นพคุณออกมาเดินเล่น เขาไม่อยากอยู่แต่ในห้อง จะอ่านหนังสือก็น่าเบื่อเกินไป...ไม่มีสมาธิ ออกมาเดินเล่นริมทะเลแล้วมันช่างสงบ
“งั้นลงไปแช่น้ำหน่อยดีกว่า” รอบข้างไม่มีผู้คนแล้ว...ช่างสงบดีแท้ นพคุณว่ายน้ำแข็ง เขาเป็นักกีฬาถึงจะเรียนเก่งแต่เื่กีฬาเขาก็ชอบ เด็กเรียนบางคนไม่เอากีฬาเลยเพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ แต่นพคุณชอบเล่นกีฬาพอ ๆ กับเื่เรียนเขาจึงเล่นกีฬาได้เกือบทุกอย่าง เขากลั้นหายใจในน้ำได้นานเกือบ 5 นาที ลอยตัวในน้ำนิ่ง ๆ ให้ความรู้สึกดีโดยแท้ น้ำทะเลตอนนี้ก็อุ่น นพคุณจึงคว่ำหน้ากลั้นหายใจแล้วลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ บนน้ำ ...บางทีเขาอาจจะได้สถิติใหม่
แต่จู่ ๆ ก็มีแรงกระชากพร้อมเสียงเรียกที่คุ้นเคย เขาลืมตาขึ้นมาเห็นพริมาลากเขากลับขึ้นฝั่ง...หล่อนดูจะใจนไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าเขามองอยู่ ฮึ! เมื่อตอนเย็นยังโกรธเขาอยู่เลย มาตอนนี้ดูหล่อนจะเป็ห่วงเขาอยู่เหมือนกัน แกล้งเล่นซะเลยดีกว่า ยัยนี่ทำตัวน่าหมั่นไส้นักเมื่อตอนหัวค่ำ
พริมาทุบอกเขา..อุก! จุกเป็บ้า หล่อนร้องไห้ทุบเขาไปปากก็ตัดพ้อว่าเขาทำไมถึงคิดสั้น นพคุณเกือบหลุดหัวเราะออกมาดัง ๆ แล้วเชียว แต่อยู่ ๆ หล่อนก็นิ่งไป เขานึกว่าหล่อนจับได้เกือบจะลืมตาขึ้นมาดูแล้วถ้าหล่อนไม่ประกบปากลงมาเสียก่อน...เด็กนี่แอบลักหลับเขา? เอ้อ..ไม่สิ ดูเหมือนหล่อน จะกำลังพยายามผายปอด...แต่ใครเขาประกบปากแล้วไม่เป่ากัน เหมือนหล่อนจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเป่าลมเข้ามายังไงและไอ้ประกบปากสลับกับทุบอก...ทุบจริง ๆ เลยนะ ทุบสองมือพร้อมกันดังแอ้ก!
สอง! หล่อนประกบปากลงมาเป็ครั้งที่สองคราวนี้เป่าลมเข้ามาแต่ก็แค่ลมหายใจเบา ๆ เท่านั้น...เปล่าประโยชน์ นพคุณคิดไม่ถึงว่าหล่อนจะทำแบบนี้ ตอนแรกแค่กะจะแกล้งเล่นเท่านั้น และตอนนี้เขาตื่น...เต้นใจเต้นแรงจนหูอื้อไปหมด หัวใจเต้นแรงขนาดนี้หล่อนจะได้ยินไหมนะ?
สาม!!! พริมาประกบปากลงมาเป็ครั้งที่สาม ไม่ไหวแล้วโว้ย!!!!
นพคุณลุกพรวดขึ้นมานั่งตะลึง...ส่วนพริมาตะลึงยิ่งกว่า หล่อนดูใกับภาพตรงหน้าเป็อย่างยิ่งเขาเห็นหน้าหล่อนตอนนี้น้ำตาเลอะเทอะไปหมด
“พี่คุณฟื้นแล้ว” พริมาพุ่งตัวมากอดเขาแน่น แน่นจริง ๆ นอกจากปากที่ดูเหมือนจะเจ่อแล้วตอนนี้ซี่โครงเขาอาจจะหักไปทิ่มปอด แต่ถึงไม่หักไปทิ่มปอดตอนนั้นก็คงจะขาดอากาศหายใจตายตอนนี้
“ฟื้นแล้วจริง ๆ ด้วย หัวใจเต้นแรงมากเลย ลูกแก้วดีใจ” นพคุณโล่งอกที่หล่อนตีความเป็อย่างอื่น ตอนนี้หล่อนยังกอดเขาไม่ยอมปล่อย นพคุณเพิ่งจะมีเวลาสังเกต พริมาใส่ชุดว่ายน้ำ!!! และมันค่อนข้างน้อยชิ้น แถมตอนนี้หล่อนก็กอดเขาแน่นไว้ทั้งตัว...ไม่ดีเลย นพคุณผลักเด็กหญิงออก
“ใส่ชุดบ้าอะไรของเธอ?”
