Part 1
... ความดี และ ความเลว เป็สิ่งที่ละเอียดอ่อน สิ่งใดคือสิ่งที่ดี และผู้ใดบัญญัติว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ดี สิ่งใดเลว และผู้ใดบัญญัติว่าสิ่งนั้นเลว หรือบางทีมันก็ไม่มีดีเลวแต่แรกแล้ว??..
กลางดึกที่ห้องเช่า อพาร์ทเม้นท์หลังที่ 3 ในตัวเมือง คือบ้านของผม " นิริน ตันตสิน". บุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็อัฉริยะในวัยเด็ก
ด้วยที่ถูกเลี้ยงดูโดยตามาั้แ่ยังแบเบาะ.นั้นทำให้ผมไม่ค่อยสนิทกับคนอื่นมากนัก. โรงเรียนเอกชนประจำที่เรียนก็มีคนไม่เยอะเท่าไหร่ เพื่อนที่ผมสนิทด้วยก็ลดหลั่นตามเช่นกัน
" คิดถึงวันวานจริงแฮะ "
หลังจากการเรียนต่ออันหนักหน่วง แล้วมาจบที่งานประจำทั่วไป ทำให้เขาพบว่าโลกความจริงนั้นโหดร้าย.
วิชาเรียนที่จบมาเพื่อเป็หัวหน้า. วิชาเรียนที่จบมาเพื่อเป็ลูกน้อง. คงไม่มีใครยินดีถ้ารู้ว่ากำลังเดินในเส้นทางลงหุบเหวแน่นอน
" สายงานที่ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ดันไม่ขึ้นแบบเราคงหมดหนทาง "
เขาปิดเว็บเพจสมัครงานที่โผล่หน้าโน็ตบุ็คตัวโปรดของเขาหลังจากที่เห็นวุฒิยื่นสมัครที่ไม่ตรงกับที่เขาเรียนสักสาย
สายการเรียน เส้นทางที่เดินของอนาคต สิ่งเหล่านี้ต้องชัดเจนให้เข้าใจว่าไม่ใช่ทุกสิ่งดีเสียหมดนั้นเป็คำพูดถ้าผมได้เป็คนสอนเด็กรุ่นใหม่สักคน
ทุกคนล้วนมีงานอดิเรกที่สนใจ และใช้มันในเวลาว่างพร้อมสนุกไปกับมัน ในอีกความหมายหนึ่งคงกล่าวได้ว่า สิ่งที่ทำให้ตนยังไม่เหี่ยวเฉ่าไป
แน่นอนว่าคนอย่างผมนิริน ตันตสินย่อมมีเช่นกัน
" เพิ่มตัวละครในนิยายที่เก่งๆอีกสักตัวดีกว่าวันนี้ "
่เวลาที่เงียบสงบกลางดึก ปราศจากเสียงรบกวนใดๆเช่นนี้ เป็่เวลาที่ผู้ที่รักในการแต่งนิยายอย่างเขาชอบมากที่สุด
" ไม่ๆ ตัวละครน่ากลัวน่าจะเหมาะกับเวลานี้มากกว่า "
เขาเริ่มพึมพัมกับตนเองหลังจากที่มองไปยังกองกระดาษที่วางไว้ข้างโต็ะกองใหญ่
แน่นอนนี้คือกองลิสต์ตัวละครของเขาทั้งหมดรวมทั้งการออกแบบสถานที่ต่างๆในนิยายเขาก็เขียนไว้หมด
หากมีคนเสนอแลกกองกระดาษทั้งหมดนี้ในราคาเงินหลายล้านเขาคงปฎิเสธไปอย่างไม่ใยดีโดยเร็ว เพราะ กระดาษเหล่านี้มันคล้ายตัวตนของเขาก็ไม่เชิง
" ปีกคล้ายนกยูง ใบหน้าที่ยิ้มราวกับมัจจุราช ขนาดตัวกว่า 10 เมตร อืมๆ หลอนไปหน่อย ใส่หน้ากากนกน่ารักๆละกัน และ ขาก็........ บินได้นิ เอาขาเดียวพอ!! "
ครั้งนี้เขาได้ออกแบบตัวละครที่ราวกับนกปีศาจก็ไม่เชิง สิ่งที่เป็แก่นของตัวละครนี้คือ ความรวดเร็ว ที่ต่างกับร่างที่ดูเทอะทะของมันโดนสิ้นเชิง ยามที่เ้านกปีศาจนี้ใช้อาวุธประจำตัวของมัน....... กระดูกสันหลัง!! ร่างที่อ่อนยวบพร้อมกับการเคลื่อนไหวที่ราวกับไร้น้ำหนักเหวี่ยงกระดูกสันหลังตนราวกับยมภูติ นี้เป็แก่นที่ทำให้ตัวละครนี้ราวกับเพรชฆาตแห่งความตาย!!
