"ไข่นุ้ยจะไปนอนเป็นเพื่อนพี่ข้าวให้ครับ"
ทุกคนหันไปมองเด็กชายเป็นตาเดียว ไข่นุ้ยทำหน้านิ่งมั่นอกมั่นใจ
"ผมว่าผมดูแลพี่ข้าวได้ครับ ทุกคนไม่ต้องห่วง ผมอยากให้พี่ข้าวได้ทำในสิ่งที่พี่ข้าวต้องการจริงๆ ก่อนจะกลับไปครับ"
ข้าวขวัญมองหน้าไข่นุ้ยด้วยความซาบซึ้งในหัวใจทองคำของเด็กชาย นางขวัญเรือนกับรตอ.ทะนงมองตากันเพื่อสื่อสารว่าต้องจำยอม ในขณะที่นางทองกรมองหน้าไข่นุ้ยอย่างตั้งคำถาม แต่การตัดสินใจนั้นอยู่ที่นางขวัญเรือนต่างหาก
"ได้จ๊ะ งั้นแม่อนุญาต..."
ในที่สุด นางขวัญเรือนก็ปล่อยไฟเขียว เอาเถอะ เป็นไงก็เป็นกัน อย่างน้อยก็มีไข่นุ้ยคอยดูให้ แล้วอีกอย่าง นางเองก็ไม่อยากจะให้ข้าวขวัญมีอะไรติดค้างกับที่นี่ หญิงสาวจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวใหม่อย่างมีความสุขจริงๆเสียที
"ขอบคุณค่ะแม่ ข้าวจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี คุณป้าไม่ต้องห่วงนะคะ ข้าวมีไข่นุ้ยคอยดูแลอยู่"
ข้าวขวัญดีใจและรู้สึกดี นับจากวันที่เธอไม่มีทิวไท ความห่วงใยของคนรอบข้างก็หายไป แต่ตอนนี้ เธอกำลังอยู่ท่ามกลางทุกๆคนที่รักเธออย่างจริงใจ ทั้งแม่ นางทองกร ป้าพร ไข่นุ้ย หรือแม้กระทั่งผู้กองทะนง
"ขอบใจไข่นุ้ยมาก พี่จะไม่ทำให้ไข่นุ้ยลำบากใจเลย พี่สัญญา"
"เราไปวัดกันก่อน แล้วบ่ายๆเราค่อยขึ้นเขากันนะพี่ข้าว"
"จ๊ะ ไข่นุ้ย"
ขวัญเรือนสังเกตว่า ตั้งแต่ข้าวขวัญมาที่นี่ ได้มาพบกับนางทองกร ป้าพรและไข่นุ้ย ข้าวขวัญก็ดูอารมณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ นี่ก็อาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นการการจัดการกับความเศร้าและความเครียดของตัวข้าวขวัญเองด้วยก็เป็นได้
ทุกคนปล่อยให้ข้าวขวัญไปกับไข่นุ้ยหลังจากอาหารเช้าผ่านไป ขวัญเรือนยอมให้ข้าวขวัญได้อยู่กับคนที่หญิงสาวเคยอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ให้เธอได้ทำอย่างที่เธอต้องการ อะไรที่แม่คนหนึ่งจะทำให้ลูกได้ นางก็จะทำทั้งนั้น เพราะข้าวขวัญผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากเหลือเกิน
"ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับผู้กองหน่อยค่ะ"
นางทองกรเอ่ยปากหลังจากที่ข้าวขวัญไปกับไข่นุ้ยแล้ว
"ครับคุณป้า"
"คุณขวัญเรือนนั่งอยู่ด้วยกันก็ได้นะคะ"
นางทองกรรีบพูดเพราะเห็นขวัญเรือนกำลังขยับจะลุกไปจากโต๊ะอาหาร
"คุณก็น่าจะต้องรับรู้ไว้ด้วยนะคะ คุณขวัญเรือน"
"ได้ค่ะ"
นางทองกรเล่าเรื่องในเรือให้ รตอ.ทะนงและขวัญเรือนฟังทั้งหมด
"อย่างนี้นี่เอง"
ทะนงพึมพำ นางทองกรเล่าต่อ
"หนูข้าวพยายามให้พ่อหนูข้าวหยุดยิงแล้วมอบตัวค่ะ แต่ป้าเข้าใจว่ามันน่าจะฉุกละหุก คงไม่มีใครได้ทันคิดอะไร แล้วพ่อของหนูข้าวก็ถูกยิงเสียก่อน แล้วเสียไปต่อหน้าต่อตา แล้วหนูข้าวเองก็โดนลูกหลง"
"ครับ"
ทะนงจำได้เมื่อเขาขึ้นไปบนเรือของเสี่ยขจรศักดิ์ เขาพบร่างของข้าวขวัญนอนจมกองเลือดอยู่ แต่เขากลับไม่เจอทิวไท
"แล้วอย่างนี้เราก็หมดสิทธิ์ที่จะเจอร่างของทิวไทแล้วใช่มั้ยคะ?"
