หลังจากร่วมภารกิจตะลุยป่ากว้างมาทั้งวัน ชายหนุ่ม ๆ ทั้งสามก็จัดงานเฉลิมฉลองให้กับมิตรภาพใหม่เอี่ยมของพวกเขา เจตรินรับบทพ่อครัวแสดงฝีมือประกอบอาหารรสเด็ด โชคชัยไกด์เ้าถิ่นก็ไม่น้อยหน้า ทันทีที่รถจอดสนิทเขาก็รีบบึ่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ไปเอาของเด็ดของดีที่สุดแสนจะภาคภูมิใจมาอวดเพื่อนใหม่
"นี่ครับพี่ ลองเลยครับ แม่ผมทำเองเลยนะ อย่างเด็ด!" ไกด์หนุ่มยกนิ้วโป้งการันตีความเด็ดดวงของน้ำหมักสีขุ่นในไห
"นี่สาโทใช่ป่ะ พี่ยังไม่เคยกินเลยว่ะ" เจตรินยืนหน้าเข้ามามองดูของเด็ดใกล้ ๆ พลางสูดดมฟุดฟิด
"ใช่ครับจารย์ สาโทในเมืองหายากหน่อย แต่อันนี้แม่ผมแอบต้มเอง มือต้มเหล้าเถื่อนอันดับหนึ่งเลยนะแม่ผม" เ้าถิ่นพูดจากระซิบกระซาบพลางชำเลืองมองซ้ายมองขวา
"มันคืออะไรครับ?" เครื่องดื่มหมักดองในบรรจุภัณฑ์แปลกตา เรียกความสนใจจากนักดื่มมืออาชีพได้เป็อย่างดี กลิ่นเฉพาะตัวที่ลอยตามลม ทำเอาหนุ่มต่างถิ่นถึงกับน้ำลายสอออกมา
"มันคือเหล้าท้องถิ่นของคนไทยครับ เรียกว่า "สาโท" ครับ" เจตรินพยายามแงะทึ้งผ้าคลุมของไหใบน้อยออก ก่อนจะสูดกลิ่นพิเศษเข้าไปเต็มปอด
"หมักจากอะไรครับ ไม่น่าใช่ผลไม้นะเนี่ย " ชายหนุ่มรีบยื่นหน้าเข้าไปสำรวจไหแห่งความลับทันที ก่อนจะออกความเห็นตามประสาผู้เชี่ยวด้านน้ำหมัก
"ใช่พีท นี่มันหมักจากข้าวครับ แต่ผมก็ไม่เคยลองเหมือนกันนะครับ" มือหนาควานหนาแก้วจอกใบเล็กใกล้มือ ก่อนจะจ้วงตักลงในไหแล้วรีบกระดกดื่มทันที
"มันกินได้จริง ๆ ใช่ไหมครับ" ความเปรี้ยวปากทำให้ลิ้นของหนุ่มต่างชาติแข็งขึ้นมา หลงลืมสิ้นเสียภาษาใหม่ที่เพิ่งจะหัดเรียน จนต้องหันไปถามไกด์หนุ่มเป็ภาษาอังกฤษเสียงสั่น
"drink drink put in you mouth โล้ด " เสียงอ้อแอ้ของไกด์หนุ่มที่เริ่มออกตัวก่อนใคร ตอบกลับพร้อมกระดกแก้วในมือโชว์ไปด้วย
"น่าจะได้นะครับ มันเป็เครื่องดื่มท้องถิ่น คงจะคล้าย ๆ สาเกโซจูล่ะมั้ง" เจตรินที่ล่วงหน้าไปก่อนหันมายืนยันความแซ่บ ก่อนจะกระดกแก้วโชว์อีกคน
"มันอร่อยจริง ๆ นะพีท ลองดูสิครับใช้ได้เลย หวาน ๆ ชิล ๆ ครับ" รสชาติหวานละมุนของเครื่องสีขุ่น ทำให้เจตรินอดใจไม่ไหวจำต้องจ้วงลงไปตักมาอีกแก้ว
"ไม่หลอกผมนะครับ ตอนนี้ซูซี่ไม่อยู่ด้วย" แม้เครื่องดื่มแปลกหน้าจะยั่วน้ำลายสุด ๆ แต่ปีเตอร์ก็ยังไม่อยากจะวางใจ เพราะหนุ่มน้อยตรงหน้านี้ฤทธิ์เยอะเหลือเกิน หลายต่อหลายครั้งที่อีกฝ่ายหลอกหรือสอนให้เขาทำอะไรแปลก ๆ
"ตอนที่พี่ไม่อยู่นี่แหละครับ เหมาะกับการทำอะไรใหม่ ๆ ที่สุด เอิ๊ก!" หนุ่มหน้าใสหยิบอีกแก้วอีกใบจ้วงลงไปในไหอีกครั้ง มือที่สั่นเทายื่นมันส่งให้ว่าที่พี่เขย ก่อนจะพ่นลมที่พุ่งออกมาใส่หน้าอีกฝ่ายเต็ม ๆ
