ยว”
“อ๋อ! ไอ้นั้นสิน่ะ เนี้ยว”
“ให้หาหญ้าลูเซตจำนวนหนึ่งกิโลกรัมใช่มั้ยเนี้ยว”
“เกือบจะลืมไปเลยว่าเคยไปยื่นเื่ทำไว้เนี้ยว”
“คงเพราะไม่มีคนมาซื้อน้ำยาฟื้นเวท’ที่ทำจากหญ้าลูเซตเท่าไรแต่ก็ต้องทำไว้ขายเผื่อไว้เฉยๆ เนี้ยว”
“ส่งหญ้ากับใบภารกิจมาเลยเดี๋ยวเซ็นรับกับจ่ายเงินรางวัลให้นะ เนี้ยว”
วิลได้แต่อึ้งๆหน่อยที่การพูดการพูดที่สั้นกระชับพร้อมกับลงท้ายด้วย เนี้ยวๆ ไม่หยุด เขาเลยคิดว่ามันเป็ลักษณ์นิสัยทั่วๆไปของพวกเผ่ากึ่งสัตว์หรือเปล่า?วิลเองก็เข้าถึงรสชาติของน้ำยาฟื้นเวท’ที่ทำให้คนไม่นิยมใช้มันเป็อย่างดีเขาได้แต่หัวเราะแห้งๆแล้วยื่นใบภารกิจและรับเงินรางวัลสำหรับภารกิจมาโดยง่าย เขาหยิบต้นหญ้าลูเชตออกมาจากกระเป๋าเวทมนตร์ของเขาโดยกะปริมาณให้ได้หนึ่งกิโลกรัมเพราะนี้เป็การทำภารกิจครั้งแรกของเขา เขาจึงยังไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขามีหญ้าลูเซตที่เคยเก็บไว้ตอนที่เคยไปเก็บกับสเตลล่าอยู่เยอะแค่ไหนเขาคิดว่ามันอาจได้ใช้ประโยชน์ได้อีกในภายภาคหน้า ตามใบภารกิจที่ระบุรายละเอียดการส่งมอบของตามภารกิจที่ระบุให้นำมาส่งกับคนยื่นคำร้องภารกิจโดยตรงก็เป็อีกรูปแบบหนึ่งในการจัดการภารกิจให้แล้วเสร็จนั้นเองแล้ววิลก็ได้ใบภารกิจที่เซ็นรับของตามภารกิจกลับคืนมาพร้อมกับรางวัลภารกิจเขาเก็บของใส่กระเป๋าเขาในทันที
“เออคุณเป็เ้าของร้านงั้นเหรอครับ?”
“ถึงเห็นว่าเป็แมวแบบนี้แต่ก็เป็เ้าของร้านนี้นะ เนี้ยว”
“พอจะรู้จัก“หญ้าสเตเวีย” หรือเปล่าครับ? ผมลองหาอ่านในหนังสือแล้วแต่ก็ไม่เจอ เลยไม่รู้ว่าจะหามันได้ที่ไหน”
“หญ้าสเตเวีย?มันคือหญ้าอะไรเหรอ? ไม่รู้จัก เนี้ยว”
“มันเป็หญ้าที่เมื่อเอามาต้มหรือชงกินที่มีรสหวานมากๆตามปริมาณที่ต้มครับ”
“แบบนั้นก็คงจัดอยู่ในประเภทสมุนไพรนะเนี้ยว”
“ทางร้านที่ขายของที่เป็พวกสมุนไพรด้วยเนี้ยว”
“แต่ก็ไม่มีหญ้าชื่อนี้จริงๆหรือหญ้าที่ชงกินแล้วมีรสหวานเลยเนี้ยว”
“งั้นเหรอครับตอนแรกก็คิดว่ามันอาจจะมีการเรียกชื่อที่ต่างกันเพราะอยู่คนล่ะที่แต่มันคงอาจจะไม่มีหญ้าสเตเวียอยู่จริงๆ เลยสินะ ถ้างั้นพอจะรู้พื้นที่เป็ูเาแต่มีดินร่วนปนทรายและไม่ค่อยมีอันตรายอยู่บ้างหรือเปล่าครับ?”
“ก็มีอยู่นะเนี้ยว”
“ถึงจะไม่เคยไปเองก็เถอะเนี้ยว”
“แต่ที่ร้านก็มีเครือข่ายในการสถานที่การจัดเก็บสมุนไพรอยู่นะเนี้ยว”
“ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าที่นั้นจะเป็เขาที่อยู่แถวตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองนะเนี้ยว”
“ขอบคุณมากครับงั้นผมขอซื้อชุดหม้อปรุงยาแบบสำหรับมือใหม่ก็ใช้ได้ พอจะมีมั้ยครับ?”
“มีสิ“ชุดหม้อปรุงยาที่แม้แต่เด็กก็ใช้ได้” ทั้งหมดชุดล่ะ 2 เหรียญ เนี้ยว”
“ของเด็กเหรอ! ช่างมันเถอะ เอาหนึ่งชุดครับ”
“รอสักครู่นะเนี้ยว”
วิลที่ได้รับ“ชุดหมอปรุงยาที่แม้แต่เด็กก็ใช้ได้” มา ถึงแม้ว่าจะเป็ของใหม่แต่มันก็มีขนาดและอุปกรณ์ที่เหมือนกับที่สเตลล่าเคยใช้ทำให้เขาดู มันเลยทำให้เขาหวนคิดถึง่เวลาดีๆในคืนนั้นไปพักหนึ่งโดยเงินที่ใช้ซื้อชุดหม้อนี้ก็เป็เงินที่เขาพึ่งได้มาจากรางวัลการทำภารกิจที่มีจำนวนเงินเท่ากันนั้นเองมันทำให้ดุเหมือนว่าภารกิจแรกที่เขารับมานั้นไม่ได้อะไรตอบแทนเลยนอกจากการทำภารกิจสำเร็จเพียงหนึ่งงานเท่านั้น
“ขอบคุณที่อุดหนุนนะเนี้ยว”
วิลที่ออกมาจากร้านขายของบ้านแมวดำแล้วเจอแดดที่ส่องลงมาก็รู้สึกเลยว่าตัวเองนั้นคงไปทำอะไรต่อไม่ไหวแน่หากเขายังไม่ได้นอนเขาจึงรีบกลับไปโรงแรมที่พักเพื่อกลับไปนอนพักเอาแรงก่อน จากนั้นก็ผ่านไปหลายชั่วโมงจนเขาตื่นขึ้นมา่บ่าย เขาเลยรีบหาของกินที่ขายตามข้างมางแล้วเดินทางออกจากเมืองไปยังบริเวณูเาที่ได้ยินมาในทันที
“แฮ่กแฮ่ก แฮ่ก ยังไงก็ไม่ชินสักทีในการเดินทางบนเขาเนี้ย แต่มาถึงขนาดนี้แล้วขอให้เจอหญ้าสเตเวียทีเถอะ”
วิลที่คิดจะหาหญ้าสเตเวียที่ถึงแม้ว่าที่ดินแดนแห่งเวทมนตร์นี้จะไม่มีคนรู้จักหรือเคยนำมาใช้เขาเลยต้องอาศัยพื้นที่ที่หญ้านี้มักขึ้นอยู่เพื่อหามัน ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงด้วยการที่เขาไม่ยอมหยุดหามันทำให้เขาเจอหญ้าสเตเวียในที่สุด โดยหญ้าสเตเวียที่เขาเจอนั้นมันมีอยู่เยอะมากคงเพราะมันเป็หญ้าที่คนที่นี่ไม่เคยรู้จักและนำมาใช้เลย มันทำให้เขาดีใจอย่างมากจากนั้นเหมือนว่าทุกอย่างเริ่มเป็ไปตามแผนที่เขาคิดไว้เขาจึงทำการเก็บมันและเตรียมชุดปรุงยาที่เขาซื้อมา เพื่อความรวดเร็วในการใช้หญ้าเขาจึงทำการทดลองทั้งการใช้หญ้าแบบสดหรือทำการอบแห้งโดยการใช้เวท’สร้างหินที่เขามักใช้อยู่บ่อยๆ สร้างเตาอบจากดินขึ้นมาหลายๆแบบเพราะถึงแม้ว่าเขาจะรู้จักขั้นตอนการอบหญ้าให้แห้งแต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันต้องแห้งขนาดไหน เขาจึงไดแต่ลองผิดลองถูก จนได้น้ำยาฟื้นเวทที่ผสมหญ้าสเตเวียออกมาหลายแบบเป็การดีอย่างหนึ่งที่พลังเวท’เขานั้นมีอยู่น้อยนิด มันทำให้เขาปล่อยเวท’ออกมาไม่กี่ครั้งก็ทำให้เขาต้องดื่มยาฟื้นเวท’แล้วนั้นคือการทดลองน้ำยาฟื้นเวท’โดยใช้ตัวของเขาเองในการทดลองยาผลจากการทดลองซ้ำไปซ้ำมามากมายหลายครั้ง มันทำให้เขารู้ตัวว่าปริมาณพลังเวท’ในตัวเขาค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิดๆ ถึงจะไม่ได้มีพลังเวท’มากมายอะไร แต่ก็พอจะเป็หนทางในการเพิ่มปริมาณพลังเวท’สำหรับเขาได้
“ยินดีต้อนรับอ๊ะ! คนเมื่อเช้านี้ เนี้ยว”
“มาซะเย็นเลยคราวนี้อยากได้อะไรละ เนี้ยว”
“อยากคุณเ้าของร้านให้ลองชิมยาขวดนี้ดูก่อนครับ”
วิลหยิบน้ำยาฟื้นเวทที่เป็แบบขวดแก้วใสขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ร้านบ้านแมวดำให้เ้าของร้านเห็นอย่างชัดเจน
“ยาอะไรเหรอเนี้ยว”
“มันเป็ยาฟื้นเวท’ที่ผมปรุงขึ้นมาเองครับ”
“ไม่ใช่มั้งปกติยาฟื้นเวท’ต้องเป็สีฟ้าใสแต่นี้มันเป็สีฟ้าออกเขียวๆนี่ เนี้ยว”
“คือผมอยากจะเจรจาธุรกิจด้วยแต่ต้องให้เ้าของร้านช่วยชิมยานี้ก่อน ถึงจะสามารถคุยธุรกิจกันต่อได้ครับ”
“แต่ถึงมันจะเป็ยาฟื้นเวท’ของจริงที่เปลี่ยนสี แต่ปกติยามันรสชาติแย่มากเลยนะเนี้ยว”
“ยิ่งข้าที่เป็แมวต้องกินของแบบนี้มันก็...เนี้ยว”
“ช่วยกรุณาชิมสักนิดก่อนเถอะครับขอร้องละครับ”
“ถ้าพูดถึงขนาดนั้นละก็ชิมแค่นิดเดียวก็ได้ใช่มั้ย เนี้ยว”
“ได้ครับๆชิมเลยๆ”
วิลที่ขอร้องให้เ้าของร้านชิมยาของเขาก็มองเห็นหูแมวที่ตกลงพร้อมกับหางของเธอ เธอเองก็จับขวดที่เปิดฝาแล้วด้วยมือสองข้างยื่นขวดยาขึ้นมาใกล้จมูกเพื่อดมดูก่อนแต่เธอก็ยังไม่ประมาทเพราะปกติน้ำยาฟื้นเวท’จะมีกลิ่มหอมที่ผิดกับรสชาติเป็อย่างมากอยู่แล้วเธอจึงค่อยๆแลบลิ้นออกมาแล้วใช้ปลายลิ้นเลียยาที่อยู่ปากขวดเบาๆ
“ห๊ะ!?”
“รสชาติมัน! ทำไม? เป็แบบนี้ เนี้ยว”
วิลได้มองอาการใของเ้าของร้านและเห็นเธอกระดกยาจนหมดในทีเดียว
“นี่มันเป็น้ำยาฟื้นเวท’จริงเหรอ มันรสชาติหวานอร่อยมากๆเลยต่อให้มันไม่ใช่น้ำฟื้นเวท’ มันก็ยังน่ากินอยู่ดี เมื่อกี้บอกว่าจะคุยเื่ธุรกิจใช่มั้ย?จะขายเ้านี่สินะ ซื้อเลยๆ มีเท่าไรส่งมาเลย รับรองว่าจะคิดราคาให้อย่างดีเลยเพราะเ้านี่ต้องขายได้กำไรดีมากแน่ๆ เนี้ยว
วิลใการพูดที่ยาวผิดปกติของเ้าของร้านมากอีกทั้งเธอยังทำตาแมวเป็ประกายใส่เขา จนเขาอยากเขาอยากเอามือเข้าไปลูบหัวแมวสาวในทันทีแต่วิลก็หยุดความคิดนั้นไว้ทัน
“มันเป็น้ำยาฟื้นเวทของแท้ครับเพราะผมได้ลองใช้ด้วยตัวเองเลย งั้นเรามาเริ่มคุยธุรกิจกันเลย”