“ก็...ชุดว่ายน้ำไงคะ แม่ซื้อให้” พริมาเสียงห้วนขึ้นเล็กน้อย...นี่เขาจะชวนหล่อนเถียงเื่นี้อีกแล้วหรือ...แค่อ่านสายตาที่มองมาก็รู้แล้ว
“ฟื้นขึ้นมาก็เอาเื่เลยแฮะ” เด็กหญิงพึมพำกับตัวเอง หล่อนยกมือขึ้นป้ายน้ำตาที่ไหลอยู่เต็มหน้าก่อนหน้านี้
นพคุณเห็นพริมาทำปากขมุบขมิบ...เขาฟังไม่ออกว่าหล่อนพูดว่าอะไร แต่เขาไม่ชอบใจเลยที่เห็นหล่อนใส่ชุดนี้มาลงเล่นน้ำดึก ๆ อยู่คนเดียว ...เด็กนี่ไม่เคยระวังตัว แล้วภารดีคิดอย่างไรถึงซื้อชุดนี้ให้ลูกสาว แล้วหล่อนรู้รึเปล่าว่าลูกสาวหนีมาเล่นน้ำอยู่คนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆแบบนี้ ถ้าหล่อนจมน้ำหรือลอยทะเลออกไปไกลใครจะมาเห็น เขาคิดไปถึงว่าถ้ามีใครผู้ชายผ่านมา...ผู้ชายไม่ได้น่าไว้ใจทุกคน
“แม่เธอรู้รึเปล่าว่าเธอมาเล่นลอยน้ำแล้วก็ใส่ชุดบ้านี่ดึก ๆ แบบนี้” พริมาเพิ่งนึกได้ หล่อนไม่ได้บอกแม่เพราะตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะลงน้ำแค่ใส่ชุดออกมาเดินเล่นเท่านั้น แต่พอเห็นว่าไม่มีใครก็เลยถอดชุดลงน้ำเสียหน่อย ใครจะมาคิดว่าจะมีคนมาเห็น แล้วเขาล่ะ? ทีเขายังมาลงน้ำดึก ๆ แบบนี้ได้เลย นี่ถ้าหล่อนไม่มาเห็นแล้วลากเขาขึ้นมามีเหรอเขาจะฟื้นขึ้นมา แล้วมายืนว่าหล่อนอยู่แบบนี้
“แม่ไม่รู้ค่ะ ลูกแก้วไม่ได้บอก...ดึกแล้ว” เด็กหญิงยอมรับ
“นี่เธอไม่รักแม่เธอรึไง?” นพคุณถามเรียบ ๆ คราวนี้เขาไม่ดุหล่อนเหมือนคราวก่อน พริมายังนั่งงอยู่ นพคุณเดินไปหยิบชุดเสื้อกับกางเกงที่หล่อนถอดวางไว้บนทรายส่งมายื่นให้ เด็กหญิงรับไว้แล้วรีบใส่อย่างลวก ๆ
“รักสิคะ ทำไมพี่คุณถามแบบนั้น ลูกแก้วรักแม่มาก แล้วตอนนี้ลูกแก้วรักคุณลุง...แล้วก็รักพี่คุณด้วยนะ” นพคุณอึ้งไปเล็กน้อย หล่อนรู้ความหมายของคำว่า "รัก" รึเปล่า ช่างเถอะ...เด็กนี่คิดอะไรลึกซึ้งไม่เป็อยู่แล้ว
“ถ้ารักก็ดีแล้ว แฮ่ม! (สำลักเล็กน้อย) เธอมีแม่คนเดียว แม่ก็มีเธอคนเดียว แล้วถ้าวันนี้เธอจมน้ำตายหรือถูกผู้ชายที่ไหนไม่รู้ลากไปทำมิดีมิร้าย ...ตรงนี้มันมืดแล้วก็ไม่มีคน ถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วเธอเป็อะไรไป เธอคิดรึเปล่าว่าแม่เธอจะอยู่ยังไง?” พริมาคิดตาม...หล่อนทำผิดจริง ๆ
“ลูกแก้วไม่รู้...” เด็กหญิงสลดจริง เขาจับทางหล่อนถูกแล้ว เด็กนี่ไม่ใช่คนดื้อถ้าพูดกับหล่อนดี ๆ ใช้เหตุผล หล่อนก็พร้อมจะเข้าใจ (แต่เหตุผลต้องเข้าใจง่าย ๆ นะ ถ้าซับซ้อนเกินไปเดี๋ยวไม่เข้าใจ)
“กลับเข้าบ้านกันเถอะ” นพคุณหันหลังเดินเข้าบ้าน เขาเดินนำไปแล้ว พริมาคิดอะไรได้บางอย่าง หล่อนวิ่งไปดักหน้านพคุณ
“แล้ว...พี่คุณจมน้ำนี่คะ?” นพคุณลืมเื่นี้ไปเสียสนิท
“ไปหาหมอไหมคะ? มาลูกแก้วช่วยพยุง” พริมาทำท่าจะเข้าคลุกวงในเขาจริง ๆ นพคุณถอยหลัง...เขากลัว เด็กนี่ชอบพุ่งมากระแทกเขา วันนี้ซี่โครงเขาร้าวไปหมดแล้ว พอ ๆ
“ไม่ต้อง” นพคุณยกมือขึ้นห้าม เขาเห็นหล่อนชะงักเล็กน้อย อืม ....
