“ท่านแม่ อาหารจานนี้ทำจากสิ่งที่เราขุดมาหรือขอรับ” ฉู่เฟยหรงถามอย่างสนใจ
“อืม เ้าลองกินดูสิ” หลิวจางิ่ตักข้าวอบเผือกให้สามีและลูกชาย
“เ้ารู้จักสิ่งนี้ได้อย่างไร” ฉู่อันถามภรรยา
“ดื่มซุปไข่ด้วยนะเ้าคะท่านพี่ เฟยหรงดื่มซุปไข่ตามไปด้วยนะ ประเดี๋ยวอาหารจะติดคอ” หลิวจางิ่เลี่ยงไม่ตอบคำถามเขา
“อร่อยมากเลยขอรับท่านแม่ วันหลังพวกเราไปขุดมาอีกได้หรือไม่ขอรับ”
“ได้สิ” หลิวจางิ่ตอบลูกชายพลางหันไปพูดกับสามี “แต่เราจะกินเฉพาะพืชหรือผักอย่างเดียวไปตลอดไม่ได้เ้าค่ะ เราต้องมีอาหารประเภทเนื้อสัตว์ด้วย เพราะเฟยหรงอยู่ในวัยที่้าสารอาหารเพื่อเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ”
“เนื้อสัตว์ที่เ้าว่า เ้า้าสิ่งใดเป็พิเศษหรือ?”
“จะเป็สิ่งใดก็ได้เ้าค่ะ กุ้ง หอย ปู ปลา หมู เป็ด ไก่ ล้วนได้ทั้งนั้น”
“ได้” ฉู่อันตอบสั้นๆ อย่างไม่นึกขัด ั้แ่ที่หลิวจางิ่ฟื้นคืนสติขึ้นมาจากการที่นางหัวกระแทกโต๊ะคราวนั้น เขารู้สึกได้ว่านางไม่ใช่นางคนเดิม
“เฟยหรง หากเ้ากินอิ่มแล้ว เ้าก็เข้าห้องนอนไปก่อน แม่มีเื่จะปรึกษากับท่านพ่อ”
ฉู่เฟยหรงเดินเข้าห้องไปอย่างไม่ไว้ใจ เขากลัวว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะมีเื่ทะเลาะกันอีก ถึงแม้่หลายวันที่ผ่านมาท่านแม่จะทำตัวดีขึ้นมากแล้วก็ตาม
เมื่อเห็นว่าลูกชายเดินเข้าห้องไปแล้ว หลิวจางิ่จึงเริ่มพูดกับผู้เป็สามีพร้อมกับนำเงินที่ตนหาเจอขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ “ท่านพี่ บ้านเรามีเงินอยู่ 20 ตำลึงเ้าค่ะ ทั้งหมดมีเท่านี้”
“เ้าไม่จำเป็ต้องนำมามอบให้ข้า”
“ข้าไม่ได้มอบให้ท่าน ข้านำมาให้ท่านดูว่าเงินที่เรามีทั้งหมดมีอยู่เท่านี้ หากพรุ่งนี้พวกเราไปซื้ออาหารและของใช้กลับมา เราก็คงจะมีเงินเหลืออยู่อีกไม่มาก ลำพังแค่อาชีพขับเรือรับจ้างของท่าน ข้าคิดว่าอีกไม่นานเงินก้อนนี้ก็จะไม่เหลือแล้ว”
“เ้าไม่ต้องกังวลเื่นั้น”
“ไม่ให้ข้าเป็กังวล แล้วท่านพี่จะทำอย่างไร? ท่านจะหาเงินมาจากที่ไหนหรือเ้าคะ”
“ข้าเคยบอกเ้าไปแล้วว่าเงินที่ข้าหามาได้ ข้าจะให้เ้าทั้งหมด ส่วนข้าจะหามาจากที่ใดนั้น เ้าไม่จำเป็ต้องรู้”ฉู่อันเข้าใจผิด คิดว่านางจะหาเื่ทะเลาะกับเขาเื่เงิน เพราะไม่อยากให้นางเห็นความผิดปกติว่าเขาเอาเงินจำนวนมากมาจากที่ใด เขาจึงคอยนำเงินมอบให้นางทีละน้อยโดยใช้ข้ออ้างว่าเป็ค่าจ้างขับเรือ
เมื่อเห็นว่าฉู่อันเริ่มมีโทสะและไม่อยากจะสนทนาเื่นี้กับตนต่อแล้ว หลิวจางิ่จึงไม่ได้พูดอะไรอีก พวกเขาสองคนต่างแยกย้ายกันกลับห้องของตัวเอง