แม้จะยังไม่วางใจในตัวชายหนุ่มรุ่นน้อง แต่เมื่อเหลือบมองไปในไหแล้วพบว่าของเหลวขาวขุ่นเหลือเพียงก้นไห อีกทั้งชายหนุ่มทั้งสองที่ออก start ไปก่อนหน้ายังมีชีวิตปกติสุข มันก็ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจกระดกแก้วใบเล็กเข้าปากทันที
รสชาติหวานปะแล่มพร้อมทั้งกลิ่นหมักที่เป็เอกลักษณ์ กระแทกใจหนุ่มตาน้ำข้าวเป็อย่างยิ่ง เครื่องดื่มรสดีราวกับน้ำทิพย์ที่มาชโลมใจชายวัยใกล้ 40 ให้กลับมาชุ่มชื่น ชายหนุ่มประทับใจจนต้องเอ่ยปากชมทันที
"ว้าว...อา..ร้อย..มากก ขอบ...คูน...แม" น้ำข้าวหมักทำให้โคนลิ้นแข็ง ๆ ของเขากลับมาอ่อนนุ่มอีกครั้ง ปีเตอร์พยายามกลั่นกรองภาษาไทยที่มีอยู่น้อยนิดออกมา เพื่อฝากคำขอบคุณไปยังมารดาของอีกฝ่าย
"I บอกแล้ว good good" เ้าของน้ำหมักมีฤทธิ์พูดด้วยความภาคภูมิใจ
"อาว...อีก" รสหวานล้ำทำให้เขาไม่อาจจะอดใจได้ จำต้องร้องขอเพิ่มอีกแก้วทันที
"ขอพี่ด้วย ๆ " เจตรินคว่ำไหโชว์ให้อีกฝ่ายได้ห็น ว่าตอนนี้เขาได้จัดการจนเกลี้ยงแล้ว
"พวกพี่ใจเย็น ๆ ก่อนนะ มันแรงนะพี่ค่อย ๆ กินเดี๋ยวเมากันไปก่อน" โชคชัยร้องปรามสองหนุ่มที่เอาแต่ยกซดท่าเดียว
"พวกพี่คอแข็งไอ้น้อง มาอีก ๆ สบาย ๆ " เจตรินทุบอกโชว์พาว
"มันจะเมาไม่รู้ตัวน่ะสิพี่"
"ช่างมันเฮ๊อะ..ฮ่า ๆ กินเหล้ามันก็ต้องเมาสิวะ"
"งั้นก็ตามใจนะพี่ น็อกก่อนไม่รู้ด้วยนะ" ผู้หวังดีอดที่จะส่ายหัวออกมาไม่ได้ แต่มือหนาก็เอื้อมไปหยิบไหใบใหม่ส่งให้อีกฝ่าย
ไหใบแล้วใบเล่าถูกส่งผ่านมือของหนุ่ม ๆ ทั้งสาม เสียงเพลงและเสียงหัวเราะดังขึ้นสลับกับเสียงเคาะโต๊ะเคาะเก้าอี้ เครื่องดื่มสุดพิเศษทำให้มิตรภาพของสามหนุ่มแน่นแฟ้นขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
"เฮ้! ดาวตก" ปีเตอร์ที่เริ่มจะกรึ่ม ๆ เล็กน้อย ร้องออกมาเสียงเมื่อเห็นแสงเล็ก ๆ พุ่งลงมาจากฟากฟ้า
"ตาฝาดหรือเปล่าพีท?" เจตรินร้องถาม หลังจากเงยหน้าที่แดงก่ำของตัวเองขึ้นมา แล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร
"นั่นไง ๆ " นิ้วแกร่งยังชี้ไปที่ท้องฟ้า เมื่อแสงสีสวยปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
"ไม่เห็นมีเลย คุณเมาแล้วเหรอพีท ฮ่า ๆ โชคดูดิ พีทเมาแล้วเห็นดาวตกว่ะ ฮ่าๆ" ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง เขาก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร เจตรินเลยพาลคิดไปว่าหนุ่มใหญ่คงจะเมาเสียแล้ว
"ผมเห็นจริง ๆ นะครับ " เมื่อได้ยินคำสบประมาท มีหรือที่ปีเตอร์จะยอมง่าย ๆ
"มันไม่มีหรอก you no no star" โชคชัยที่มองไม่เห็นอะไรบนท้องฟ้า พยายามร้องบอกหนุ่มตาน้ำข้าว
"ที่พวกคุณไม่เห็นเป็เพราะพวกคุณเมา ผมเห็นเพราะผมยังไม่เมา!" ปีเตอร์ก็คือปีเตอร์เขาไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด
"คุณนั่นแหละเมา ผมกับโชคมองตั้ง 4 ตา มองยังไงก็ไม่เห็นมีเลย" เจตรินตอบกลับมาพร้อมตาปรือ ๆ
"two win one " โชคชัยสนับสนุน
