กำเนิดสมาพันธ์อาสาสมัครแห่งสันติภาพโลกนานมาแล้ว ขุมปัญญาญาณ ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยความปรารถนาสูงสุดของสภามวลแห่งมนุษยชาติ โลกต้นแบบเสมือนจริงในอุดมคติ เป็นสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สามแห่งจิตวิญญาณ หลอมรวมจิตกว่าแสนล้านชีวิตเข้าไว้ด้วยกันเพราะว่า เพียงหนึ่งวันก็ไม่ต่างอะไรกับพันปี แล้วเวลาผ่านก็ได้ร่วงโรยผ่านไปนานจนไม่มีใครนับ วัน เดือน ปีกลุ่มนักปราชญ์ที่ได้พยายามรวบรวมความรู้จากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ใน 'เอ็คเครเซีย' พวกเขาอาศัยห่วงแห่งความแตกต่างของเวลาที่เกิดขึ้นในโลกเสมือนจริงอันเป็นนิรันดร์กับโลกและเอกภพที่มีค่าความเป็นอนันต์โดยมีจุดสิ้นสุดที่อนัตตาโลกซึ่งพวกเขาเป็นอันจากมา
และแล้ว <หอคอยแห่งปัญญา> ก็ได้ถูกสร้างขึ้นสำเร็จเป็นแห่งแรกขณะที่ผู้คนมากมายใช้โลกเสมือนแห่งนี้เพื่อพักพิงจิตใจที่เหนื่อยล้ากลุ่มจอมปราชญ์เลือกที่จะปิดผนึกประตูแห่งปัญญาที่พวกเข้าสร้างขึ้นมา <กุญแจแห่ง-ขุมสมบัติปัญญาญาณ> ถูกหลอมขึ้นมา และซ่อนมันเอาไว้ในโลกใบนั้น ไม่ปรารถนาจะให้ผู้ใดอาจเอื้อมไปถึงและเพื่อที่จะไม่มีใครสามารถเด็ดเอาผลแห่งความรู้แจ้งมาได้โดยไม่สมควร
พวกเขาสลักข้อความไว้ที่หน้าประตูหอคอยเอาไว้ว่า “เพื่อจะนำพาเหล่ามนุษยชาติก้าวข้ามข้อจำกัดทางเผ่าพันธุ์ ผู้ที่คู่ควรเท่านั้นจึงจะสามารถเปิดมันได้” ทว่าพวกเขากลับไม่ได้ระบุถึงเงื่อนไขที่ต้องใช้ในการเปิดผนึกมัน แม้กระทั่งข้อควรระวังก็ไม่มี
ชาวปราชญ์ที่รู้สึกอิ่มหนำในโลกที่ไม่รู้เสื่อม พวกเขาเพลิดเพลินกับชีวิตยืนยาวจนถึงบทสรุปสุดท้ายแห่งชีวิต พวกเข้าจากไปโดยไม่คิดแม้แต่จะบอกใบ้ในความลี้ลับใดใน 'เอ็คเครเซีย' และโลกก็ยังคงดำเนินต่อไป ‘คนช่วงอายุหนึ่งเกิด อีกช่วงอายุหนึ่งล่วงหลับ’ ทว่ากาลแห่งการพลัดพรากของห่วงเวลาก็ยังดำเนินต่อไปเช่นกัน
หลายปีต่อมาในโลกแห่งความจริง ผู้คนได้ตระหนักถึงการลาจากมากขึ้น ถึงแม้ว่าในโลกเสมือนจริงจะมีเวลาผกผันกับโลกของพวกเขามากเท่าใด ก็ไม่อาจหยุดชะตากรรมของอายุขัยอันเป็นข้อจำกัดและความอ่อนแอของเผ่าพันธุ์ได้โดยง่าย
โดยความเชื่อ ผู้นำแต่ละประเทศต่างพยายามที่จะไขความลี้ลับอันนี้ให้กระจ่าง AI ถูกสร้างขึ้นจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วทุกมุมโลก เพื่อให้พวก AI เชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริงแห่งนี้อย่างเจาะจง พวกเขาจึงอุทิศตนเพื่อค้นคว้าอย่างยาวนาน ท่ามกลางอารยธรรมที่กำลังจะล่มสลาย
โครงการพัฒนา AI เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น จนสามารถลดอัตรา Human Error ทดแทนความเกียจคร้าน และชดเชยความเหนื่อยล้า อันเป็นความอ่อนแอของเผ่าพันธุ์ เพื่อที่จะมุ่งหน้าค้นหาความหมายของสิ่งลี้ลับที่บรรพบุรุษซ่อนเอาไว้
พวก AI ประสิทธิภาพสูงต่างก็พยายามพัฒนาศักยภาพของตัวเองมากขึ้น การแข่งขันกันเองไม่รู้จบเกิดขึ้นอย่างไม่มีวันหยุดในโลกเสมือนจริงแห่งนี้ พวกมันเพิ่มความแม่นยำ เพิ่มความว่องไว และพยายามปรับปรุงพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นตามลำดับ
และเมื่อ AI พบข้อผิดพลาด พวกมันก็หาทางออกใหม่เรื่อย ๆ จนพวกมันสามารถก้าวข้ามหุบเหวใหญ่ไปได้ ไร้ซึ่งทางตัน เบาะแสต่าง ๆ จึงเริ่มถูกคลี่คลาย
ทว่า ค่าตัวแปรบางอย่างที่บ่งชี้ไปถึงชีวิตนิรันดร์ ค่าของมันไม่อาจแทนเป็นตัวเลขลงในสมการใด ๆ ได้เลย ณ ช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งที่กว่าจะได้มาช่างสุดแสนยากลำบาก ท้ายที่สุดแล้ว 'คนช่วงอายุหนึ่งล่วงหลับไป คนช่วงอายุใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่'
AI ทำงานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาโดยไม่มีวันได้หยุดพักเช่นเคย ทว่า ความลับแห่งชีวิตนิรันดร์ที่อุตส่าห์ได้มาจาก <ค่าตัวแปล> ก็ยังไม่อาจนำมาซึ่งการหลอมกุญแจแห่งความลี้ลับที่ว่านั้นได้
นานวันขุนนาง ชนชั้นสูง กลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมือง และวรรณะกษัตริย์ เริ่มเล็งเห็นปัญหาอย่างเดียวกันที่มนุษย์กำลังเผชิญ ผู้นำจากประเทศมหาอำนาจแห่งลุ่มน้ำทั้ง 11 ลงความเห็นต้องกันว่า 'โลกในอุดมคติใบแห่งนั้นมันดูน่าเบื่อเกินไป'
[มันควรจะมีอะไรมากกว่าแค่การพูดคุย พบหน้า และสือสารกัน] ด้วยแนวคิดที่ว่า... ‘มนุษย์ไม่ได้ครองโลกด้วยเพียงแค่พลังแห่งจินตนาการ หรือความสามารถในการสื่อสารเท่านั้น’ หากแต่สิ่งที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของมนุษย์มาถึงจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ดังที่มนุษย์เราเป็นอยู่ในตอนนี้ นั่นก็คือ ‘สัญชาตญาณแห่งการต่อสู้ล้วน ๆ’
สงคราม สัญลักษณ์เพียงหนึ่งเดียว ที่บ่งบอกถึงความเป็นมนุษย์ได้อย่างชัดเจนที่สุด จึงเปิดฉากขึ้น
เมื่อสัญชาตญาณดิบไม่ได้ถูกขัดเกลาเท่าที่ควร โลกแห่งอุดมคติอันเป็นนิรันดร์จึงเริ่มวิวัฒนาการณ์ตัวเอง ให้สอดคล้องเข้ากันกับจิตใจไปด้วย
[ก็แล้วพวกเราจะตายเปล่าทำไมเล่า?] และแล้ววันที่มนุษย์ไกลหางจาก ปัญญา จนเริ่มหวาดกลัวการมีอยู่และความไม่สิ้นสุดของ AI ก็มาถึง
พวก AI เริ่มเฉลยเรื่องราวต่าง ๆ ที่ดูล้ำหน้าไปมาก จนเกินความรู้ความเข้าใจของสรรพชีวิต ความกลัวว่าจะสักวันหนึ่งจะถูกทอดทิ้ง กลัวที่จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ต้องลอยล่องอยู่ในห่วงอวกาศอย่างไร้จุดหมายก็บังเกิดขึ้น ว่างเปล่า สวดภาวนา ล่วงหลับ และปล่อยให้เวลาหมุนเวียนไปอย่างไม่สิ้นสุด หวังเพียงแต่ ผู้กอบกู้หนึ่งเดียว จะถือกำเนิดขึ้น
[พวกเราจะไม่ไว้ใจวางใจใน เหล่า AI อีกต่อไป!!] เมื่อคิดได้ดังนั้น พวกจึงเริ่มรวมตัวกันจผากทั่วทุกมุมโลก ณ ที่สุดปลายแผ่นดิน มนุษย์สร้างโลกเสมือนจริงใบใหม่ขึ้น 'สร้างโลกใบใหม่ให้เป็นดังเทพนิยาย' จับเอาสิ่งที่ตนไม่สามารถถอดความจาก AI ได้มาประกอบกับเข้ากับหลักเชื่อมโยงเชิงตรรกะ เปรียบเปรย อุปมาความลับแต่ครั้งโบราณเป็นดั่ง <ดันเจี้ยน> สอดแทรกตำนานและความลี้ลับทั้งปวงไว้ในโลกใหม่ใบนี้ โดยหวังเพียงแค่ว่า 'ตนจะเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่พิชิตปริศนาโบราณของนักปราชญ์'
ดังนี้เอง โลกเสมือนจริงใบใหม่ที่มีชื่อว่า S&A ในรูปแบบของ VR จึงถือกำเนิดขึ้นมาจากความเป็นนิรันดร์ ภายใน เอ็คเครเซีย โลกในสมัยเมื่อยังแรกเริ่ม
ไฟสงครามทวีขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง แต่ก็อนิจจา ‘คนช่วงอายุหนึ่งจากไป อีกช่วงอายุหนึ่งขึ้นมาใหม่’ ความลี้ลับดังกล่าวก็ยิ่งมีแต่จะห่างไกลความจริงมากขึ้นไปเท่านั้น
ในที่สุดสงครามในโลกเสมือนจริง S&A-VR ก็ได้ดำเนินมาถึงจุดตัดสิน เพื่อชิงสิทธิ์ในการเข้าถึง <ความรู้แห่งสรรพสิ่ง> บัลลังก์ใหญ่สีขาวตั้งขวางประตูแห่งนิรันดร์เอาไว้ มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นถึงจะยืนอยู่บนจุดสูงสุด ผู้คู่ควรเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นถึงจะได้สิทธิในการครอบครองประตูแห่งปัญญา และใช้ชีวิตของตนในการไขกุญแจ
อีซีทร์ ที่ 1 ผู้แรกแห่งนาม ผู้ผนึกมหาอำนาจทั้ง 12 ทวีปให้เป็นหนึ่งได้สำเร็จในเวลาเพียง 1 วันจักรวรรดิอันทรงเกียรติจึงได้ถือกำเนิดขึ้น
พวกเขารวมโลกไว้ให้เป็นหนึ่ง กำหนดผู้คู่ควร ผู้ที่มีความสามารถอันแท้จริงเพียงหนึ่งเดียว
กลับกัน ฝ่ายต่อต้านเองก็ไม่น้อยหน้า พวกเขากลับเลือกใช้ความรุนแรงอย่างถึงที่สุดตอบโต้ความรุนแรง เพราะเชื่อว่า ‘ผู้คู่ควรต้องเปรียบไปด้วยกำลัง หาใช่เกิดจากเสียงข้างมากไม่’
ฝ่ายต่อต้านผนึกกำลังขึ้นจากพวกเสรีนิยมหลายกลุ่ม อาศัยจากรอยร้าวที่เกิดขึ้นมาจากการจับมือกันอย่างหลวม ๆ ของทัพจักรวรรดิเป็นลมใต้ปีก ไม่นานพวกต่อต้านจึงเริ่มเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น เหนี่ยวแน่น มีอารยธรรมเป็นของตนเอง ความเชื่ออย่างสุดหัวใจ ว่า... ‘ผู้ชี้นำต้องมาจากพระเป็เจ้า ชัยชนะต้องมาจากสันติสุขหลังยุคไฟแห่งสงครามเท่านั้น’ เกิดเป็นกลุ่ม <ภาคีตะวันออก> จากเหตุผลข้างต้น
สงครามระหว่างจักรวรรดิ กับภาคีตะวันออก ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างยาวนาน และยังไม่มีท่าที่ว่าจะจบลง ‘คนช่วงอายุหนึ่งผ่านพ้นไป อีกช่วงอายุหนึ่งลุกขึ้นมา’
เพื่อการนั้น หากจะยุติสงครามอันยืดเยื้อนี้ให้จบสิ้นลง <วินหยาด> กลุ่มนายทุนผู้มีอำนาจมืดเหนือสภาคองเกรส ผู้ชักจูงประชาคมโลก จึงถือกำเนิดขึ้นมาอย่างลับ ๆ พวกเขาเริ่มเข้าทำการแทรงแซงโลกเสมือนจริง S&A-VR โดยมีอุดมการณ์อย่างแน่วแน่ ตามความหมายที่ซ่อนอยู่ในวินหยาด [คนงานแห่งสวนองุ่นของพระเจ้า]
พวกเขาเสนอแนวทางแห่งโลกสันติ โดยมีสหราชอาณาจักรทั้ง 7 เป็นประเทศแม่แบบ การมาของ ‘วินหยาด’ ทำให้โลกกลับคืนสู่สันติภาพได้อีกครั้ง <สมาพันธ์อาสาสมัคร> จึงได้ถือกำเนิดขึ้น
พวกเขาขึ้นเป็นผู้ชี้นำโลก รวบรวมเหล่าผู้เล่นมากฝีมือเข้าไว้ด้วยกัน งบประมาณจำนวนมหาศาลถูกอัดฉีดเข้ามาอย่างท่วมท้นเพื่อค้นหาสุดยอดผู้ชนะ ผู้ที่จะสามารถไขความลี้ลับของดันเจี้ยน เพื่อค้นพบความจริงเบื้องหลังห้องบัลลังก์ใหญ่สีขาว ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว
❀❀❀