ณ ชายป่าทิศเหนือของูเาสามลูก
“สายลมพัดข้าไป…เ้ารอสิ่งใด…อย่าถามไถ่…เหมันต์พัดมา…ข้าอยู่ที่ใด…” สาวน้อยสิบขวบเดินร้องเพลงเบาๆ ไปตามทางเดิน
ไฉ่หงชอบเดินมาวิ่งเล่นตามชายป่ารอบเมืองนางชอบหลบท่านพ่อมาเดินเที่ยว บิดาของนางเลี้ยงนางอย่างตามใจเนื่องด้วยนางเสียมารดาั้แ่ยังเยาว์ ท่านพ่อไม่เคยเล่าสิ่งใดให้ฟังนางจึงไม่รู้ว่ามารดาของนางหายไปไหน นางรู้แต่คำที่ท่านพ่อบอกว่าท่านแม่ของนางจากไปแยกทางกับบิดาั้แ่นางอายุได้แปดขวบปีเท่านั้น ชาวเมืองรู้จักและเอ็นดูนางในฐานะลูกสาวเ้าเมือง นางเข้มแข็งแต่เล็กแม้ว่าตอนนี้นางอายุได้แค่สิบขวบปีนางก็ไม่เกรงกลัวใคร
ที่ชายป่ามีหญิงผู้หนึ่งกำลังดักรอไฉ่หง นางเฝ้าดูไฉ่หงอยู่หลายวันจนกระทั่งวันนี้ได้โอกาสเข้าใกล้ ก่อนหน้านั้นนางสร้างกระท่อมรอบริเวณที่ไฉ่หงเคยเดินเล่นผ่านประจำ นางรอมาสองอาทิตย์วันนี้ประจวบเหมาะฟางหรูนางทำทีขุดหน่อไม้แต่เอียงหูฟังเด็กน้อยที่กำลังเดินเข้ามาใกล้อย่างจดจ่อ
“น่าแปลกยิ่งนักข้าวิ่งเล่นแถวนี้บ่อยๆ ทำไมแถวนี้จึงเปลี่ยนไปได้นะ” ไฉ่หงมองไปรอบๆ ชายป่า
“ที่นี่ข้าไม่ค่อยคุ้นตาเลยมีกระท่อมด้วย” สาวน้อย พึมพำๆ เห็นหญิงผู้หนึ่งกำลังขุดหน่อไม้จึงเดินเข้าไปหา
“ท่านพี่ๆ ที่นี่ใกล้เมืองหรือไม่” ไฉ่หงะโถาม
“ก็ไม่เชิงนักเ้ามาทำสิ่งใดกัน” หญิงผู้นั้นได้ทีรีบกล่าว
“ข้าแค่ผ่านมาข้าว่าข้าหลงทางมาแถวนี้” ไฉ่หงกล่าว
“พี่ท่านมีนามว่าอะไร” ไฉ่หงเจรจา
“ข้าชื่อฟางหรู ถ้าเ้าหิวน้ำเข้ามาที่เรือนข้าก่อนข้าจะบอกทางกลับบ้านให้เ้า” ฟางหรูกล่าวพร้อมทำทีเก็บหน่อไม้
“ก็ดีเหมือนกันข้าจะได้พัก รู้จักท่านไว้ข้าจะได้ไม่หลงทางและได้มาเยี่ยมท่านอีก” ไฉ่หงยิ้มร่าเริง
มีชาวบ้านคนหนึ่งเดินผ่านบริเวณที่ทั้งสองคนเดินออกมาเมื่อครู่ ไฉ่หงมองผู้คนเดินกันไปมา
“แปลว่าข้าก็ไม่ได้ไปไกลนัก” ไฉ่หงคิด
“เ้าชื่ออะไร? สาวน้อย” ฟางหรูแสร้งถาม
“ไฉ่หงเ้าค่ะ” ไฉ่หงแจกแจง
“เราเข้าไปดื่มน้ำกันในกระท่อมก่อนเถอะ”
ฟางหรูเดินนำหน้าไฉ่หงไปที่เรือนเปิดประตูกระท่อมเชื้อเชิญเด็กน้อยเข้าไป ไฉ่หงตามไปไม่ลังเลฟางหรูปิดประตูหลังจากไฉ่หงเข้าเรือนแล้วฟางหรูยกกาน้ำเทน้ำลงถ้วยแล้วยกให้ไฉ่หงดื่ม จากนั้นหันหน้าไปทางประตูกระท่อม ตอนที่ไฉ่หงยกจอกน้ำขึ้นดื่มน้ำยังไม่ทันลงท้องเรียบร้อยดี นางเห็นฟางหรูทำบางสิ่งน่าสนใจจึงวางจอกน้ำลงและเดินเข้าไปดู
“ไฉ่หงข้าจะสอนบางสิ่งให้เ้า จำสิ่งนี้ให้ดีข้าให้เ้าเป็ของขวัญที่เราได้พบกันนะ” ฟางหรูพูดพลางยกมือข้างซ้ายขึ้นวาดฝ่ามือมือขวายกขึ้น วาดฝ่ามือซ้ายใช้สองมือปั้นเป็ก้อนกลมในอากาศบริเวณอกแล้วเพ่งหมุนอากาศเกิดเป็คลื่นพลังที่มองไม่เห็นผลักไปข้างหน้า ทำให้ประตูกระท่อมเปิดออกไป
“พลั๊ก!!!”
“ท่าน!! ทำได้อย่างไร?” เด็กน้อยตื่นตาตื่นใจ
“เ้าก็ทำได้แต่เ้าต้องมาหาข้าบ่อยๆ ข้าจะสอนให้” ฟางหรูกล่าวพร้อมนั่งลง ไฉ่หงเดินตามมาพูดคุยต่อ
“นอกจากเป็พลังต่อสู้ได้แล้ว ยังเป็พลังคุ้มกายให้เ้าปลอดภัยด้วย” ฟางหรูหลอกล่อ
“แต่…เ้าห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าข้าสอนให้” ฟางหรูกำชับ ไฉ่หงพยักหน้างึกๆ
“วิชานี้ท่านเรียนมาจากที่ใดกัน” เด็กน้อยถาม
“เมื่อก่อนเป็วิชาทั่วไปหลายคนก็ได้เรียนไว้คุ้มครองตัวไม่ได้แปลกอะไรนักหรอกแต่ไม่ให้เ้าบอกใครเพราะจะได้ไม่มีคนมาคิดไม่ดีกับเ้าไง” ฟางหรูชี้แจง ไฉ่หงเอียงคอคิดตามประสาเด็กแล้วยกจอกน้ำขึ้นดื่ม
“เ้ามีของสิ่งใดที่พกติดกายประจำไหมไฉ่หง?” ฟางหรูสอบถามเด็กน้อย
“ข้าก็มีสร้อยนี่” ไฉ่หงวางจอกน้ำลงหยิบสร้อยให้ดู

สร้อยคอรูปดาวขนาดราว 1 ชุ่น 1 นิ้ว
“ดีเอาไว้ข้าจะใช้สร้อยนี้เก็บพลังวิเศษให้เ้าด้วยเลย” ฟางหรูแนะนำ ไฉ่หงพยักหน้าทั้งที่ไม่รู้ว่าพลังนั้นมันคืออะไร
“ข้าไม่บอกใครๆ” ไฉ่หงสัญญาเพียงแค่นี้ฟางหรูก็วางใจแล้ว ไฉ่หงมักจะมาฝึกพลังและแวะมาหาฟางหรูบ่อยๆ สองคนจึงสนิทกันนับแต่นั้นมา