โอ้แม่เ้า!!! แดด่ 9 โมงเช้าร้อนมาก คุณดวงอาทิตย์ให้ผมซ้อมตกนรกเหรอครับ เฮ้อ...วันนี้กะว่าจะนอนตื่นสาย ๆ สักหน่อย เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับก็ปาไปเกือบตีห้า เอาล่ะ! ไหน ๆ ก็ตื่นมาแล้ว ดูสิ! มียอดคนเข้ามาอ่านเท่าไหร่แล้ว กดเข้าแอพนิยาย
ยอดอ่าน: 102
คอมเมนต์
Dalin: ใครคือฆาตกรอะ?
giftttt: ผู้หญิงเขาทำไรผิด ฆ่าเขาทำไม!
Arant: รออ่านจ้า
โห…ยอดอ่านเยอะนะเนี่ย ดีใจอ่า มีคนอินกับบทด้วย ผมเริ่มมีกำลังใจในการเขียนต่อละ แต่พอเปิดไฟล์ต้นฉบับขึ้นมา ข้อความพวกนั้นที่ผมไม่ได้พิมพ์ มันยังค้างอยู่ สงสัยคอมน่าจะรวนจริง ๆ นั่นแหละ แต่ช่างเหอะ ยังไงในแอพก็ไม่มีข้อความพวกนี้ ผมเขียนตอนต่อไปเลยดีกว่า
นิยาย
วันต่อมา
สถานีตำรวจห้วยเส้นขนาน
บนจอแอลอีดี กำลังฉายภาพซีทีสแกนของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 12 ราย แต่ละภาพ ถูกวงกลมเป็สีแดงรอบรอยแทงที่หน้าอกด้านซ้าย
ภัทราวดีชี้นิ้วไปที่ภาพ
“ทุกคนถูกแทงเข้าที่หัวใจ ซึ่งลึกเท่ากันทุกราย อาวุธที่ใช้น่าจะเป็มีดความกว้างประมาณ 2.5 เิเค่ะ”
“คนที่มีความรู้เื่ร่างกายของมนุษย์ที่ลึกขนาดนี้ หลัก ๆ ก็น่าจะเป็บุคลากรทางการแพทย์ครับ” อินทรเอ่ยขึ้น
“ฆาตกรน่าจะเกลียดผู้หญิงมาก ๆ ถึงได้ลงมือเฉพาะกับผู้หญิง แต่เพราะเหตุผลอะไร ถึงทำแบบนั้น เพราะเหยื่อแต่ละราย ไม่ได้รู้จักกันเลย แต่มีสิ่งที่เหมือนกันคือ พวกเธอมีครอบครัวแล้วครับ” ธนาธิปเสริม
“ผลจากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่มีอะไรสาวถึงผู้ก่อเหตุได้เลยครับ” พิศาลเสริม
บรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนพยายามอย่างหนักที่จะหาตัวฆาตกรตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา แต่มันเป็เื่ยากมาก เพราะฆาตกรไม่ทิ้งเบาะแสอย่างอื่นเลย นอกจาก DNA ที่ตรงกัน แต่ DNA นั้นไม่มีในฐานระบบ เพราะคนร้ายไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม
“เราต้องตามตัวมันให้เจอ ก่อนจะมีศพรายที่ 13” เมฆากล่าว
“ครับ/ค่ะ”
หลักเลิกงาน ระหว่างที่อินทรขับรถกลับบ้านพัก ดวงไฟท้ายรถยนต์ข้างหน้ากวัดแกว่งเป็จังหวะ เขาเปิดเพลงเพื่อคลายอารมณ์ แต่เสียงเพลงนั้นดังไม่พอ เมื่อเทียบกับความคิดที่ดังอยู่ในหัวของเขาตอนนี้
‘แทงครั้งเดียวที่หัวใจ เพื่อหวังให้ตายในไม่กี่นาที’
เขาพยายามอ่านพฤติกรรมของฆาตกรต่อเนื่อง ถึงวิธีการฆ่า แต่ไม่ทราบเหตุผลของฆาตกรว่าทำไมถึงฆ่าผู้หญิงเ่าั้
โลกความเป็จริง
หิวข้าวแฮะ ผมมองไปดูนาฬิกาที่หน้าจอคอม ตอนนี้มันบ่ายโมงแล้ว ก็ว่า ทำไมถึงรู้สึกหิวขนาดนี้ ผมพักไปกินข้าวก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยกลับมาเขียนต่อ
(รถของอินทรที่กำลังแล่นอยู่บนถนน จู่ ๆ ก็หยุดนิ่ง รถบนท้องถนนทุกคันหยุดโดยอัตโนมัติ ภาพทุกอย่างนิ่งสนิท เหมือนถูกล็อกไว้
