สวี่มั่วหันไปมองฝูงหมาจรอีกด้านหนึ่งก่อนเอ่ยกับสุนัขพันธุ์พื้นเมืองสีเหลืองว่า “นาย ไปบอกพวกที่เฝ้าคนร้ายไว้ถ้าเห็นสุนัขตำรวจเมื่อครู่พาตำรวจมาถึง ก็ให้ส่งตัวพวกนั้นต่อได้เลย!”
“โฮ่งๆ! (ได้เลยลูกพี่!!)”เจ้าหมาพื้นเมืองเห่าอย่างกระตือรือร้น ก่อนหมุนตัววิ่งกลับไปทางเดิมทันที
สวี่มั่วหันไปทางสุนัขตำรวจสองตัวที่เหลือ “ฉันจะไปไล่ล่าพวกค้ายาต่อจะตามมาก็ได้ หรือจะทำงานของตัวเองก็แล้วแต่”
พูดจบ เขาก็หันหลังวิ่งตรงไปในทิศทางที่คนร้ายสองคนนั้นหนีไป
“หึ! กล้ามาท้าทายลูกพี่ฉัน ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”เจ้าทิเบตันมาสทิฟเหลือบมองสุนัขตำรวจที่เพิ่งถูกสวี่มั่วสั่งสอนด้วยสายตาดูแคลนก่อนพาฝูงหมาจรตามสวี่มั่วไปติดๆ
สุนัขตำรวจสองตัวสบตากัน “เอายังไงดี”
“ตามไปดู! จะได้รู้ว่ามันพูดจริงหรือไม่!”
ขณะสวี่มั่วไล่ตามไปร่องรอยของคนร้ายทั้งสองก็หายไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าหนีรอดเพราะกลิ่นที่พวกมันทิ้งไว้ในอากาศเป็นเส้นทางที่ชัดเจนเกินพอสำหรับเขา
สวี่มั่วตามกลิ่นไปได้หลายสิบเมตรก็หยุดกะทันหัน แล้วหันไปมองทางซ้าย
ตรงนั้น เขาได้ยินเสียงแปลกบางอย่าง!
ฝูงหมาที่ตามมาก็หยุดเช่นกัน
เจ้าทิเบตันมาสทิฟเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ลูกพี่?”
สวี่มั่วไม่ตอบ แต่พุ่งตัวไปทางนั้นทันที
ตรงเชิงเนินดินเล็กๆมีตำรวจนายหนึ่งนั่งพิงผนังดิน มือขวากดท้องไว้ สีหน้าซีดขาว เหงื่อผุดเต็มใบหน้าดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
ไม่ไกลกัน หลังต้นไม้ใหญ่บนเนินดินด้านหลังมีชายใบหน้าดุดันถือปืนจ้องมาทางตำแหน่งตำรวจคนนั้นเต็มไปด้วยแววอำมหิต
เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้ ทั้งคู่เพิ่งปะทะกันด้วยปืนแล้วตำรวจคนนั้นก็ถูกยิงบาดเจ็บ
ชายร่างใหญ่เห็นฝ่ายตรงข้ามเงียบไปนาน สีหน้าก็เต็มไปด้วยความลังเลเขามองทางแยกเล็กๆ ข้างๆ ก่อนจะชั่งใจระหว่างจะหนีหรือจะยิงซ้ำ
สุดท้ายแววตาพลันแข็งกร้าว ก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ แล้วเลี่ยงไปอีกทางมุ่งหน้าจะไปเก็บตำรวจที่บาดเจ็บให้ตาย!
ในเมื่ออีกฝ่ายบาดเจ็บแล้ว ก็จัดการให้สิ้นซากไปเลย จะได้ไม่ตามมาอีก!
ตำรวจหนุ่มคนนั้นรู้สึกสติเริ่มเลือนราง เขาไม่กล้าโผล่หัวออกไปแต่ก็ไม่รู้ว่าศัตรูกำลังทำอะไรอยู่
เขากัดฟันหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา กะจะขอความช่วยเหลือ
“อ๊ากกก!!”
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากด้านหลังขวาทำให้สะดุ้งเฮือก ก่อนจะรู้ตัวว่านั่นเป็นเสียงของพ่อค้ายา!
เกิดอะไรขึ้น!
หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น ไม่กล้ามั่นใจว่านี่เป็นกลอุบายหรือไม่
ขณะกำลังลังเลอยู่นั้น ก็เห็นเงาร่างหนึ่งกระโดดลงมาจากด้านบน
เขารีบยกปืนขึ้นด้วยสัญชาตญาณ แต่พอมองชัดกลับพบว่าเป็น...สุนัขตำรวจ!
นั่นคือ 'เลี่ยเฟิง' สุนัขตำรวจของโจวชง!
เจ้าเลี่ยเฟิงกระโจนลงมา เห่าเรียกเขาอยู่หลายครั้งถึงจะฟังไม่ออกว่ามันพูดอะไร แต่ก็ทำให้ตำรวจหนุ่มมั่นใจขึ้นมาว่าตอนนี้น่าจะปลอดภัยแล้ว
ถ้าอย่างนั้น เสียงกรีดร้องเมื่อครู่คงเป็นฝีมือของเลี่ยเฟิงสินะ!
เพื่อความแน่ใจ เขาฝืนความเจ็บปวดค่อยๆ ลุกขึ้น แล้วหันไปมองบนเนินดินก่อนจะแข็งค้างไป...
ภาพที่เห็นคือ ชายร่างใหญ่ที่กำลังถูกหมาจรจัดหลายตัวรุมล้อมอยู่บ้างก็กัดแขน บ้างก็กัดขา เล่นงานมันเหมือนกำลังเล่นของเล่นชิ้นหนึ่ง
นี่มันเรื่องอะไรกัน!
ตำรวจหนุ่มถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ มองภาพตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจแต่เมื่อสังเกตให้ดี เขาก็พบว่าข้างฝูงหมาจรยังมีสุนัขอีกหลายตัวรวมทั้งสุนัขตำรวจของทีมเองด้วย
หนึ่งในนั้นคือ ‘เฮยอวิ๋น’ของหลี่หมิงซ่วยที่กำลังยืนอยู่เคียงข้างสุนัขใหญ่อีกสองตัว หนึ่งเป็นฮัสกี้อีกหนึ่งคือทิเบตันมาสทิฟ
ตำรวจหนุ่มพลันเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมา...จากตำแหน่งและบรรยากาศรอบตัว ดูราวกับฮัสกี้ตัวนั้นคือ ‘หัวหน้า’ ของฝูงจริงๆ!
“แซ่กๆ...”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังมาจากป่าทางด้านขวา ตำรวจหนุ่มหน้าถอดสีรีบหันไปมอง ก็เห็นพ่อค้ายาผมยาวคนหนึ่งวิ่งโซเซออกมา!
แย่แล้ว!!
ตำรวจหนุ่มตกใจสุดขีด พยายามจะยกปืนขึ้นยิงแต่ความเจ็บปวดที่ท้องแล่นวาบจนทำให้เขาเซแทบล้ม
ในเวลาเดียวกัน พ่อค้ายาคนนั้นก็เห็นตำรวจเช่นกันสีหน้ามันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที แววตาแข็งกร้าววาบขึ้น กำลังจะยกปืนยิงสวน
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เหนี่ยวไก เงาร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากด้านข้างกระโจนใส่เขาอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น เสียงกรีดร้องดังลั่น ปืนในมือกระเด็นกระจาย
ตำรวจหนุ่มถึงกับตะลึง... ผู้ที่พุ่งเข้าจู่โจมคือฮัสกี้ตัวนั้น!
“โฮ่งๆๆ!!”
ทันใดนั้น เสียงเห่าก็ดังระงมตามมาด้วยภาพทิเบตันมาสทิฟที่พุ่งเข้าซ้ำ กัดกระชากพ่อค้ายาอย่างดุร้ายพร้อมด้วยหมาจรอีกหลายตัวกรูเข้าไปรุม เพียงพริบตาเดียวคนร้ายคนนั้นก็ถูกฝูงหมากลืนหายไป
...เวลานี้เอง ตำรวจหนุ่มก็เข้าใจแล้วว่าชายร่างใหญ่ก่อนหน้านี้ถูกจัดการไปได้อย่างไร
จากนั้น เขาเห็นฮัสกี้ตัวนั้นหันมาสบตากับตนครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับแล้ววิ่งหายไปข้างหน้า
เจ้าทิเบตันมาสทิฟตามติดไปทันที รวมทั้งสุนัขตำรวจอีกตัวและหมาจรบางส่วนก็พากันวิ่งตามไปด้วย