"ได้เลย! เดี๋ยวผมจะไปหาคนมายืนยันว่ามีดาวตกจริง ๆ " พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกับถือไหใบเล็กติดตัวไปด้วย
"ไปไหนเหรอครับพีท?" เจตรินร้องถามพลางเหลือบมองร่างสูงที่เซไปเซมา
"ผมจะไปหาซูซี่ แล้วจะให้เธอตัดสินว่ามีดาวมั้ย!" ศักดิ์ศรีนักประจำกลุ่มดื่มที่ค้ำคอ มันทำให้เขาไม่อาจยอมรับได้ว่าตัวเองเมา ประสบการณ์ดื่มร่วม 20 ปี ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่จะเมาจนไม่ได้สติ
"ยังไงพี่เค้าก็ต้องเข้าข้างผม เค้าจะบอกว่าไม่มี" เจตรินยักคิ้วใส่พลางหัวเราะคิกคัก
"ไม่จริง! ซูซี่เข้าข้างผม" คำท้าทายจากหนุ่มรุ่นน้อง ทำให้ปีเตอร์ยิ่งแต่อยากจะเอาชนะมากขึ้น
"ลองดูเลยพีท ไปถามเจ๊โรบอทเลยนะ แล้วนี่คุณจะเอาไหไปทำไมอ่ะพีท..." เมื่อเห็นอีกฝ่ายกอดไหเดินโซซัดโซเซไปทางบ้านพัก เจตรินก็ร้องถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
"เอาไปจิบระหว่างทางครับ ผมเหนื่อย!" ปีเตอร์หันกลับมาตอบ ก่อนจะสะบัดหน้าแล้วเดินเป๋ไปเป๋มา มุ่งไปยังห้องพักของกรรมการสาว
หลังจากเดินตุปัดตุเป๋มาพักใหญ่ ในที่สุดชายหนุ่มก็พาร่างั์ของตัวเองมาหยุดยืนที่หน้าประตูไม้บานใหญ่ได้ แม้จะมั่นใจในความคอแข็งของตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่าไอ้เครื่องดื่มรสหวานทานง่ายนี่มันแรงจริง ๆ ชายหนุ่มพยายามตั้งสติที่โงนเงนให้ตั้งตรง ก่อนจะออกแรงกระแทกฝ่ามือไปยังประตูกว้าง
"ว่าไงคะพีท?" เสียงเคาะประตูเป็จังหวะเอกลักษณ์คุ้นหู ที่เธอรู้ได้ทันทีว่าใครเป็คนเคาะ หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อคิดไปว่าชายหนุ่มคงจะเบื่อเล่นกับเพื่อน ๆ เลยขึ้นมาก่อกวนเธอ
"เปิดประตูหน่อยครับ ผมมีเื่สำคัญจะคุยด้วย" หากแต่น้ำเสียงที่ดูจริงจัง ทำให้เธอค่อนข้างประหลาดใจ
"มีอะไรหรือเปล่าคะพีท?" แต่เมื่อเปิดประตูออกมาเธอกลับพบกับเขาในสภาพใบหน้าแดงก่ำ ไหนจะแขนล่ำ ๆ ที่กำลังกอดไหใส่อะไรบางอย่างอยู่ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเธอแทบอยากจะเอาไหทุ่มใส่หัวเขาให้มันรู้แล้วรู้รอด
"ผมขอเข้าไปหน่อยนะครับ" ไม่ต้องรอให้เ้าของอนุญาต ขายาวก็ก้าวฉับ ๆ เข้าไปทันที
"อะไรกันคะเนี่ย..." หญิงสาวร้องออกมาอย่างใ เมื่อจู่ ๆ เขาก็เดินดุ่ย ๆ ไปที่ระเบียงห้องพร้อมกับชะโงกตัวออกไปดูอะไรบางอย่าง
"วันนี้คุณได้ออกไปที่ระเบียงหรือเปล่าครับ?" ชายหนุ่มถามออกมาเสียงเข้ม
"ไม่ค่ะ ฉันนั่งทำงานในห้องอย่างเดียว" ท่าทางของเขาทำให้เธอกังวลใจ จนต้องชะโงกหน้าออกไปสำรวจหาความผิดปกติ
"แย่จัง" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ตอบกลับเสียงเศร้า
"ทำไมคะพีท แย่ยังไง" นี่เธอเริ่มจะสงสัยแล้วว่าเขามีอาการวัยทองหรือเปล่า เธออยากจะรู้เหมือนกันว่าในหนึ่งวันเขามีกี่ล้านอารมณ์กันแน่
"เจ็ทกับโชค บอกว่าผมเมาเลยมองเห็นดาวตก ถ้าคุณไม่ได้ออกไปที่ระเบียง คุณก็เป็พยานให้ผมไม่ได้" ศีรษะทุยส่ายไปมาด้วยความเซ็ง
