แม่มดจอมซนกับคนโบราณของเธอ

    เรียนกับอาจารย์

    ลิลลี่นอนวันแรกที่บ้านใหม่อย่างสงบสุข  เพตทริเซียเองก็ยังไม่ได้สอนเวทย์มนต์ให้ลิลลี่  เธออยากให้ลิลลี่ปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้เสียก่อน  และการสอนเวทย์มนต์ของเธอก็ไม่เหมือนคนอื่นด้วย  เธอจึงกลัวว่าลิลลี่จะปรับตัวไม่ทัน  ในวันแรกเธอเลยใช้เพียงเวทย์มนต์เรียกวัตถุดิบมาทำอาหารให้ทั้งเธอทั้งลิลลี่กินเท่านั้น  ลิลลี่เห็นเวทย์มนต์นี้มีประโยชน์มาก เธอจึงรบเร้าขอเรียนเวทย์เรียกของและเวทย์สั่งการ  อย่างไรลิลลี่ก็ทำอาหารไม่เป็๲อยู่แล้ว  เด็กน้อยจึงอยากช่วยอาจารย์ทำอาหารบ้าง  ยิ่งเป็๲เวทย์ทำอาหาร ลิลลี่ยิ่งชอบไปใหญ่

    เพตทริเซียเห็นว่าเธออยากเรียนรู้จริง ๆ ท่านจึงบอกว่ารอทานอาหารเสร็จก่อนเธอจะสอนเวทย์นี้ให้กับลิลลี่  เด็กน้อยจึงทานอาหารที่อาจารย์ร่ายเวทย์สร้างขึ้นมาอย่างเอร็ดอร่อย  โชคดีที่ลิลลี่เป็๞คนกินง่ายอยู่ง่าย อาหารง่าย ๆ ที่อาจารย์เสกขึ้นมาลิลลี่จึงกินหมดเกลี้ยงอย่างเด็กที่ไม่ยอมให้มีของเหลือ  เธอจำได้ว่าที่โรงเลี้ยงเด็ก เด็กทุกคนได้กินแค่พออิ่มเท่านั้น หากกินเหลือก็จะนำไปกินในมื้อต่อไป  ด้วยว่าที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ได้มีรายได้มากนักจากการรับบริจาค  หรือการช่วยกันหารายได้ก็ได้มาเพียงน้อยนิดเท่านั้น

    เพตทริเซียเห็นลิลลี่กินจนท้องป่องก็ได้แต่ถอนหายใจ  เธอบอกลิลลี่ตรง ๆ ว่าถ้าอิ่มก็หยุดกินได้  อาหารพวกนี้อาจารย์หาได้ไม่ยากเลยในรอบ ๆ บ้านหลังนี้  ลิลลี่กลับบอกว่าคิดถึงคนที่โรงเลี้ยงเด็กที่กินไม่อิ่ม  ลิลลี่กลัวว่าอนาคตหากอาจารย์ทิ้งลิลลี่  ลิลลี่จะกินไม่อิ่มเลยคิดจะกักตุนเอาไว้ก่อน

    เพตทริเซียได้แต่สงสารเด็กคนนี้  นี่ลิลลี่ยังคิดว่าเธอจะทิ้งเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อย่างลิลลี่ลงเหรอเนี่ย  เพตทริเซียกวักมือเรียกลิลลี่เข้าไปหา  แล้วส่งพลังเวทย์มนต์เข้าไปที่ศรีษะของลิลลี่  หลังส่งข้อมูลเวทย์มนต์เรียกของและการทำอาหารให้แล้ว  เพตทริเซียก็กอดลิลลี่เบา ๆ พร้อมกับบอกเธอว่าอาจารย์จะไม่มีวันทอดทิ้งลิลลี่  ทีหลังถ้าอิ่มก็หยุดได้

    ลิลลี่ที่ตอนแรกไม่แน่ใจว่าอาจารย์จะชอบเธอไหม  ตอนนี้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน  ลิลลี่จึงแน่ใจว่าอาจารย์จะไม่ทิ้งเธอเหมือนพ่อแม่ที่เธอไม่รู้จักมาก่อน  เด็กน้อยพยักหน้าและขอบคุณอาจารย์ที่ส่งความรู้เ๱ื่๵๹เวทย์มนต์ให้เธอ  ลิลลี่ยังบอกว่ามื้อเที่ยงลิลลี่จะลองทำอาหารดู

    เพตทริเซียได้แต่หัวเราะและไม่คิดว่าลิลลี่จะร่ายเวทย์ได้จริง ๆ เพราะเวทย์สองบทนี้ยากไม่ใช่น้อย  หากเป็๞คนที่มีพลังเวทย์ไม่มากนัก  การเรียกของก็จะเรียกได้แค่ในพื้นที่ใกล้ ๆ เท่านั้น  แต่สำหรับเพตทริเซียที่มีพลังเวทย์ขั้นสูงนั้น  เธอสามารถเรียกของจากที่ใดก็ได้ในโลกเวทย์มนต์นี้

    ลิลลี่อยากเก็บถ้วยชามไปล้างให้อาจารย์  แต่ก็ถูกหยุดเอาไว้อีกครั้ง เพตทริเซียมีหรือจะให้เด็กเล็กตัวแค่นี้ทำงานแบบนี้  เธอแค่ร่ายเวทย์ให้จานชามไปทำความสะอาดตัวเองเท่านั้นก็เสร็จแล้ว  เวทย์นี้ไม่ต่างจากเวทย์เรียกของมากนัก  เป็๲เพียงเวทย์มนต์ทำความสะอาดธรรมดา ๆ เท่านั้น  แต่ลิลลี่กลับเห็นว่าเป็๲สิ่งที่มีประโยชน์กับเธอที่ตัวเล็กมาก เธอจึงออดอ้อนขอเรียนเวทย์มนต์นี้ด้วยจะได้ช่วยอาจารย์ทำงานบ้านบ้าง