“ฉันไม่ได้เป็อะไรเลย แล้วก็ไม่ได้จมน้ำด้วย กำลังลอยน้ำกลั้นหายใจจับเวลาทำสถิติใหม่อยู่ดี ๆ ใครก็ไม่รู้ลากขึ้นมา แถม...” เขาชี้ไปที่ริมฝีปากตัวเอง พริมามองตามท่าทางของเขา นพคุณชูนิ้ว...3 ครั้ง พริมาตาโตหล่อนพลาดอีกแล้ว!!! คราวนี้พลาดอย่างแรง
“เอาเป็ว่า...ฉันจะไม่บอกแม่เธอก็แล้วกันว่าเธอหนีออกมาเล่นน้ำตอนดึก แถมยังมาจูบผู้ชายอยู่ริมหาด” เขาพูดเกินจริงไปแล้ว พริมาหน้าร้อนผ่าว
“ไม่ได้นะ! ไม่ใช่...จูบ เอ้อ...”
“3 ครั้งเลยนะ...เธอขโมยจูบแรกของฉันด้วย เธอนี่มันร้าย!!!” นพคุณเห็นท่าทางของพริมายิ่งอยากแกล้ง
“มันไม่ใช่จูบนะ! ไม่นับสิ! 3 ครั้งอะไรกันคะ ไม่ใช่นะ ห้ามนับเลย!!!” พริมากระทืบเท้าบนทรายอย่างขัดใจ นพคุณเพิ่งจะเคยเห็นหล่อนทำท่าทางแบบนี้เป็ครั้งแรก
“ฉันก็แค่ลอยน้ำอยู่เฉย ๆ ใครจะไปรู้ว่าอยู่ดี ๆ จะมีใครไม่รู้ลากขึ้นจากน้ำมา ทุบอกฉันจนจุกไปหมด จุกจนฉันขยับตัวไม่ได้แล้วก็....” เขาเว้นไว้แต่ยังคงชูสามนิ้วอยู่
“นั่นก็จูบแรกของลูกแก้วนะ! แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณไม่ได้คิดสั้นน่ะ ใครเห็นแบบลูกแก้วก็ต้องคิดแบบเดียวกันทั้งนั้นแหละ แล้วการผายปอดก็ไม่ใช่การจูบด้วย ไม่นับค่ะไม่นับเด็ดขาด!!!” นพคุณกลั้นขำเด็กนี่หลอกง่ายชะมัด อยากให้หล่อนมีอารมณ์แบบไหนพูดต้อนให้ถูกทางหล่อนก็ตามไม่ทันแล้ว
“ลูกแก้ว” เสียงผู้ชายเรียกพริมา การเถียงกันของทั้งสองคนจึงต้องยุติลง
“สอง” พริมาหันไปมองสาวิช ที่ตอนนี้กำลังเดินมาจากทางบ้านพักของเขา ก่อนออกมาเดินเล่น ที่ชายหาดพริมาคุยไลน์กับเขา หล่อนบอกว่าจะออกมาเดินเล่น และเขาบอกว่าจะตามมา
นพคุณมองคนต้นเสียง เด็กชายที่ร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเขาเมื่อตอนหัวค่ำนั่นเอง หนึ่งในสองคนที่คุยกับพริมา อ้อ...นี่เขาคงจะเป็ห่วงหล่อนไปเอง เด็กนี่นัดผู้ชายไว้...และเขาดันมาเป็ก้างขวางคอ
“พี่คุณเข้าบ้านไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวลูกแก้วตามไป” สั่งเสร็จแล้วพริมาหันไปคุยสาวิช โดยไม่สนใจเขาอีกเลย นพคุณยักไหล่...ช่างสิ! ใครจะไปสน
สาวิชเป็ลูกชายคนกลาง และเป็คนที่หน้าตาดีกว่าพี่น้องทั้งหมด ถ้าเดินกันมา 3 คนในบรรดาพี่น้องเขาดูโดดเด่นที่สุด ส่วนสารัชพี่ชายคนโตนั้นเขาดูสูงใหญ่แต่เป็ผู้ชายที่ดูไม่ค่อยมีเสน่ห์นัก อาจเป็เพราะเขาไม่ยิ้มแย้มและดูจริงจังเกินไป ส่วนน้องคนเล็ก...สารินทร์น้องคนสุดท้องมีความน่ารักสมวัยของเขา
“นี่เธอลงน้ำเหรอ?” สาวิชขมวดคิ้ว พริมาไม่ตอบแต่พยายามจะขยับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“เวลานี้เนี่ยนะ? แล้วมากับใคร? หรือว่าเล่นน้ำกับพี่...” ถ้าจำไม่ผิดเหมือนตอนกินข้าวเมื่อหัวค่ำพวกเขาคุยกันนี่นา ว่าสองคนนี่ไม่ใช่พี่น้องกัน และถึงจะบอกว่าเป็พี่น้องกันก็คงไม่มีคนเชื่อ
“เธอสองคน...”
“เปล่า ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น” พริมาเล่าให้สาวิชฟังว่าเดิมทีแค่ลงมาเดินเล่น แต่อดใจไม่อยู่เลยลงไปนั่งแช่น้ำ (ไม่ได้ว่ายน้ำไปไกลเลย) แล้วก็บังเอิญมาเจอนพคุณ
“อ้อ” สาวิชดูไม่ค่อยจะเชื่อนักแต่ไม่ใช่เื่ของเขาเขาก็ไม่อยากซักต่อ
“แล้วเธอเป็ยังไงบ้าง? บอกเขาไปตรง ๆ รึยัง?”
“เฮ้อ... คุยกับเขาน่ะยากมากเลยรู้ไหม? เขาก็เหมือนพ่อนั่นแหละ” สาวิชนั่งลงบนทราย พริมานั่งลงตาม
พวกเขารู้จักกันเมื่อตอนบ่าย...ตอนที่แม่กับพ่อเลี้ยงของหล่อนกำลังเล่นน้ำกับครอบครัวอรพิน พริมาลุกเลี่ยงไปเดินเล่นรอบ ๆ ห่างออกไปจากที่พวกเขาเล่นน้ำกัน อยู่ ๆ สาวิชก็เข้ามาทักหล่อน เขาเดินมาจากด้านหลังและเข้ามาทักทายอย่างดีใจ
“ขมิ้น!!! แกมาได้ยังไง? แกรู้ไหมฉันคิดถึงแกจะแย่ รอเปิดเทอมแทบไม่ไหว ฉันเดินไปดูฝั่งโน้นมาแกเอ้ย...ฝรั่งผู้ชายนอนแก้ผ้าอาบแดดกันเป็แถว เห็นแล้วอยากจะเข้าไปนอนฟิน ๆ สวย ๆ ข้าง ๆ เลยล่ะ” สาวิชออกท่าออกทาง พริมาหันมามองเขาแบบงง ๆ
“เอ่อ...”
“ห่ะ!!! เอ่อ...ขอโทษครับทักคนผิด” แล้วสาวิชก็รีบเดินจากไปอย่างเร็ว ๆ พริมาได้แต่มองตาม
เดินเล่นแล้วหล่อนกลับไปนั่งที่เดิมถึงได้รู้ว่าครอบครัวอรพินยังมีลูกชายอีกคน เขาไม่ได้เล่นน้ำอยู่ั้แ่แรก...แต่คงอย่างที่เขาบอกเขาเดินไปดูผู้ชายชายนอนอาบแดด? ผู้ชายก็คงจะชอบดูผู้ชายนอนแก้ผ้าอาบแดดเหมือนกันล่ะมั้ง? พริมาไม่แน่ใจ บางทีก็อาจจะเป็ไปได้มันเป็ความชอบของแต่ละคน แต่มันเป็ความชอบประเภทไหนกัน? สาวิชมองมา เขามีสีหน้าปั้นยาก เหมือนยังไม่รู้จะทำอย่างไรดี
นั่งดูพวกเขาเล่นน้ำกันอยู่ทางนี้ พริมาสังเกตเห็นพ่อของครอบครัวนี้คืออภินันท์ เขาดูมีความเป็ผู้นำและมีบุคลิกเฉพาะตัวแบบได้รับการฝึกมาอย่างดี“ไม่ทหารก็ตำรวจ” ส่วนคนเป็แม่นั้นน่าจะเป็แม่บ้านเต็มตัว เลี้ยงลูกชายสาม...คนคนเล็กที่ยังเด็กมากกับอีกสองคนที่เป็วัยรุ่น น่าจะเป็อะไรที่หนักพอควร
“เธอไม่ลงไปเล่นน้ำด้วยกันเหรอ?” สารัชนั่นเอง เขาเดินมาถาม เขามองพริมามาสักพักแล้ว
“อ้อ...ไม่ดีกว่าค่ะ” เด็กหญิงยิ้มตอบ
“ไปเล่นด้วยกันสิ” สาวิชตามมาสมทบ สารัชหันไปมองน้องชาย เขามีสีหน้าไม่พอใจ
“นี่นายจะต้องทำแบบนี้ตลอดเลยใช่ไหม?” สารัชถามน้องชายเสียงห้วน
“ฉันไม่คิดเล่นเกมส์อะไรกับนายหรอกนะ”แล้วสารัชก็เดินจากไป พริมาไม่เข้าใจสองคนพี่น้องทะเลาะอะไรกัน สาวิชนั่งลงข้าง ๆ เด็กหญิง
“เพื่อนสนิทเราที่โรงเรียนน่ะ...หน้าตาท่าทางคล้ายเธอเลย...คล้ายมาก ๆ” สาวิชพูดขึ้นมาลอย ๆ
“ที่ชื่อ...ขมิ้นน่ะเหรอคะ?” พริมาจำชื่อนั้นได้เพราะคนชื่อนี้ไม่น่าจะมีเยอะ
“ฮ่า ๆ ใช่ ๆ ชื่อนี้บอกทีเดียวก็จำได้แล้ว...ใช่ขมิ้นเพื่อนเราเอง นี่แล้วรู้อะไรไม๊? ถึงจะชื่อไทยขนาดนี้แต่นางเป็ลูกครึ่งจ้า หน้าตาอินเตอร์เหมือนเธอเลย” พริมานั่งฟัง หล่อนคิดว่าคงเพราะเป็ลูกครึ่งกระมัง เลยทำให้ดูเหมือน ๆ กัน
“เมื่อกี้เราเลยเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือขมิ้นนั่นแหละ ขอโทษที...ก็เธอสองคนคล้ายกันขนาดนี้ แต่ถ้าดูจริง ๆ แล้วเหมือนเธอจะตัวเล็กกว่านะ เล็กกว่านิดนึง” สาวิชเอียงคอมอง
“แล้วเธอทะเลาะอะไรกับพี่ชายรึเปล่า เหมือนเขาจะพูดอะไรแปลก ๆ” พริมาสงสัย เพราะจากที่สังเกตั้แ่พวกเล่นน้ำกันแล้ว ทั้งสาวิชและสารัชเล่นน้ำอยู่ห่าง ๆ กัน