ความคิดเื่ฆาตกรต่อเนื่องเมื่อกี้หายแวบไปทันทีเมื่ออินทรเจอเหตุการณ์ตรงหน้าตอนนี้ ร่างกายของเขาขยับไม่ได้ ยกเว้นดวงตาและปาก เขาจ้องมือของตัวเองที่ยังจับแน่นที่พวงมาลัยรถ และลองก้มหน้าไปมองเท้าที่เหยียบคันเร่งอยู่ แต่รถกลับไม่เคลื่อนที่ เขาเริ่มประหลาดใจ)
[เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงขยับตัวไม่ได้ แล้วทำไมทุกอย่างหยุดนิ่ง]
(อินทรพยายามขยับร่างกาย แต่ไม่มีอะไรกระดิกแม้แต่น้อย ตาที่กลอกไปมาด้วยความสับสน ว่าตอนนี้เขากำลังเจอกับอะไร จนเวลาผ่านมาเกือบชั่วโมง เขายังทำอะไรไม่ได้เลย)
โลกความจริง
ผมกลับมาถึงห้อง หลังจากทานข้าวเช้ารวมข้าวเที่ยงเสร็จ ร้านข้าวขาหมูหน้าซอยอร่อยดีอะ เดี๋ยวตอนเย็นผมไปกินอีกแน่นอน อ่า…หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนเหมือนคนโบราณว่าไว้เลย แต่ผมจะนอนไม่ได้ เดี๋ยวนิยายวันนี้แต่งไม่เสร็จ
ผมเปิดหน้าจอคอมขึ้นมาอีกครั้ง ว่าจะแต่งตอนนี้ต่อให้เสร็จ จะได้อัพลงแอพ
เฮ้ย!!! นี่มันอะไรเนี่ย ผมยังไม่ได้พิมพ์เลย แล้วมันขึ้นมาได้ไง
[เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงขยับตัวไม่ได้ แล้วทำไมทุกอย่างหยุดนิ่ง]
ผมว่ามันแปลก ๆ แล้ว ปิดคอมเปิดใหม่ดูสิ เครื่องอาจจะรวน อ้าว!!ข้อความยังอยู่เหมือนเดิม ผมพยายามกดลบ แต่มันไม่สามารถลบได้ มันคืออะไร ใครพิมพ์ แล้วทำไมถึงลบไม่ได้ มันเป็แบบนั้นอีกแล้ว
[นี่มันเื่บ้าอะไร!]
เฮ้ย!!! ขึ้นมาอีกแล้ว อะไรวะเนี่ย!! ผมนิ่งช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้า หรือว่าคอมผมโดนแฮ็กเหรอ? โดนแฮ็กจริงปะเนี่ย!!!
ไม่ได้การแล้ว ผมรีสตาร์ทคอมใหม่ทันที อ้าว! มันยังมีข้อความนั้นเหมือนเดิม ช่างมันเหอะ มึงแฮ็กได้ก็เื่ของมึง กูไม่ได้ใส่บัญชีธนาคารไว้ มึงดูดเงินกูไม่ได้หรอก ผมเลิกสนใจข้อความบ้า ๆ นั้น
นิยาย
ฝนเทลงมาอย่างหนัก ราวกับท้องฟ้ารั่ว ทำให้รถบนท้องถนนขับไปด้วยความยากลำบาก
(อินทรขยับตัวได้ ทุกอย่างกลับมาเคลื่อนไหวเหมือนเดิม อินทรมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้ฝนตกแรงมาก ทั้งที่เมื่อกี้ทุกอย่างนิ่ง และไม่มีท่าทีว่าฝนจะตกด้วยซ้ำ เขายิ่งประหลาดใจ อินทรเปลี่ยนเท้าไปเหยียบเบรก แต่ปรากฏว่ารถยังเคลื่อนไปต่อเหมือนเดิม ไม่มีการหยุดใด ๆ เขาสับสน แต่จู่ ๆ ภาพก็ตัดไป เขากลายเป็ตัวละครตามบทบาทที่ถูกเขียนให้เป็)
อินทรกลับมาถึงบ้าน รีบอาบน้ำเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปประชุมใหญ่กับทีมตำรวจสืบสวนกลางในการสรุปคดีที่ผ่านมาทั้งปี
โลกความจริง
ครืดดดดดดด
ผมละมือจากแป้นพิมพ์ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย ที่แท้ก็พี่ส่งพัสดุ เดี๋ยวผมออกไปรับพัสดุก่อน
(อินทรลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืด แต่พอมีแสงสว่างจากไฟถนนด้านนอก ทุกอย่างหยุดนิ่งอีกแล้ว แม้แต่แมลงยังบินค้างอยู่บนเพดานห้อง โดยไม่มีการขยับปีก )
[เกิดบ้าอะไรวะ ทำไมเป็แบบนี้อีกแล้ว ตอนนี้มาอยู่บ้านได้ไง เมื่อกี้ยังขับรถอยู่เลย]