    เพตทริเซียเห็นเด็กน้อยอยากเรียนจริง ๆ เธอจึงส่งวิธีการร่ายมนต์ให้กับลิลลี่อีกครั้งหนึ่ง  เธอรู้ดีว่าคนอื่นสอนเวทย์มนต์จะต้องท่องบทเวทย์ออกมาเพื่อทบทวน  แต่เธอไม่จำเป็๞ต้องท่องให้เสียเวลา  ในเมื่อเธอมีเวทย์ส่งต่อความรู้ที่คิดค้นขึ้นเองมานานแล้ว  เธอจึงใช้เวทย์มนต์นี้สอนลิลลี่เสียเลย

    เพตทริเซียสั่งสอนลิลลี่ทุกวันเกี่ยวกับเวทย์มนต์  เธอไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะเหมือนฟองน้ำจริง ๆ ที่สามารถดูดซับและเรียนรู้เวทย์มนต์ต่าง ๆ และทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ  แม้จะมีบางเวทย์มนต์ที่ต้องใช้พลังเวทย์มาก ๆ ลิลลี่จะยังทำได้ไม่ดีนักด้วยเธอยังเด็ก  แต่ถือว่าพื้นฐานของเธอแน่นมากจริง ๆ เพตทริเซียอยากรู้ว่าพ่อแม่ของเด็กน้อยเป็๲ใคร  เธอพยายามค้นในความทรงจำของลิลลี่แต่ก็ไม่มีให้เห็นแม้แต่นิดเดียว  เหมือนกับว่ามีคนปิดบังความทรงจำของลิลลี่เอาไว้ไม่ให้นึกออกว่าใครเป็๲พ่อแม่เสียอย่างนั้น

    12 ปีต่อมา

    ลิลลี่อายุ 14 แล้วในปีนี้  เธอเรียนรู้เวทย์มนต์สร้างสิ่งของและเวทย์มนต์ที่ใช้ดูแลตัวเองได้หมดแล้ว  มีเพียงเวทย์มนต์ขั้นสูงที่พลังของเธอไม่สามารถร่ายได้เท่านั้นที่เธอยังต้องฝึกฝนไปอีกสักหลายปีจึงจะสมบูรณ์แบบ

    เพตทริเซียที่ตอนนี้อายุ 62 ปีแล้วก็ดีใจที่เธอสอนวิชากับลิลลี่ได้เกือบหมดแล้ว  มีเพียงเวทย์ขั้นสูงเท่านั้นที่เธอยังไม่ได้สอน  แถมเวลาร่ายเวทย์มนต์ ลิลลี่มักจะ๻ะโ๷๞วิธีร่ายเวทย์ตลก ๆ เสียจนเธอหัวเราะขำ  ทั้งที่จริงแล้วการร่ายเวทย์ไม่จำเป็๞ต้อง๻ะโ๷๞ออกมาก็ได้  เพื่อที่ศัตรูที่เวลาต่อสู้กันจะได้จับไม่ได้ว่าเราร่ายเวทย์ใดอยู่  แต่ในเมื่อลิลลี่ชอบแบบนี้ เธอก็ปล่อยให้ลิลลี่๻ะโ๷๞เล่นไปตามประสาเด็ก ๆ

    ลิลลี่ไม่รู้ว่าการที่เธอร่ายมนต์ออกเสียงจะดูตลกสำหรับอาจารย์ เธอแค่ชอบท่องแบบนี้เท่านั้น  เช่น เวทย์เรียกของ  ลิลลี่ก็จะ๻ะโ๠๲ว่า

    “อัสก๊าซีล๊าอุ๊ด ซีลาอุ๊ต ผลไม้จงมา ย่ะ”

    ทำเอาเพตทริเซียต้องขำทุกครั้งไป  แทนที่จะท่องในใจและบอกว่าผลไม้อะไรมาแค่นั้นก็พอแล้ว  แต่ลูกศิษย์คนนี้กลับท่องมนต์เต็ม ๆ แถมยังชอบโยกตัวไปมาตามคาถาที่ท่องอีกต่างหาก  ทำให้เพตทริเซียยิ่งมองยิ่งเอ็นดูลิลลี่เข้าไปทุกวัน  ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่ใช่แม่ลูก  แต่ทั้งสองคนก็อยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปีแล้ว  แน่นอนว่าความผูกพันของทั้งสองนั้นไม่มีใครแยกออกได้อีกต่อไป  เพตทริเซียยังหวังว่าจะได้พาลิลลี่ไปทดสอบที่โรงเรียนเวทย์สักครั้งหนึ่ง  แต่เธอคงต้องไปสืบเ๱ื่๵๹ที่นั่นเสียก่อน  เธอไม่รู้ว่าคู่อริของเธอยังคงทำงานที่นั่นหรือไม่  เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ เพตทริเซียไม่ได้ออกไปจากบริเวณบ้านของเธอมากนัก  นอกจากคนส่งข่าวที่ส่งงานมาให้เธอทำทางสัญญาเวทย์เท่านั้นที่เธออนุญาตให้มาตีนเขาได้

    ๥ูเ๠านี้เป็๞สถานที่ส่วนตัวของเพตทริเซียมาแต่แรก  เธอเป็๞นักเวทย์ชั้นสูงที่ได้สวัสดิการทรัพย์สินเหมือนนักเวทย์คนอื่น ๆ เพียงแต่เธอเลือกอยู่ใน๥ูเ๠ารกร้างแทนการอยู่ในเมืองเท่านั้น