“ใช่แล้ว ทำไมรึ หรือว่าเ้าไม่เต็มใจ?”
ราชครูมองเซี่ยฝูคุน
“มิใช่เช่นนั้น... แต่ท่านจะให้ข้าติดตามฝึกตนไปพร้อมกับแม่นางน้อยนี่จริงๆ หรือ?”
เซี่ยฝูคุนแทบจะลมจับ เขาคิดว่าตนเองเอ่ยออกไปอย่างตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว แต่นี่มันช่างต่างจากที่จินตนาการไว้ลิบลับ มิหนำซ้ำ ใครเขาจะมานั่งเล่นเกมเลี้ยงต้อยกันตั้งหลายปีแบบนี้ ชิงมู่เสวียนผู้นี้เพิ่งจะกี่ขวบกันเชียว?
“ฮ่าๆ เ้าอย่าได้ดูแคลนแม่หนูเสวียนเอ๋อร์เชียว แม้ว่านางจะยังมิอาจเรียกสัตว์อสูรระดับสี่อย่างวานรเทพที่เ้าเรียกออกมาได้ แต่นางก็เป็ถึงผู้อัญเชิญระดับสองแล้วนะ”
“ผู้อัญเชิญระดับสอง?”
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่เมืองเซี่ย เซี่ยฝูคุนไม่เคยพบกับผู้อัญเชิญมาก่อน จึงยังไม่คุ้นชินกับระบบลำดับขั้นของอาชีพนี้
เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนยังมีท่าทีสับสน ราชครูจึงค่อยๆ อธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็น
จากการอธิบาย ทำให้เซี่ยฝูคุนได้รู้ว่าในทวีปจิ่วโยวแห่งนี้ ผู้อัญเชิญนับเป็อาชีพที่ได้รับความเคารพยกย่องอย่างสูงยิ่ง เปรียบเทียบง่ายๆ คือผู้อัญเชิญระดับสองอย่างชิงมู่เสวียน สามารถเรียกสัตว์อัญเชิญระดับสองขั้นสูงสุดออกมาได้ และทั่วทั้งอาณาจักรหย่าสือหลาน จำนวนผู้อัญเชิญนั้นมีไม่ถึงสิบคนจริงๆ นี่จึงเป็เหตุผลว่าเหตุใดราชครูถึงได้ให้ความสำคัญกับเขานัก
“แม้ตัวข้าจะมิใช่ผู้อัญเชิญ แต่เพื่อฟูมฟักเสวียนเอ๋อร์ ข้าจึงได้เชิญอาจารย์ท่านหนึ่งมาจากสำนักศึกษาอ้าวติงเพื่อนางโดยเฉพาะ”
เมื่อราชครูพูดจบ เงาร่างในชุดสีขาวพลิ้วไหวประดุจเทพธิดาก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเซี่ยฝูคุน
ทันทีที่ได้เห็นสตรีผู้นี้ ปฏิกิริยาแรกของเซี่ยฝูคุนคือการสูดลมหายใจเข้าลึก
ตอนที่เขาอ่านนิยายกำลังภายในหรือพวกแนวแฟนตาซี มักจะบรรยายถึงนางเอกว่ามีรูปโฉมงามล่มเมือง แต่พูดกันตามตรง เซี่ยฝูคุนที่เติบโตมาบนโลกมนุษย์ย่อมไม่เข้าใจกับคำว่างามล่มเมืองเท่าใดนัก
นั่นเพราะโลกมนุษย์ในยุคของเขานั้นถูกครอบงำด้วยใบหน้าพิมพ์นิยมจากเน็ตไอดอล... หญิงสาวที่หน้าตาดีแทบจะถอดพิมพ์เดียวกันมาหมด จนเกิดประโยคฮิตที่ว่า รูปลักษณ์ที่งดงามนั้นมีอยู่ดาษดื่น แต่จิติญญาที่น่าสนใจนั้นมีเพียงหนึ่งในหมื่น...
และในตอนนี้ เซี่ยฝูคุนก็ได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว...
หากนี่เป็โลกมนุษย์ เซี่ยฝูคุนคงปรี่เข้าไปขอสแกนคิวอาร์โค้ดวีแชท (WeChat) เป็แน่ แต่ที่นี่คือทวีปจิ่วโยว และดูจากท่าทางของนางแล้ว ฐานะคงไม่ธรรมดา
เมื่อเห็นแววตาของเซี่ยฝูคุนที่จ้องมองร่างบางในชุดขาวจนเป็ประกาย ราชครูก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
การที่เขาพาชิงมู่เสวียนมาพบเซี่ยฝูคุน ไม่ได้มีเจตนาจะยกนางให้เขา แต่้าใช้เป็สะพานเพื่อแนะนำสตรีชุดขาวผู้นี้ให้เขารู้จักต่างหาก
แม้สตรีชุดขาวผู้นี้ไม่ใช่คนของราชวงศ์ชิงมู่ แต่ก็มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกัน หากทั้งคู่สามารถลงเอยกันได้ เซี่ยฝูคุนย่อมต้องยอมรับใช้ราชวงศ์ชิงมู่เป็แน่
“เ้าหนู นี่คืออาจารย์ของเสวียนเอ๋อร์ เยี่ยชิงหว่าน เป็ศิษย์สายหลักของสำนักศึกษาอ้าวติง เดิมทีข้าตั้งใจจะให้เ้าและเสวียนเอ๋อร์ติดตามฝึกฝนไปพร้อมกับนาง แต่ในเมื่อเ้าไม่เต็มใจ เช่นนั้นก็ช่างเถอะ ข้าจะหาอาจารย์คนใหม่ให้เ้าเอง”
“เดี๋ยวก่อนขอรับ”
เซี่ยฝูคุนรีบยื่นมือออกไปรั้งไว้ทันที
“ข้ารู้สึกว่าการได้ติดตามฝึกฝนกับอาจารย์ชิงหว่านก็นับว่าเป็เื่ที่ดียิ่ง ข้าเชื่อมั่นว่าภายใต้การชี้แนะของอาจารย์ชิงหว่าน ความแข็งแกร่งของข้าจักต้องรุดหน้าอย่างรวดเร็วแน่นอนขอรับ”
คำพูดนี้เซี่ยฝูคุนเพียงพูดเหลวไหลไปอย่างนั้นเอง วิธีการเลื่อนระดับของเขานั้นต่างจากผู้อัญเชิญทั่วไป ขอเพียงเขาสามารถหลอมรวมสัตว์อัญเชิญชนิดใหม่ๆ ออกมาได้ เขาก็จะสามารถอัปเลเวลขึ้นได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด
หลังจากได้ยินคำพูดของเซี่ยฝูคุน ใบหน้าของเยี่ยชิงหว่านกลับยังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก นางมิได้ตอบโต้กับเขา แต่กลับเดินไปหยุดลงข้างกายชิงมู่เสวียน พลางย่อกายลงบีบแก้มนางเบาๆ
“แม่หนูตัวดี ่นี้แอบเกียจคร้านบ้างหรือไม่?”
“หามิได้เ้าค่ะอาจารย์หว่านเอ๋อร์ แต่ดูเหมือนคนผู้นั้นจะดูแคลนเสวียนเอ๋อร์อยู่ไม่น้อยนะเ้าคะ”
ชิงมู่เสวียนกลอกตาใส่เซี่ยฝูคุน ก่อนจะพูดออดอ้อนเยี่ยชิงหว่าน
และหลังจากได้ยินคำฟ้องของชิงมู่เสวียน เยี่ยชิงหว่านก็หยัดกายขึ้นพลางหันมาจ้องมองเซี่ยฝูคุน
“ได้ยินท่านลุงชิงมู่บอกว่า เ้าเป็ผู้อัญเชิญระดับสี่แล้วอย่างนั้นรึ?”
“เอ่อ...”
เซี่ยฝูคุนไม่รู้ว่าเยี่ยชิงหว่านมีเจตนาใดจึงถามเช่นนี้ สัญชาตญาณบอกเขาว่าบรรยากาศเริ่มเย็นเยียบขึ้นมาพิกล หรือนางคิดจะออกหน้าแทนชิงมู่เสวียน? แต่ก็ไม่น่าเป็ไปได้ ในเมื่อเขากำลังจะเป็ศิษย์ของนางอยู่รอมร่อ ไม่มีเหตุผลที่นางจะสั่งสอนเขาั้แ่ตอนนี้...
“แม้เ้าจะเป็คนที่ท่านลุงชิงมู่แนะนำมา แต่ข้าก็มิได้มีพันธะหน้าที่ต้องสั่งสอนเ้า ยามนี้ข้าเป็ผู้อัญเชิญระดับหก ทว่าข้าจะสะกดพลังของตนเองไว้ที่ระดับสี่ หากเ้าสามารถเอาชนะข้าในระดับที่สี่ได้ ข้าถึงจะยอมรับเ้าเป็ศิษย์ เป็อย่างไร?”
โถ่แม่นางเทพธิดา เล่นอะไรเนี่ย...
เซี่ยฝูคุนถลึงตาใส่ชิงมู่เสวียนที่กำลังยืนยิ้มเยาะสะใจอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากราชครู แต่ตาเฒ่าเ้าเล่ห์นั่นกลับแสร้งมองนกมองไม้ไปทางอื่นเสียแล้ว...
เซี่ยฝูคุนรู้ทันทีว่าราชครูคงไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วย การจะได้ติดตามฝึกฝนกับเยี่ยชิงหว่านหรือไม่นั้น ความจริงไม่ใช่เื่สำคัญสำหรับเขานัก แต่ที่สำคัญคือเขามีใจให้นางแล้ว ย่อมไม่ปรารถนาจะเสียหน้าต่อหน้าสาวงามเช่นนี้
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เซี่ยฝูคุนก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ในเมื่ออาจารย์ชิงหว่านให้เกียรติเชื้อเชิญ เซี่ยฝูคุนย่อมยินดีน้อมรับคำท้า”
เมื่อได้ยินคำตอบของเซี่ยฝูคุน ดวงตาของราชครูก็หรี่ลงเล็กน้อย
ความจริงแล้ว ข้อเสนอนี้ก็คือแผนการที่เขาคิดขึ้นมาเอง เขา้าพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าศักยภาพของเซี่ยฝูคุนนั้นมีมากขนาดใด และคุ้มค่าที่เขาจะทุ่มเทเดิมพันไปมากน้อยแค่ไหน
“ดี ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็จงหาพื้นที่ว่างเพื่อประลองกันเถิด”
เยี่ยชิงหว่านพูดจบก็นำทางออกไปทันที
ตอนที่นางเดินผ่านร่างของเขา เซี่ยฝูคุนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มลอยมาเตะจมูก
เ็าดุจน้ำแข็งอย่างนั้นรึ?
เซี่ยฝูคุนเลียริมฝีปากตนเองเบาๆ
ยิ่งนางเ็ามากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกท้าทายและปรารถนาจะพิชิตใจนางให้ได้มากขึ้นเท่านั้น!
จะว่าไป เดิมทีเขาคิดว่าการที่เขาเดินทางมายังราชวงศ์แห่งอาณาจักรหย่าสือหลาน คงต้องเผชิญกับการฝึกฝนที่น่าเบื่อหน่าย หรือไม่ก็รับการถ่ายทอดวิชาจากราชครู แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เป็เช่นนั้นแล้ว
มีสาวงามเคียงข้างเช่นนี้ เซี่ยฝูคุนรู้สึกฮึกเหิมเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอย่างยิ่ง!
เพียงครู่เดียว เซี่ยฝูคุนก็ติดตามเยี่ยชิงหว่านมาถึงยังลานกว้างแห่งหนึ่ง โดยมีราชครูและคนอื่นๆ ยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล
“ท่านราชครู ท่านคิดว่าเซี่ยฝูคุนจะสามารถเอาชนะเยี่ยชิงหว่านที่สะกดพลังไว้เพียงระดับสี่ได้หรือไม่ขอรับ?”
เมื่อได้ยินคำถามของเงา ราชครูก็ยิ้มออกมาบางๆ
“ไม่ว่าผลจะออกมาแพ้หรือชนะ สุดท้ายเขาก็ต้องชนะอยู่ดี แต่ข้ากลับหวังว่าเขาจะใช้ความสามารถของตนเองเอาชนะมาได้จริงๆ เสียมากกว่า”
เงาชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
“ข้อเสนอของเยี่ยชิงหว่าน เป็ท่านราชครูที่จัดฉากขึ้นมาสินะขอรับ? เยี่ยชิงหว่านผู้นี้ แม้แต่ในสำนักศึกษาอ้าวติงนางก็นับว่าเป็อัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ เซี่ยฝูคุนแม้จะปลุกพลังผู้อัญเชิญได้ แต่พื้นเพและประสบการณ์ช่างห่างชั้นกับนางนัก หากคิดจะชนะ เห็นทีคงจะเป็เื่ยากยิ่ง...”
“ฮ่าๆ ดูต่อไปเถิด เดี๋ยวก็รู้เอง”
ราชครูหัวเราะออกมาเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
และในชั่วขณะนั้นเอง...
เซี่ยฝูคุนจ้องมองเยี่ยชิงหว่านที่อยู่ตรงหน้า
“อาจารย์ชิงหว่าน เช่นนั้น ข้าต้องขออภัยที่ล่วงเกินแล้ว”
เขาโค้งให้เยี่ยชิงหว่านเล็กน้อย ทันใดนั้น เพียงความคิดแวบผ่านในจิตสำนึก เงาร่างมหึมาสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเยี่ยชิงหว่านทันที!