และด้วยคำหวานของเขาก็เล่นเอาฉันหน้าแดงอีกครั้งจนต้องถามหาคำตอบที่แท้จริงเพื่อกลบเกลื่อนความดีใจเอาไว้
“งั้นขอเรื่องจริงอีกเรื่องได้ไหมคะ”
“คิกคิก...เวลาคุณภรรยาเขินน่ารักจัง...ทั้งน่ารักแล้วก็น่ากิน”
หมับ...!!
และคราวนี้เขาที่ไม่ได้จูบหรือหอมฉันเหมือนที่ทำก่อนหน้านี้แล้วแต่กลับคว้าหมับไปที่หน้าอกขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้ชุดเดรสระบายสีขาวแล้วออกแรงบีบขยำเล่นทันที
“คุณฮันนี่...!!”
เพี๊ยะ...!!
ฉันถึงกับถลึงตาใส่คนตัวโตด้วยความตกใจก่อนจะวาดมือใส่หลังมือเขาแล้วออกแรงดิ้นหนีวงแขนกำยำทันที
เพียงแต่...ร่างกายที่เล็กว่าเขาอีกทั้งแรงที่น้อยกว่าเขาแบบนี้ทำให้การดิ้นหนีของฉันเหมือนจะทำให้เขากอดรัดได้แน่นขึ้น
“ปล่อยเลยนะคะทำแบบนี้ได้ยังไงถ้าใครมาเห็นเข้าล่ะ >///<”
ฉันที่ทั้งอายทั้งโมโหเพราะไม่เคยมีแฟนหรือถูกแสดงความรักแบบเปิดเผยอย่างนี้มาก่อน
“ไม่เห็นต้องอายเลยครับคุณภรรยา...นี่บ้านผมนะครับหรือถ้าใครมาเห็นแล้วกล้าเอาไปพูดผมจะทำให้มันได้พูดประโยคนั้นเป็นประโยคสุดท้าย...โอเคไหมครับ ^-^” รอยยิ้มที่ดูหวานละไมถูกส่งออกมาขัดกับประโยคอำมหิตสิ้นเชิง
“เป็นหมอจริงหรือเปล่าคะเนี่ยทำไมโหดจัง”
“จริงซิครับถ้าไม่เชื่อเดี๋ยววันนี้คุณหมอจะตรวจภายในให้คุณภรรยาอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมเลยล่ะ”
“ก็วกเข้าเรื่องนี้จนได้นะคะ”
“หรือว่าเราจะกลับคอนโดผมก่อนดีไหมแล้วค่อยมาหาแด๊ดกับมัมเขาใหม่ก็ได้”
“เฮ้ออออ~~”
และในจังหวะที่ฉันกำลังรบกับปีศาจหื่นกามอยู่นั้นคุณแม่กับคุณพ่อของคุณฮันนี่ที่ดูท่าจะรอพวกเราอยู่นานก็ได้เดินออกมาตามพอดี
“ฮันนี่ปล่อยลูกสาวมัมเดี๋ยวนี้นะคะให้มัมได้คุยกับลูกสาวบ้าง”
เสียงท้วงที่ดังมาคุณแม่ของคุณฮันนี่ก่อนที่ท่านจะเดินมาดึงฉันออกจากอ้อมกอดคนตัวโตที่แสดงท่าทีไม่ยินยอม
“สวัสดีค่ะคุณแม่สวัสดีค่ะคุณพ่อ”
ฉันยกมือไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อมให้กับคนทั้งสองที่เดินออกมาต้อนรับพวกเรา
“มัมทำแบบนี้ไม่ได้นะครับหนอนเป็นภรรยาของผมนะ มัมจะมาเกาะแกะไม่ได้”คนตัวโตออกอาการหึงหวงแม้กระทั่งกับแม่ของตัวเอง
“เจ้าลูกบ้านี่...นี่ลูกสาวมัมทำไมมัมจะเกาะแกะไม่ได้ห๊ะ...”
ส่วนคนเป็นแม่ก็ไม่ยอมเช่นกันด้วยเพราะเธอนั้นอยากมีลูกสาวมาโดยตลอดก็ออกอาการแย่งแฟนลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดตัวเองทันที
“แด๊ด...มาเก็บเมียตัวเองไปเลย”
คนงอแงพูดก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากพ่อตัวเองแต่ทว่า...ใครก็ต่างรู้ดีว่าผู้ชายตระกูลคารอสยกให้เมียเป็นที่หนึ่งนั่นจึงทำให้พ่อของเขาได้แต่ยักไหล่ก่อนจะเดินตามเมียตัวเองเข้าบ้านไป...
หลังจากที่เราทุกคนได้เข้ามานั่งยังโถงรับแขกขนาดใหญ่แล้วคุณแม่ของคุณฮันนี่ที่ประคองฉันให้ไปนั่งข้างท่านจนคุณฮันนี่ที่เดินตามมานั้นถึงกับหน้านิ่วด้วยความไม่พอใจ
“มัมคร้าบบบบฮันอยากให้หนอนมานั่งตักฮันอ่ะ”
คนตัวโตออกลูกอ้อนทันทีพร้อมกับส่งสายตามาทางฉันเพื่อให้ฉันเห็นด้วยกับเขา
“ฮันนี่ค่ะลูกไปนั่งดีๆ นะคะมัมจะนั่งตรงตรงนี้กับลูกสาวมัมค่ะ”
ส่วนคุณแม่ของเขาก็ไม่ยอมเช่นกันออกไปไล่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนตัวเองไปแล้วหันกลับมาคุยกับฉันต่อ
“เอาล่ะ...ก่อนอื่นเลยแม่ต้องขอบคุณหนูหนอนมากๆ เลยนะคะลูกที่หนูไปช่วยฮันนี่เขาเอาไว้ได้ทัน”
คุณแม่เปิดด้วยประโยคที่ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าท่านรู้ได้ยังไง
“เอ...จะว่าไปผมก็แปลกใจอยู่เหมือนกันนะครับว่ามัมรู้ได้ยังไงครับว่าคุณหนอนมาช่วยผม??”
คนเป็นลูกชายที่รู้สึกตะขิดตะขวงใจในข้อนี้ไม่ต่างกันเอ่ยปากถามด้วยเพราะตัวเขานั้นไม่เคยบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวกับเขาให้ผู้เป็นมารดาได้รับรู้เลยสักนิดและถึงแม้ว่าท่านจะตามสืบว่าในช่วงนี้ผมคบกับใครหรือสนใจผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษก็ตามแต่ก็ไม่น่าจะเร็วถึงขนาดที่สามารถตามมาช่วยผมได้ทันท่วงทีแบบนี้ได้
“คิกคิก...นี่แหละค่ะความลับของผู้หญิงอย่างเรา”
สิ้นท่าทางน่ารักของคุณแม่คุณฮันนี่ที่เอามือจุ๊ปากแล้วขยิบตาให้ทั้งฉันและคุณฮันนี่ก็ถึงกับหันหน้ามองกันแทบจะทันที
“ยะ...ยังไงหรอคะ?? / นั่นซิครับนี่มัมมีความลับอะไรที่ผมยังไม่รู้อีก??”
ก่อนที่คุณแม่ของคุณฮันนี่จะยิ้มหวานอีกครั้งพร้อมกับตั้งคำถามขึ้นมาเพื่อเปิดทางอธิบายทุกอย่างให้ฉันได้เข้าใจและรวมถึงเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้พวกเราได้ฟัง...
“หนูหนอนจ้ะแม่รู้ว่าหนูมีสัมผัสพิเศษที่สามารถเห็นนิมิตแปลกประหลาดได้ใช่ไหมจ๊ะ”
คุณแม่ของคุณฮันนี่เปิดด้วยคำถามที่ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างตะลึงงันแทบจะหยุดหายใจและด้วยปฏิกิริยาทางร่างกายที่แสดงออกไปแบบนั้นก็ทำให้แม่คุณฮันนี่ยิ้มหวานอีกครั้งก่อนจะพูดคำพูดบางคำที่ทำให้ฉันถึงกับโล่งใจ...
“ไม่เป็นไรจ้ะเพราะผู้หญิงที่ถูกเลือกให้มาล้างอาถรรพ์คำสาปของตระกูลนี้ต้องมีกันทุกคน”คุณแม่อธิบาย
“ห๊ะ...วะ...ว่าไงนะคะ??”
ส่วนฉันที่ถึงกับอุทานเสียงหลงที่ได้ยินแบบนั้นก่อนที่หญิงวัยกลางคนตรงหน้าที่มีใบหน้าดูอ่อนเยาว์จะส่งยิ้มมาพร้อมกับเริ่มบอกเล่าถึงอาถรรพ์คำสาปนี้
“คืออย่างงี้จ้ะ...ทางตระกูลของคุณพ่อฮันนี่เขาเนี่ยเฉพาะแค่ลูกหลานสายตรงของตระกูลที่เป็นผู้ชายคนแรกเท่านั้นทุกคนจะต้องเจอเข้ากับอาถรรพ์คำสาปแบบนี้มาทุกรุ่นไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อของฮันนี่เองก็ด้วยเขาก็ต่างต้องเผชิญกับอาถรรพ์คำสาปนี้เหมือนกัน”คุณแม่พูดก่อนจะหันไปมองผู้เป็นสามีแล้วพูดต่อ
“ส่วนวิธีหรือเงื่อนไขในการแก้คำสาปมันถูกกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องแก้โดยคู่ที่ถูกกำหนดเอาไว้โดยที่เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเป็นใครซึ่งข้อนี้แม่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกณฑ์ในการเลือกผู้ล้างอาถรรพ์คำสาปคืออะไรแต่เมื่อถึงเวลาก็จะมีเหตุให้ต้องเจอกันเพียงแต่ว่า...ฮันนี่ของแม่ดันโชคดีที่มีหนูหนอนมาช่วยเอาไว้ได้ทันนั่นก็เพราะว่าวันที่แม่บอกหนูไปนั้นมันเป็นวันที่เจ็ดตามกำหนดพอดี"
ผู้เป็นแม่พูดด้วยสายตาสั่นเครือยามคิดไปถึงความเป็นความตายแบบเส้นยาแดงผ่าแปดของลูกชายตนเองที่นอกจากเกือบจะไม่ทันเจ็ดวันอันตรายแล้วอายุในปีนี้ก็ยังถึงเกณฑ์อาถรรพ์อีกด้วย...
ส่วนคนฟังอย่างฉันก็ได้แต่ยิ้มบางๆ ออกมาพร้อมกับนึกวูบโหวงในใจถ้าหากวันนี้ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่มันควรจะเป็นคนตัวโตที่นั่งด้านข้างเขาจะมีชะตากรรมชีวิตยังไงแต่ที่แน่ ๆฉันคงคิดว่าเขาเป็นผู้ชายเจ้าชู้ที่คิดมาจีบผู้หญิงไปเรื่อยเหมือนดอกไม้ริมทางอีกทั้งอาการที่สัมผัสโดนผู้ชายคนไหนแล้วเจอนิมิตสัปดนก็คงจะต้องติดตัวฉันไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน...