บทที่ 18 คำขอร้องของน้าอู๋
หลังวางสายโทรศัพท์ เว่ยเสี่ยวซูก็อารมณ์ดี ฮัมเพลงเบาๆ เดินเอื่อยๆ กลับห้องเช่า
แต่ในมุมที่เขาไม่ทันสังเกต มีชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปและหน้ากากอนามัยยืนแอบมองเขาอยู่ในเงามืด ดวงตาคมกริบของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความเ็า
...
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้อง 303 ตึก 3 ของย่านกั๋วเคอ ชายชราผมขาวคนหนึ่งกำลังมองหญิงสาวรูปร่างเย้ายวนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม
“คนสวย ฉันขอเช่าแค่เดือนเดียว ถ้าคิดว่าสัญญาเช่าน้อยไป งั้นฉันขอจ่ายค่าเช่าเป็สองเท่าก็แล้วกัน เป็ไง?”
หญิงสาวรูปร่างเย้ายวนคนนี้ก็คือ อู๋ซินเยว่ เ้าของบ้านของเว่ยเสี่ยวซู หรือน้าอู๋
“ก็ได้” น้าอู๋ได้ยินว่าอีกฝ่ายยินดีจ่ายค่าเช่าเป็สองเท่า ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่กำชับเพิ่มเติมว่า
“ถ้าของในห้องเสียหาย ต้องชดใช้ตามราคาจริง ถ้าไม่มีข้อโต้แย้งอะไร ก็เซ็นสัญญาได้เลย”
“ได้ๆ” ชายชราพยักหน้าซ้ำๆ แสดงความขอบคุณ “น้องสาวเป็คนดีจริงๆ ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลห้องให้สะอาดเรียบร้อยและจะไม่ทำให้ของเสียหายเด็ดขาด”
เมื่อเห็นว่าชายชราให้ความร่วมมือ น้าอู๋ก็เซ็นสัญญาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถือสัญญาออกจากห้อง
หลังน้าอู๋จากไป รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของชายชราผมขาวก็หายวับไปทันที เปลี่ยนเป็ใบหน้าเรียบเฉย เขากล่าวพึมพำในขณะปิดประตู “เ้าบ้านคิดอะไรอยู่ถึงให้ฉันมาคอยดูเด็กหนุ่มที่เพิ่งปลุกพลังอาชีพ? กระดูกแก่ๆ พวกนี้ไม่ได้ขยับมานานแล้วนะ”
อีกด้านหนึ่ง เว่ยเสี่ยวซูที่เพิ่งกลับมาถึงย่านเห็นน้าอู๋เดินลงมาจากชั้นบน เขาตั้งใจจะหลบหน้าแต่โชคร้าย น้าอู๋เห็นเขาเข้าเสียก่อน
“เสี่ยวซู่ ทำไมกลับดึกจัง” เมื่อเห็นเว่ยเสี่ยวซู ใบหน้าสวยของน้าอู๋ก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาทันที
“น้าอู๋” เมื่อเห็นว่าหลบไม่พ้น เว่ยเสี่ยวซูก็ต้องเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้ม ถามว่า “น้ามาหาผมเหรอครับ?”
“ใช่ พอดีมีคนมาเช่าห้องข้างๆ เธอ เป็ผู้ชายแก่ๆคนนึง” น้าอู๋อธิบาย
เว่ยเสี่ยวซูไม่ได้สนใจเื่คนเช่าใหม่ข้างห้องนัก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้เช่าข้างห้องเขาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมามาหลายคนแล้ว
“ว่าแต่” น้าอู๋ไม่ได้พูดถึงเื่ผู้เช่ารายใหม่ต่อ แต่ถามด้วยความสนใจว่า “เสี่ยวซู่ การทดสอบเป็ไงบ้าง ติดท็อปสามไหม?”