(อินทรลืมเหตุการณ์ก่อนหน้า ที่เขาแสดงตามบท เขาจำอะไรไม่ได้ เขาเริ่มสงสัยแล้วว่ามันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาแน่ๆ ตอนนี้เขาขยับร่างกายไม่ได้เลย)
โลกความจริง
ผมถือกล่องพัสดุเข้ามาในห้อง ของด้านในเป็ที่โกนหนวดแบบมีแบตเตอรี่ อันเก่ามันเสีย ผมไม่ได้โกนหนวดมาสองอาทิตย์แล้ว ตอนนี้ยาวเฟื้อยเหมือนฤๅษีเลย ไว้ค่อยโกนตอนอาบน้ำแล้วกัน รีบแต่งนิยายต่อ จะได้อัพให้คนได้อ่าน
ผมใช้นิ้วกดแป้นพิมพ์หนึ่งครั้ง เพื่อให้หน้าจอที่ดับไป สว่างขึ้นมา บทนิยายที่ผมเขียนค้างไว้เมื่อกี้
[เกิดบ้าอะไรวะ ทำไมเป็แบบนี้อีกแล้ว ตอนนี้มาอยู่บ้านได้ไง เมื่อกี้ยังขับรถอยู่เลย]
เฮ้ย!!! มันพิมพ์เองอีกแล้ว ผมกดลบย้ำ ๆ แต่ข้อความก็กลับมาเหมือนเดิม ผมตัดสินใจอัพนิยายลงในแอพทันที ไม่เขียนเพิ่ม อยากรู้ว่าข้อความพวกนี้จะอยู่ในนิยายไหม พออัพเสร็จ ผมรีบเข้าไปอ่าน
ไม่มีแฮะ ผมกดเปลี่ยนหน้าจอมาที่ไฟล์ต้นฉบับ ข้อความนั้นยังอยู่ ผมกดปิดไฟล์ แล้วปิดขึ้นมาใหม่
ข้อความก็ยังค้างอยู่เหมือนเดิม ผมอยากเอาคอมไปให้ร้านเช็กดู แต่เงินไม่มีอะดิ เฮ้อ….
[ผีอำเหรอ? ไร้สาระ!! นี่มันยุคไหนแล้ว แต่ทำไมถึงขยับตัวไม่ได้ หรือว่า…]
เฮ้ย!!! ข้อความมันเด้งขึ้นมาอีกแล้ว
พอ ๆ ผมว่าผมเจอดีแล้วแหละ มันต้องมีอะไรแน่ ๆ ผมรีบปิดหน้าจอคอมทันที
มันเกิดอะไรขึ้น คิดดิวะ นที ทำไมข้อความบ้า ๆ พวกนั้นถึงเด้งขึ้นมาเอง มันต้องมีวิธีแก้ แต่ต้องไปหาก่อน
1 สัปดาห์ต่อมา
ผมเสิร์ทหาวิธีแก้ และพยายามลบ แต่มันไม่หาย ผมหมดหนทางแล้วจริง ๆ เริ่มกลัว ว่าถ้าผมเขียนต่อไป มันจะมีข้อความบ้า ๆ แบบนี้เด้งขึ้นมาอีก
(อินทรนอนนิ่งอยู่แบบนั้น เขารู้สึกว่าครั้งนี้มันยาวนานมาก เขารู้สึกว่าต้องมีใครบางคนควบคุมเขาอยู่แน่ๆ ถึงจะคิดว่ามันเป็เื่ไร้สาระ แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ มันบ่งชัดว่าเป็แบบนั้น แต่จู่ ๆ ร่างกายของเขาก็ขยับได้ เขาลุกออกจากเตียง มองไปรอบ ๆ ทุกอย่างยังนิ่งเหมือนเดิม แม้แต่แมลงตัวนั้น ก็ยังค้างอยู่ที่เดิม เขาเดินไปที่โต๊ะอาหารริมห้อง หยิบปากกาและกระดาษออกมา ทุกอย่างกลายเป็สีขาวดำ รวมถึงตัวของเขาด้วย เขาเขียนลงในกระดาษ เพราะเขารู้สึกว่า เหมือนมีคนดักฟังเสียงเขาอยู่ ทำให้ทุกอย่างรอบตัวของเขากลายเป็แบบนี้ เขาจึงเขียนออกมาแทน
<ไม่รู้หรอกนะว่าใครควบคุมผมอยู่ แต่ผมจะทำตามที่คุณบอก
ถ้าคุณกลับมาทำให้ทุกอย่างเหมือนเดิม
แล้วผมจะค่อย ๆ สืบ ว่าคุณคือใครกันแน่>
อินทรเขียนไว้แค่นั้น เขาวางปากกา แล้วเดินไปยังประตู เพื่อเปิดประตู แต่มันเปิดไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟ ก็กดไม่ได้ จู่ ๆ กระดาษกับปากกาเมื่อกี้ก็ถูกย้ายไปอยู่ที่เดิม ข้อความที่เขียนเมื่อกี้ก็จางหายไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเดินกลับมาที่เตียงเหมือนเดิม เอนหลังพิงหัวเตียง ไม่ได้รู้สึกง่วง ไม่รู้สึกหิว แค่รอเวลาให้ทุกอย่างกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง)