ฉันอยู่ที่โลกมาร์เวล

    ตอนที่ 38 ภารกิจจับตัวประกัน!

    ตอนที่ 38 ภารกิจจับตัวประกัน!



    'ปู้นๆ! ฉึก! ฉัก!'

     

    ท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวเสียงรถไฟแบบเก่าวิ่งจากระยะไกลและกำลังใกล้เข้ามา 

     

    ลวดสลิงยาวห้อยลงมาจากยอดเขาข้ามแนวดิ่ง 100 เมตรและปลายอีกด้านอยู่บนภูเขาตรงข้ามที่ปกคลุมด้วยหิมะ

     

    “เป้าหมายมาแล้ว” ไคล์ เอ่ยขึ้นพร้อมกับจับรอกเลื่อนที่คล้องลวดสลิงด้วยมือทั้งสองข้าง

     

    สตีฟ เอ่ยเตือนขึ้นว่า:“ บัคกี้ ระวังตัวด้วยรถไฟมันวิ่งมาด้วยความเร็วสูงหากนายพลาดมันอาจจะทำให้นายตายได้”

     

    “ โอเค ฉันจะระวังให้มากขึ้น” บัคกี้ พยักหน้า เขารู้ตัวเองดีว่าร่างกายของเขาไม่ใช่สุดยอดทหาร ดังขึ้นเขาจึงไม่กล้าที่จะประมาท

     

    “ พวกคุณเตรียมตัวให้พร้อม!”

     

    ฟิวรี ที่กำลังส่องกล้องส่องทางไกลเอ่ยขึ้น หลังจากเห็นขบวนรถไฟของข้าศึก เขาก็เอ่ยขึ้นอีกว่า"ผมจะเริ่มนับถอยหลัง...."

     

    “ 3, 2, 1, ไป!”

     

    เมื่อคำสั่งของ ฟิวรี ดังขึ้น ไคล์ ที่จับรอกเลื่อนไว้ในมือก็เป็นผู้นำในการกระโดดลงจากยอดเขา ตามมาด้วย สตีฟ และบัคกี้ พวกเขาโหนลวดสลิงลงมาอย่างรวดเร็ว

     

    'วิ้วๆๆ! '

     

    ลมหนาวปะทะใบหน้าของพวกเขาจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว

     

    ไคล์ มองไปที่หัวรถไฟที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงจากนั้นก็ปล่อยมือ และร่างของเขาตกลงบนหลังคารถไฟอย่างง่ายดาย

     

    'ฟุบ! '

     

    สตีฟ และ บัคกี้ ก็ร่อนลงด้านบนของรถไฟเช่นกัน รถไฟขับมาด้วยความเร็วสูง ด้านข้างของรถไฟเป็นหุบเหวที่เต็มไปด้วยหิมะ เมื่อมองลงไปมันให้ความรู้สึกที่เสียวซ่าน

     

    “ ไคล์ นายมีแผนไหม?” สตีฟ เอ่ยถามเพื่อนของเขาเพราะเขารู้ดีว่า ถึงแม้ ไคล์ จะมียศระดับพันตรีแล้วแต่ยังชอบลุยเดียว

     

    “ มันง่ายมาก ฉันจะเข้าไปในรถไฟเพื่อดึงดูดความสนใจของศัตรู ส่วนนายสองคนไปที่ด้านหน้าของขบวนรถแล้วทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา”หลังจากเอ่ยจบ ไคล์ ก็ไม่รอคำตอบ เขาปีนลงไปด้านข้างของตู้รถไฟอย่างรวดเร็ว 

     

    ไคล์ เข้าไปในตู้รถไฟเพียงไม่ถึงหนึ่งวินาทีก็มีสัญญาณแจ้งเตือนการบุกรุกในทันที จากนั้นศัตรูก็แห่กันเข้ามาหาเขา

     

    บัคกี้ ที่อยู่ด้านบนรถไฟก็ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ เรียบง่ายและดิบอย่างแท้จริงๆ”

     

    "ไปกันเถอะ." สตีฟ คุ้นเคยกับการกระทำของ ไคล์ ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรมากและพา บัคกี้ ไปด้านหน้าขบวนรถไฟ

     

    ภายในตู้กลางของรถไฟ

     

    ทหารเยอรมันที่มีอาวุธครบมือห้านายนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น และทุกคนถูกแทงทะลุหัวใจโดยตรง

     

    อาวุธปืนพลังงานแสงสีฟ้าสองสามชิ้น เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

     

    'ติ๋ง! ติ๋ง! ติ๋ง!'

     

    สีหน้าของ ไคล์ ยังคงเยือกเย็นและดาบที่มือซ้ายของเขาก็มีเลือดไหลหยดลงไปที่พื้น แขนข้างขวาก็มีควันปรากฏออกมาเล็กน้อยและรองเท้าบู๊ตหนังของกองทัพก็ค่อยๆเหยียบลงบนสระเลือดสีแดงเข้ม

     

    ไคล์ มองไปรอบๆ ทันใดนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่มุมรถไฟซึ่งมีกล้องวงจรปิดอยู่ที่นั่น

     

    "แอบมองฉัน?" ไคล์ กล่าวคำเยาะเย้ยในปากของเขาจากนั้นก็ย่อตัวลงและหยิบอาวุธปืนพลังงานแสงสีฟ้าขึ้นมาจากพื้น

     

    เขาดึงไกปืนและยิงไปที่กล้องวงจรปิดจนมันสลายกลายเป็นผุยผง

     