แต่หากผู้ใดได้อ่านคลังสมบัตินิยายอันล้ำค่าของเขาจะรู้ว่าเ้าตัวนี้ ความเก่งมันเป็เพียงระดับล่าง!!
จะมีอาการอย่างหนึ่งของคนรักนิยายแฟนตาซีสุดโต่งอย่างนิริน ตันตสินเป็ นั้นคือ
[ อาการบ้าตัวละครเก่งเข้าอย่างจัง ]
มันคล้ายกับว่าไม่ว่าจะเขียนตัวละครเกี่ยวกับอะไรมันก็กลายเป็ตัวละครเก่งเวอร์แบบโอเวอร์สเกล
แต่จะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าเป็อัตลักษณ์อย่างหนึ่งในฐานะผู้แต่งก็ได้เช่นกัน ผู้อ่านนิยายของเขารวมถึงตัวเขาเองถกเถียงความสุดยอดของแต่ละตัวละครนั้นคงเป็คล้ายกับจุดหมายของการแต่ง!!
เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากเสียงปากกาลูกลื่นกระทบกระดาษดังครั้งแรก เสียงชายหนุ่มก็ะโลั่นออกมา
"*สุดยอดด!! ตัวละครที่ฉันวาดนี้ก็ยังเพอร์เฟคอีกตามเคย เ้าตัวนี้เอาไปเป็การ์เดี้ยนชายขอบของ [ ป่านักล่า ] ให้ธีมทะมึนๆน่าจะลงตัว"
พร้อมกับตัวเขาที่เงื้อมมือหยิบ 1 ในกองกระดาษกองใหญ่ตรงมุมห้อง แผ่นสีบนสุดก็สลักด้วยหมึกดำว่า [ ป่านักล่า]
ความกระหายเืและความสิ้นหวังคือสิ่งที่เขาหวังให้มีใน [ ป่านักล่า] ทุกตัวละครของเขาที่อาศัยในที่แห่งนี้ล้วนเป็เหล่าปีศาจบ้าเืทุกตัว!!
ตามโครงเื่ของเขา [ ป่านักล่า ] ก็ถือเป็ปราการด่านแรกจากเหล่าผู้บุกรุกก็ว่าได้ ด้วยอาณาบริเวณที่อึกครึมจากต้นไม้ขนาดมหึมานั้นทำให้ดินแดนอื่นของเขาดูราวกับดินแดนลึกลับ!!
" เหล่าอสูรคลั่งที่คุมป่านักล่า ต้นไม้ที่ดูอึกครึม ใส่เ้านกคลั่งนี้ไปเป็ระบบนิเวศลูกโซ่ของป่าระดับล่าง อืมๆ เพอร์เฟค!!เลยนี้!!"
พร้อมกับยัดลงกองกระดาษไว้ใต้สุดของกอง มันเหมือนคล้ายกับการเรียงลำดับพลังตัวละครของเขาก็ไม่เชิง
เมื่อเขาหันไปที่นาฬิกามุมห้องก็ชะงักกับเข็มสั้นที่วางตัวที่แนวขวาง แต่ไม่ใช่ขวางซ้าย มันเป็ขวางทางขวา
" ตี 3 แล้วเรอะ เร็วจริง "
เขาพูดแบบแ่ๆกับตนเอง ไม่ใช่ว่าเขาเหนื่อยจากการเขียนนิยายของเขา แต่เพราะเหนื่อยเมื่อคิดถึงการทำงานในวันพรุ่งนี้มากกว่า.
แม้เขาจะยังคงว่างงานประจำอยู่ขณะนี้ แต่เขาก็ไม่ใช่พวกที่เอาแต่นอนเฉยๆนั้นเป็สาเหตุว่าทำไมงานพาร์ททามจึงคล้ายกับบ้านหลังที่ 2 ของเขา
พรุ่งนี้เขามีนัดงานพาร์ททามกะเช้า การเข้านอนในเวลานี้เป็สิ่งที่ดี... ก่อนที่เขาจะไม่ได้นอน.
ท้ายที่สุด สิ่งที่เขียนมันก็แค่ตัวละครจากโลกจินตนาการของเขา โลกความจริงก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป.