“น่าจะได้มั้งครับ” เว่ยเสี่ยวซูไม่ได้ทำถ่อมตัว น้าอู๋สนิทกับเขามาก ผลการเรียนของเขาก็มักจะเป็ที่หนึ่งมาโดยตลอด ปีนี้ยังปลุกได้อาชีพลับ ถ้ายังไม่ได้ท็อปสามของชั้นปี เขาคงไม่ต้องมีชีวิตอยู่แล้ว
“เก่งมาก” น้าอู๋ชูนิ้วโป้งให้เว่ยเสี่ยวซู รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งสดใสขึ้น แต่ในไม่ช้ารอยยิ้มของเธอก็หายไปอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเป็สีหน้าจริงจัง
เว่ยเสี่ยวซูรู้จักกับน้าอู๋มา 3 ปี นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นน้าอู๋ทำสีหน้าแบบนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน
แน่นอนว่าหลังจากเงียบไปสักครู่ น้าอู๋ก็หยิบถุงเก็บของสีดำออกมาจากอก เธอเปิดถุงแล้วหยิบกล่องไม้เล็กๆ อันประณีตออกมา
“เสี่ยวซู่ น้าแปลกใจมากที่เธอปลุกพลังอาชีพได้อาชีพผู้อัญเชิญิญญา แต่ก็โล่งใจในเวลาเดียวกัน”
น้าอู๋ลูบกล่องไม้เล็กๆ ในมือ ดวงตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เสียงของเธอก็แหบพร่าลงเล็กน้อย
“เสี่ยวซู่ นี่เป็ของที่สามีน้าทิ้งไว้ก่อนตาย เขาเองก็เป็ผู้อัญเชิญิญญาเหมือนกัน ว่ากันว่าสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับนผู้อัญเชิญิญญา และการตายของเขาก็น่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้าอู๋ก็มีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ยังฝืนพูดต่อ “ถ้ารับสิ่งนี้ไป แล้วของสิ่งนี้ถูกเปิดเผยเข้าเธออาจตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต”
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของน้าอู๋ เว่ยเสี่ยวซูก็หุบยิ้มลง เขาเงียบไปสิบกว่าวินาทีก่อนจะถามว่า “น้าอู๋ ผมขอดูของก่อนได้ไหมครับ?”
ถึงแม้ว่าจะอยู่กับน้าอู๋มา 3 ปี และรู้สึกขอบคุณเธอมาก แต่ถ้าต้องเข้าไปพัวพันกับอันตรายโดยไม่รู้สาเหตุ เขาก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเขาเป็แค่มือใหม่ที่เพิ่งจะได้ปลุกพลังอาชีพ
“ได้” น้าอู๋ไม่ได้ปฏิเสธแล้วยื่นกล่องให้เด็กหนุ่ม
เว่ยเสี่ยวซูรับกล่องมาแล้วเปิดออกอย่างระมัดระวัง แต่ทันทีที่เปิดกล่อง เขาก็ถูกสิ่งของที่อยู่ข้างในดึงดูดความสนใจไปทั้งหมด
“นิ้ว?”
ใช่แล้ว สิ่งของที่อยู่ในกล่องไม้อันประณีตนั้นไม่ใช่อื่นใดนอกจากกระดูกนิ้วมือปริศนาสีขาว เป็นิ้วก้อยข้างขวา
หลังจากกลายเป็ผู้ใช้พลังอาชีพ ไม่ว่าจะเป็ไอเทม อุปกรณ์ หรือสิ่งของอื่นๆ ตราบใดที่มาจากมิติลับ ดันเจี้ยน หรือสถานที่ต่างๆ จะมีข้อมูลแสดงให้เห็น กระดูกนิ้วมือปริศนาสีขาวนี้ก็เช่นกัน
[กระดูกนิ้วมือปริศนาปริศนา (ไอเทม): กระดูกนิ้วก้อยที่มาไม่ปรากฏ แต่มีพลังพิเศษ ผู้อัญเชิญสามารถใช้มันได้ แต่ว่ากันว่ามีเพียงผู้อัญเชิญิญญาเท่านั้นที่สามารถใช้พลังของมันได้อย่างสมบูรณ์]
[ผลลัพธ์ที่ 1 เลือกสิ่งมีชีวิตที่อัญเชิญมาหนึ่งตัวเพื่อเพิ่มระดับให้หนึ่งระดับ สิ่งมีชีวิตที่อัญเชิญมาตัวเดียวกันสามารถใช้ได้สูงสุด 3 ครั้ง
มีระยะเวลาคูลดาวน์ 1 ชั่วโมง และทุกครั้งที่ใช้จะสูญเสียค่าประสบการณ์ 10% ของค่าปัจจุบัน (หมายเหตุ: ในสิ่งมีชีวิตที่อัญเชิญมาประเภทเดียวกัน สามารถมีได้เพียง 1 ตัวในเวลาเดียวกัน)]
[ผลลัพธ์ที่ 2 เมื่อแทงกระดูกนิ้วมือปริศนาเข้าไปในหัวใจของตัวเองจะสามารถแปลงร่างเป็โครงกระดูก และเพิ่มค่าสถานะทางกายเป็สองเท่า
แต่จะสูญเสียค่าประสบการณ์ 1% ของค่าปัจจุบันทุกๆ นาที เฉพาะผู้อัญเชิญิญญาเท่านั้นที่สามารถใช้ได้]
(บ้าเอ๊ย..)