“ก็...เฮ้อ คือขมิ้นอ่ะ นางเป็เพื่อนของเรา...เพื่อนสนิทมาก ๆ เวลาไปไหนตัวติดกันตลอดจนหลายคนเข้าใจว่าเราเป็แฟนกัน แต่คนที่แอบชอบนางก็เยอะนะ...พี่ชายเราก็หนึ่งในนั้น แต่พอพี่หนึ่งได้ยินข่าวลือก็เชื่อ คือไอ้หมิ้นมันก็ทำเฉยอ่ะ ข่าวลือมันเลยเหมือนจริง แล้วทีนี้พอเราพยายามจะบอกพี่หนึ่งว่ามันไม่จริงเราไม่ได้เป็แฟนกัน แต่ไอ้หมิ้นมันเฉยและทุกคนก็เชื่อ...พี่เราก็เชื่อ เขาก็คงคิดว่าเหมือนโดนหักหลังล่ะมั้ง โดนน้องชายหักหลังแย่งผู้หญิงที่ตัวเองหมายปอง” สาวิชเล่าไปเขาก็มองพี่ชายตัวเองที่ตอนนี้เล่นปาทรายอยู่กับพวกภารดี
“ทั้งที่น้องชายไม่ได้ชอบผู้หญิงแบบนั้น ใช่ไหมคะ?” พริมาเว้นวรรค ผู้หญิงแบบนั้น...มันตีความได้หลายอย่าง ไม่ชอบผู้หญิง?หรือว่าไม่ชอบผู้หญิงแบบเพื่อนของเขา แต่หล่อนไม่ได้ขยายความต่อ สาวิชเองก็ไม่แก้ความเข้าใจของพริมา
“นั่นแหละ...ั้แ่นั้นเขาก็ตั้งแง่กับเรามาตลอด แล้วไอ้ที่ลำบากใจก็คือไอ้นังหมิ้นตัวดีมันก็วนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเรา สถานการณ์มันก็เลยไม่ดีขึ้นเลย” สาวิชพูดถึงเพื่อนรัก ถึงจะบ่นแต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีลำบากใจอะไรอย่างที่พูด ...ไม่ลำบากใจกับเพื่อนแต่ลำบากใจกับพี่
“แล้วทำไมเธอไม่บอกพี่ชายไปตรง ๆ ล่ะ ว่าไม่ได้ชอบแบบนั้น...แบบที่เขาเข้าใจ”
“เขาไม่ฟังหรอก เขาก็เหมือนพ่อ” ตอนนี้น้ำเสียงสาวิชฟังดูเศร้า ๆ พริมาเอื้อมมือไปจับมือสาวิช ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่หล่อนรู้สึกสนิทใจกับเขาอย่างประหลาด สาวิชพยักหน้ายิ้มให้
“เธอนี่เหมือนไอ้หมิ้นจริง ๆ รู้ไหม? เจอเธอวันนี้เราหายเหงาเลยล่ะ” แล้วเขาก็ชวนพริมาไปเล่นน้ำ แต่เด็กหญิงปฏิเสธ เขาก็ไม่ได้คะยั้นคะยออะไร แต่พอตกดึกสาวน้อยกลับทำให้แปลกใจที่อยู่ ๆ มาแอบเล่นน้ำอยู่แบบนี้
“พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว ถ้าสองมีอะไรอยากปรึกษาก็คุยกับเราได้นะ เราไม่บอกใครหรอก ไลน์ก็ได้โทรมาก็ได้...ตลอดเลย เรายินดี” พริมาพูดจากใจจริง
“ขอบใจนะลูกแก้ว เดี๋ยวถึงกรุงเทพแล้วเรานัดเจอกันนะ” พวกเขานั่งคุยกันอีกสักพักจึงเดินเข้าบ้านเกือบห้าทุ่มแล้วตัวเริ่มจะแห้ง ต้องไปอาบน้ำสระผมอีก ปิดประตูชั้นล่างเรียบร้อย พริมาเดินขึ้นชั้นสอง นพคุณนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา เขาอาบน้ำเรียบร้อยแล้วและตอนนี้กำลังมองหล่อนที่เดินขึ้นบันไดมาพอดี แต่พอเห็นหน้าพริมาเขาก็กลับไปสนใจกับหนังสือตรงหน้าต่อ เหมือนหล่อนแค่เดินมาทำให้เขาเสียสมาธิไปเล็กน้อยเท่านั้น
“สงสัยอ่านในห้องจะลำบาก ก็ไม่มีห้องน้ำ นั่งข้างนอกจะได้ไม่ต้องเดินไกลล่ะมั้ง” พริมาพึมพำขณะเดินเข้าห้องตัวเอง