ภายในห้อง หลิวจางิ่นอนลืมตาอยู่บนเตียง นางนอนไม่หลับ ฉู่อันเป็เพียงแค่คนพเนจรธรรมดาจริงหรือ ดูจากท่าทางองอาจ กล้าหาญ ลักษณะการพูดจาไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป มีเงินใช้ไม่ขาดมือ และที่สำคัญลายมือสวยงามมาก 'หรือเขาก็มีความลับเหมือนกับเรา กรี๊ดดดด... หรือว่าเขาเป็จะเป็ท่านอ๋องปลอมตัวมา ฮ่าๆๆๆๆ ท่าจะอ่านนิยายมากไปนะเรา'
(ฉู่อัน : นิยายที่เ้าว่าคืออันใด? แต่ในไม่ช้าข้าก็จะได้เป็ท่านอ๋อง)
เวลาเดียวกันนั้น ฉู่อันะโออกทางหน้าต่างเห็นเป็เพียงแค่เงามืดตรงเข้าไปทางป่าท้ายหมู่บ้าน
“องค์ชายขอรับ” ชายชุดดำสองคนเดินออกมาจากความมืด
“มีความคืบหน้าใดบ้าง” ฉู่อันถามทั้งสอง
“เ้าเมืองเหอผู้นี้มีนามว่าอู๋ไฉเหวินขอรับ เป็หลานชายของท่านเสนาบดีกรมโยธา ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด จนเมื่อ 2 ปีก่อนเกิดเื่ขึ้นกับบุตรชายของเขา หลังจากนั้นการทำงานของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปขอรับ เดิมบุตรชายของท่านเ้าเมืองเหอเป็เพียงคุณชายเสเพลคนหนึ่งเท่านั้น แต่หลังจากที่ถูกจับตัวหายไปหลายวัน พอกลับมาได้ ก็เหมือนกับเขาเปลี่ยนไปเป็คนละคน ไม่เพียงแต่เื่สุรานารี ยังข่มเหง ขูดรีดพ่อค้าและชาวบ้านด้วยขอรับ ” หลงปิง หนึ่งในชายชุดดำตอบคำถาม
“เท่าที่สืบทราบมา ผู้ที่อยู่เื้ัการหายตัวไปครั้งนี้ของเขา เกี่ยวข้องกับคนของท่านอัครมหาเสนาบดีขอรับ” หลงเป่ากล่าวเสริม
“ผ่านไป 5 ปี อัครมหาเสนาบดีเฒ่าช่างแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน” ฉู่อันทำหน้าครุ่นคิด “เวลานี้พระองค์เป็อย่างไรบ้าง”
“ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทยังคงทรงงานหนักเหมือนเดิมขอรับ” หลงปิงตอบ
“แล้วพี่สี่กับน้องหกเป็อย่างไร”
“องค์ชายสี่และองค์ชายหกเวลานี้พักอยู่ที่เมืองหลินขอรับ องค์ชายสี่ฝากจดหมายมามอบให้ท่านด้วยขอรับ” หลงเป่าตอบพร้อมยื่นจดหมายออกไป
ฉู่อันรับจดหมายเก็บไว้ในอกเสื้อ “พวกเ้าไปสืบต่อว่าลูกชายของเ้าเมืองเหอกับผู้ที่ลักพาตัวเขาไปนั้น ทำงานสิ่งใดให้กับอัครมหาเสนาบดี” เขาทำท่ามองไปทางพุ่มไม้ “ทางนี้ไม่ต้องสนใจ”
องค์รักทั้งสองคนกำลังจะก้าวไปทางพุ่มไม้ เมื่อได้ยินรับสั่งก็ไม่ได้เดินหน้าต่อ ทำเพียงรับคำแล้วะโหายไปกับความมืด
“ออกมาเถอะ อยากรู้สิ่งใดก็ออกมาถาม”
“ท่านรู้ว่าข้าอยู่ตรงนี้นานแล้วหรือ?” หลิวจางิ่ถามเขา
เนื่องจากหลิวจางิ่นอนไม่หลับจึงลุกจากเตียงมาเปิดหน้าต่างหวังมองดูดาวบนท้องฟ้า แต่สายตากลับมองไปเห็นเงาสีดำพุ่งออกมาจากห้องนอนของฉู่อันเข้าพอดี ทิศทางของเงาดำตรงไปยังป่าท้ายหมู่บ้าน นางตามไปอย่างนึกสงสัย และอยากรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของสามี หากเขามีความลับ นางก็จะบอกความลับของนางกับเขาเช่นเดียวกัน
“ท่านเป็ใคร?”