"ฮ่า ๆ ตายจริงพีท ฉันอาจจะเป็พยานให้คุณไม่ได้นะคะ แต่ว่าฉันมีข่าวดีจะบอกค่ะ วันนี้มีฝนดาวตก ที่คุณเห็นมันเป็ไปได้ค่ะ " เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอก็อดจะขำให้กับความบ๊องของเขาไม่ได้
"นั่นไง ผมว่าแล้วผมไม่เมา!" ดวงตาสีอ่อนเบิกกว้างด้วยความยินดี
"คุณเมาค่ะ เมามาก ๆ แล้ว หยุดดื่มได้แล้วค่ะ" หญิงเอื้อมมือไปยื้อยุดไหกับเขา ก่อนจะอาศัยการทรงตัวที่ดีกว่ากระชากมาไว้กับตัว
"ผมไม่เมา! เอามาคืนนะครับ" แต่มีหรือที่คนแบบปีเตอร์จะยอม มือหนาพยายามยื้อแย่งเ้าไหวิเศษกลับมาคืน
"ไม่ดื่มแล้วนะคะ พอได้แล้วคืนนี้" หญิงกอดไหเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เขาได้ทำตามใจ
"อีกนิดเดียวเอง ให้ผมดื่มนะครับ นะ.นะ..น้า" เมื่อไม่อาจจะต่อสู้ด้วยแรงได้ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจใช้ลูกอ้อนทันที
"อึก! อึก! หมดแล้วค่ะ" นอกจากคำอ้อนวอนจะไม่เกิดผลแล้ว หญิงสาวกลับยกไหขึ้นจรดริมฝีปากแล้วกระดกดื่มจนหมด
"คุณดื่มของผมหมดเลย..." ดวงตาสีน้ำทะเลมองไปที่ไหตาละห้อย
"ไปนอนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปตามเจ็ทให้ขึ้นมานอนด้วย" หลังจากดื่มไปสักพัก หญิงสาวก็รู้สึกเหมือนกับมีกระแสความร้อนวิ่งวุ่นอยู่ในร่่างกาย
"ผมไม่ยอมหรอกนะครับ" ชายหนุ่มกอดอกขวางทางไม่ให้เธอไปไหน
"หลบไปค่ะ"
"ไม่ครับ ไม่หลบ!" ชายหนุ่มจ้องไปยังดวงหน้าหวานที่แดงก่ำตาเขม็ง
"พีทคะ ถอยไป!" หญิงสาวกล่าวออกมาเสียงเข้ม เมื่อได้เห็นใบหน้าถมึงทึงของอีกฝ่าย
"ผมไม่ยอมคุณหรอก" ขายาวสาวเข้ามาใกล้ จนััได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของร่างบางตรงหน้า ที่กระทบมายังหน้าอกแกร่ง
"แล้วคุณจะเอายังไงคะ จะให้ฉันคายคืนคุณออกมาหรือไงพีท" ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธออารมณ์ร้อนกว่าปกติ
"คุณทำได้มั้ยล่ะครับ!" ใบหน้าคมก้มลงมากระซิบถาม
"พีทคุณอย่ามากวนประสาทฉันนะคะ ถอยไป!" น้ำเสียงยียวนของเขาทำให้เธอเืขึ้นหน้า
"ไม่ครับ จนกว่าคุณจะชดใช้ผมคืน" ฝ่ามือหนากดไปยังหัวไหล่มน
"พูดมาตรง ๆ เลยว่าจะเอายังไง " ใบหน้าหวานเเหงนเงยมองไปที่ใบหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโตจ้องไปยังดวงตาสีน้ำทะเลอย่างท้าทาย หากแต่กลิ่นกายมัสก์ที่โชยออกมาจากร่างกำยำทำให้เธอรู้สึกวูบวาบ
"คุณแน่ใจเหรอครับ ว่าจะรับไหว" ดวงตาสีอ่อนแวววาวเป็ประกาย มือหนาดึงร่างบางเข้ามาชิดมากยิ่งขึ้น ใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นโครมคราม
"ก็ไม่เห็นว่าจะต้องกลัวอะไร!" ถึงแม้จะทำปากดี แต่หญิงสาวก็อดที่จะรู้สึกแปลก ๆ กับร่างกายของตัวเองไม่ได้ จู่ ๆ กายสาวมันก็ร้อนวูบวาบ ไหนจะหัวใจดวงน้อยที่เต้นไม่ค่อยจะตรงจังหวะอีก