“คุยอะไรกันนักหนา ดึกดื่น” นพคุณมองพริมาที่เดินเข้าห้องตัวเองไปแล้ว ความจริงเขานั่งมองพวกนั้นคุยกันจากระเบียงด้านนอก พอเห็นพวกเขาลุกขึ้นกลับเข้าบ้านนพคุณถึงกลับเข้ามานั่งตรงนี้ พอเห็นเด็กหญิงกลับเข้าบ้านดีแล้วเขาจึงเก็บหนังสือกลับเข้าห้องตัวเอง คราวนี้ภารดีเป็หนี้เขาที่เขาอุตส่าห์ช่วยสอดส่องดูแลลูกสาวของหล่อน ถ้าไม่ได้เขาคืนนี้ไม่แน่เด็กนั่นอาจโดนลากไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ได้ แถมเขายังโดนเด็กนั่นขโมยจูบอีกงานนี้มีแต่เสียกับเสีย นพคุณแตะปากตัวเองอย่างลืมตัว เขานึกถึงคำพูดของพริมาที่ว่าผายปอดไม่นับว่าเป็จูบ...แต่ผายปอดของพริมามันประหลาด หล่อนแทบจะไม่เป่าลมเลยด้วยซ้ำ...แบบนั้นจะไปช่วยชีวิตใครได้กัน นพคุณส่ายหัว เด็กนั่นเถียงข้าง ๆ คู ๆ
พริมานอนไม่ค่อยหลับ หล่อนอาบน้ำแต่งตัวใหม่เรียบร้อยเตรียมเข้านอน แต่เื่เมื่อกี้ทำให้หล่อนนอนไม่หลับ นพคุณหาว่าหล่อนขโมยจูบเขา! ใครเขาจะขโมยกัน
“หวังว่าเขาจะไม่เอาไปบอกใครนะ” ยิ่งกังวลยิ่งนอนไม่หลับ...คิดถึงหน้าเขาทำไมใจมันถึงต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วยนะ ตอนช่วยเขา...ตอนผายปอดก็ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย แต่พอรู้ว่าเขาไม่ได้เป็อะไร แล้วที่หล่อนทำลงไปเขารู้ตัวตลอดเวลา
“บ้าจริง!” พริมาเอาหมอนปิดหน้า หล่อนอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว คราวนี้แกล้งกันแรงเกินไปแล้วนะคุณชายใหญ่
เช้าวันนี้ทุกคนตื่นสายกว่าจะลงมาก็เกือบ 11 โมงเช้าแล้ว พริมาเห็นบ้านอรพินกำลังขนของขึ้นรถ หล่อนเดินไปทักทาย สาวิชเดินยิ้มร่ามาต้อนรับ
“ไงคนสวย วันนี้แต่งตัวน่ารักจัง” สาวิชชมพริมา นี่ถ้าเป็ผู้ชายคนอื่นหล่อนคงจะทำหน้าไม่ถูกแต่กับสาวิชหล่อนวางใจอย่างประหลาด วันนี้พริมาใส่ชุดแซกสีชมพูยาวเหนือเข่า ผูกผมเป็หางม้าไว้หลวมแบบไม่ตั้งใจนัก แต่มันดูน่ารักสมวัยของหล่อน
“เธอรู้ไหมว่าพวกผู้ชายน่ะมันชอบผู้หญิงมัดผมหางม้า มันบอกว่าเวลาผมแกว่ง ๆ แบบนี้แล้วดู เซ็กซี่” สาวิชยกมือขึ้นแกว่งผมหางม้าของพริมาแสดงให้ดูว่าแกว่งแบบไหน สาวน้อยหัวเราะและพยายามแกว่งผมหางม้าของตัวเองให้เขาดูว่าแบบไหนที่ว่าเซ็กซี่
“จริงเหรอ? แต่ผมหางม้านี่เป็ผมแบบ...สิ้นคิดเหมือนผัดกระเพราเลยนะ ถ้าไม่ี้เีก็ไม่ได้สระผมนั่นแหละถึงจะชอบทำทรงนี้ ฮ่า ๆ อาจจะมีบ้างบางคนที่ตั้งใจมัดจริง ๆ “
“แล้ววันนี้เธอเป็แบบไหนล่ะ?” สาวิชถามพร้อมรอยยิ้ม ยิ่งคุยเขายิ่งชอบพริมา หล่อนไม่มีจริตเหมือนผู้หญิงหลายคนที่โรงเรียน
“แหม...ก็ต้องตั้งใจสิ ลูกแก้วอยากเซ็กซี่” คราวนี้ทั้งสองคนหัวเราะผสานเสียงกัน เรียกความสนใจจากสายตาหลายคู่ สารัชยืนมองอยู่ที่ฃั้นสองของบ้าน...เช่นเดียวกับนพคุณเขาเดินออกมาดูเพราะจำเสียงหัวเราะสดใสนั้นได้
“แล้วจะกลับกันแล้วเหรอ?” พริมาถามเพราะบ้านหล่อนน่าจะออกกันประมาณเที่ยง
“ใช่ ๆ เดี๋ยวแวะหาพ่อก่อนกลับกรุงเทพ”
“เดี๋ยวไว้นัดเจอกันที่กรุงเทพนะ ถ้าสองเจอปลาทูต้องชอบมากแน่ ๆ “ พริมาพูดเื่ยามาให้สาวิชฟังและเขาดูสนใจเด็กหญิงผมทรงสกินเฮดไม่เบา