นางขวัญเรือนถาม รตอ.ทะนง ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
"หลายเดือนแล้วครับ ขนาดว่าศพนายบุญเรายังพบว่าพัดมาที่ชายฝั่ง แต่ของทิวไทเราไม่ได้รับแจ้งอะไรเลย"
นั่นก็คือไม่มีหวัง แต่ขวัญเรือนเองรู้ดีว่าข้าวขวัญเองก็ทำใจแล้ว เพราะเรื่องมันก็ผ่านมานาน ขวัญเรือนสงสารข้าวขวัญที่นอกจากจะต้องทรมานเพราะเห็นคนที่ตัวเองรักตายไปต่อหน้าต่อตาถึงสองคน แล้วตอนนี้ก็ต้องมาต่อสู้กับอาการของ PTSD อีก เรื่องมันควรจะจบได้สักที
"ฉันว่าดีแล้วค่ะ ข้าวขวัญไม่มีอะไรค้างคาแล้ว ทุกอย่างปลดล็อคกันหมดแล้ว ทุกคนได้คำตอบ หมดจากที่นี่ ฉันจะให้ข้าวขวัญมีชีวิตใหม่ที่ดีที่สุด เท่าที่แม่คนนึงจะทำได้ แล้วก็ต้องขอโทษพี่ทองกร ถ้าพวกเราจะไม่ได้มาที่นี่อีก"
"...ฉันเองก็ต้องขอโทษนะคะคุณขวัญเรือน มันเป็นเรื่องของงาน ไม่นึกว่ามันจะเลยเถิดมาจนถึงขนาดนี้"
"ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้นค่ะ แค่ฉันได้ข้าวขวัญกลับมาก็ดีใจมากแล้ว"
หลังจากทำสังฆทานแล้ว ไข่นุ้ยพาข้าวขวัญไปนั่งเล่นที่บ้านของบิว ซึ่งเป็นเพื่อนห้องเดียวกับไข่นุ้ย หลังบ้านของบิวคือทะเล ข้าวขวัญนั่งรับลมตรงเก้าอี้หวายหลังบ้านอย่างสบายใจ ไข่นุ้ยปล่อยให้ข้าวขวัญนั่งเล่นตามสบายโดยที่ตัวเองมานั่งเล่นกับบิวที่โต๊ะไม่ไกลกันนัก
"น่าเสียดาย พี่ข้าวไม่มาเล่นกับเรานะ"
บิวบอกไข่นุ้ย
"ปล่อยให้พี่ข้าวนั่งอยู่อย่างนั้นเถอะ ฉันไม่อยากจะไปกวน กลับบ้านไปก็จะมีแม่ มีป้า แล้วก็แม่ของพี่ข้าว ฉันว่าพี่ข้าวไม่ได้เป็นส่วนตัว"
"ไข่นุ้ยก็เลยเอามาที่นี่"
"แล้วจะให้ฉันพาพี่ข้าวไปไหนหล่ะ ก็นึกถึงบ้านบิวนี่แหละ เออนี่ ป้าขวัญเรือน บอกว่าจะเอาแม่ไปเมืองนอกด้วยนะ ถ้าแม่ไป ฉันก็จะได้ไปด้วย"
"ไปอยู่กับฝรั่งเนี่ยนะ แล้วไข่นุ้ยจะไปอยู่ได้เหรอ อยากไปจริงๆเหรอ?"
บิว คือเพื่อนสนิทของไข่นุ้ย ที่โตมาด้วยกัน เรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่อนุบาล
"บิวคิดถึงไข่นุ้ยแย่เลย ไม่มีบิว ไข่นุ้ยจะสอนการบ้านใครหล่ะทีนี้"
บิวยิ้มล้อเลียน เพราะไข่นุ้ยนั้นเรียนเก่ง ส่วนเด็กหญิงนั้นเรียนไม่เก่ง ไข่นุ้ยก็มักจะช่วยเหลือเธอเสมอ
"บิวก็เก่ง จะให้สอนกันจนโตเลยหรือไง ถ้าได้ไปจริงๆเราเฟสไทม์หากันก็ได้นี่"
"ก็จริง แต่ก็ไม่เหมือนเห็นตัวจริงเนาะ"
"ถ้าเธอไปไกลขนาดนั้น บิวก็ดีใจด้วยนะ ไข่นุ้ยเรียนเก่ง เรียนภาษาอังกฤษแป๊ปเดียวก็ได้แล้ว แล้วก็จะได้เป็นตำรวจเหมือนพี่ทิวไง"
"อือ เราอยากเป็นตำรวจเหมือนพี่ทิว พี่ทิวเก่ง สอนเราหลายอย่าง แล้วเธอหล่ะ อยากเป็นอะไร? บิวยังไม่เคยบอกเราเลย"
"ไม่รู้สิ เราเรียนไม่เก่งมั้ง ก็เลยนึกไม่ออกว่าคนไม่เก่งจะไปเป็นอะไรได้"
"บิวก็คิดมาก แล้วถ้าไม่นับเรื่องเรียนเก่งไม่เก่ง บิวอยากเป็นอะไรหล่ะ?"
"อืออ อยากเป็นเหมือนพี่ข้าวมั้ง สวยเหมือนนางแบบ เป็นดาราดีมั้ย ไข่นุ้ย?"
"ไม่ได้หรอก พวกเราตัวดำนะ เราเห็นดาราดังๆตัวขาวกันหมดเลย"
"แต่บิวเห็นดำๆก็มี"
"มันก็มีแหละ แต่มันเป็นส่วนน้อยไง"
"แล้วไข่นุ้ยว่าบิวสวยไหมหล่ะ?"
ไข่นุ้ยพินิจพิจารณาเพื่อนสนิท แล้วส่ายศีรษะ
"ไม่สวยหรอก ต้องไปทำศัลยกรรมก่อน ก็อาจจะไปเป็นดาราได้"
"โห ไม่ให้กำลังใจกันเลยไข่นุ้ย"
"ก็จริงนี่นา เป็นเพื่อนกันไม่โกหก"
ข้าวขวัญได้ยินเด็กๆคุยกันแล้วก็แอบยิ้ม หญิงสาวนั่งมองทะเลปล่อยให้ผมถูกลมพัดเพลินๆ ไม่อยากจะไปไหนเลย อยากอยู่เงียบๆอย่างนี้ตลอดไป
"พี่ข้าว ผมว่าไปซื้อของกินที่จะเอาไปทำกินข้างบนดีกว่ามั้ย โอ๊ะ! ป้าโทรมา แป๊ปเดียวนะฮะ"
ไข่นุ้ยวิ่งออกไปคุยโทรศัพท์กับนางทองกร สักพักจึงเดินกลับเข้ามา
"คุณป้าว่าไงบ้าง ไข่นุ้ย"
"ป้าไม่ว่าไงฮะ แต่บอกว่าให้รีบไปกินข้าวเย็นก่อนแล้วค่อยขึ้นเขา จะได้ไม่ต้องไปทำอาหารเย็นบนเขา"
"ก็ดีเหมือนกันนะ งั้นเราไปซื้อของกันเลยมั้ย?"
ข้าวขวัญชวน ไข่นุ้ยจึงพยักหน้า
"บิวไปเดินเล่นด้วยกันไหม?"