เมื่อเห็นคำอธิบายของกระดูกนิ้วมือปริศนาบนหน้าจอ เว่ยเสี่ยวซูก็ตกตะลึง ผลลัพธ์ของมันช่างน่าทึ่งมาก
ผลลัพธ์ที่ 1 สามารถเพิ่มระดับสิ่งมีชีวิติญญาได้ถึง 3 ระดับ ซึ่งเป็อะไรที่เกินจริงมาก แม้แต่ผู้อัญเชิญทั่วไป เมื่อได้กระดูกนิ้วมือปริศนานี้มาแล้ว ก็คงเปลี่ยนมาฝึกฝนการอัญเชิญิญญาแน่นอน
ยกตัวอย่างเช่นโครงกระดูกจอมเวทในตอนนี้ เป็ระดับธรรมดาซึ่งเป็ระดับต่ำสุด และการเพิ่มระดับ 3 ขั้น ก็คือระดับสูง ระดับหัวหน้า และสุดท้ายคือระดับบอส
ความน่ากลัวของบอสไม่ต้องพูดถึง ระดับสามารถเพิ่มได้จากการล่าสิ่งมีชีวิตอื่น แต่ระดับขั้นจะเพิ่มได้ด้วยพร์ของตัวเองหรือการพบเจอสิ่งมหัศจรรย์เท่านั้น
เพียงแต่ในสิ่งมีชีวิตที่อัญเชิญมาประเภทเดียวกัน จะเพิ่มระดับได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น ซึ่งก็คือจะไม่สามารถโครงกระดูกจอมเวทระดับบอสพร้อมกัน 2 ตัวได้
ส่วนผลลัพธ์ที่ 2 ผู้อัญเชิญอาชีพอื่นไม่สามารถใช้ได้ มีเพียงผู้อัญเชิญิญญาเท่านั้นที่สามารถใช้ได้อย่างราบรื่น การเพิ่มค่าสถานะทางกายเป็สองเท่า แลกกับการสูญเสียค่าประสบการณ์ ถือว่าคุ้มค่ามาก
โดยเฉพาะใน่เวลาสำคัญ การเพิ่มค่าสถานะเป็สองเท่า อาจทำให้พลิกสถานการณ์จากเสียเปรียบเป็ได้เปรียบก็เป็ได้
“น้าอู๋” เว่ยเสี่ยวซูถือกล่องเล็กๆ ไว้ ไม่อยากคืนให้ เขาพยักหน้าให้หญิงสาวรูปร่างเย้ายวนตรงหน้า “ผมยินดีรับไว้ครับ”
เมื่อได้รับคำตอบที่แน่ชัด น้าอู๋ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง “เสี่ยวซู่ เธอรับปากคำขอร้องอย่างหนึ่งของน้าได้ไหม?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เว่ยเสี่ยวซูก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็เดาออกว่าน้าอู๋้าอะไร เขาไม่ได้ลังเลอะไร “น้าอู๋ น้าอยากให้ผมช่วยแก้แค้นให้ใช่ไหมครับ?”