ตอนที่11 ชาติที่สองและสาม
หลงลู่เอินพยักหน้าเห็นด้วยในเหตุผลของไช่อิงแต่เขายังไม่ทันกล่าวอะไรออกมาเพราะถูกภรรยาพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสดงความไม่พอใจอย่างถึงขีดสุดว่า
“สะใภ้สาม! ถ้าฉันไม่ได้สั่ง! ก็ไม่ต้องทำนอกเหนือจากรายการที่มีแล้วเื่ไปทำตัวระรานพวกสาวใช้ล่ะ จะอธิบายว่ายังไง?!”
ฟางอิ่งกล่าวเสร็จหันขวับไปมองด้านฝั่งซ้ายมือสุดของตนเองซึ่งเป็ที่นั่งของไช่อิงด้วยสายตาวาบวับอย่างมีความหมายพลางเม้มริมฝีปากเน้นด้วยความไม่พอใจเพราะหมากตัวหนึ่งกล้าระรานกับสาวใช้คนสนิทของตนจนได้รับาเ็หนัก
“ผมเป็คนสั่งเอง! อยากกินอาหารอื่นบ้าง! ลงมือกินข้าวเถอะครับ”
หลงปิงกล่าวขัดจังหวะอารมณ์คุกรุ่นของอาสะใภ้ในทันทีโดยมีติงเจี๋ยฟื้นสติก่อนคนอื่นแล้วรีบนำจานผัดไทยกุ้งไปวางต่อหน้าคุณชายสามแทนรายการอาหารอื่นที่เลื่อนออกไป
หลงปิงกล่าวขอบคุณติงเจี๋ยเบาๆ อย่างสบายใจ เขาใช้ตะเกียบกลางคีบเอาผัดไทยกุ้งจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งในจานใหญ่มาใส่จานตนเองโดยไม่สนใจท่าทีคนอื่นพลางก้มหน้าลอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจที่ได้เห็นเื่ราวสนุกสนานบนโต๊ะอาหารโดยอยากรู้เป็อย่างยิ่งว่าภรรยาจะตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุปะทะกันกับสาวใช้ของอาสะใภ้อย่างไร
ไช่อิงเห็นว่าสามีเอ่ยปากคล้ายให้ความช่วยเหลือตนกลายๆ จึงเชิดหน้าแล้วนั่งตัวตรงด้วยท่าทีสง่างามดังสตรีชนชั้นสูงแตกต่างจากท่าทางก้มหน้าเขินอายเหมือนไช่อิงคนเก่า พลางผินหน้าไปมองฟางอิ่งอย่างช้าๆ ด้วยท่าทีเหนือชั้นกว่า แล้วตอบออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ฉันจำได้ว่ากฎตระกูลหลงระบุชัดเจนสาวใช้และองครักษ์ไม่มีสิทธิ์กล่าวดูแคลนหรือเหน็บแนมเ้านายฉันเป็ถึงสะใภ้สามแห่งตระกูลหลง จะทนให้สาวใช้พูดจาอย่างนั้นได้หรือคะเดี๋ยวคนอื่นได้ยินเข้าก็จะหาว่าตระกูลหลงไม่รู้จักสั่งสอนคนในปกครองนี่ฉันช่วยตักเตือนนะคะ หากคิดว่าฉันพูดโกหกละก็ลองตรวจสอบเหตุการณ์ทางกล้องวงจรปิดดูนะคะ อย่าถามคน.....เพราะคนมักจะพูดโกหกค่ะ”
ไช่อิงส่งยิ้มใจเย็นพลางยักคิ้วเป็การท้าทายอีกฝ่ายโดยตรงเธอนึกสนุกต่อการทำตัวเป็ธรรมชาติของตนโดยไม่ต้องทำตัวเป็คนหัวอ่อนหรือคอยให้คนอื่นชักจูงได้ง่ายดายเหมือนเดิม
ทันใดนั้นชายชราหัวเถิกผมขาวในชุดถังจวงสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามาในห้องอาหารหลงเชาเป็พ่อบ้านตระกูลหลงมาั้แ่สมัยชายชราหลงลู่ชิงผู้เป็ปู่ของหลงปิงยังมีชีวิตอยู่ชายชราพ่อบ้านเพิ่งกลับจากการทำภารกิจนอกตระกูลแล้วต้องไปตรวจสอบอาการของสาวใช้ต้นเื่กับลูกสาวผู้เป็หัวหน้าแม่บ้านเมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยจึงตั้งใจเข้ามารายงานผลงานกับเ้านาย
หลงเชาพลันพบบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องอาหารพอดีจึงยืนรอให้สถานการณ์คลี่คลายก่อนโดยกวาดตามองสมาชิกตระกูลหลงแต่ละคนในโต๊ะอาหารด้วยความสนใจ
หลงลู่เอินเห็นว่าเื่ราวการปรุงอาหารเพิ่มของไช่อิงจะบานปลายและอาจทำให้ภรรยาเสียหน้าทั้งเหลือบเห็นชายชราหลงเชาเข้ามาพอดีเขาจึงรีบกล่าวตัดบทแล้วเอ่ยชวนทุกคนรับประทานอาหารเย็นต่อไปพลางเหลือบตามองแล้วกลืนน้ำลายด้วยความหิวทันทีเนื่องจากผัดไทยขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นโดยมีกลิ่นหอมโชยกระทบจมูกจนกระตุ้นให้น้ำลายสอทันใดว่า
“เอาละ ๆหยุดคุยเื่นี้ก่อน รีบกินข้าวกันเถอะ ดูสิเสี่ยวหลงกินข้าวได้เยอะเชียวสงสัยว่าผัดไทยจะอร่อยมากนะเนี่ย”
“ชิ! จะอร่อยเหมือนแม่ครัวทำได้ไง”
โม่เจียอี นั่งติดกับฟางอิ่งรีบพูดเอาใจแม่สามีเธอรู้ดีว่าในสถานการณ์อันน่าอึดอัดใจนี้ควรจะรีบแสดงตัวอยู่ข้างแม่สามีเพื่อรับความโปรดปรานเพราะจะทำให้ตนได้รับเงินเดือนเพิ่มโดยเป็เื่สำคัญซึ่งเธอ้ามากที่สุดสำหรับไปชอบปิงกับเพื่อนต่างตระกูล
หลงลู่เอินกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบเอาตะเกียบกลางเพื่อคีบผัดไทยมาลองชิมบ้างทว่าเขาต้องชะงักมือในทันใดเพราะมีเสียงแว้ดของลูกสาวคนเล็กดังขึ้นมาขัดจังหวะก่อนว่า
“พี่สามคะ! ใจคอจะกินอยู่คนเดียวหรือยังไงฉันก็อยากลองชิมบ้างนะคะ หอมขนาดนั้นคงจะอร่อยแน่เลย ใช่ไหมอิงอิง”
หลงฟางจิงแว้ดขึ้นมาอย่างไม่สงวนท่าทีพลางจ้องมองหลงปิงเขม็งเพราะเหลือบเห็นเขาเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบกลางเพื่อจะคีบผัดไทยอีกทั้งที่ในจานของเขายังมีเหลืออีกมาก โดยหันหน้าไปพยักพเยิดกับไช่อิงอย่างเป็กันเอง
“ต้องลองชิมเองค่ะ”ไช่อิงยิ้มน้อย ๆ พลางตอบน้องสาวสามีด้วยท่าทีนิ่งสงบเธอกำลังเก็บข้อมูลพฤติกรรมของแต่ละคนอยู่
หลงปิงชะงักมือค้างไว้ทันทีเขารู้สึกหน้าชาเล็กน้อยเพราะลองชิมแล้วรับรู้ได้ว่าผัดไทยกุ้งฝีมือภรรยามีรสชาติอร่อยถูกปากจึง้าคีบเอามาไว้ก่อนแต่ไม่คิดว่าน้องสาวผู้เป็ลูกสาวคนเล็กของอาจะกล้ากล่าวท้วงตนกลางวงจึงยักไหล่อย่างไม่กังวลใจเพราะในจานยังมีเหลืออีกมากแล้วพยักหน้าตอบรับอย่างผ่อนคลายว่า
“ก็ได้.....เอาไปสิ“
“ขอบคุณค่ะพี่สามพี่สามน่ารักที่สุดเลย”
หลงฟางจิงยิ้มกว้างจนตาหยีแล้วกล่าวขอบคุณหลงปิงด้วยความพึงพอใจพลางปล่อยให้ติงเจี๋ยนำจานผัดไทยเลื่อนมาไว้ตรงหน้าตนเอง แล้วเขายังทำหน้าที่คีบใส่จานของเธอด้วยความสุภาพโดยไม่แสดงท่าทีผิดปกติใดออกมา
หลงลู่หลิงพลันเอ่ยท้วงน้องสาวขึ้นมาด้วยอารมณ์น้อยใจเล็กน้อยเพราะเห็นน้องสาวมักจะพูดเอาใจหลงปิงบ่อยครั้งว่า
“อ้าว! แล้วพี่ล่ะน้องเล็ก ไม่คิดจะแบ่งให้พี่กินบ้างเหรอ”
“ไม่ค่ะ! ขอให้อิงอิงทำให้กินใหม่สิคะฉันไม่แบ่งใครทั้งนั้น เสียใจด้วย!”