“ได้ ๆ ต้องเจอกันนะ เดี๋ยวจะนัดอีกทีว่าเมื่อไหร่ เราอยากให้ลูกแก้วเจอขมิ้นเหมือนกัน” ทั้งสองร่ำลากัน ก่อนพริมาจะแยกเดินกลับเข้าบ้านมา
นพคุณยืนอยู่หน้าบ้าน พริมาเห็นเขามองมา หล่อนชะงักเล็กน้อย...นี่ไงคนต้นเหตุที่ทำให้หล่อนตื่นสาย เด็กหญิงใจเต้นอีกแล้ว หล่อนรีบเดินกลับเข้าบ้าน แต่...แต่เขายืนอยู่หน้าบ้าน ไม่สิ! หลบไปทางอื่นก่อนดีกว่า จังหวะที่เปลี่ยนใจกะทันหันนั่นเอง
“โอ๊ะ! “ เด็กหญิงอุทาน เท้าหล่อนพลิกเป็เหตุให้เสียจังหวะ แต่ก่อนที่หล่อนจะล้มหน้าคว่ำ นพคุณดึงคอเสื้อจากด้านหลังไว้ได้ทันพอดี
“เธอนี่ไม่เคยระวังเลย” เขาเอ็ดหล่อนตามเคย พริมาโล่งอก โดนเขาเอ็ดก็ยังดีกว่าาเ็เป็ไหน ๆ เด็กหญิงหันหน้ามาหาเขาแต่ดูเหมือนเขาจะเข้ามาใกล้มากเกินไป...รึเปล่า? จังหวะหันมาหล่อนจึงชนกับเขาเข้าอย่างจัง กลิ่นตัวนพคุณเหมือนมิ้นต์ หอมจัง...กลิ่นผู้ชายหอมแบบนี้ทุกคนรึเปล่าหล่อนก็ไม่แน่ใจ และดูเหมือนจะไม่รู้สึกตัว...พริมาเผลอหลับตาดมเสื้อนพคุณอย่างจริงจัง หอม...
นพคุณแปลกใจ เด็กนี่ยืนหลับตาทำจมูกฟุดฟิดและดูเหมือนหล่อนจะเขยิบเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ยัยเด็กประหลาดนี่เป็อะไรกันนะ เขาเอียงตัวหลบพร้อมกับจับหล่อนให้ถอยห่างออกไป นั่นแหละพริมาถึงรู้สึกตัว
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ นี่กลิ่นอะไรเหรอคะ หอม ๆ เหมือนมิ้นต์” หล่อนยังพยายามจะเข้ามาอีก
“ออกไปเลยนะ! เธอนี่มันพวกฉวยโอกาส” นพคุณว่าให้ พริมาทำหน้าเหวอ จะอธิบายแต่เขาเดินหนีขึ้นชั้นสองกลับเข้าห้องตัวเองไปแล้ว ทิ้งหล่อนไว้...ได้แต่ยืนมองอยู่หน้าประตู
“เห็นนะ ยัยตัวแสบลวนลามผู้ชาย” สาวิชนั่นเอง นั่นเขายังไม่ไปอีกหรือ?
สาวิชเห็นทั้งสารัชและนพคุณที่ยืนมองอยู่บนชั้นสอง พี่ชายเขามีสีหน้าไม่พอใจ ไม่ใช่ว่าเขาชอบพริมา แต่เขาไม่ชอบพฤติกรรม (ที่เขาคิดว่าเป็) ของน้องชายตัวเอง แต่อีกคนเขาก็เห็นว่าไม่พอใจเหมือนกัน แต่ถ้าเขาเดาไม่ผิดนพคุณจะไม่พอใจอะไรกันนะ? ต้องเดินตามมาดูซะหน่อย แล้วก็ทันเห็นฉากดมเสื้อในตำนานพอดี สองคนนี่...น่าสนุกแล้วสิ เสียดายจังที่บ้านไม่ได้อยู่ติดกัน พริมาโบกมืกบ๊ายบายกลับไป สาวิชยิ้มเอ็นดู ยัยนี่น่ารักชะมัด
ล้อหมุนเวลาเที่ยงตรงพอดี พวกเขาแวะรับประทานอาหารกันก่อน แล้วจะแวะเที่ยวอีกสองสามแห่ง ก่อนจะไปส่งนพคุณที่โรงเรียน่บ่าย ๆ ตลอดทางพริมาไม่ได้ชวนนพคุณคุยแบบตอนขามาหล่อนได้แต่นั่งก้มหน้ามองนิ้วมือตัวเอง นพคุณเหลือบมองเป็ระยะ ดีแล้ว! อย่ามาชวนเขาคุยนะ รำคาญ
พริมาไม่ได้คุยกับใครหล่อนนั่งมองมือตัวเองบ้าง นั่งมองออกไปข้างนอกบ้าง แต่ไม่กล้าหันไปอีกด้าน...ฝั่งที่นพคุณนั่งอยู่ หล่อนไม่กล้าทำอะไรเลยกลัวเขาจะว่าหล่อนอีก และคราวนี้หล่อนกลัวคนอื่นจะได้ยิน นั่งไปสักพักก็เริ่มง่วง งั้นนอนก็ได้...