    ปลายทางที่กล้องวงจรปิดส่งภาพไปนั้นคือตู้หลักของรถไฟขบวนนี้

     

    ศาสตราจารย์วัยกลางคนหัวโล้นที่สวมแว่นตาหนาๆ พร้อมกับคนขับรถไฟ ต่างเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ

     

    “ ไอ้หมอนี่กำลังมาที่นี่จริงๆ! คราวนี้เราตายแน่... เหล่าทหารในรถไฟก็ไม่สามารถหยุดมันไม่ได้” ลิ้นของคนขับรถไฟแข็งทื่อและน้ำเสียงก็สั่นอยู่ตลอดเวลา

     

    พันตรีไคล์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ชื่อเสียงของเขายังดังก้องอยู่ในเยอรมนีด้วย

     

    ชื่อเสียงนี้มาพร้อมกับศพของทหารเยอรมันหลายพันนาย ที่เขาฆ่า กองทัพเยอรมันเกลียดชัง ไคล์ เป็นอย่างมากถึงกับอยากจะปูพรมทิ้งระเบิดด้วยการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปยังแนวหน้าที่ ไคล์ ประจำการอยู่

     

    สำหรับชาวเยอรมันแล้ว ไคล์ เป็นเหมือนฝันร้ายแม้ว่าพวกเขาจะกล้าหาญและกระหายเลือดแต่ชื่อ 'ไคล์' มันทำให้พวกเขาเกรงกลัว

     

    "หุบปาก! ส่งทหารออกไปจัดการมันเพิ่มอีก!” ศาสตราจารย์หัวโล้นตบหน้าคนขับรถไฟจากนั้นก็มองไปที่หน้าจอมอนิเตอร์อย่างเย็นชาผสมกับความหวาดกลัว“เร็ว! ครั้งนี้ต้องลากมันลงนรกให้ได้!”

     

    หลังจากทำลายกล้องวงจรปิดแล้ว ไคล์ ก็มองไปรอบ ๆ และเริ่มดึงการ์ดออกมา

     

    เหตุผลที่เขาชอบต่อสู้คนเดียว อย่างแรกมีความลับเกี่ยวกับการ์ดมากเกินไป และเขาก็ไม่อยากเปิดเผยต่อสายตาของคนอื่นแม้ว่าอีกคนจะเป็น สตีฟ ก็ตาม

     

    ประการที่สอง วัสดุที่ได้รับจากศัตรูมีแต่ของที่มีคุณภาพสูงเขาไม่อยากทิ้งมันไว้ให้สูญเปล่าดังนั้นเขาจะเปลี่ยนมันเป็นการ์ดโดยตรง

     

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธหรือวัสดุทางทหารที่ได้รับการพัฒนาจากองค์กรไฮดร้าในเยอรมนีมันมีแต่ของดีที่มีคุณภาพซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นการ์ดสีฟ้าได้มากมาย

     

    [ปืนเลเซอร์], [ปืนพกพลังงานขั้นสูง], [เทสเซอร์แรคต์บรรจุพลังงาน] …

     

    ในระยะสามเมตร ไคล์ สามารถเปลี่ยนของเหล่านี้เป็นการ์ด

     

    “ มี เทสเซอร์แรคต์บรรจุพลังงาน อยู่ที่นี่จริงๆด้วย” ไคล์ กระพริบตาอย่างประหลาดใจนี่เป็นโชคลาภและ เทสเซอร์แรคต์บรรจุพลังงาน มักจะสามารถสกัดเป็นการ์ดสีฟ้าได้เกือบ 25 ใบ

     

    หลังจากบุกฐานโรงงานผลิตอาวุธหลายๆแห่งที่ผ่านมา เขาไม่เจอ เทสเซอร์แรคต์บรรจุพลังงาน เลยแม้แต่น้อย

     

    “ สตีฟ กับ บัคกี้ สองคนนั้นน่าจะจัดการกับภารกิจได้ง่ายๆ” ไคล์ พึมพำขึ้น แต่ภายในจิตวิญญาณของเขายังคงเปลี่ยนพลังงานเป็นการ์ด และเก็บไว้ในพื้นที่มิติการ์ด

     

    เป็นเวลานานกว่าหนึ่งนาทีแล้วที่ยังไม่มีทหารของข้าศึกมาที่นี่เพื่อขัดขวางการ ดึงการ์ดของเขา

     

    หลังจากเปลี่ยนพลังงานจาก เทสเซอร์แรคต์บรรจุพลังงานเป็นการ์ดเสร็จสิ้น เขาก็ลุกขึ้นยืนทันใดนั้นรถไฟทั้งขบวนก็สั่นสะเทือนอย่างมากและเขาเกือบจะล้มลงกับพื้น

     

    "เกิดอะไรขึ้น?" ไคล์ ขมวดคิ้วรีบเปิดประตูห้องแล้วมองไปที่ด้านหน้าของขบวนรถไฟ

     

    เขาเห็นตู้รถไฟด้านหน้าถูกระเบิดจนเป็นช่องขนาดใหญ่พร้อมกับควันที่โพยพุ่งออกมา

     

    ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วของรถไฟเหล็กยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและในไม่ช้าก็เกินขีดจำกัด จนล้อด้านล่างของรถไฟเกิดเป็นประกายไฟปลิวกระจายออกไปด้านข้าง!


    คล้ายกับเรื่องฉันอยู่ที่โลกมาร์เวล ที่คุณอ่าน