ขณะที่เขาทิ้งตัวลงบนเตียงนอนฟูกแข็งตัวโปรด เขาก็เริ่มคิดทบทวนหลายสิ่งที่ผ่านมา
ทุก่เวลาของการเล่าเรียนและทำงาน การละเล่น รวมทั้ง่เวลาที่หวานซึ้ง เวลาแห่งความรัก
ทุกสิ่งผ่านไปแล้วก็ไม่วนกลับมาอีกเลย ราวกับหินที่โยนก็กระดอนไปไกล ได้คืนคงได้มาแค่เสียงที่สะท้อนกลับ ส่วนตัวหินก็ผ่านไปไม่มีวันเป็เช่นเดิม
ชีวิตของเขานิรินคงคล้ายกัน เป็หินที่โยนถึงไกลสุดแค่ต้นน้ำ ไม่ว่าจะทำอย่างไรตนก็เป็แค่หินต้นน้ำก้อนหนึ่ง
เป็ไปได้ไหมว่าบางสิ่งจะเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันได้โดยไม่มีสิ่งใดมาเสริมหรือหักล้างมัน
ถ้าหากว่าตัวของเรานั้นเดิมที่ไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดา ทุกสิ่งแปรกลับไปคนละด้าน
หากสามัญสำนึกกลับเป็เพียงสิ่งลวงตา
หากโลกแห่งจินตนาการเป็โลกแห่งความจริง
หากโลกแห่งความจริงเป็เพียงโลกในจินตนาการ
เขาผู้ที่รังสรรค์ตัวละครในโลกจินตนาการก็คงเป็ตัวตนที่เหนือทุกสิ่ง าาของโลก.... แห่งจินตนาการ...
" จริงด้วย ตัวตนที่เป็ผู้เหนือทุกสิ่ง าาของโลกที่ว่างเปล่าของเรายังขาดไป"
เขาเด้งตัวเองออกมาจากฟูกทันที โยนความอ่อนล้าไว้ที่นอน ตัวละครเช่นนี้ใช่ว่าเขาจะคิดมาได้ง่ายๆ และใช่ว่าสมองของเขาจะแล่นเช่นนี้ทุกคืน
" ไม่นอนอีกสักคืน คงไม่เป็ไร "
าาของทุกตัวละครที่เราสร้างขึ้น าาของโลกแห่งจินตนาการ เพียงเขาคิดมือของเขาก็เริ่มสั่น
ตัวละครที่เป็จุดสูงสุดของทั้งหมดและเขาได้เขียนถึงมันนั้นถือเป็ก้าวใหญ่สูงสุดที่น่ายินดียิ่ง! . ถ้ามีคนบอกว่าคนอย่างผมเป็จูนิเบียวหรืออะไรทำนองนั้นผมไม่ยอมรับมันหรอกนะ
ผมเพียงสั่นไหวและรู้สึกสะท้านแทนทุกตัวละครที่เขาเคยเขียน และมันจะคล้ายกับการต่อชิ้นส่วนองค์ประกอบที่ขาดหายไปชิ้นสุดท้ายลงกระดาน.
" สิ่งจำเป็ที่สุดคือ ความแข็งแกร่งที่เกินสามัญของสามัญไป!!"
หลายตัวละครของเขามีตัวที่พลังมากล้นเกินสามัญอยู่หลายตัว
าาของตัวตนเ่าั้ย่อมต้องแข็งแกร่งที่สุด!! นี้คือการให้เกียรติตัวละครที่เขาเคยเขียนขึ้นเช่นกัน
" เผ่าพันธุ์, เลเวล, ค่าพลัง, สกิล, รูปลักษณ์ทุกสิ่งมันต้องเพอร์เฟคเท่านั้น!! "
ชายอพาร์ทเม้นท์ห้อง 3 ะโลั่นพร้อมกับหยิบกระดาษหลายร้อยแผ่น เขาจะเขียนสกิลเท่ๆทุกอย่างที่เขาคิดได้ยัดมันใส่ในตัวละครเดียว!!
มันอาจจะฟังดูบ้าหรือเลอะเทอะไปบ้าง แต่ใครสนว่ามันจะเลอะเทอะหรือไม่? เพราะนี้คือตัวละครที่จะเป็าาของตัวละครทั้งมวลที่เขาเขียนขึ้นทั้งก่อนหน้า, ตอนนี้หรือแม้กระทั่งต่อไปในอนาคต!!
กระดาษที่ร่วงโรย พร้อมกับบรรทัดสกิลมากมายหลายร้อยหน้า รูปลักษณ์ตัวละครที่น่าเกรงขามและมีราศีดูดีในเวลาเดียวกัน สถานที่ซึ่งเป็ที่พำนักของาาพร้อมกับเชื่อมทุกสถานที่จากทุกดินแดนที่เขาสร้างขึ้นรวมกันเป็ [ ทวีป ] เดียวกัน.
การวางตำแหน่งตัวละคร การคุ้มกันดินแดนในส่วนนี้ ดินแดนนี้อยู่รอบนอก ดินแดนนี้อยู่อีกมิติ หรือ ดินแดนที่ลอยอยู่เหนือทุกดินแดน
" ลงตัว!! "
เขาะโขึ้นพร้อมเสียงไก่ขัน และ เสียงผู้คนที่เริ่มสัญจรไปมา
ถ้าเขาได้นอน คืนนี้คงเป็คืนที่นอนฝันดี
" ได้เวลาเปลี่ยนกะแล้ว" อีกไม่ถึง 5 นาทีจะถึงเวลาเข้างาน นาฬิกาที่หน้าประตูห้องก็ยังคงเดินต่อไป ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด
แม้เมื่อกลับไปคิดถึงอนาคตของตนต่อไป เขาจะรู้สึกหดหู่บ้าง แต่เมื่อคำนึงถึงตัวละครอันสุดยอดที่เขาพึ่งเขียนไปนี้ มันคงทำให้เขายิ้มทั้งวันไปเป็ปี!!
แม้คล้ายว่าเขาลืมเขียนอะไรบางอย่างที่สำคัญอย่างมากของตัวละครนี้ แต่ไม่ว่านึกเท่าไหร่กลับนึกไม่ออก สงสัยเขาจำต้องมานั่งอ่านข้อมูลทั้งหมดใหม่อีกทีเมื่อเลิกงาน!
ติ็ก ต๋อก ติ๋ง ต๋องง ติง......
ฉับพลันขณะที่เขากำลังเตรียมที่จะลุกเพื่อเตรียมไปแต่งตัว เสียงนาฬิกาคล้ายกับค่อยๆแหลม และ ทั่วทั้งห้องก็เริ่มหมุนอย่างเนื่องๆ
มันคล้ายกับว่าทุกอย่างมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แต่กลับไร้เสียง!! มีเพียงเสียงนาฬิกาที่บิดเบี้ยวเท่านั้นที่กึกก้องขึ้น
พื้นกระดานใต้ฝาเท้าเขาเริ่มเหนียวยวบยาบราวกับดินโคลน มันค่อยๆกลืนกินท่อนล่างเขาไปอย่างช้าๆ
" แผ่นดินไหว?? ไม่ใช่!! "
นิรินนึกถึงข่าวอินเตอร์เน็ตที่แชร์กันมากมายเกี่ยวกับอาการโคม่าจากการนอนไม่เพียงพอ
ภาพที่มองไปรอบด้านเห็นเป็ห้องแออัด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คละคลุ้ง พร้อมกับใบหน้าผู้คนที่เหม่อลอยกับสิ่งที่จะเกิดในอนาคต หวังว่าจะมีใครสักคนพาผมไปโรงพยาบาลทันนะ
ตัวของเขาเริ่มที่จะเซไปมา แม้พยายามนั่งก็คล้ายกับนั่งในห้วงที่ว่างเปล่าเสียงนาฬิกาที่แหลมเรื่อยๆคล้ายกับเสียงที่สะท้อนจากการตวัดดาบก็ไม่เชิง
ภาพเบื้องหน้าของเขาเริ่มที่จะสลัวลง ทุกสิ่งที่ปรากฎในสายตาเบื้องหน้าราวกับโดนหุบเหวขนาดใหญ่กลืนกิน แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องก็พลันบิดเบี้ยว และ เสมือนว่าจะเริ่มไกลออกไป
" จริงสิ เราลืมเขียนนิสัยของาาเลยไปเลยนี้หว่า "
ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทไปรวมถึงสติของเขา ความคิดเขาก็กลับนึกสิ่งที่ไฝ่หาได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างนิสัยของาาตัวละครเขากลับลืมเสียนี้ นั้นทำให้เขาหงุดหงิดตัวเองเล็กน้อย
บางครั้งการเขียนตัวละครใดตัวหนึ่งจำต้องต่อเนื่องกัน และสถาพแวดล้อมจำต้องคล้ายเดิม
สิ่งเหล่านี้เขาค้นพบได้ด้วยตนเองจากการเขียนตัวละครมากมายนับไม่ถ้วน อารมณ์ของตัวละครจะแปรตรงกับ อารมณ์ของผู้เขียนในขณะนั้น
และบางทีความรู้สึกแบบคืนนี้คงไม่เกิดขึ้นมาอีกเป็ครั้งที่ 2 นั้นเป็เหตุผลว่าทำไมเขาจึงรู้สึกเสียดาย
ได้แต่ปลอบใจตนเองว่า เขียนครั้งหน้าก็ไม่สาย.พร้อมกับสติสัมปชัญญะสุดท้ายจะหมดลง
หรือบางทีเขาอาจไม่จำเป็ต้องเติมช่องว่างนั้นด้วยตัวอักษรแล้วก็ได้
.
..
...
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _