วันนี้จางเฉินอวี้และหลี่เยว่ซินเข้ามาช่วยดูความเรียบร้อยที่ร้านของคู่แฝดโจว เฟอร์นิเจอร์ถูกนำเข้ามาจัดวางเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือส่วนของการวาดรูปอาหารตามผนังที่ต้องเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย
“พี่อวี้ พี่เยว่ซิน เชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ” โจวเฟยหยางเห็นทั้งคู่แล้วรีบเชิญพวกเขาเข้ามานั่ง
“ร้านตกแต่งออกมาได้สวยมากเลยนะ ปิดเทอมหน้าร้อนนี้พวกนายคงเปิดร้านได้แล้วล่ะ” จางเฉินอวี้บอกกับพวกเขา
“เดือนหน้าก็จะเรียนจบกันแล้วนะ” หลี่เยว่ซินพูดและหันไปทางโจวเฟยเทียน “สอบเกาเข่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง”
“ผมไม่รู้จะตอบอย่างไรครับพี่เยว่ซิน ผมคงได้แค่รอฟังประกาศทีเดียวเลยล่ะครับ” โจวเฟยเทียนบอกเธออย่างไม่คิดมาก
หลี่เยว่ซินเดินไปตบไหล่เขาแล้วยิ้มบอกเขา “พี่เชื่อว่าเธอทำได้ พี่เชื่ออย่างนั้น”
โจวเฟยเทียนเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่ช่วงต้นเดือน คาดว่าปลายเดือนนี้ผลสอบคงประกาศออกมา และเดือนหน้าสองแฝดก็จะสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายกันแล้ว หลี่เยว่ซินคิดว่าจะเป็นการดีหากพวกเขาจะเริ่มกิจการของพวกเขาเลย เพราะเป็นช่วงปิดเทอมเธอและสามีสามารถมาช่วยพวกเขาที่ร้านได้ เพราะการเปิดร้านในช่วงแรกจะยุ่งมากเลยทีเดียวและคู่แฝดทั้งสองก็ยังไม่มีประสบการณ์
“หากไม่เป็นการเร่งรัดพวกเธอจนเกินไป พี่คิดว่าปิดเทอมที่จะถึงนี้พวกเธอควรเปิดร้านของพวกเธอได้แล้วล่ะ เพราะพวกเธอก็จะเรียนจบพอดี พวกพี่สองคนก็จะอยู่ในช่วงปิดเทอมด้วย สามารถมาช่วยพวกเธอได้” หลี่เยว่ซินเสนอความคิด
“ไม่เร็วไปหรอกครับพี่เยว่ซิน ผมตื่นเต้นอยากเปิดร้านเร็วๆ เหมือนกันครับ” โจวเฟยหยางทำท่าทางดีใจ
“พี่มาช่วยพวกนายในช่วงแรกนี้ได้ แต่ต่อไปพวกนายจะต้องมีคนมาช่วยงานในร้านด้วย ถ้าเฟยเทียนต้องไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนายจะทำคนเดียวไม่ไหว” จางเฉินอวี้บอกกับโจวเฟยหยาง
“พี่อวี้คิดว่าผมหาคนมาช่วยสักสองคน มันจะมากไปไหมครับ” โจวเฟยหยางถามเขา
“พี่ว่าไม่มากไปหรอกนะ หากนายเป็นคนทำอาหารเพียงคนเดียว ผู้ช่วยสองคนก็จะมาช่วยงานที่เหลือ” จางเฉินอวี้ตอบคำถามตามที่ตัวเองคิด
“พี่เห็นด้วยกับความคิดของพี่อวี้เขา เพราะอย่างไรสูตรอาหาร พวกเธอก็ไม่ควรบอกหรือแสดงให้ใครเห็นทั้งหมด ไม่อย่างนั้น ร้านของเธอก็จะไม่เป็นที่สนใจอีกต่อไป” หลี่เยว่ซินพูดสำทับ
“เธอคิดว่าจะให้พี่ช่วยเรื่องนี้ไหม” หลี่เยว่ซินถามพวกเขาต่อ
สองแฝดมองหน้ากันสักพักโจวเฟยหยางก็พูดขึ้น “ผมมีเพื่อนนักเรียนชายคนหนึ่งครับ บ้านเขาฐานะยากจน ที่เรียนจบมัธยมปลายมาได้นี่ก็ลำบากครอบครัวมากเลยล่ะครับ ผมคิดว่าเขาคงยังไม่มีโอกาสที่จะเรียนต่อในช่วงนี้ ผมจะลองสอบถามเขาดู หากเขาสนใจผมจะให้เขามาทำงานด้วย”