นพคุณนั่งมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย มาเที่ยวคราวนี้มีเื่เกิดขึ้นมากมาย แต่รวม ๆ แล้วเขาก็มีความสุขดี เขาเริ่มชินกับบรรยากาศที่มีภารดีกับพริมาเข้ามาอยู่ด้วยบ้างแล้ว เพราะพวกหล่อนไม่วุ่นวายอะไรกับเขา ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปก็ถือว่าพอจะทนได้ แต่จู่ ๆ ก็มีอะไรมาชนแขนเขาเบา ๆ ....ฮึ! มาจากฝั่งของพริมา...ใครว่าพวกหล่อนไม่วุ่นวาย เขาขอคิดใหม่!!! นพคุณหันไปมอง....พริมาหลับคอพับคออ่อน และตอนนี้หล่อนก็คอพับมาทางเขา เด็กนี่ขนาดหลับก็ยังไม่ระวังตัวเหมือนเคย มองจากตรงนี้เขาเห็นหน้าหล่อนชัดเจน หน้าขาวใสแก้มเป็สีชมพูผิวหล่อนเหมือนเด็กเล็ก ๆ จนเขาเผลออยากจะลองจับดูว่ามันใช่ของจริงรึเปล่า ตอนนี้หล่อนทำปากพึมพำอะไรสักอย่าง...สงสัยจะละเมอหรือไม่ก็ฝัน ปากสีชมพูนั่นขยับขึ้นลงเหมือนขัดใจอะไรสักอย่าง ...สงสัยฝันร้าย นพคุณเผลอนั่งมองไปเรื่อยอยู่นาน จนรถเลี้ยวเข้าโรงเรียนเขาจึงดันหัวหล่อนออกไป...กลับไปฝั่งตัวเองสิ และตรงกับจังหวะรถเลี้ยวพอดีแรงเหวี่ยงจึงทำให้หัวพริมา กระแทกกับกระจกฝั่งที่หล่อนนั่งพอดี สาวน้อยตื่นทันทีคลำหัวตัวเองป้อย ๆ ภารดีกับคุณนพรักษ์หันมามองพร้อมกันพวกเขาขำกันยกใหญ่ นพคุณก็แอบหันหน้าออกไปมองหน้าต่างฝั่งเขาและยิ้มน้อย ๆ เช่นกัน
“อาทิตย์หน้าจะกลับบ้านไหม? พ่อจะมารับ” คุณนพรักษ์ถามลูกชายขณะพวกเขาช่วยกันขนของนพคุณลงจากรถ
“ถ้าผมกลับจะโทรบอกนะครับ” นพคุณไหว้ลาพ่อ และวันนี้เขาไหว้ภารดีด้วย พริมายืนอยู่ห่าง ๆ เหมือนรอจังหวะ นพคุณเหลือบตามองว่าหล่อนจะมาไม้ไหน เมื่อภารดีและพ่อเลี้ยงเดินขึ้นรถไปแล้ว เด็กหญิงจึงเดินเจี๋ยมเจี้ยมมาหาเขา
“เอ่อ...” นพคุณเลิกคิ้ว เขาก็อยากรู้ว่าหล่อนจะพูดอะไร
“ลูกแก้วขอให้พี่คุณโชคดี...แล้วก็ดูแลตัวเองด้วย มีคนที่บ้านรออยู่ ทุกคนคิดถึงพี่คุณนะคะ” ตอนนี้สาวน้อยแก้มแดงเป็ลูกตำลึง เขาคิดว่าหล่อนคงพยายามจะทำตัวเป็ทูตสัมพันธไมตรี
“ขอบใจนะ” พริมาดูจะแปลกใจกับคำตอบอยู่ไม่น้อย หล่อนยิ้มสดใสพร้อมยกมือไหว้เขา และก่อนที่จะหันหลังกลับขึ้นรถไป...ก็ได้ยินเสียงนพคุณ
“มีอะไรก็เขียนมา” นพคุณพูดสั้น ๆ แล้วหมุนตัวเดินขึ้นหอพักตัวเองไป พริมาชะงักหล่อนยืนมองแผ่นหลังนพคุณตลอดทาง จนหายวับเข้าหอพักไป
“เขาอ่านนี่นา......” สาวน้อยยิ้มกว้าง กลับไปคราวนี้หล่อนจะเขียนอีกแน่นอน ตอนแรกจะถอดใจแล้วเชียวนึกว่าเขาไม่ได้รับจดหมายหรืออาจจะไม่ยอมอ่านด้วยซ้ำ แบบนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย เด็กหญิงเดินยิ้มไปที่รถเข้าไปนั่งในที่นั่งของตนเอง ภารดีและคุณนพรักษ์นั่งรอในรถอยู่ก่อนแล้ว
“คุยอะไรกันน้าาาา??” ภารดีถามลูกสาวที่ตอนนี้ยิ้มแก้มปริ
“ความลับค่ะ” พริมายังยิ้มอยู่ หล่อนภูมิใจกับหน้าที่ลับ ๆ ของตัวเอง...ก็หน้าที่เยียวยาหัวใจคุณชายใหญ่นั่นแหละ