"ไปสิ เดี๋ยวบิวไปช่วยพี่ข้าวถือของด้วย"
เด็กหญิงจึงขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปอีกคันแล้วไปเดินเล่นและช่วยถือของในซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กก่อนจะแยกย้ายกัน ไข่นุ้ยขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีข้าวขวัญถือของซ้อนท้ายกลับบ้าน
ข้าวขวัญนั่งซ้อนท้ายไข่นุ้ยอย่างมีความสุข ได้มาที่นี่แล้ว เธอก็ได้ปลดล็อคความคิดหลายๆอย่างของเธอ มาเพื่อระลึกถึงทิวไท มาเพื่อเก็บความทรงจำดีๆ มาเพื่อเจอคนที่เคยมีน้ำใจกับชีวิตของเธอก่อนที่เธอจะหันหลังให้กับที่นี่ตลอดไป
"อ้าวมากันแล้ว มากินข้าวก่อนหนูข้าว ไข่นุ้ยมาช่วยกันตักข้าว"
ไข่นุ้ยรับของจากมือของข้าวขวัญแล้วรีบวิ่งเข้าใต้ถุนบ้านไป ข้าวขวัญค่อยๆเดินเข้าครัวไปดูนางทองกร
"แม่กับผู้กองล่ะคะ คุณป้า?"
"ให้คนขับรถตู้พาไปร้านอาหารใต้ร้านอร่อย ร้านนั้นเขามีชื่อมานาน แม่ก็เลยอยากให้เขาได้ชิม มาหนูข้าว กินข้าวก่อน"
นางทองกรก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่ในครัวกับไข่นุ้ย ข้าวขวัญก็เลยมาช่วยจัดโต๊ะแทนจนไข่นุ้ยนำอาหารมาวางบนโต๊ะ
"น่ากินจัง"
ข้าวขวัญมองอาหารบนโต๊ะ นางทองกรใจดีกับเธอมาก วันนี้มีแต่ของชอบของเธอ แล้วก็ ของทิวไทด้วย
"ของหนูข้าวก็ นี่ หมูโค ใบเหลียงผัดไข่ ส่วนนี่ของเผ็ด แกงส้มกุ้งยอดมะพร้าว ผัดฉ่าปลากระพง"
"เยอะจังค่ะ คุณป้า"
"กินให้อิ่มเถอะ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าไอ้นุ้ยจะทำอะไรให้หนูข้าวกิน"
นางทองกรว่าอย่างนั้น
"กาแฟแน่ๆแล้วหนึ่ง"
ไข่นุ้ยบอก ข้าวขวัญหันมายิ้มให้เด็กชาย
"แค่ต้มน้ำเองนะไข่นุ้ย พรุ่งนี้เช้าพี่จะได้กินอะไรเนี่ย"
ข้าวขวัญหยอก ๆ ไข่นุ้ยเล่น
"เดี๋ยวก็รู้ รับรองว่า พี่ข้าวจะต้องว้าวว"
ไข่นุ้ยทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่พี่ข้าวคนสวยของมัน
"พูดมากน่าไข่นุ้ย กินข้าวให้เสร็จไปถึงจะได้ไม่มืดมาก"
นางทองกรตัดบทเพราะเห็นไข่นุ้ยชักจะพูดมากเข้าไปทุกที
นางทองกรหิ้วของแห้งกับผลไม้หลายอย่างพะรุงพะรังมาส่งที่มอเตอร์ไซค์
"เอาพี่เขาซ้อนดีๆหล่ะ ไข่นุ้ย"
"ป้าไม่ต้องห่วง ผมตัวโตกว่าพี่ข้าวตั้งเยอะแล้ว"
ก็จริงของมัน ปีนี้ไข่นุ้ยย่างสิบสี่ มันทั้งสูงทั้งใหญ่กว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกัน มันได้เชื้อพ่อ นายเต็ม ผัวป้าพร ได้ทั้งผิวที่ดำทั้งร่างกายที่สูงใหญ่สมเป็นลูกทะเล เสียดายที่นายเต็มนั้นอายุสั้น ก็เลยไม่ได้เห็น
"ป้าก็รู้ แต่ตอนขี่ก็อย่าให้มันซิ่งนัก เหมือนกับเอาแม่บิวซ้อนนั่น รายนั้นก็เหลือเกิน เป็นผู้หญิงแต่แก่นเป็นม้าดีดกะโหลกเหลือเกิน ไม่มีใครเตือนใครเลย"
"ฉันไปแล้วนะป้า"
ไข่นุ้ยคงไม่อยากจะฟังคำบ่นแล้วก็เลยชิ่งลานางทองกร
"เออ..ไปดีๆ เกาะดีๆนะหนูข้าว"
มอเตอร์ไซค์ลับสายตาไปแล้ว นางทองกรยังยืนมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง
"ภาวนะให้แผนของเอ็งรอดนะ ไอ้ไข่ ป้าเอาใจช่วย"