“เขามีน้องสาวที่จบมัธยมต้นด้วยหนึ่งคน พ่อกับแม่เขามีลูกสองคนน่ะครับ เขาเคยเล่าให้พวกผมฟังว่าพ่อกับแม่ของเขาต้องการให้พวกเขาสองพี่น้องเรียนให้สูง แต่ตามกำลังของเขาผมคิดว่าเท่านี้มันก็มากสำหรับครอบครัวเขาแล้วล่ะครับ ผมเคยเห็นน้องสาวของเขามารับจ้างทำความสะอาดที่บ้านพักในโรงเรียนด้วยนะครับ เพราะอาจารย์หลายๆ ท่านต้องการช่วยเหลือพวกเขาน่ะครับ” โจวเฟยเทียนกล่าวเสริม
“พวกเธอตัดสินใจเองได้เลยในเรื่องนี้” เธอฟังสองแฝดอธิบายอย่างนึกพอใจในความมีน้ำใจของพวกเขา
“หากพวกเขามีเวลาว่าง พวกนายก็ให้พวกเขาเริ่มมาเรียนรู้งานที่พวกนายจะให้เขาทำ หรือในวันหยุดจะให้พวกเขาไปลองช่วยงานที่ร้านพี่ก็ได้นะ ทำเหมือนอย่างที่พวกนายเคยทำ” จางเฉินอวี้บอก
“พวกเธอต้องบอกเขาด้วยว่าในช่วงที่มาฝึกงาน พวกเขาจะไม่ได้รับค่าจ้าง แต่จะมีอาหารมื้อกลางวันให้หนึ่งมื้อ และอาหารมื้อเย็นให้พวกเขานำกลับบ้านคนละหนึ่งชุด พี่จะเป็นคนเตรียมอาหารไว้ให้พวกเขาเอง” หลี่เยว่ซินแนะนำพวกเขา
สองแฝดกล่าวขอบคุณจางเฉินอวี้และหลี่เยว่ซินอีกครั้ง พร้อมทั้งบอกว่าจะรีบทำตามที่พี่ทั้งสองคนแนะนำ
“สวัสดีค่ะพี่ใหญ่” หลี่เยว่ซินกล่าวทักทายพี่ชายของเธอทันทีที่เห็นเขาเดินมากับหญิงสาวคนหนึ่ง
“ซินหยานครับ นี่คือจางเฉินอวี้และหลี่เยว่ซิน น้องเขยและน้องสาวของผมครับ เอ่อ…นี่คือหม่าซินหยาน เธอเป็นคนรักของพี่” หลี่หยุนแนะนำอย่างเขินๆ
“สวัสดีครับ/ค่ะคุณหม่าซินหยาน” พวกเขาทักทายเธอด้วยชื่อ เพราะเวลานี้ยังไม่เหมาะสมที่จะเรียกเธอว่าพี่สะใภ้
“สวัสดีค่ะคุณหลี่เยว่ซิน คุณจางเฉินอวี้” หม่าซินหยานก็ทักทายเพราะในใจก็คิดเช่นเดียวกับหลี่เยว่ซิน
“อย่างไรพวกเราก็เป็นคนกันเอง สะดวกหรือไม่คะหากฉันจะเรียกคุณว่าพี่ และคุณก็เรียกเพียงแค่ชื่อของพวกฉันก็พอค่ะ” หลี่เยว่ซินบอกกับหม่าซินหยาน
“ด้วยความยินดีค่ะ” หม่าซินหยานตอบรับและคิดว่าเหมาะสม
“พวกพี่รอสักครู่นะคะ ฉันจะไปยกของว่างมาให้” หลี่เยว่ซินวางถาดของวางลงบนโต๊ะแล้วถามพี่ชาย “วันนี้ทำไมพวกพี่ถึงมาพร้อมกันได้คะ”
“พี่อยากพาชินหยานมาทำความรู้จักกับพวกเธอ” หลี่หยุนอธิบาย
“ฉันอยากมาสั่งทำเค้กด้วยค่ะ ฉันเคยได้ยินหลี่หยุนบอกว่าเค้กผลไม้ที่คุณเยว่ซินทำหน้าตาสวยงามและรสชาติอร่อย ฉันอยากสั่งทำสำหรับงานเลี้ยงของผู้อาวุโสน่ะค่ะ” หม่าซินหยานอธิบายต่อ
“ได้สิคะ หากทำสำหรับผู้อาวุโสฉันจะทำรสชาติไม่หวานมากนะคะ เสร็จแล้วฉันจะให้พี่ใหญ่ไปส่งให้ค่ะ” หลี่เยว่ซินตอบรับ
หลี่เยว่ซินและหม่าซินหยานนั่งคุยกันอยู่ในบ้านครู่ใหญ่ หลี่เยว่ซินพบว่าหม่าซินหยานสมกับเป็นทายาทของตระกูลที่ทำการค้าอย่างแท้จริง ฟังจากที่เธอเล่าถึงหน้าที่ความรับผิดชอบเรื่องการค้าของเธอ ถือว่าเป็นผู้หญิงที่มีวิสัยทัศน์มากคนหนึ่ง ทั้งที่เรียนจบเพียงชั้นมัธยมปลาย อีกทั้งการสนทนาก็ไม่ได้ทำให้คู่สนทนารู้สึกเบื่อและไม่ทำให้เกิดความรำคาญ ความรู้รอบตัวก็มีมาก พี่ใหญ่ของเธอเป็นคนเก่ง มีความขยัน ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่นกัน แต่ก็มีข้อเสียตรงที่พี่ใหญ่เป็นคนพูดน้อยไปสักหน่อย การได้พบกับคู่ชีวิตอย่างว่าที่พี่สะใภ้ของเธอคนนี้ถือว่าเป็นความโชคดีของพี่ใหญ่แล้ว