หลงฟางจิงส่ายหน้าพลางกล่าวตอบพี่ชายคนโตด้วยน้ำเสียงจริงใจก่อนหัวเราะขบขันในตอนท้ายเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของพี่ ชายคนโตซึ่งทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับคืนสู่สภาพปกติอีกครั้ง
ฟางอิ่งและลูกสะใภ้ใหญ่ต่างลอบสบตากันอย่างไม่พอใจทว่าทั้งคู่ไม่กล้าแสดงท่าทีหาเื่ไช่อิงอีกเพราะรับรู้ได้เป็นัยว่าหลงปิงให้ท้ายภรรยาอย่างออกหน้าออกตาเป็ครั้งแรกทั้งไช่อิงก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปโดยกล้าที่จะกล่าวตอบโต้พวกตนเหมือนการตอบโต้สาวใช้ทันควันซึ่งเป็เื่เหนือความคาดหมายเป็อย่างยิ่ง
หลงปิงรู้สึกได้ว่าเย็นนี้บรรยากาศรับประทานอาหารเต็มไปด้วยความสนุกสนานเขารู้สึกประทับใจรสชาติฝีมืออาหารของภรรยายิ่งนักทั้งรู้สึกประหลาดใจเพราะก่อนหน้าเธอไม่เคยคิดจะปรุงอาหารเพื่อเอาใจตนมาก่อนส่วนใหญ่จะปรุงอาหารตามรายการจากอาและอาสะใภ้อย่างเคร่งครัดโดยไม่กล้าแม้แต่ขัดคำสั่งแบบนี้
คุณชายสามรับประทานผัดไทยกุ้งเพียงรายการเดียวจนหมดจานในเวลาอันรวดเร็วเขาหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมุมปากพลางพบกับสายตาจ้องมองแสดงความประหลาดใจจากทุกคนบนโต๊ะอาหารโดยเฉพาะสายตาเปล่งประกายความพึงพอใจจากภรรยา จึงพูดกลบเกลื่อนอาการเก้อเขินขึ้นมาว่า
“ผัดไทยอร่อยดีครับปู่เชามาพอดี มีอะไรหรือเปล่าครับ แจ้งมาได้เลย.....ที่นี่มีแต่คนกันเองทั้งนั้น”
หลงปิงเหลือบเห็นชายชราพ่อบ้านยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดีจึงถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้ ทั้งยังบอกให้พ่อบ้านแจ้งเื่ออกมาโดยตรงเพราะไม่คิดว่าจะเป็เื่ความลับจนเกินไป
หลงเชาพยักหน้ารับคำสั่งจากหลงปิงพลางกล่าวถึงภารกิจนอกบ้านซึ่งทำให้เขาหายหน้าไปั้แ่เมื่อวานและวันนี้ยังกลับคฤหาสน์ตระกูลหลงค่ำกว่าปกติว่า
“ครับคุณชายบ้านเก่าที่เซี่ยงไฮ้กำลังปรับปรุงไปด้วยดีครับคาดว่าอีกไม่เกินเดือนหนึ่งก็จะเสร็จแล้ว ส่วนสาวใช้หนิงจินก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากแค่ฟกช้ำแก้มบวมเท่านั้น ผมให้เธอนอนพักที่โรงพยาบาลคืนหนึ่งพรุ่งนี้ก็จะกลับมาทำงานได้แล้วครับ”
ชายชรากล่าวรายงานถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหลงปิงและเห็นชอบจากหลงลู่เอินเช่นกันเป็การทำหน้าที่ไปตรวจสอบความคืบหน้าการปรับปรุงบ้านหลังเก่าของผู้เป็แม่หลงปิงซึ่งอยู่มหานครเซี่ยงไฮ้ทั้งยังต้องเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอาการาเ็ของสาวใช้คนสนิทฟางอิ่งด้วยจึงกล่าวรายงานตามข้อเท็จริงโดยไม่ได้เข้าข้างเ้านายคนใดเป็พิเศษ
ฟางอิ่งส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจทันทีเพราะสาวใช้คนสนิทของตนไม่ได้รับาเ็หนักมากพอที่จะกล่าวโทษไช่อิงได้ทว่าเธอเก็บความเจ็บแค้นต่อการเสียหน้าครั้งนี้ไว้ไม่รู้ลืมพลางคิดหาโอกาสเอาคืนสะใภ้สามในภายหลัง จึงกล่าวออกมาให้ทุกคนรับรู้ว่า
“ถ้าไม่เจ็บหนักก็ดีแล้วหวังว่าคราวหน้าจะไม่มีเื่เดิมเกิดขึ้นอีก”
ภรรยาผู้นำตระกูลหลงยังอดที่จะพูดเหน็บแนมไช่อิงไม่ได้พลางเหล่ตามองหญิงสาวผู้เป็หมากตัวหนึ่งของตนอย่างมีเลศนัย
“..........”ไช่อิงยิ้มน้อย ๆ โดยไม่กล่าวอะไรออกมาอีก
หลงปิงเห็นว่าไม่มีเื่สำคัญอะไรเพิ่มเติมอีกทั้งภรรยายังแก้ต่างได้สมเหตุสมผลโดยคิดว่าไม่จำเป็ต้องออกโรงช่วยจึงแจ้งแผนการต่อไปของตนให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกันว่า
“วันจันทร์นี้ผมจะพาไช่อิงไปประชุมด้วยหวังว่าคุณอาคงไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อน แต่ถ้ามีอะไรก็ไปหาผมที่ห้องทำงานได้นะครับ”
คุณชายสามพยักหน้าเรียกองครักษ์ให้เข้ามาทำหน้าที่เข็นรถพาตนออกไปจากห้องอาหารโดยไม่สนใจอาการอ้าปากค้างจากใครหลายคนเขามีหน้าที่โยนะเิทิ้งไว้แล้วรอให้มันแสดงผลโดยคิดว่าจะต้องมีคนตามไปหาตนยังห้องทำงานแน่นอน
ไช่อิงได้ยินคำสั่งของสามีสั่งการออกมากลางโต๊ะอาหารเธอกระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความประหลาดใจพลางตาโตเพราะเข้าใจในคำกล่าวอันมีเลศนัยของจิวหลุนก่อนหน้าได้ทันที
มิน่าล่ะ !!! ให้ฉันเรียนรู้มารยาทชนชั้นสูงไว้แสดงว่าเขาจะพาฉันออกงานแล้วใช่ไหม เขากำลังจะยอมรับฉันใช่ไหม ไม่ได้การละ! ฉันต้องเตรียมตัวให้พร้อมรีบกินข้าวให้เสร็จเสียทีสิ!ฉันอยากกลับห้องแล้ว!
สะใภ้สามตาโตเป็ประกายด้วยความยินดีพลางกวาดตามองโต๊ะอาหารเพื่อเร่งทุกคนรับประทานอาหารให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วในทีเธออยากกลับห้องนอนไปใช้แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลของบริษัทในเครือหลงกรูปไว้ขณะที่เื่มารยาทสำหรับชนชั้นสูงไม่ใช่เื่ยากสำหรับเธอสักนิด
เพราะอะไรนะเหรอ?ก็เพราะในชาติที่สองเธอเป็ถึงธิดาของมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์ถัง เก่งกาจทั้งศาสตร์ด้านแพทย์แผนจีนและสี่ศิลปศาสตร์จีนไม่ว่าจะเป็ ฉิน ฉี ซู ฮว่า หรือเล่นกู่ฉิน เล่นหมากล้อม เขียนอักษร และวาดพู่กันจีน
ยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะในชาติที่สามเธอเกิดใหม่เป็ถึงเ้าหญิงแห่งราชวงศ์กษัตริย์จอร์แดนในรัชกาลที่สี่ซึ่งเธอมีโอกาสเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์แผนตะวันตกจนเก่งกาจแล้วยังเชี่ยวชาญภาษาอาหรับ สเปน เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษอีกด้วย
ไช่อิงพบว่าการรับประทานอาหารเย็นจบลงหลังจากสามีจากไปไม่นานนักโดยพบว่าเขารับประทานผัดไทยกุ้งจนหมดเกลี้ยง ขณะผัดไทยกุ้งส่วนที่เหลือในจานใหญ่มีน้องสาวสามีผู้คุยเก่งเอ่ยชมรสชาติบ่อยๆ เป็คนรับประทานจนหมดเกลี้ยงเช่นกัน
หญิงสาวกำลังเดินกลับห้องพักโดยไม่มีใครกล้าเรียกเธอไว้ซักถามหรือเตรียมการลงโทษอีกคล้ายกับทุกคนเกรงใจหลงปิงในทีซึ่งเธออยากรู้เหตุผลนี้เป็อย่างยิ่งพลางอดที่จะพึมพำด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า
“เกิดอะไรขึ้นในตระกูลหลงกันแน่ผู้นำตระกูลหลงกลัวสามีฉันเหรอ หรือว่าเขาแค่เกรงใจเท่านั้น แต่จะเป็ไปได้ยังไงก็สามีฉันเป็แค่หลานชายที่เขาต้องดูแลนี่นาส่วนเขาเป็ถึงอาหรือผู้นำตระกูลเชียวนะ”
หญิงสาวคิดจะทำการสืบค้นให้ละเอียดเพื่อรับรู้ความผิดปกติต่อท่าทีของผู้คนในตระกูลหลงเธอสงสัยพฤติกรรมหลายอย่างเพราะขัดต่อสภาพความเป็จริงซึ่งเป็เื่กระตุ้นความสงสัยของเธอเป็อย่างยิ่ง